บนหน้าผาสูงชันเสียดฟ้า ร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังเคลื่อนที่ด้วยท่วงท่าที่ผิดแปลกไปจากจอมยุทธ์ทั่วไป
ไม่มีแสงสีของลมปราณห่อหุ้มร่างกาย ไม่มีการเหยียบอากาศหรือวิชาตัวเบาที่พริ้วไหว แต่ทุกก้าวย่างของ หลินเฟิง คือการะเิพลังกล้ามเนื้อล้วนๆ
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงฝีเท้ากระแทกพื้นดินดังสนั่นราวกับสัตว์ั์กำลังวิ่งไล่ล่าเหยื่อ ด้วยแรงส่งจากกล้ามเนื้อขาที่อัดแน่นด้วยพละกำลังมหาศาล ร่างของหลินเฟิงพุ่งทะยานผ่านป่าทึบด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน ต้นไม้ใหญ่ที่ขวางทางถูกเขาใช้ไหล่กระแทกจนหักโค่นเป็ทางยาวโดยที่ความเร็วไม่ตกแม้แต่น้อย
"เร็ว... เร็วกว่าเมื่อก่อนร้อยเท่า!"
หลินเฟิงรู้สึกตื่นเต้นกับร่างกายใหม่ เืลมสูบฉีดพล่าน เขาไม่ต้องเหนื่อยหอบ ไม่ต้องโคจรลมปราณ เพียงแค่ ออกแรง โลกทั้งใบก็เหมือนจะหมุนช้าลง
เบื้องหน้าคือกำแพงสูง 10 เมตรที่ล้อมรอบเขตเรือนพักบ่าวและศิษย์สายนอก กำแพงนี้สร้างจากหินแกร่ง ผิวเรียบลื่นเพื่อป้องกันผู้บุกรุก ปกติแล้วต้องใช้วิชาตัวเบาระดับสูงถึงจะะโข้ามได้
แต่หลินเฟิงไม่ได้หยุดวิ่ง
เขาพุ่งเข้าหากำแพงด้วยความเร็วเต็มพิกัด ก่อนจะกระโจนขึ้นไปกลางอากาศ!
ร่างของเขาลอยขึ้นไปได้เพียงครึ่งทาง แรงส่งเริ่มหมดลง... แต่ในวินาทีที่ร่างกำลังจะร่วงหล่น มือขวาของเขาก็ตวับเข้าที่ผนังกำแพง
ฉึก!
ปลายนิ้วทั้งห้าเจาะทะลุหินแกร่งเข้าไปลึกถึงข้อนิ้วราวกับจิ้มลงในเต้าหู้!
สกิลติดตัว: หัตถ์ไททัน (Titan's Grip) ทำงานตลอดเวลา แรงบีบระดับ 100 ตันเปลี่ยนนิ้วมือของเขาให้กลายเป็ตะขอเหล็กกล้าที่ไม่มีวันหลุด
"ฮึบ!"
หลินเฟิงเกร็งแขนเพียงข้างเดียว ดึงร่างตัวเองลอยลิ่วข้ามยอดกำแพงไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะลงสู่พื้นดินอีกฝั่งอย่างแ่เบา... หรืออย่างน้อยเขาก็พยายามจะให้เบา
ตูม!
พื้นหินปูทางเดินแตกกระจายเป็วงกว้างทันทีที่เท้าััพื้น หลินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"กะแรงยากชะมัด... ต้องฝึกควบคุมแรงให้ดีกว่านี้ ไม่งั้นพื้นพังหมดแน่"
เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น แล้วเงยหน้ามองไปทางทิศตะวันออก
ที่นั่น... เรือนไม้มุงจากสภาพทรุดโทรมตั้งเรียงรายอยู่ มันคือเรือนพักของบ่าวรับใช้ชาย กลิ่นอับชื้นและเสียงกรนที่คุ้นเคยลอยมาตามลม
หลินเฟิงเดินย่างสามขุมเข้าไปในความมืด รัศมีอำมหิตแผ่ออกมารอบตัวจนสุนัขเฝ้ายามที่นอนหมอบอยู่สะดุ้งตื่น แต่มันกลับไม่กล้าเห่า ทำได้เพียงส่งเสียงครางหงิงๆ แล้ววิ่งหนีหางจุกตูดด้วยสัญชาตญาณความกลัว
เขามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูเรือนพักหลังที่ 4... เรือนที่เขาเคยอาศัยอยู่ และเป็ที่ซุกหัวนอนของ อาซาน
ครืด...
หลินเฟิงเอื้อมมือไปจับกลอนประตูไม้เก่าๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะงัดแงะ แต่ด้วยความแค้นที่อัดแน่น เขาเผลอบีบมือแรงไปหน่อย
แกร๊ก!
กลอนเหล็กหนาบิดเบี้ยวและหักคามือเขาในพริบตา เศษเหล็กร่วงกราวลงพื้น
หลินเฟิงแสยะยิ้มเย็นเยียบภายใต้เงามืดของค่ำคืน เขาผลักประตูเข้าไปช้าๆ
ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา บ่าวรับใช้ 4-5 คนนอนเรียงกันอยู่บนแคร่ไม้ แต่คนที่นอนสบายที่สุด บนฟูกนุ่มที่ขโมยมา และกรนเสียงดังที่สุด คือชายร่างท้วมที่นอนอยู่ริมสุด
อาซาน
มันกำลังนอนละเมอ เกาพุงอย่างมีความสุข คงกำลังฝันถึงรางวัลที่จางเหว่ยจะมอบให้ในวันพรุ่งนี้
หลินเฟิงเดินเข้าไปเงียบกริบ เงาร่างของเขาทาบทับลงบนร่างของอาซาน กลิ่นคาวเืที่ติดตัวเขามาเริ่มส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วห้อง
บ่าวรับใช้คนหนึ่งที่นอนอยู่ข้างๆ รู้สึกตัวตื่นเพราะกลิ่นเหม็นเน่า เขาขยี้ตาอย่างงัวเงียแล้วหันมามอง
"อือ... ใครวะ... เหม็นชะมัด... ไปอาบน้ำ... เฮ้ย!!!"
เสียงะโด้วยความใสุดขีดดังลั่นห้อง บ่าวรับใช้คนนั้นตาเบิกโพลง ตัวสั่นงันงกเมื่อเห็นร่างในเงามืดที่สภาพเหมือนศพเดินได้
"ผะ... ผี! ผีหลอก!"
เสียงเอะอะโวยวายทำให้คนอื่นๆ ในห้องสะดุ้งตื่นตามกันมา ทุกคนต่างถอยกรูดไปติดผนังด้วยความหวาดกลัว
"หนวกหูโว้ย! ใครมันแหกปากกลางดึกวะ!"
อาซานตวาดลั่น ลุกขึ้นนั่งด้วยความหงุดหงิด "อยากโดนดีรึไง! ข้าจะฟ้องนายน้อยจางเหว่ยให้สั่งโบยพวกแกให้หมดเลย!"
"หัวหน้า... ดู... ดูนั่น..." ลูกน้องคนหนึ่งชี้มือสั่นระริกไปที่ปลายเตียงของอาซาน
อาซานหันขวับไปมอง แล้วก็ต้องชะงักค้าง
เบื้องหน้าของเขา คือชายหนุ่มในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ร่างกายเต็มไปด้วยคราบเืแห้งกรังและดินโคลน ผมเผ้ายุ่งเหยิงปรกหน้า แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ส่องประกายวาวโรจน์ในความมืดนั้น...
"ไง... หลับสบายดีไหม เพื่อนรัก?"
น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับส่งตรงมาจากขุมนรกดังขึ้น
อาซานอ้าปากค้าง หน้าซีดเผือดจนไร้สีเื ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บๆ จนฉี่ราดรดที่นอน
"ละ... หลิน... หลินเฟิง!?" อาซานละล่ำละลัก เสียงหลง "เป็ไปไม่ได้! ข้าโยนเอ็งลงเหวไปกับมือ! เอ็งตายไปแล้ว! ผี! ผีหลอก!!!"
"ผีงั้นรึ?"
หลินเฟิงก้าวเท้าเหยียบลงบนขอบเตียงไม้
กร๊อบ!
ขอบเตียงไม้เนื้อแข็งแตกละเอียดเป็ผุยผงภายใต้ฝ่าเท้าเปล่าเปลือยของเขา
"ผีที่ไหนจะมีแรงขนาดนี้กันล่ะ... หือ?"
หลินเฟิงยื่นมือขวาออกไปช้าๆ มือข้างที่อาซานเคยเห็นว่ามันหักจนบิดเบี้ยว บัดนี้มันกลับดูแข็งแกร่งดุจคีมเหล็ก
"อย่า... อย่าเข้ามานะ!" อาซานถอยกรูดจนหลังชนกำแพง คว้าหมอนข้างมาบังตัวราวกับมันจะช่วยป้องกันอะไรได้
"ข้ากลับมาคืนของ..." หลินเฟิงแสยะยิ้มที่มองเห็นฟันขาวสะอาด ตัดกับใบหน้าที่เปื้อนเื "ข้ากลับมาคืนความเ็ปที่พวกแกมอบให้ข้า... พร้อมดอกเบี้ย!"
วูบ!
หลินเฟิงตวัดมือวูบเดียว คว้าเข้าที่ลำคออวบอ้วนของอาซาน ยกตัวมันลอยขึ้นจากพื้นด้วยแขนข้างเดียว!
"อึก... อ๊าก... ปล่อย..."
อาซานดิ้นพราดๆ ขาลอยเหนือพื้น สองมือพยายามแกะมือของหลินเฟิงออก แต่มันรู้สึกเหมือนกำลังงัดข้อกับูเาหิน ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิล
"จำได้ไหม อาซาน..." หลินเฟิงกระซิบ "เอ็งเคยบอกว่าคนอ่อนแอไม่มีสิทธิ์เงยหน้ามองเอ็ง..."
แรงบีบที่คอค่อยๆ เพิ่มขึ้น... เพิ่มขึ้นทีละน้อย...
"ตอนนี้... ใครกันแน่ที่อ่อนแอ?"