ตอนที่ 15 วาดเสือ (1)
หลังจากเหตุการณ์ดินถล่ม โจวมู่ก็ยุ่งมากกว่าเดิม
จากเื่ที่เกิดขึ้นครั้งก่อน หลี่ฉางเกิงบอกกับเขาว่า หากเกิดเื่อะไรกับตัวเขาขึ้นมาอีก การมีผู้ใหญ่สักคนอยู่บ้านด้วยน่าจะดีกว่า
ใบหน้าของโจวมู่ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไร ในใจเองก็ไม่ได้รุ่มร้อน คนที่ทำให้เขาใส่ใจได้มีเพียงลูกสาวของเขาเท่านั้น
เสี่ยวจือจือชอบปราชญ์เฒ่า ไม่ว่าปราชญ์เฒ่าจะมีฐานะอะไร โจวมู่ก็จะเลี้ยงดูเขาอย่างดี อย่างมากก็แค่ต้องดูแลเขาไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตก็เท่านั้น
ว่ากันว่า่นี้สวีจินเฟิ่งที่แต่งงานกับหมอสูงวัยในตัวตำบลกำลังหมกมุ่นอยู่กับการเล่นไพ่นกกระจอก ถึงขั้นขโมยเงินำาญของสามีแก่ๆ ของเธอออกมาถลุงเล่นและแพ้พนันจนหมดเกลี้ยง พอถูกสามีเฒ่าของตัวเองจับได้ก็ถูกไล่ทุบไล่ตีไปตามถนน กางเกงขาดหลุดลุ่ยจนรู้กันไปทั่วทั้งเมือง...
แม้แต่ชาวบ้านจากหมู่บ้านผิงโข่ว เวลาเจอหน้ากันต่างก็ซักถามด้วยรอยยิ้มเยาะ “เธอเห็นหรือยัง ก้นขาวเป็เงินยวงจริงไหม”
สวีจินเฟิ่งอับอายจนไม่กล้าออกไปข้างนอก แต่คาดไม่ถึงว่า์จะช่วยเหลือเธอ ไม่นานนัก ข่าวเกี่ยวกับการพบเจอถ่านหินที่หมู่บ้านผิงโข่วก็กระจายออกไป เพียงชั่วพริบตาเดียวก็กลบข่าวเื่ก้นขาวๆ ของสวีจินเฟิ่งไปเสียมิด
ต่อให้ก้นจะขาวกว่านี้ ก็ไม่สำคัญเท่ากับผลประโยชน์ของครอบครัว
นั่นมันเหมืองถ่านหินเชียวนะ!
เหมืองถ่านหินนี่เท่ากับความร่ำรวยเลยเชียว
แม้ว่าจะมีผู้คนเสียชีวิตนับไม่ถ้วนใต้เหมืองถ่านหิน เกิดอุบัติเหตุน่าสลดใจหลายครั้งหลายครา บ้างก็ต้องพลัดพรากจากภรรยาและลูก บ้างก็ล้มละลายจนะโตึกซึ่งมีอยู่นับไม่ถ้วน แต่เื่ความร่ำรวยมั่งคั่ง เป็เศรษฐีชั่วข้ามคืนนั้นมีมากยิ่งกว่า
ข่าวการพบเจอเหมืองถ่านหินในหมู่บ้านผิงโข่วแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแค่หมู่บ้านสือหลี่ปาที่อยู่ข้างเคียงเท่านั้น กระทั่งทั่วทั้งตำบลลิ่วเฟิงก็ใกันถ้วนหน้า และไม่เพียงเท่านั้น กระทั่งผู้คนจากในเมืองซีหู อำเภอจงซานก็มาสืบเสาะหาข่าวคราวกันด้วย
เื่นี้ทำให้ชาวบ้านผิงโข่วที่อาศัยอยู่ในหุบเขาลึกรู้สึกถึงวิกฤติอันตราย
มองไปยังหลี่ฉางเกิงอดีตผู้ใหญ่บ้านผู้เฉลียวฉลาด ที่ไปทำงานกับโจวมู่ได้สองปี อย่าว่าแต่เื่สร้างบ้านอิฐหลังใหญ่เลย ทีวีสีกับตู้เย็นยังซื้อมาด้วย และถ้าหากมองดูหมู่บ้านผิงโข่วใน่สองปีมานี้อีกครา ไฟถนนก็มีแล้ว จะไปสู่ขอลูกสะใภ้เข้าหมู่บ้านก็ง่ายขึ้น คนที่ทำงานกับโจวมู่ต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจในเื่นี้ทั้งนั้น
ไม่จำเป็ที่ชาวบ้านต้องฉลาดเฉลียวที่สุด ขอแค่มีไหวพริบเพียงเพียงเล็กน้อยก็พอแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงอยากทำงานกับโจวมู่ต่อไป หากเปลี่ยนเป็คนอื่นก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็อย่างไร
ทว่าทางหมู่บ้านผิงโข่วเองก็ห้ามไม่ให้หัวหน้าฝ่ายต่างๆ มาดูและให้คำแนะนำไม่ได้
สำนักงานที่ดินเอย สำนักงานเหมืองถ่านหินเอย สำนักงานตำรวจ ศาล สำนักงานอาหาร[1] กรมดับเพลิง สำนักงานวัฒนธรรม สมาพันธ์สตรี...
ทางหมู่บ้านจำต้องสร้างโรงอาหารของหมู่บ้านขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ เมื่อก่อนล้วนเป็ผู้ใหญ่บ้านหวังต้าฟู่ที่คอยจัดการดูแลทั้งหมด ทั้งจัดประชุม ทำอาหารสองสามอย่างและเตรียมงานดื่มเหล้าสังสรรค์ เขามาดูแลจัดการอยู่ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย ทว่าตอนนี้ไม่ได้แล้ว โรงอาหารของที่ทำการหมู่บ้านเปิดเกือบทุกวัน อีกทั้งทางหมู่บ้านยังว่าจ้างหญิงที่แต่งงานแล้วสองคนมาดูแลเื่ทำอาหารโดยเฉพาะ
หมู่บ้านผิงโข่วครึกครื้นขึ้น ทว่าสำหรับเสี่ยวจือจือแล้วทั้งหมดนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบกับเธอมากนัก เธอก็ยังคงต้องไปโรงเรียนอนุบาลอยู่ดี
อย่างไรก็ดี หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดินถล่ม ความนิยมของเสี่ยวจือจือก็มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตอนนี้เธอสามารถพาเสี่ยวฮวากับเอ้อร์หู่ไปโรงเรียนได้อย่างเปิดเผย
พวกผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคนอื่นต่างไม่คัดค้าน ทั้งยังมีความกล้าหาญ เอื้อมมือไปแตะเอ้อร์หู่ ลูบคลำเสี่ยวฮวาตอนที่มารับลูกๆ ด้วย และแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะลูบเสี่ยวจือจือ หมายจะััพลังแห่งความโชคดีสักนิดสักหน่อย
โดยเฉพาะสาวๆ ที่แต่งงานแล้ว ก็มักจะหาข้ออ้างมาััลูบคลำเสี่ยวจือจือด้วยความศรัทธาอยู่สักพัก...
ครูหลี่โหย่วเหมยภูมิใจมากที่เสี่ยวจือจือเป็นักเรียนของเธอ สะดวกสบายกว่าใครทั้งสิ้น ยอมทำตามเสี่ยวจือจือทุกคำ
วันนี้เรียนวิชาศิลปะ
เสี่ยวจือจือเสียสละแบ่งปันเอ้อร์หู่อย่างไม่เห็นแก่ตัว จูงเอ้อร์หู่ขึ้นไปบนเวที เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ทุกคนวาดรูปกันเถอะ แต่ต้องเร็วหน่อยนะ เอ้อร์หู่ี้เีมาก ยืนได้แป๊บเดียวก็อยากจะหมอบลงไปนอนแล้ว”
พวกเพื่อนๆ ตัวน้อยพยักหน้า แสดงว่าเข้าใจดี
หวังซานผิงกล่าวว่า “พี่จือจือ หมูที่บ้านผมก็ี้เีมากเหมือนกัน คุณย่าผมพูดเสมอว่าเ้าหมูน่าตายนั่นน่ะ กินแล้วก็นอน แต่ก็ยังไม่อ้วนเลย”
หลี่โหย่วเหมยมองเ้าอ้วนตัวน้อยนั่นแล้วก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เ้าหนูนี่อายุก็ตั้งเจ็ดขวบแล้ว ไปเรียกยายหนูอายุห้าขวบว่าพี่สาวนี่ไม่รู้สึกอับอายบ้างเหรอ
เชิงอรรถ
^ สำนักงานอาหาร เป็นหน่วยงานราชการที่ดูแลจัดการเรื่องเสบียงอาหารของประเทศ โดยที่ในระดับส่วนกลางของประเทศ ระดับมณฑล ระดับเมือง และระดับอำเภอล้วนมีสำนักงานอาหารประจำท้องที่