อี้เฉินที่ได้ยินเขาถึงกับ หยุดชะงัก ครั้นรู้สึกถึงแรงกดดันจากขั้นพลังเทวะ พุ่งเข้ามาหาตัวเขาอย่างฉับพลัน ใบหน้าที่เรียบนิ่ง กลับกลายเป็นบึ้งตึงในทันที
คนอื่นๆ เองก็ตกตะลึงไม่น้อย ครั้นได้ยินคำพูดของ หลิว อี้เฟย ดวงตา อดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา ไม่คิดอี้เฉินยังจะเก็บซ่อนอะไรไว้อีก แม้แต่ สตรีบุปผาหยก หลิวอี้เฟย ยังเอ่ยชม
ครั้นเมื่อเหล่าศิษย์สำนักบุปผา เห็น หลิว อี้เฟย พลิ้วกายาย่างก้าวขึ้นมาบนลานประลอง อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่
"หรือว่าศิษย์เอก อย่างพี่ หลิว อี้เฟย ต้องการจะประลองกับชายไร้ชื่อเสียงเรียงนาม"หญิงสาว คนหนึ่ง กล่าวออกมาด้วยความตกใจ
"ปกติข้าเคยเห็นแต่ ศิษย์พี่หญิง ถูกเชื้อเชิญ ไม่คิดครานี้ จะกลายเป็น พี่หญิงเองที่ท้าประลองกับชายหนุ่มผมขาว" หญิงสาวอีกคนก็กล่าวขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ครั้นเมื่อหลิว อี้เฟย มาขวาง ทางอี้เฉินไว้ นางก็แพร่กระจาย ขั้นพลังเทวะออกมาอย่างไม่ปิดบัง จดจ้องมาที่อี้เฉินด้วยดวงตา เขม็ง
อี้เฉิน ที่อยู่ต่อหน้าขั้นพลังเทวะ กายาของเขาถึงกับสั่นเทิ้มขึ้นมาน้อยๆ คิ้วทั้งสองข้างถึงกับขมวดเข้าติดกัน 'นี่หรือพลังที่แท้จริงของ จอมยุทธ์รุ่นใหม่ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดหวั่นในใจลึกๆ'
มองหญิงสาวผู้งดงามอยู่ตรงหน้าเขาใหม่ในทันที 'เหมือนว่าการต่อสู้ของเขากับ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย จะไปกระตุ้น ความเดือดดาลของนางเข้า ยกมือน้อยๆ น้อมคำนับไปที่หญิงสาว ด้วยความจริงใจ' "แม่นาง ข้าเป็นเพียงจอมยุทธผู้ต่ำต้อย ไม่คิดอาจหาญ ต่อสู้กับแม่นางที่อยู่ขั้นพลัง เทวะ หรอก"
ทันใดที่อี้เฉินเอ่ยคำพูดออกมา เขาก็ได้ยินเสียง "ชิ" เล็ดลอด ออกมาตามไรฟันของนาง ก่อนนางจะพลิ้วกายาเข้าประชิด อี้เฉินอย่างรวดเร็วตบฝ่ามือ ใส่หน้าอกอี้เฉินถอยหลังกลับเข้าไปภายในลานประลอง
"ผัวะ!!"
คนอื่นๆ เอง ต่างพากันประหลาดใจ ครั้นเห็น สตรีบุปผาหยก หลิว อี้เฟย มีท่าทีเดือดดาลไม่น้อย ผิดกับวิสัยของนาง ที่เย็นชาในยามนี้
อี้เฉิน ที่ถอยหลังเข้าไปภายในลานประลองอีกครั้ง เขามองปาดเดียวก็รู้หญิงสาวผู้นี้ โหยหาเพียงการต่อสู้ ที่นางสนใจเท่านั้น หากไม่คิดต่อสู้กับนางเกรงว่า ตัวนางคงไม่ยอมเป็นแน่ ถอนหายใจออกมายาว ด้วยความลำบากใจ ...กระดูกสันหลังที่เปลี่ยนแปลง ถึงกับสั่นระริก ส่องสว่างภายในกายา ออกมาไม่น้อย ครั้นเมื่อรับแรงกดดันที่โหมซัดเข้ามา ประหนึ่งโต้คลื่นลูกใหญ่ ท่ามกลางทะเลที่บ้าคลั่ง
ก่อนอี้เฉินจะตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ ครั้นเมื่อคนอื่นๆ ที่เห็น ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว ครั้นเห็นขั้นพลังของพวกเขาทั้งสองห่างกันถึง1ขั้นพลังหลัก ใบหน้ายกยิ้มรอชมเรื่องสนุกในทันที
"ไอ้หมอนั้นมันบ้าไปแล้วหรือ"ศิษย์หญิง สำนักบุปผา กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาลอยู่ไม่น้อย ครั้นเห็นจอมยุทธ์ไร้ชื่อ หาญกล้า ที่จะประลองกับศิษย์เอก สำนักบุปผา อย่างไม่เกรงกลัว
"เจ้าแสดงพลังทั้งหมดของเจ้าออกมาเสีย ไม่เช่นนั้น เจ้าได้กระอักเลือดปางตายแน่"หลิว อี้เฟย กล่าวเตือนอี้เฉินออกมาในทันที
อี้เฉินเองก็รู้ดี หากคิดจะต่อสู้กับ จอมยุทธ์ขั้นพลังเทวะ เขาก็ไม่อาจเก็บออม ขั้นกายเนื้อได้อีกต่อไป สำแดงกายาศักดิ์สิทธิ์ ออกมาในทันที จนผิวหนังน้อยๆ ของเขา ส่องแสงศักดิ์สิทธิ์ ออกมาพร่างพราว จนใครที่มองมันรู้สึกแสบตาน้อยๆ พลังกายาเองก็พุ่งขึ้นสูงอย่างฉับพลัน
หลิว อี้เฟย ที่เห็น นางยกยิ้มน้อยๆ ให้อี้เฉินในทันที นางคิดถูกจริงๆ อี้เฉิน นั้นกายเนื้อมาอยู่ในจุดสูงสุดในขั้นพลังกายเนื้อของเขาแล้ว แม้แต่ตัวนางที่อยู่ในขั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ เช่นกันยังอดที่จะชื่นชมไม่ได้
เมื่อทั้งสอง พุ่งใส่กันปานสายฟ้าแลบ ส่งหมัดโจมตีเข้าใส่กัน หลายสิบหมัด ก็ส่งผลให้ ลมกรรโชกออกไปอย่างรุนแรง
ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! อดไม่ได้ที่จะทำให้ผู้คนที่ดูชม กลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ไม่คิดอี้เฉินจะปะทะกับขั้นพลังเทวะได้อย่างสู่สี
...แต่ทว่า เพียงแค่การโจมตีไม่กี่10กระบวนท่า อี้เฉินก็เริ่มมีท่าทีเสียเปรียบขึ้นมา ริมฝีปากเริ่มหายใจหนักถี่ขึ้นมาน้อยๆ ก่อนจะถอยหลังไปหลาย10ก้าว จากการโจมตี กดดันของหลิว อี้เฟย
หลิว อี้เฟย นางกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น หมัดต่อยใส่อี้เฉิน ราวกับเป็นกระสอบทราย "เรามาทำอะไรที่มันสนุกกว่านี้ อีกเป็นอย่างไรเล่า" ครั้นนางเอ่ยคำพูดออกมาเสร็จสิ้น ฝ่ามือของนาง ยกขึ้นผสานอิน กลางอากาศในทันที ก่อนน้ำรอบๆ ตัวเรือ จะสั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง ประหนึ่งน้ำรอบๆ ลำเรือ ถูกหลิว อี้เฟย ควบคุมเอาไว้ทั้งหมด
น้ำนั้นค่อยๆ ก่อตัว แปรสภาพเป็นดอกไม้น้ำดอกใหญ่ ค่อยๆ ผลิบานออกมา ก่อนมันจะยิงกระสุนน้ำมาใส่อี้เฉิน รัวๆ ไม่ขาดสาย จนต้องทำให้อี้เฉินถอยกรูด ออกไปไกล ถูกนางโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว ไม่อาจตอบโต้ได้
อี้เฉินเดือดดาลอยู่ไม่น้อยเมื่ออยู่ในสถานการณ์ น่าอึดอัดเฉกเช่นนี้ ปากคำรามออกมากู่ก้อง "นี่หรือ คือการออมมือของเจ้า"
หลิว อี้เฟย ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ มาให้อี้เฉินในทันที ใบหน้าที่เคยเย็นชา เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม งดงามอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ส่งผลให้ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย จ้องมองมันอย่างไม่วางตา
"เจ้าระวัง ห่าฝนที่กำลังจะลงมาด้วย"หลิว อี้เฟย กล่าวออกมาแบบขอไปที
ทว่า อี้เฉินที่เห็นภาพเบื้องหน้า หนังตาของเขาก็กระตุกขึ้นมาอย่างรุนแรง เมื่อเห็น หลิว อี้เฟย นาง ยกผืนน้ำรอบๆ ตัวเรือ เหนือท้องนภา ถึงมันจะดูเป็นน้ำธรรมดา แต่หากเมื่อเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกันมากมายเช่นนี้ กินท้องนภา จนมืดครึ้มในทันใด น้ำหนักเองก็คงจะหลายแสนชั่ง เมื่อมันตกลงมาแรงโจมตีจะมากมายมหาศาลอย่างแน่นอน แม้แต่เรือลำใหญ่ โดน การโจมตีนี้เข้าไป ก็อาจจมลงสู่ก้นแม่น้ำได้อย่างง่ายดาย
"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ หลิว อี้เฟย หรือเจ้าคิดจะจมเรือลำนี้กันเล่า"อี้เฉินกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล แต่เมื่อเห็นนางไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ชี้มือปล่อยก้อนน้ำมหึมาลงมา เหล่าผู้คนก็ต่างเบิกตาออกกว้าง
อี้เฉินถึงกับหน้ามืดทะมึน หากก้อนน้ำตกลงมาใส่ลำเรือ เกรงว่าเรือคงได้พังพินาศเป็นแน่ เขาอดไม่ได้ที่จะระเบิดปราณโลหิต ภายในทะเลความรู้ที่เขาเก็บออมไว้ ออกมาอย่างไม่ปิดบัง จนรอบๆ ตัวอี้เฉินแปรเปลี่ยนเป็น สีแดงฉาน จากหมอกเลือด ที่แพร่กระจายออกมาทั่วทิศ ส่งกลิ่นอายคาวเลือด ความตายลอยคละคลุ้ง ก่อนมันจะค่อยๆ ก่อรูปเป็นมังกรโลหิตตัวใหญ่ บินทะยานไปมา ล้อมพันกายาอี้เฉินไว้ไม่ห่าง คำรามออกมาเสียงดังกู่ก้อง
"โฮก!!!"
ในยามนี้ไม่มีใคร กล้าดูถูกดูแคลนอี้เฉินอีกต่อไป ครั้นเห็นมังกรโลหิตตัวใหญ่ คำรามออกมากู่ก้อง กายาพลันเย็นเยือกขึ้นมาด้วยความหวาดหวั่น ไม่คิดชายหนุ่มผมขาวผู้นี้ จะน่าหวาดกลัวเฉกเช่นนี้
ครั้นเห็นอี้เฉิน ดีดตัวขึ้นไปสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว หมายมั่น โจมตีน้ำก้อนยักษ์ ให้แตกกระจาย เสียง"ตู้ม"ดังออกมากึกก้อง มังกรที่ล้อมพันกายาเองก็โจมตีสอดประสาน แหวกก้อนน้ำยักษ์ให้แตกเป็นเสี่ยงๆ ก่อเกิดเป็นพิรุณ ตกโปรยปรายออกมาทั่วทิศปะปนมาพร้อม ปราณโลหิต ที่แตกกระจาย
ท่ามกลางพิรุณที่ตกลงมา พาให้อาภรณ์ของหลายๆ คนเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ ปะปนมาพร้อมเลือดสีแดงฉาน หลิว อี้เฟย ยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ไม่คิดการลองใจครั้นนี้ของนาง จะทำให้นางเจอกับ ยอดฝีมือเฉกเช่นนี้ ปากเตรียมเอ่ยพูดเชิญชวนอี้เฉิน ไปเข้าร่วมสำนัก บุปผา แต่ทันใดนางก็ถึงกับเบิกตาออกกว้าง
อี้เฉินที่ลงมาสู่ลำเรือได้ แขนขวาของเขาผิดรูปไปไม่น้อย เลือดไหลออกมาเป็นสาย ครั้นเมื่อยันร่างขึ้นมาได้ เขาชี้นิ้วไปที่ สตรีบุปผาหยก หลิวอี้เฟย ในทันที อี้เฉินไม่สนใจ แม้ว่านางจะเอ่ยคำพูดใดออกมาให้เขา ตัวเขายิงเลือดปลายนิ้วมือ เข้าใส่หัวไหล่ของนางในทันที อย่างฉับพลัน ราวกับเป็นกระสุนเลือดที่ยิงออกไป
"ฟึบ!!"
หลิว อี้เฟย นางเองก็ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย มองการโจมตีของ อี้เฉินไม่ทันแม้แต่น้อย ประหนึ่งเป็นการข่มขู่นางกลายๆ 'หากเขาคิดจะฆ่าสังหารตัวนาง จริงๆ เขาก็สามารถทำได้' นางอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ยกมือขึ้นมาปิดบาดแผลที่หัวไหล่ไว้ในทันที แววตาเจือไปด้วยความหวาดกลัวเล็กๆ
หากเทียบขั้นพลังของนาง กับชายหนุ่ม นางอาจจะต่อสู้กับอี้เฉินได้อย่างสบาย แต่หากต่อสู้ด้วยผลเป็นตาย ตัวนางก็รู้สึก หวาดหวั่นขึ้นมาน้อยๆ
คนอื่นๆ ต่างเบิกตาออกกว้างอ้าปากค้างไปแล้วในยามนี้ ก่อนที่พวกเขาทั้งสอง จะแยกออกจากกัน ไปคนละทิศคนละทางของฝั่งเรือ ไม่เอ่ยพูดคำใดให้กันแม้แต่น้อย
แต่ทว่า หลิว อี้เฟย นางที่ถอยไปได้ มีสีหน้าไม่พอใจซักเท่าใดนัก แต่นางก็รู้สึกเสียดาย เหมือนว่านางจะทำให้ชายผู้นั้น โกรธเคืองตัวนางเข้าให้แล้ว
องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เข้าไปช่วยนางรักษาบาดแผลในทันที ใจลึกๆ ก็อดไม่ได้ ที่จะหวาดกลัวในตัวชายหนุ่มผมขาว หากเขาโจมตีมาที่จุดตาย ป่านนี้นางคงตายตกไปแล้วเป็นแน่ "เจ้าอดทนหน่อย หลิว อี้เฟย บาดแผลของเจ้าไม่ลึกเท่าใดนัก พักผ่อนเพียง2-3ชั่วยามก็น่าจะหายดี"
องค์ชายน้อยชิงหยู กับเจียวหยาง พวกเขาทั้งคู่ทำตัวไม่ถูกเลย ไม่รู้จะเข้าข้างใครดี ริมฝีปาก น้อยๆ ถอนหายใจออกมายาว แต่ทว่า บรรยากาศ รอบๆ ลำเรือในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความน่าอึดอัด ตึงเครียดขึ้นมาไม่น้อย