ภาพที่ทุกคนหันไปเห็นก็คือหลี่จิ้งถิงเดินเข้ามาคารวะพร้อมด้วยรอยยิ้ม พูดทักทายกับคนในสกุลลู่อย่างสุภาพให้เกียรติก่อนหน้านี้ทุกคนก็ยังกังวลใจอยู่ว่านางจะยินยอมตามพวกเขากลับไปที่จวนหยวนจิ้งโหวหรือไม่แต่เมื่อได้ยินนางรับปากทำตามข้อชี้แนะโดยไม่ลังเล พวกเขาก็รู้สึกเหนือความคาดหมายไปเล็กน้อย
ในใจของลู่ฮูหยินเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนลู่จางหย่งเองก็ลอบสบตากับบุตรชาย ก่อนจะกระแอมขึ้นเบา ๆ
ท่าทีและคำตอบของหลี่จิ้งถิงเช่นนี้ทำให้ทุกคนหมดห่วงได้อย่างสบายใจจริง ๆ หรือ
แม้หลี่เยี่ยนฟางจะเคยทำเื่ผิดกับบิดามารดามาก่อนแต่อย่างไรหลี่จิ้งถิงก็คือหลานสาวของหยวนจิ้งโหว ไม่ว่าพวกเขาจะยินดีต้อนรับหลานคนนี้หรือไม่ลู่ฮูหยินก็ตั้งใจจะพาหลี่จิ้งถิงกลับไปให้ท่านตาท่านยายพบหน้าสักครั้ง ส่วนความคิดที่ว่าหยวนจิ้งโหวจะ้ารั้งตัวเด็กหญิงเอาไว้หรือไม่นั้น เมื่อถึงยามที่ตาหลานได้พบหน้ากันแล้วพวกเขาค่อยหยั่งเชิงเจตนาของอีกฝ่ายดูก็ยังไม่สาย
ลู่ฮูหยินทอดถอนใจนางลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“มารดาของเ้าเคยบอกเล่าเื่ราวในอดีตให้เ้าได้รับรู้จนหมดสิ้นแล้วหรือ”
“ยามนั้นที่ท่านแม่ล้มป่วยนางไร้เรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะลุกขึ้นเดิน วันทั้งวันได้แต่นอนซมอยู่บนเตียงมีอยู่วันหนึ่งนางนอนหลับตานิ่ง กุมมือข้าเอาไว้จนแน่นก่อนจะเอ่ยออกมาคล้ายกำลังละเมอ บอกเล่าเื่ราวที่ผ่านมาให้ข้ารู้เ้าค่ะ”
หลี่จิ้งถิงรู้ดีว่าแท้จริงแล้วมารดาไม่อยากเอ่ยถึงเื่ราวในอดีตทว่าสุดท้ายด้วยความวิตกเกี่ยวกับบุตรสาวอยู่ทุกวี่วันแม้จะเตรียมใจไว้แล้วสำหรับการพรากจาก แต่ว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนั้นนางย่อมไม่พูดไม่ได้
หลี่เยี่ยนฟางเผยสีหน้าละอายใจก่อนจะเอ่ยความ้าสุดท้ายในห้วงความคิดออกมา
“แม่ไม่คิดเพ้อฝันว่าพวกท่านทั้งสองจะให้อภัยแม่ที่ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง ขอเพียงเ้าถูกรับกลับเข้าจวนอย่างเอื้ออารีแม่ก็หมดกังวลแล้ว”
หลี่เยี่ยนฟางยังเอ่ยกำชับบุตรสาวเป็พิเศษด้วยว่าถ้าได้พบหน้าท่านตาท่านยายแล้ว อย่าลืมถามไถ่เื่สุขภาพของพวกท่านแทนนางด้วยขอเพียงบิดามารดายังแข็งแรงและอยู่ดีมีสุข นางก็รู้สึกเบาใจแล้ว
“ในเมื่อเ้ารับรู้เื่ราวทั้งหมดเหตุใดจึงไม่เดินทางไปยังจวนหยวนจิ้งโหวทันทีที่มารดาจากไปแล้วเล่า”ลู่ฮูหยินอดไม่ได้ที่จะถาม
หลี่จิ้งถิงนิ่งชั่วอึดใจก่อนตอบ“ข้ากลัวเ้าค่ะ กลัวพวกเขาจะมีอคติต่อข้า กลัวว่าตัวเองจะไม่เป็ที่ต้อนรับท่านป้าคงเข้าใจข้าใช่ไหม”
ลู่ฮูหยินฟังจบแล้วก็มองนางพลางคลี่ยิ้ม
“เ้าวางใจเถิดป้ายอมรับว่ามีความคิดที่จะส่งเ้ากลับจวนโหวแต่ถ้าพวกเขาไม่ยินดีหรือมีเื่อันใดเกิดขึ้น เสี่ยวถิงก็มาอยู่กับป้าดีไหม”
“นั่นสิเสี่ยวถิงไม่ต้องกังวลไปหรอก เ้าก็นึกเสียว่าฉวยโอกาสไปเที่ยวเมืองหลวงสักครั้งหากจวนโหวยังปักใจกับเื่เก่า ๆ เ้าก็มาพักอยู่กับพวกเราก็ได้” ลู่จางหย่งกล่าวเสริม
หลี่จิ้งถิงรับฟังด้วยความตื้นตันใจยิ่งลู่สิงเทียนเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า เผลอหลุดปากออกไปอย่างไม่อาจควบคุม
“พอถึงเมืองหลวงข้าจะพาเ้าไปเที่ยวชมจนทั่วเลย หากอยากได้สิ่งใดข้าจะซื้อให้เ้าเอง”
ลู่สิงเทียนคล้ายเริ่มสังเกตเห็นแววตาที่บิดามารดาจับจ้องจู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นต่อว่า “หรือไม่ ก็บอกกับท่านพ่อท่านแม่พวกเขาย่อมต้องตามใจเ้าด้วยเช่นกัน”
สองสามีภรรยาสกุลลู่เหลือบมองลู่สิงเทียนพลางลอบอมยิ้มดูท่าบุตรชายคงจะไม่ได้รู้สึกถึงน้ำเสียงผิดปกติของตนว่า แต่ละคำล้วนเน้นหนักอย่างไร้สาเหตุ
ดูเหมือนลู่สิงเทียนจะรู้นิสัยบิดามารดาดีเขายืดกายตรงทำท่าทางเป็ปกติเช่นเดิม ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าสงบราบเรียบ
“ให้คนเตรียมอาหารเถอะคุณหนูหลี่น่าจะหิวแล้ว”
ท่าทางหลบเลี่ยงที่ลู่สิงเทียนแสดงต่อหน้าบิดามารดาเมื่อครู่นี้ไม่ผิดไปจากที่ลู่จางหย่งกับภรรยาคาดการณ์ อันที่จริงบุตรชายคนนี้ล้วนได้ดั่งใจพวกเขาทุกอย่างจะมีก็แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียว นั่นคือปากแข็งมากเกินไปสักหน่อยเท่านั้น
หลังจากผจญกับห้วงทุกข์มาระยะหนึ่งหลี่จิ้งถิงในเวลานี้ก็นับได้ว่าสงบใจลงได้ในที่สุด ตรงกันข้ามกับอารมณ์อกสั่นขวัญผวาของท่านเ้าเมืองกับพรรคพวกที่ถูกเ้าหน้าที่ของทางการไล่เลียงความผิดออกมาทีละกระทงอย่างละเอียด
ด้วยรู้ดีว่าอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่โกรธเคืองพรรคพวกของเ้าเมืองฟู่มากนักคนของทางการจึงยิ่งมิกล้าละเลยดังนั้นไม่ว่าจะไล่หาความผิดในข้อใดก็ล้วนพบเจอทั้งสิ้น
พอถึงเวลาไต่สวนผู้คนในเมืองต่างก็พากันมาดูการพิจารณาคดีอย่างสนอกสนใจ ในกลุ่มชาวบ้านก็เคยมีบางคนได้รับความเดือดร้อนจากพฤติกรรมของท่านเ้าเมืองและพรรคพวกดังนั้นจึงเกิดการเรียกร้องให้ลงทัณฑ์พวกเขาอย่างหนัก
เมื่อพิจารณาถึงหลักฐานรวมถึงพยานบุคคลทุกปากแล้ว ใต้เท้าผู้รับผิดชอบตัดสินคดีก็ตัดสินให้เ้าเมืองฟู่ต้องโทษเนรเทศไปชายแดนส่วนแม่สื่อหม่าในฐานะภรรยาและผู้สมคบคิดก็ต้องโทษเนรเทศด้วยเช่นกัน
เถ้าแก่เสิ่นที่เคยหมางใจกับหลี่จิ้งถิงก็เป็อีกคนที่กำลังรู้สึกทุกข์ทรมานด้วยเช่นกัน เขาถูกทางการเรียกตัวให้ไปขึ้นศาลในข้อหาความผิดเื่กักตุนสินค้า เอารัดเอาเปรียบ รวมไปถึงกดขี่ทุบตีบ่าวไพร่ในเรือนไม่ว่าความผิดจะเล็กหรือใหญ่ ล้วนประดังประเดเข้ามาไม่หยุดสุดท้ายทรัพย์สินทั้งหมดของเถ้าแก่เสิ่นก็ถูกยึดเข้าคลังหลวงหมดสิทธิ์ที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขกายสบายใจอีกต่อไป
เถ้าแก่เสิ่นนึกอยากจะวิ่งไปคุกเข่าโขกศีรษะร่ำไห้ต่อหน้าเด็กหญิงที่เขาเคยดูิ่ดูแคลน วิงวอนขอให้หลี่จิ้งถิงอภัยให้แต่คนรอบกายของนางในตอนนี้ช่างร้ายกาจยิ่ง ไม่ว่าเขาจะพูดจาอ้อนวอนขอพบอย่างไรทางนั้นก็มีแค่สีหน้าเรียบเฉยให้ ไม่มีท่าทีสนใจสักนิดเดียว
พอเื่ราวในศาลสิ้นสุดมาถึงตรงนี้เมื่อความอยุติธรรมถูกกำจัดจนหายไปก็ถึงเวลาที่หลี่จิ้งถิงจะเดินทางตามลู่ฮูหยินกลับจวนหยวนจิ้งโหวเพื่อพบหน้าท่านตาท่านยายเป็ครั้งแรกเสียที
ทว่าอย่างไรในใจของหลี่จิ้งถิงก็ยังอดที่จะนึกเป็ห่วงท่านยายจูไม่ได้อยู่ดีเนื่องจากหญิงชราอายุมากแล้ว หลังจากเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แม้จะไม่อยากไป แต่สุดท้ายท่านยายก็ยอมตกลงที่จะย้ายไปอยู่กับบุตรชายในเมือง
ลู่ฮูหยินเองก็มีใจคิดอยากตอบแทนที่อีกฝ่ายดูแลช่วยเหลือหลี่จิ้งถิงอย่างเต็มที่มาตลอดทว่าทรัพย์สินหรือของมีค่าใด ท่านยายล้วนไม่้า ดังนั้นนางจึงตัดสินใจเช่ารถม้าคันใหญ่ให้ท่านยายจูได้นั่งเข้าเมืองไปหาลูกชายอย่างมีหน้ามีตา
ส่วนกิจการค้าขายถุงหอมนั้นหลี่จิ้งถิงก็มอบให้เถ้าแก่โจวดูแลแทน อีกฝ่ายก็ไม่ได้เอาเปรียบเด็กหญิงเขาเขียนสัญญาลงลายมือชื่อ มอบส่วนแบ่งให้นางเป็งวด ๆ พอท่านลุงลู่ได้เห็นสัญญาเขาก็เอ่ยปากชมเถ้าแก่โจวว่าเป็คนซื่อสัตย์และมีน้ำใจมากจริง ๆ
เมื่อจัดการเื่ที่ค้างคาใจทุกอย่างจนสำเร็จเรียบร้อยก่อนออกเดินทางหลี่จิ้งถิงก็ไปคุกเข่าหน้าหลุมศพมารดาเพื่อกล่าวอำลาแม้ในสายตาของผู้อื่น ท่านแม่ของนางอาจจะไม่ใช่สตรีที่ดีแต่ในสายตาของผู้เป็บุตรสาว หลี่เยี่ยนฟางคือมารดาผู้ประเสริฐที่สุด
อาจเป็เพราะท้องฟ้าในวันนี้ขมุกขมัวจึงทำให้เกิดความรู้สึกหม่นหมองไปหมด ภาพลานเวิ้งว้างและหลุมศพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้หลี่จิ้งถิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ในแววตาเผยร่องรอยเศร้าเสียใจออกมา
ภายหลังจุดธูปเทียนและเผากระดาษเงินกระดาษแล้วหลี่จิ้งถิงก็นั่งคุกเข่าลงแล้วค่อย ๆ ถ่ายทอดเื่ราวที่ผ่านมาให้มารดาได้ฟังอย่างละเอียด
ไม่ว่าจะเป็นางมีชีวิตอยู่ต่อมาอย่างไร นางทำสิ่งใดลงไปบ้าง แม้แต่เื่ราวของคนใกล้ชิดอย่างท่านยายจูเถ้าแก่โจว หรือแม้กระทั่งน้ำใจของคนสกุลลู่ หลี่จิ้งถิงล้วนบอกเล่าออกมาจนหมด
“พรุ่งนี้ลูกก็จะติดตามท่านป้าลู่กลับไปที่จวนโหวแล้วนะเ้าค่ะหากได้พบกับท่านตาท่านยายแล้ว ลูกจะคุกเข่าขมาพวกท่านทั้งสองแทนท่านแม่เองและไม่ว่าพวกเขาจะมีท่าทีเช่นไรกับลูก ลูกก็จะไม่ทำเพิกเฉยต่อท่านตาท่านยายเด็ดขาดขอท่านแม่วางใจเถิด ลูกจะทำตามความปรารถนาของท่านเอง” หลี่จิ้งถิงกล่าวเสียงเรียบเรื่อยถ่ายทอดทั้งหมดออกไปตามความรู้สึกในใจตน
“ท่านแม่”หลังจากเงียบไปพักใหญ่ หลี่จิ้งถิงก็เอ่ยขึ้นว่า “ยามนี้ท่านมีความสุขหรือไม่ ลูกกำลังจะกลับไปหาท่านตาท่านยายแล้วนะลูกจะทำให้พวกท่านได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ลูกสัญญา”
พอพูดจบหลี่จิ้งถิงก็นั่งนิ่งไม่มีอาการตอบสนองสายตาของนางมองไปยังหลุมศพของมารดาอย่างโศกาอาดูร
“ท่านแม่ท่านจะไปทั้งอย่างนี้เลยหรือ” ลู่สิงเทียนเอ่ยถามเขาถูกมารดาลากพาตัวมาแอบดูอีกฝ่ายด้วยความเป็ห่วง แต่เมื่อเห็นหลี่จิ้งถิงนั่งนิ่งอย่างโศกเศร้ามารดากลับค่อย ๆ ก้าวถอยหลังเตรียมตัวจะจากไป
“เฮ้อแม่เป็ห่วงกลัวว่าเสี่ยวถิงจะแอบมาหลั่งน้ำตาสะอื้นไห้อยู่คนเดียวแต่ในเมื่อนางเป็ปกติเช่นนี้ก็ปล่อยให้นางมี่เวลาอยู่กับมารดาเป็ครั้งสุดท้ายเถิด” ลู่ฮูหยินเอ่ยเสียงเบา
“กร๊อบ”
ลู่ฮูหยินเงยหน้ามองบุตรชายเมื่อนางเผลอไปเหยียบโดนกิ่งไม้แห้งเข้าจนเกิดเสียงดังทำให้หลี่จิ้งถิงสะดุ้งหลุดจากภวังค์ทันที
ยังไม่ทันจะตั้งตัวลู่สิงเทียนก็ถูกมารดาผลักออกมาอย่างไม่ลังเล เพื่อให้เขาออกมารับหน้าหลี่จิ้งถิงที่กำลังหันมาพิจารณาหาต้นตอของเสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่
“ข้าเองท่านแม่นึกเป็ห่วงเ้าเลยให้ข้าตามขึ้นมาดู”พอพูดจบลู่สิงเทียนก็หันไปเห็นมารดากำลังส่งสายตาให้
หลี่จิ้งถิงได้ยินดังนั้นก็ผงกศีรษะลู่สิงเทียนเห็นดังนั้นก็ไม่รู้ว่าควรจะยืนอยู่ข้าง ๆ เงียบหรือว่าควรจะจากไปเลยดี
“กำลังคิดถึงท่านป้าหลี่อยู่หรือ”ลู่สิงเทียนเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นหลี่จิ้งถิงมีท่าทางเหม่อลอย
“ไม่รู้ว่าป่านนี้ท่านแม่จะไปอยู่ที่ใดแล้ว”
“หากเ้านึกอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมาเถิดข้าจะอยู่เป็เพื่อนเ้าเอง” ลู่สิงเทียนเอ่ยอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นประกายตาที่เคยสดใสของหลี่จิ้งถิง ยามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็ความหม่นหมอง
“ข้าไม่ชอบร้องไห้เ้าค่ะน้ำตาไม่เคยช่วยอะไรได้เลย”
“ทำไมน้ำตาจะไม่ช่วยอะไรเล่าน้ำตาช่วยคลายความทุกข์ในใจของคนเรา ให้บรรเทาเบาบางลงได้หากเ้ารู้สึกว่าอึดอัดคับข้องหมองใจ ก็ให้ลองร้องไห้ระบายออกมาข้าเชื่อว่าน้ำตาจะช่วยชะล้างใจที่เ็ปของเ้าได้ในที่สุด”พอพูดจบลู่สิงเทียนก็หันหลังให้อีกฝ่าย พลางพูดว่า “เ้าร้องออกมาเถิด ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โอ๊ย องค์หญิงเพคะ ท่านจะผลักลูกชายออกมารับหน้าอย่างนั้นไม่ได้ (๑˃̵ᴗ˂̵) ﻭ
ส่วนพ่อพระเอกนั้นก็ละมุนมากแม่
อ่านจบแล้วเป็ยังไงกันบ้างค่ะ พระเอกทำหน้าที่ได้ดีพอมั้ยเอ่ย ถ้าไม่พอใจยังไงด่ากันมาได้เลยเต็มที่
เดี๋ยวจะไปบอกน้องเค้าให้ค่า (✿◠‿◠)