แสงจันทร์ยามค่ำคืนเฉิดฉายไปทั่ว ดินแดนอันศิวิไลซ์ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาต่างก็ทำกิจวัตรของตนเองอยู่อย่างครื้นเครง เพียงแต่ว่า วันนี้เป็วันพิเศษ พวกเขามีการจัดคอนเสิร์ตเกิดกลางแจ้งขึ้นในเวลากลางคืน เป็งานที่จัดใกล้ๆชายหาด เพราะแถบนั้นเป็แหล่งท่องเที่ยวที่มีความนิยมเป็อย่างมากเลยทีเดียว
เสียงเพลงที่ดังขึ้นทั่วทุกสารทิศ ผู้คนต่างก็เข้าร่วมตามเสียงเพลงเหล่านี้กันอย่างล้นหลาม ทุกคนต่างตื่นเต้น และสนุกไปกับเสียงเพลงที่ชวนโยกหัวไปตามๆกัน
อีกฝากหนึ่ง ด้านหลังของูเาที่อยู่ไกลจากเมืองที่ชุลมุนนี้ มีชายที่ดูเหมือนว่าไร้อนาคตนั่งอยู่บนม้านั่งอยู่คนเดียว อย่างเหงาๆ เงียบๆ และเปลี่ยวใจ
เขาเป็คนตกงาน และยังหางานไม่ได้ ตอนนี้เขาไม่มีเงินไว้เลี้ยงชีพตัวเองอีกต่อไป
เนื่องจากไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าเช่าห้องที่ตนอาศัยอยู่ อีกไม่นานเขาก็จะถูกไล่ และจะกลายเป็คนเร่ร่อนในไม่ช้า
ถ้าเป็ตามที่เห็นในทีวีล่ะก็คงจะนั่งดื่มเหล้า พร้อมกับร้องเพลงอะไรสักอย่างไปด้วย เพียงแต่ว่าในตอนนี้นั้น เขาไม่มีตังค์
เขาพึ่งจะอยู่ในวัย 25 ปีเท่านั้น แต่เนื่องจากการถูกกลั่นแกล้งขึ้นในที่ทำงาน เขาจึงถูกไล่ออก แถมครอบครัวของเขาก็ยังตัดหางเขาทิ้ง และญาติๆที่น่ารักต่างก็ไม่ยอมช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น
ระหว่างที่เขาคิดถึงอนาคตอันไร้จุดหมายอยู่นั้น ดาวตกก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ไม่สิ ด้วยจำนวนของมัน คงจะเรียกได้ว่ามันคือฝนดาวตกจำนวนมาก กำลังพุ่งผ่านโลกของเขาไป
"สวยโครตเลย นี่ยังคงเป็วันดีของเราเหมือนกันสินะ"
เขาเคยได้ยินมาว่าถ้าขออะไรกับดาวตกครบ สามครั้งก่อนที่มันจะหายไป สิ่งนั้นจะกลายเป็จริง
ถึงจะเป็ความเชื่องมงาย แต่เขารีบอธิฐานขึ้นอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เขาขอนั้น มันก็เพียงแค่ชีวิตอันสงบสุขที่เขาเคยฝันเอาไว้ ไม่จำเป็ต้องห่วงหรือกังวลกับอะไรทั้งสิ้น ขอเพียงแค่นั้น ก็อาจจะดูมากเกินไปในโลกแบบนี้
เขารู้อยู่แล้วว่ามันเป็เื่ไร้สาระ และกำลังจะเดินกลับที่พัก
ทันใดนั้นเอง แสงสีเขียวเส้นหนึ่งก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว มันสว่างเสียจนไม่อาจที่จะเมินเฉยมันไปได้
แสงของมันดูสวยงามเป็อย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นสิ่งที่สวยงามขนาดนี้มาก่อนในชีวิตตามธรรมชาติ
แสงที่ว่านั่นมันเริ่มใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ...
หลังจากที่ยืนอึ้งกับแสงเขียวได้สักพัก เขาก็รู้สึกตัวว่า มันกำลังพุ่งมาทางเขา
"...ชิบหาย"
เมื่อเห็นดังนั้น เขาจึงรีบหาทางหลบ โดยวิ่งออกจากจุดนั้นและพยายามไปหลบอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง
เพียงแต่ เขาอาจจะตัดสินใจช้าเกินไปหน่อย
ตู้มมมม!!!
แสงเขียวนั้น แท้จริงแล้วมันก็คือชิ้นส่วนจากฝนดาวตกนั่นเอง
พื้นดินโดยรอบสั่นะเืไปไกลถึงหลายกิโลเมตร รวมถึงบริเวณที่ผู้คนกำลังอยู่ในงานไม่ไกลออกไป
เหล่าผู้คนที่อยู่ในเมืองที่กำลังจัดงานอยู่ใกล้ๆนั้นก็ต่างตื่นตระหนกไปตามๆกัน
"เสียงอะไรน่ะ!?"
"ะเิงั้นเหรอ!?"
"รึว่า จะเป็ผู้ก่อการร้าย!?"
คนคุมงานที่กำลังจัดงานนี้ขึ้นก็เห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีแล้ว ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ผู้คนต้องหนีไปอย่างแน่นอน ด้วยความตั้งใจที่จะควบคุมสถานการณ์เขาจึงคว้าไมค์ที่สามารถหาได้จากแถวนั้นมาในทันที
"ใจเย็นๆกันก่อนครับทุกคน! เมื่อครู่นี้ทางเราได้เตรียมของที่จะเซอร์ไพรส์ทุกคน แต่ว่ามันดันผิดพลาดซะก่อน ฉะนั้นเราจะชดเชยโดยการเลี้ยงเครื่องดื่มแบบไม่อั้นให้ทุกคนเองครับ!" เสียงพูดผ่านไมค์จบลง ผู้คนในงานต่างก็ตื่นเต้นที่จู่ๆก็ได้เครื่องดื่มไปฟรีๆแบบนี้
ผู้คนต่างก็เริ่มสนุกไปกับงานอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่สนใจว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
จู่ๆ ก็มีชายที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มีท่าทางแปลกๆดูแล้วคล้ายกับคนเมา เพราะการเดินที่ดูเสียสมดุล
เพียงแต่ ท่ามกลางงานที่ครึกครื้นขนาดนี้ ย่อมไม่มีใครที่จะสนใจคนเมาคนเดียวอย่างแน่นอน
"นี่..พี่ชาย สนใจจะไปทำอะไรสนุกๆกับหนูบ้างรึปล่าวล่ะ?" ผู้หญิงหน้าตาสละสลวยคนหนึ่งเดินเข้ามาตบไหล่ชายคนนี้ เธอเล็งเขาไว้ั้แ่ก่อนจะเริ่มงานแล้ว เพราะเขาหน้าตาดีใช่ย่อยเลย
ทันใดนั้นชายที่โดนทักนั่นก็หันหน้ามาหาเธอ
เพียงแต่ว่าใบหน้าที่ควรจะหล่อเหล่า ตอนนี้มันกลับดูหน้ากลัวอย่างเห็นได้ชัด
เส้นเืปูดโปนรวมอยู่ที่บริเวณหน้าผาก ดวงตาแดงก่ำ และน้ำลายฟูปากอยู่เหมือนกับชักกระตุก
"..เอ่อ เป็อะไรรึเปล่า?" เธอเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้วที่เห็นคนตรงหน้าเป็อะไรก็ไม่รู้
จังหวะนั้นเอง ชายคนนั้นก็เอามือทั้งสองข้างจับไหล่ของเธอเอาไว้จนแน่น มีเืไหลออกมาตรงปลายเล็บที่จิกลงไหล่ของเธอ เขายื่นหน้ากัดลงไปที่คอของผู้หญิงคนนั้นทันที
"กรี๊ดดดดดด!!!" เสียงร้องดังขึ้นอย่างเ็ปดังไปทั่ว ผู้คนที่ได้ยินเสียงต่างก็หันไปทางต้นตอที่ว่านั่น
"เฮ้ย! ทำอะไรวะ ปล่อยเธอซะ" มีชายผู้หนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่รอช้า เขารีบดิ่งไปยังผู้หญิงคนนั้นทันที และพุ่งกระแทกไปยังชายผู้ที่เหมือนเป็บ้าอย่างแรง
เขาใช้มือล๊อคที่คอ และเรียกให้คนรอบๆไปดูอาการของผู้หญิงที่โดนกัด
ระหว่างที่เขาเผลอ เขาก็ถูกชายที่เขาล๊อคไว้นั้น กัดเข้าที่ข้อมืออย่างแรง
"อ๊ากกกกก!!!" ชายคนนั้นกรีดร้องลั่น แต่ว่ามันไม่ได้ช่วยให้เขาหลุดจากสถานการณ์นั้น
ฟันที่กัดบริเวณข้อมือนั้นสะบัดไปอีกทาง ชิ้นเนื้อจำนวนหนึ่งหลุดออกมาอย่างน่าสยดสยอง
เท่านั้นยังไม่พอ ผู้คนที่ไปดูอาการของผู้หญิงคนนั้น ต่างก็เห็นเธอเรื่อมคลุ้มคลั่ง และโจมตีคนรอบๆเช่นกัน
หลายคนที่รู้สึกคุ้นๆเหมือนจะเคยเห็นในหนัง ต่างก็เข้าใจสถานการณ์ และรีบวิ่งหนีออกไปทันที พร้อมกับะโไปดังๆว่า
"หนีเร็วทุกคน! ซอมบี้มันมาแล้ว!!!"
ณ วินาทีนั้น ไม่ว่าจะเป็เมืองเล็กๆ ประเทศ หรือทั้งทั่วโลก ต่างก็มีเหตุการณ์คล้ายๆกันเกิดขึ้นไปทั่ว
ซึ่งนั่นก็มาจากตัวต้นเหตุเดียวกัน ใน่เวลาที่ดาวหาวปริศนาหล่นลงมายังพื้นโลก แรงกระแทกได้ส่งหมอกควันฝุ้งกระจายไปทั่วทั้งเมืองแถบนั้น รวมถึงละอองแปลกประหลาดที่แฝงรวมอยู่ด้วยกัน มันมีคุณสมบัติที่โปร่งใสไร้สี และมีน้ำหนักที่เบาบางมากพอที่จะถูกพัดไปตามสายลม สิ่งนั้นถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดด้วยความรวดเร็วอันน่าเหลือเชื่อ มันขยายพื้นที่ไปครอบคลุมทั่วทั้งเมือง และลามไปเรื่อยๆจนครอบคลุมทั้งประเทศเพียงชั่วอึดใจ ไม่นานนัก ทั่วทั้งโลกก็ถูกปกคลุมไปด้วยสะสารปริศนาเหล่านี้ โดยเมื่อรู้ตัวอีกทีมันก็สายไปเสียแล้ว
ทุกๆช่องข่าวทั่วโลกต่างก็พูดถึงประเด็นเดียวกันว่า มีกลุ่มคนได้เริ่มลงมือทำร้ายคนรอบข้างอย่างไม่มีเหตุผล มีผู้าเ็และนำส่งเข้าโรงพยาบาลเป็จำนวนมาก
เ้าหน้าที่หลายคนเข้าไปหยุดเหตุการณ์ชุลมุน แต่ว่าก็ไม่เป็ผลสำเร็จ พวกเขาถูกทำร้ายจนาเ็สาหัส และยังมีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าใจหาย
ผู้นำของแต่ละประเทศต่างแถลงว่ามีเหตุผู้ก่อความวุ่นวายเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และขอให้ผู้คนหลบซ่อนอยู่ในบ้าน และเตรียมเสบียงเอาไว้ให้พร้อมสำหรับเวลาฉุกเฉิน
ห้างสรรพสินค้าหลายๆที่นั้นแทบจะว่างเปล่า ทุกอย่างที่นำมาใช้บริโภคได้ถูกเก็บไปทั้งหมด ในเว็ปต่างๆก็เริ่มมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับวันสิ้นโลกที่พวกเขาเห็นในหนังกันบ่อยๆอยู่เต็มไปหมด ทุกคนต่างหาวิธีป้องกันและติดต่อกับคนอื่นๆอยู่ตลอดเวลา
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
พื้นที่หลายแห่งเหมือนกับถูกปิดตาย มีซอมบี้จำนวนมากเดินเพ่นพ่านไปทั่ว กลุ่มคนบางส่วนต่างเปลี่ยนวิถีการเอาตัวรอดของตนเอง โดยเริ่มตั้งกลุ่มขึ้น และบุกปล้นผู้คน
ทั่วทุกที่ต่างกลายเป็นรกบนดิน ไม่มีความหวังหลงเหลือให้เห็นอยู่เลยแม้แต่น้อย ความโกลาหลดังกล่าวได้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานไปหลายต่อหลายวัน หลายเดือน จนถึงหลายปีด้วยกัน ที่จู่ๆ ความวุ่นวายเ่าั้เหมือนจะเงียบหายไปโดยไม่มีใครรู้ตัว
.
.
.
.
'...ปวดหัวชะมัดเลย' ชายผู้ที่ถูกลูกหลงจากแรงกระแทกจากอุกกาบาตปริศนาพุ่งชนโลกเมื่อตอนนั้นนั่นเอง
เขายังมีชีวิตอยู่....และยังไม่กลายร่าง!
'นึกว่าจะได้จบชีวิตก่อนเลขสามซะแล้วแฮะ'
เขาตื่นขึ้นมาด้วยสายตาที่พร่าเลือน ไม่คุ้นชินกับแสงภายนอกเท่าไหร่นักแต่ก็ใช้เวลาไม่นานในการปรับตัว เขามองไปทั่ว ก็พบกับหลุมขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากเขาเท่าไหร่นัก ดูๆแล้ว เขาน่าจะถูกพัดกระเด็นไกลออกมาจากแรงะเิ และด้วยปาฏิหาริย์หรืออะไรก็ตามแต่ าแที่ควรจะได้้รับนั้นกลับไม่มีอยู่เลย
'ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายังไม่ตาย...หรือว่าเราจะเป็พวกดวงกุดอะไรแบบนั้นรึเปล่านะ? ขนาดดาวหางที่อยู่ตั้งไกล ยังจะมาร่วงทับหัวซะอีก'
ชายหนุ่มคิดพลางเกาหัวแกรกๆ รับรู้ได้ถึงความผิดแปลกจากัับนฝ่ามือ เส้นผมของเขานั้นยาวขึ้นกว่าเดิมมาก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเอะใจอะไรเป็พิเศษ หลังจากนั้นไม่นาน ประสาทรับรู้อย่างอื่นก็โจมตีเขาโดยไม่ทันตั้งตัว เขาก็รู้สึกหิวน้ำเป็อย่างมาก ่ลำคอรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกไฟเผาอยู่ภายใน แม้เพียงการกลืนน้ำลายก็คล้ายกับมีใบมีดกำลังกรีดคอของเขาอยู่ นั่นก็เป็เพราะว่าเขาไม่ได้กินหรือดื่มอะไรมาหลายเดือนแล้วนั่นเอง
"แค่ก!...อะ...ระ??" เขาพูดไม่ออก นิ้วมือคลำจับไปตาม่คอและใบกน้า สังเกตุได้อีกว่าริมฝีปากแห้งแตกและซีดเซียวมากๆ ด้วยความใ เขาจึงรีบมองหาน้ำสะอาดที่อยู่ใกล้ๆทันที
โชคดีที่ด้วยสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็ใจ มีบ่อน้ำใกล้ๆจากจุดที่เขาอยู่ ไม่รอช้า เขารีบพุ่งไปหาบ่อน้ำนั่น เหมือนกับปลาที่เกยตื้นเหนือน้ำด้วยความตื่นตระหนก
อึก อึก อึก อึก อึก
เสียงที่ถูกเติมเต็มลงผ่านลำคอไป ทำให้อาการที่ดูเหมือนคนใกล้ตายนั้นกลับมาเป็ปกติอีกครั้งหนึ่ง ความชุ่มชื้นเปลี่ยนริมฝีปากที่แห้งผากให้กลับมาอยู่ในสภาพที่พอรับได้ เขาใช้เวลาพักใหญ่ไปกับการสูบน้ำขึ้นมาจากแอ่งเข้าปากจนเกือบลืมหายใจ
"ฮ้าา!! สดชื่นสุดๆ! นึกว่าจะตายแน่ๆซะแล้ว"
หลังจากที่ผ่านพ้นสถานการณ์ที่เร่งรีบนั้นแล้ว เขาได้เห็นสิ่งที่ผิดปกติไปจากเดิมอีกด้วย ด้านหน้าของเขา แสงสะท้อนจากท้องฟ้าได้ฉายภาพบางอย่างให้ได้เห็น ทีแรกภาพของมันไม่ชัดเจนเพราะสติของเขามัวสนใจอยู่กับการหาน้ำดื่ม แต่ตอนนี้มันชัดเจนขึ้นแล้ว
"หืม?...เอ๋!!? นี่มันอะไรกัน!!!?" สิ่งที่เขาเห็นผ่านผิวน้ำนั่นก็คือ ใบหน้าของเด็กหนุ่มอายุ 13 ปี ที่หน้าตาหน้ารัก และดูหล่อเหลาอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ว่านี่มันไม่ใช่ใบหน้าที่เขารู้จัก!
"ไอเด็กนี่มัน...ใครกันฟะ???" เขาสบถขึ้นอย่างหวาดกลัว คงไม่มีใครหน้าตาดีที่ไหนนอนอยู่ใต้น้ำแล้วจ้องมาที่เขาอย่างแน่นอน
เขาตัดสินใจมองลงไปที่บ่อน้ำอีกครั้ง และก็ยังเห็นหนุ่มน้อยหน้าตาดีอยู่เหมือนเดิม
หลังจากนั้นก็ลองพวกโบกมือไปมา แลบลิ้นใส่ ใบหน้านั่นก็ทำตามอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย
ทำให้เขารู้ตัวได้ว่า ไอหนูหน้าตาดีคนนี้แหละคือเขานั่นในเอง!
"เอาจริงเหรอเนี่ย!?" เขาไม่ได้เป็ลุงวัย 25 ย่าง 26 อีกต่อไป เขากลายเป็เด็กอายุ 15 แล้ว
นี่มันนิยายเื่อะไรกัน!
เขาถอดเสื้อสำรวจร่างกายของตัวเอง พบว่าตัวเขานั้นเด็กลงจริงๆั้แ่หัวตลอดจนถึงฝ่าเท้า
รูปร่างที่ดูดีชวนหลงไหล มีซิคแพค และกล้ามเนื้อสมส่วนอยู่เป็มัดๆ เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อเป็ดาราเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะดูซูบผอม แต่ถ้าได้ดูแลสักหน่อยล่ะก็เห็นภาพไม่ยากเลย
ถ้าสาวๆคนไหนมาเห็นเข้า รับรองว่าต้องร้องว้าวไปตามๆกันเลยทีเดียว
ด้วยขนาดชุดเก่าๆที่หลวมโคร่งนั้นเอง ทำให้เขาตัดสินใจกลับไปเพื่อจะหาชุดใส่
"...นี่มัน อะไรกัน?" สิ่งที่เขาเห็นนั้น แทบทำให้เขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
เมืองที่ดูศิวิไลซ์นั้น ตอนนี้ได้กลายเป็เมืองที่ดูเละเทะไปหมด มีศพสภาพไม่สวยนักนอนเกลื่อนอยู่ทั่ว และมีบางอย่างที่เหมือนคนกำลังเดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย เขาไม่อาจบอกได้ว่าสถานการณ์แบบนี้มันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
นี่เขาหลับไประหว่าง่เวลาที่โลกกำลังสูญสลายอย่างนันเหรอ?
เขาพอดูหนังเกี่ยวกับอะไรแบบนี้มาบ้าง และเขาใจได้ว่าพวกนี้คือซอมบี้ พวกที่มักจะไล่กัดคนและแพร่เชื้อให้เป็พวกเดียวกัน
เขาสั่นกลัว และได้แต่ตั้งคำถามขึ้นมาโดยไม่หวังว่าจะได้คำตอบ ทำไมมันถึงมีอะไรแบบนี้มาอยู่ในเมือง? ทำไมมีศพมากมายนอนอยู่ทั่วท้องถนน? ทำไมถึงต้องเป็เมืองที่เขาอยู่?
ด้วยความกลัว แต่ว่าไม่ถึงกลับขี้ขลาด เขาจึงตัดสินใจแอบไปสำรวจตรงมุมตึกต่างๆด้วยความระมัดระวัง
ใช้เวลาไม่นานนัก เขาสามารถเข้ามาในบ้านพักของตนได้อย่างปลอดภัย
โชคดีที่บ้านของเขาแทบจะอยู่ด้านนอกสุดของเมือง เพราะราคามันถูก จึงไม่ต้องลำบากวิ่งฝ่าดงคนตายไป
เขารีบเข้าไปที่ห้องของตน และต้องประหลาดใจเมื่อได้เห็นว่ามีฝุ่นปกคลุมอยู่เต็มไปหมดตามพื้นดินและเฟอร์นิเจอร์ที่กระจัดกระจายไปทั่ว มาดูดีๆแล้วตัวอาคารบ้านเรือนใกล้เคียงกันนั้นรถมีสภาพที่ผ่านอะไรมาเยอะในระหว่างที่เขาหลับไป บางหลังทรุดตัวลงด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง
หน้าต่างบานกระจกก็มีรอยแตกอยู่ให้เห็นประปราย ห้องของเขาเองก็เช่นกัน ของส่วนใหญ่ถูกรื้อค้นไปจนหมด แต่นั่นก็เป็การกระทำอย่างลวกๆ และจากที่เขาจำได้นั้นก็น่าจะมีเพียงสิ่งของเครื่องใช้และอาหารที่ถูกเอาไปและเตรียมเก็บสัมภาระ พร้อมกับเปิดทีวีเพื่อดูสถานการณ์ หวังว่าจะได้รับรู้ถึงสถานการณ์โลกภายนอก
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ไฟฟ้าและทีวีของเขาดูเหมือนจะยังใช้ได้ รายการทีวีหลายช่องไม่มีสัญญาณ แต่พอค้นหาไปเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็พบช่องที่ยังใช้การได้อยู่ช่องหนึ่ง
นี่ไม่ใช่การถ่ายทอดสดตามปกติ มันเหมือนกับอัดเทปไว้ แล้วเอามาฉายซ้ำวนไปซะมากกว่า
"โรคระบาดลึกลับแพร่กระจายไปทั่วทั้งโลก จนถึงตอนนี้ยังไม่มีวิธีรักษา ขอให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน และรอความช่วยเหลือจากด้านนอกโดยรับฟังข่าวสารจากทางวิทยุ และระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีมาขอเข้าอาศัยด้วย เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง ทางทหารจะส่งอุปกรณ์ที่จำเป็ทุก 1 เดือนทางอากาศ โปรดใช้มันอย่างระมัดระวัง ขอให้ทุกท่านโชคดี" หลังจากนั้น ทีวีก็รันแบบเดิมอีกครั้ง
เขาปิดทีวี และนั่งลงบนเตียงอย่างสิ้นหวัง
"...อุตส่าห์ทีความหวังที่ได้หน้าตาแบบนี้มาแท้ๆ แต่จะให้มาตายเนี่ยนะ! แม่งเอ้ย!!" เขาโยนรีโมตทิ้ง และหันกลับไปเก็บสัมภาระที่ยังคงหลงเหลือต่อต่อ
นาย ดิล ศ-
เกิดปี 2000
เขาพบกับบัตรประจำตัวของเขาที่ขาดหายไปส่วนนึง แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะคาดว่ามันคงไร้ประโยชน์ที่จะเก็บไว้ใช้แล้ว
หลังจากที่เก็บจองที่จำเป็ไว้ในกระเป๋าสะพายแล้ว เขายังเก็บมีดปอกผลไม้ในครัวออกมาอีกด้วย
เขาพยายามที่จะไปเมืองอื่นที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ว่ารถของเขาพึ่งโดนยึดไปได้ไม่กี่วัน เขาจึงต้องเดินทางเท้าแทน
ระหว่างการหลบหนีนั้น จู่ๆกระป๋องที่มาจากไหนก็ไม่รู้ กลิ้งมาให้เท้าของเขาเหยียบอย่างพอดิบพอดี ถึงเขาจะเห็น แต่ว่าด้วยน้ำหนักที่ก้าวลงไปแล้ว จึงทำให้เขาได้แต่ใเท่านั้น
แกรรบบ!!!
ใจหล่นไปถึงตาตุ่ม เขากวาดสายตาไปรอบๆ และพบกับ ฝูงซอมบี้ที่กำลังหันมา และกำลังเดินมาหาเขาอย่างช้าๆ