ณ เขตปกครองเผ่าวิหก ชางไห่กำลังเดินทางไปเรื่อยๆเพราะนางไม่รู้ว่าจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากใคร อีกอย่างตอนนี้พ่อนางก็กลับเผ่าจิ้งจอกไปแล้ว ชางไห่จึงตัดสินใจที่จะเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งนางได้เผลอชนกับใครบางคนเข้า ด้วยสภาพที่อ่อนแรงเพราะยังไม่ได้ทานอะไรตั้งเเต่เมื่อวาน ทำให้นางอ่อนเพลียและหมดสติไป เวลาผ่านไปชางไห่ก็ได้ตื่นขึ้นในสถานที่แปลกๆ นางมองไปรอบๆเพราะนางไม่คุ้นเคยกับสถานที่นี้เลย ตรงหน้าของนางมีของกินมากมายวางเรียงรายอยู่ เเต่ด้วยความที่นางมีมารยาทมากพอ นางจึงได้เเค่นั่งมองมันและอดทนหิวต่อไป
“อาหารตรงหน้า เ้ากินได้เลยข้าไม่หวงหรอก” เสียงหวานๆดังขึ้นจากทางด้านซ้ายมือของนาง โดยที่นางไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้มีคนอยู่ตรงนั้น เ้าของเสียงลุกขึ้นและเดินมาหยุดตรงหน้านาง ใบหน้าบุรุษผู้หล่อเหลา สง่าทุกท่วงท่าที่เดิน เขาโน้มตัวลงมามองหน้านางแล้วยิ้มให้ด้วยท่าทางที่เป็มิตร
“ทะ..ท่าน..ท่านเป็ใคร?”
“ก่อนที่แม่นางจะถามว่าข้าเป็ใคร ข้าว่าแม่นางควรจะกินอะไรรองท้องเสียก่อน จะได้ไม่เป็ลมไปอีก หึ?”
“ท่ะ..ท่าน..ช่วยข้าไว้อย่างนั้นหรือ?”
“จะเรียกว่าช่วยก็ไม่ได้ เพราะแม่นางเดินมาชนข้าแล้วก็หมดสติไป ข้าไม่รู้ว่าจะต้องไปส่งแม่นางที่ไหน ข้าก็เลยพามาที่นี่เพื่อรอให้แม่นางฟื้นนี่แหละ แม่นางชื่ออะไร บ้านอยู่ไหน ข้าจะได้ให้คนไปส่ง”
“ข้าชื่อหลี่ชางไห่ บ้านของข้าอยู่ที่…….เอ่อ…” ชางไห่ไม่กล้าตอบว่าตนอยู่ที่เผ่าจิ้งจอกเพราะตอนนี้นางอยู่ในเขตปกครองของเผ่าวิหก ซึ่งดินแดนของเผ่าจิ้งจอกเป็เขตการปกครองของเผ่าันั่นเอง
“ว่าอย่างไร?”
“ข้า…เป็….คนของเผ่าจิ้งจอก”
“...........” สายตาของคนตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากยิ้มแย้มกลายเป็นิ่งเฉย เขาลุกขึ้นยืนและหันหลังให้นาง วินาทีนั้นชางไห่เหมือนรู้ชะตากรรมแล้วว่านางจะต้องถูกส่งตัวกลับแน่ๆ..เเต่ทว่า
“วันนี้ก็เย็นมากแล้ว เอาเป็ว่าแม่นางชางไห่ทานข้าวและพักผ่อนที่นี่เถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปส่งที่เผ่าจิ้งจอก”
“ข้ากลับไปที่นั่นไม่ได้!” ชางไห่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้คนตรงหน้ารีบหันกลับมามองสีหน้าท่าทางของนาง ชางไห่มีท่าทางหวาดกลัวอะไรบางอย่าง เห็นได้ชัดว่านางมีความทรงจำที่ไม่ได้ ณ ที่แห่งนั้น
“ทำไมแม่นางถึงกลับไปที่นั่นไม่ได้ แม่นางถูกขับไล่ออกมาอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ ข้าหนีออกมาต่างหาก”
“หนี?...หนีอะไร ที่นั่นเกิดอะไรขึ้น?” บุรุษตรงหน้าถามจี้เข้าไปเพราะเขาอยากรู้จุดประสงที่นางหนีออกมา ชางไห่ตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้คนตรงหน้าฟังโดยที่นางไม่รู้เลยว่าตอนนี้นางกำลังอยู่ในความดูเเลของ หลิวต้าถังและคนที่ยืนคุยกับนางตอนนี้ก็คือท่านเ้าวิหกนั่นเอง นางเดินชนเขาในขณะที่เขากำลังจะเดินทางไปที่เขตัตามที่เอ่ยปากไว้ เเต่เมื่อเห็นชางไห่หมดสติเขาจึงยกเลิกการเดินทางและพาชางไห่กลับจวนนั่นเอง
“อืม…ฟังจากที่เ้าเล่ามาแล้ว ข้าเองก็เห็นใจ”
“เเต่ข้าไม่คิดแบบนั้น ข้าอยากให้ท่านช่วยท่านพ่อของข้าออกมาจากที่นั่น”
“ชางไห่..เ้าเป็ถึงลูกเ้าเมือง เ้าไม่รู้หรอว่าการที่เ้าแห่งเมืองหนีออกจากเมืองของตนไป มันน่าอับอายเเค่ไหน อีกอย่าง.มันแสดงออกถึงการเห็นแก่ตัวเพราะมันเป็การทิ้งให้ชาวเมืองอยู่ไปวันๆโดยไม่รู้ชะตากรรมตนเอง ข้าเองก็เป็เ้าเมือง ย่อมรู้เื่นี้ดี”
“เ้าเมือง?”
“อ่อ..ข้าก็ลืมแนะนำตัวกับเ้าไปเลย ข้าหลิวต้าถัง าาแห่งเผ่าวิหก เ้าเรียกข้าว่าาาวิหกก็ได้”
“าาวิหก!!!…ขอทรงประทานอภัย หม่อมฉันมิอาจล่วงเกินท่านาาวิหกเ้าค่ะ” ชางไห่ใที่คนตรงหน้าคือเ้าแห่งเผ่าวิหก นางรีบถอยห่างและแสดงความเคารพต้าถังทันที ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ทั้งสองเมืองต้องเป็ปรปักษ์กัน ต้าถังเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของชางไห่ เขาก็อดขำไม่ได้
“หึหึหึ…แปลกจังนะ”
“อะไรแปลกหรือเ้าคะ?”
“ก็เมื่อครู่ เ้ายังพูดปกติกับข้าอยู่เลย เเต่พอเ้ารู้ว่าข้าเป็าา เ้ากลับทำตัวแปลกไปและหมอบกราบข้าซะอย่างนั้น”
“มิได้เ้าค่ะ พ่อข้าสอนไว้ การให้เกียรติและเคารพเ้าแห่งเผ่าคือสิ่งที่ดีงามเ้าค่ะ”
“ไม่ต้องมากพิธี ทำตัวปกติเถอะ ข้าชอบที่เ้าพูดกับข้าเหมือนเพื่อนมากกว่า ชางไห่..เ้าบอกว่าเ้ามาจากเผ่าจิ้งจอกใช่ไหม?”
“......จะ..เ้า..ค่ะ”
“ดี…เช่นนั้นข้าจะเดินทางไปที่เผ่าจิ้งจอก เพื่อสู่ขอเ้าให้มาอยู่กับข้าที่เผ่าวิหก”
“สู่…ขอ…หรือเ้าคะ?”
“ข้าบอกตามตรงว่า ข้ารู้สึกถูกชะตากับเ้าตั้งเเต่แรกเห็นและในฐานะที่เ้าเป็ลูกของเ้าเมืองแห่งเผ่าจิ้งจอก ดังนั้นข้าควรจะทำให้ถูกต้องตามประเพณีเพื่อเป็การรักษาเกียรติของเ้าด้วย เ้าว่าอย่างไร?”
“......เอ่อ..คือ….ข้า……”
“วันนี้เ้าอาจจะเหนื่อยมามากแล้ว เอาเป็ว่าข้าจะให้เ้าพักอยู่ที่นี่ซักวันสองวัน จากนั้นข้าจะส่งจดหมายนำร่องไปก่อนแล้วหลังจากนั้นเราค่อยเดินทางไปพร้อมกัน”
“..เเต่ข้า…..”
“เ้าไม่ต้องกลัว ตราบใดที่เ้ายังอยู่ข้างๆข้า เเม่เลี้ยงของเ้าไม่มีวันเเตะต้องเ้าได้ ข้าสัญญา เ้าทานข้าวและพักผ่อนเถอะ ข้ามีบางอย่างที่จะต้องไปทำ” ต้าถังประคองชางไห้ไปนั่งที่เก้าอี้ เขาส่งยิ้มเป็มิตรให้นางก่อนที่เขาจะเดินหายออกไปทิ้งให้ชางไห่ ตัดสินใจสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตัวของนางเอง ทันทีที่เดินออกมาจากจวนรับรอง อาหนำก็รีบร้องทักเ้านายด้วยความสงสัยทันที
“ท่านเ้าวิหก ท่านจะรับตัวแม่นางหลี่มาอยู่ที่นี่จริงๆหรือขอรับ แล้วคุณหนูชูหลันล่ะขอรับ นางจะ……”
“ข้ารู้ว่าเ้าหมายถึงอะไร เเต่เ้าลืมไปแล้วก็ว่านางเป็เชื้อสายของเผ่าจิ้งจอก แถมยังเป็ลูกสาวของเ้าเผ่าอีก”
“เเต่เผ่าจิ้งจอกเป็เขตปกครองของวังันะขอรับ”
“เ้าลองคิดดูว่า ถ้าข้าได้แต่งงานกับนาง เ้าเมืองจิ้งจอกก็ต้องผูกสัมพันธ์กับข้าในฐานะที่ข้าช่วยลูกสาวของเขาไว้และในอนาคตข้าคือลูกเขยของเผ่าจิ้งจอก แล้วทีนี้เ้าลองคิดซิว่า สุดท้ายแล้วเผ่าจิ้งจอกจะตกเป็ของใคร..หึหึ..อาหนำ…ข้าไม่ใช่คนโง่อย่างเฉินเซี่ย..ไม่มีสิ่งใดที่ข้าทำแล้วไม่เกิดผลและถ้าหากเผ่าจิ้งจอกเป็ของข้า..เ้าคิดว่าเฉินเซี่ยมันจะทำยังไง หึหึหึ” แท้จริงแล้วเื่ทั้งหมดก็เป็แผนการของต้าถังนั่นเอง เขาคิดจะใช้ความสัมพันธ์ของชางไห่ในการเข้ายึดครองเผ่าจิ้งจอกมาเป็ของตน การล่าแผ่นดินถือเป็งานอดิเรกของต้าถังไปแล้ว..ซึ่งการที่ต้าถังจะยึดเมืองที่ใกล้วังัขนาดนี้ก็เท่ากับว่าเขากำลังคิดจะเหยียบหน้าเฉินเซี่ยให้จมดินนั่นเอง