1
วันแรกของการไม่ได้เป็มนุษย์
น้ำค้างยามเช้าพร่างพรมบนผืนหญ้าเขียวชอุ่มแสงตะวันสาดส่องเหนือแมกไม้ นกกระจอกตัวน้อยบนกิ่งก้านต่างสะบัดขนส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว
“พี่ชายพี่จะมาหาพวกเราอีกเมื่อไหร่เหรอคะ” เด็กหญิงที่กอดตุ๊กตาหมีน้อยเงยหน้ามองอย่างกล้าๆ กลัว ๆ ดวงตาสีดำสนิทฉายแววคาดหวัง
ชายหนุ่มผู้ถูกถามรายล้อมด้วยเหล่าเด็กน้อยอย่างเนื้อหอมกู้หวายกล่าวยิ้ม ๆ
“สัปดาห์หน้าแล้วกันถึงตอนนั้นจะเอาของขวัญมาให้พวกหนูอีกนะ”
ที่นี่เป็สถานสงเคราะห์เด็กย่านชานเมืองA เพิ่งรีโนเวทใหม่ด้วยเงินสนับสนุนจากกู้หวาย สภาพโดยรอบจึงดูอบอุ่นสะดวกสบาย
เหตุผลที่กู้หวายให้เงินสนับสนุนจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรเป็พิเศษ เขาแค่เคยเป็เด็กในอุปการะของที่นี่ พอตอนนี้มีกำลังช่วยไหวจึงอยากตอบแทน
อีกสักระยะชานเมืองA จะอุณหภูมิลดต่ำ เป็สัญญาณเริ่มต้นฤดูหนาวอย่างเป็ทางการกู้หวายวางแผนว่าครั้งถัดไปจะนำเสื้อผ้าหน้าหนาวใหม่ ๆ มาให้พวกเด็ก ๆเป็ของขวัญตามสัญญา
หลังจากเยี่ยมเยียนเด็กๆ ในสถานสงเคราะห์เสร็จ กู้หวายก็กลับบ้านนั่งตรงโต๊ะคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มทำงานส่วนของวันนี้
อาชีพของกู้หวายคือนักเขียนบทแม้อายุจะยังน้อย แต่ก็มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการ ถ้วยรางวัลน้อยใหญ่ภายในห้องเอามาวางเรียงรายได้จนเต็มโต๊ะยิ่งไปกว่านั้นยังเป็ทองคำบริสุทธิ์แทบทั้งหมด
แต่ต่อให้เขียนบทได้ยอดเยี่ยมเพียงใดบางครั้งก็ยังสลัดโรคผัดวันประกันพรุ่งไม่หลุด จนต้นฉบับพลอยล่าช้าไปด้วยอยู่ดีกู้หวายมองบทภาพยนตร์ในมือที่เสร็จไปประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วพลันปวดหัวตุบ ๆ
ในเมื่องานคืบหน้าไปตั้งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็น่าจะเสร็จได้ง่าย ๆ จริงไหม
ก็ใช่อยู่หรอก
แต่ถ้าพรุ่งนี้เป็เดดไลน์ล่ะ?
กู้หวาย “...”
น่าปวดหัวชะมัด
ยังดีที่เป็งานแปลงต้นฉบับจากนิยายมาปรับบทซึ่งไม่ยากเท่าไร ถ้าอยู่โต้รุ่งก็คงเสร็จทันพอดีแหละ
เสียงแป้นพิมพ์ดังต๊อกแต๊กในห้องอย่างต่อเนื่องเขาเริ่มทำงานั้แ่เก้าโมงเช้า ยุ่งหัวหมุนจนความมืดมาเยือนผืนฟ้านอกหน้าต่างจวบจนแสงสว่างของวันใหม่ปรากฏอีกครั้งก็ยังคงทำงานไม่หยุดหย่อน
นอกจากข้าวเช้าหนึ่งมื้อที่กินไปอีกสองมื้อก็ถูกกู้หวายผู้จมกับงานละเลยเสียสนิท
ถึงเขาจะเป็โรคผัดวันประกันพรุ่งแต่ก็ไม่ได้ชอบเลื่อนส่งต้นฉบับ หนึ่งวันก่อนเดดไลน์ทีไร กู้หวายจึงมักจะปั่นงานไฟลุกเสมอ
แน่นอนว่าการโหมงานหนักยี่สิบกว่าชั่วโมงโดยไม่หยุดพักย่อมทำลายสุขภาพอย่างร้ายแรง
กว่ากู้หวายจะเขียนบทเสร็จเขาก็ได้ยินเสียงไก่ของเพื่อนบ้านขันพอดี
กู้หวายทวนบทต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์พลางผ่อนคลายประสาทอันตึงเครียดลง
และในวินาทีที่ผ่อนคลายนี้เองจู่ ๆ เบื้องหน้าของเขาก็พลันมืดดับ
ถ้าให้อธิบาย ก็คงคล้ายสายป่านที่ตึงเปรี๊ยะมานานเกินจะรั้งและขาดผึงในที่สุด
ยามเผชิญความตายมนุษย์เราจะมีสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง ทั้งที่ร่างกายขยับไม่ได้และค่อย ๆ เย็นลงทว่าสติกลับยังแจ่มชัดเป็่สั้น ๆ
เพียงเสี้ยวเวลาก่อนสติจะหลุดลอยกู้หวายนึกถึงเื่ราวไม่น้อย
สิ่งแรกที่คิดคือดีจังที่ทำพินัยกรรมไว้นานแล้ว หลังจากตาย เงินทั้งหมดที่หามาได้ตลอดหลายปีจะถูกนำไปบริจาคให้สถานสงเคราะห์เด็กที่เขาโตมา
จากนั้นเขาก็เดาคำค้นหายอดนิยมในเว่ยป๋อของวันนี้ไว้หากผู้กำกับทนรอต้นฉบับไม่ไหวจนถ่อมาหาถึงบ้านเขาด้วยตนเอง ประเด็นร้อนคงไม่พ้น ‘นักเขียนบทอัจฉริยะxx ดับคาบ้านกะทันหัน’ แน่
สุดท้ายกู้หวายก็ชักกระดากเล่นชมตัวเองเป็อัจฉริยะแบบนี้ จะดูหน้าไม่อายไปหน่อยไหมนะ
---ช่างเถอะ ก็ตายแล้วนี่นา
ถัดมา สติสัมปชัญญะของกู้หวายก็หายวับโดยสมบูรณ์เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองคงไม่ฟื้นอีกแล้ว แต่ที่ไหนได้ ทุกอย่างกลับคล้ายหลับตาแล้วลืมขึ้นมาใหม่เขาพบว่าตนเหมือนจะยังมีชีวิตอยู่
แทนที่จะยินดีที่รอดตายสมองอันฉับไวกลับทำให้กู้หวายจับสังเกตได้ว่า สถานการณ์ที่ตนกำลังเผชิญอยู่ออกจะทะแม่งๆ แปลก ๆ
ลืมตาแล้วแท้ ๆทว่าภาพเบื้องหน้ากลับมืดสนิทเสียอย่างนั้น
ทีแรกกู้หวายนึกสงสัยว่าเขาตาบอดไปแล้วหรือเปล่าแต่เมื่อลองยื่นมือไปััผนังรอบ ๆ จึงได้รู้ว่าตนกำลังนอนอยู่ในพื้นที่คับแคบปิดทึบต่างหาก
ก่อนอื่นเลย ที่นี่ไม่น่าใช่โรงพยาบาลแน่ๆ
หรือจะเป็...โลงศพ?
แต่ความคิดที่เพิ่งผุดวาบไม่ถึงหนึ่งวินาทีก็ถูกกู้หวายปัดตกทันควัน
โลงศพก็ไม่น่าใช่มีการฝังศพบ้านไหนกันที่ไม่สวมเครื่องนุ่งห่มให้คนตายแบบนี้ ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อน
ตอนนี้ตัวเขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าเปลือยเปล่าล่อนจ้อน แถมผิวยังชุ่มเมือกลื่นบางอย่างที่ไม่รู้จักอีกด้วย
สถานการณ์พิลึกพิลั่นนี้ทำให้กู้หวายไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้าเขาเช็กจนแน่ใจก่อนว่าเนื้อตัวไม่ได้บุบสลายและยังเคลื่อนไหวได้อิสระ จึงค่อยตรวจสอบรอบๆ อีกหนอย่างละเอียด
ที่ที่ขังเขาอยู่แห่งนี้ไร้ทางออกโดยสิ้นเชิงมีลักษณะเป็ทรงกลม ไม่ใช่สี่เหลี่ยมอย่างที่กู้หวายเดาในตอนแรก ถ้ามองจากข้างนอก คงดูเหมือนไข่ฟองหนึ่งละมั้ง...
ในฐานะนักเขียนบทกู้หวายย่อมมีพลังจินตนาการล้ำเลิศหลุดโลก ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาถึงกับจินตนาการไปไกลแล้วว่าตนกำลังอยู่ในไข่เท่านี้ก็อธิบายเหตุผลที่ไม่ได้สวมเสื้อ แถมผิวยังชุ่มเมือกลื่น ๆ ได้แล้ว
ทั้งสมเหตุสมผลและมีความเป็ไปได้
เขาปัดความคิดเพ้อเจ้อทิ้งแล้วรีบช่วยเหลือตัวเองก่อนจะขาดอากาศตายคาที่
สภาพแวดล้อมที่เติบโตมาหล่อหลอมให้กู้หวายติดนิสัยพึ่งพาตนเองั้แ่เด็กอย่างตอนเผชิญกับเื่พิสดารเช่นนี้สิ่งแรกสุดที่เขาทำไม่ใช่พยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่เป็คิดหาทางแก้ไขด้วยตนเอง
เขายังคงนอนราบท่าเดิมก่อนจะลองยื่นมือไปทุบส่วนบนสุดดู
‘ก๊อก’
เสียงเบา ๆดังขึ้น กู้หวายไม่ได้ใส่แรงเยอะ แต่ก็พอจะรู้ว่า ‘กำแพง’ ที่โอบล้อมไม่แข็งเท่าไรนัก
ถ้าออกแรงมากกว่านี้แล้วทุบอีกไม่กี่ทีน่าจะมีโอกาสพังเ้านี่จากด้านในได้
‘ก๊อกก๊อก ก๊อก...’
เสียงทุบครั้งแล้วครั้งเล่าดังต่อเนื่องในถ้ำมืดสนิทยามเสียงแรกแว่วมา ั์ตาแดงฉานที่มีม่านตาเรียวแหลมหลายสิบคู่ก็พลันปรากฏ จับจ้องไปยังต้นเสียงเขม็ง
ดวงตาสีแดงฉานครั้นอยู่ในความมืดก็ยิ่งน่าสะพรึงดูโเี้อำมหิต ไม่มีลักษณะหรืออารมณ์ความรู้สึกเฉกเช่นมนุษย์เลยสักนิด
ชัดเจนว่าไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์แน่นอน
เหล่าุ์ที่ซ่อนตัวท่ามกลางความมืดมิดมีขนาดมหึมาทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกสรรสร้างมาเพื่อสู้รบโดยเฉพาะ
ไม่ว่าจะเปลือกหุ้มมันวาวเย็นเฉียบดุจเกราะแกร่งปลายแขนซึ่งคล้ายใบเลื่อยคมกริบ หรือฟันแหลม ๆ ที่แค่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าพลังทำลายล้างน่ากลัวไม่แพ้กัน
แต่ละตัวสูงตระหง่านกว่ามนุษย์วัยผู้ใหญ่หลายเท่าสิ่งมีชีวิตน่าสยดสยองเหล่านี้มีพลังในการจู่โจมและฉีกกระชากเหยื่อได้ง่าย ๆอย่างไม่ต้องสงสัย
เ้าตัวน่าเกลียดน่ากลัวพวกนี้จัดเป็เผ่าเซิร์กทั้งยังเป็เซิร์กทาร์กที่ดุร้ายป่าเถื่อนที่สุดในหมู่เซิร์กทั้งหลาย
บรรดาเซิร์กทาร์กต่างล้อมไข่สีขาวใบใหญ่ไว้ตรงใจกลางภายในถ้ำอย่างสงบราวกับปราการที่กำลังปกป้องสิ่งสำคัญ พวกมันคุ้มกันอย่างเงียบเชียบไม่ไหวติง
เสียงทุบดังมาจากด้านในไข่ั์สีขาวยิ่งดังต่อเนื่องเท่าไร ม่านตาเรียวแหลมของเหล่าเซิร์กทาร์กที่ล้อมรอบก็ยิ่งหดเกร็งจนเหมือนเข็มเล่มบาง
แค่ใช้ตามองก็รู้ว่าสิ่งมีชีวิตมหึมาแสนอันตรายเหล่านี้เริ่มตั้งการ์ดระวังภัยแล้วหรือก็คือเข้าสู่โหมดต่อสู้แล้วนั่นเอง...
สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่บุกเข้ามาในถ้ำที่พวกมันอารักขาล้วนถูกตัดสินว่าเป็ภัยคุกคาม วินาทีถัดมาจะต้องถูกพวกมันฉีกกระชากเป็ชิ้น ๆด้วยความโกรธเกรี้ยวเท่านั้น
อาจเพราะทุบจนเหนื่อยเสียงทุบจากด้านในไข่จึงหยุดไปครู่หนึ่ง
่ที่เสียงเงียบหายเซิร์กทาร์กที่โอบล้อมอยู่ใกล้ ๆ ไข่สีขาวใบโตก็เริ่มกระสับกระส่ายเล็กน้อย
สัญชาตญาณในการปกป้องทำให้พวกมันเฝ้าระวังภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นรอบด้านแต่อีกใจก็ไม่อยากละสายตาจากไข่ใบนี้
เพราะภายในไข่มีสมบัติแสนล้ำค่าสำหรับพวกมันอยู่
ส่วนกู้หวายก็ทุบจนเหนื่อยแล้วพอได้ลองออกแรงจริง ๆ ถึงพบว่าผนังที่ดูเปราะ ๆ นี้ทำลายยากกว่าที่คิดเสียอีก
หลังจากพักครู่หนึ่งเขาก็ลงมือต่อทุกครั้งที่ออกแรง เสียงแตกตรงจุดที่ถูกทุบก็ยิ่งชัดเจน
ในที่สุดความพยายามที่สั่งสมมาก็สัมฤทธิผล
‘โพละ…’
เสียงแตกดังกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดผนังทึบ้าถูกกู้หวายเจาะเป็รูเท่ากำปั้น ทว่ากลับไม่มีแสงลอดเข้ามาสักเท่าไร
ด้านนอกเองก็มืดมากสินะกู้หวายพลันตระหนักได้
เขาตั้งหน้าตั้งตาทำลายพื้นที่แคบๆ ต่อมือเป็ระวิง กระทั่งรูเท่ากำปั้น้าถูกเจาะจนกว้างพอให้ออกไปได้นั่นละจึงค่อยๆ ชะโงกมองด้านนอกอย่างระมัดระวัง
เพิ่งได้โผล่ศีรษะดูโลกภายนอกชัดๆ กู้หวายก็ถึงกับตาพร่า
วินาทีที่เขาชะโงกหน้าออกมาก็เห็นั์ตาแดงฉานหลายสิบคู่กำลังจ้องเขม็งมาที่ตน เ้าของดวงตาเ็าเหล่านี้มีสรีระขนาดมหึมาน่าสะพรึงกลัวกู้หวายจึงเผลอกลั้นหายใจยามถูกจับจ้อง
ความตื่นตระหนกที่แผ่จากร่างกู้หวายทำให้เซิร์กทาร์กรอบๆ เริ่มอยู่ไม่สุขอีกครั้ง หลายตนถึงกับเริ่มส่งเสียงร้องในลำคอ
ขอเพียงเด็กหนุ่มตรงหน้าแสดงความรู้สึกด้านลบออกมาไม่ว่าจะไม่สบายใจ หวาดกลัว หรือโศกเศร้า เหล่าเซิร์กทาร์กที่ปกปักรักษาเขาจะเกรี้ยวกราดถึงที่สุด
เป็ความเกรี้ยวกราดที่ไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมารองรับ
สิ่งสำคัญที่สุดของพวกมันแสดงความรู้สึกกระวนกระวายใจเหล่าเซิร์กทาร์กจึงขยับวงป้องกันแคบลงอีกชั้นเพื่อให้เด็กหนุ่มตรงกลางสงบใจ
จะไม่มีศัตรูหน้าไหนผ่านเข้าไปได้ทั้งนั้น
แต่จากมุมมองของกู้หวายนั้นไม่รู้สักนิดว่ากำลังถูกปกป้องทั้งยังไม่ระแคะระคายถึงสถานการณ์ที่แท้จริงแม้แต่น้อย พอสิ่งมีชีวิตแปลกหน้าท่าทางน่ากลัวเริ่มปิดล้อมเข้ามาใกล้หัวใจเขาก็เต้นโครมคราม
เอ่อ คือว่า...
ไม่ทราบว่ามุดกลับไปซ่อนตอนนี้ยังทันไหม
ใน่เวลาแห่งความเป็ความตายกู้หวายหัวใจเต้นถี่รัว แต่สมองกลับบังคับให้สงบ
เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งมีชีวิตน่ากลัวซึ่งไม่มีบนโลกแน่ๆ กู้หวายก็ตระหนักได้ว่าตนอาจทะลุมิติมา แถมสถานที่และเวลายังน่ากระอักกระอ่วนสุดๆ
เขารีบกวาดสายตามองหาทางหนีที่พอเป็ไปได้ไม่ถึงสองวินาที กู้หวายก็พบทางรอดหนึ่งเดียว
โชคดีที่สิ่งมีชีวิตพวกนี้ตัวใหญ่ั์เลยทำให้วงล้อมมีช่องว่างกว้างพอให้เขาวิ่งหนีออกไปได้
ทว่าติดปัญหาข้อหนึ่งที่ไม่ร้ายแรงแต่ชวนปวดใจ
เขากำลังโป๊...
กู้หวายไม่นึกไม่ฝันจริงๆ ว่าในชีวิตยี่สิบกว่าปีของตนจะต้องมาพบเจอสถานการณ์เช่นนี้
หากบอกว่าตายแล้วได้ทะลุมิติไปเป็พระเอกงั้นเขาก็คงเป็พระเอกที่น่าสังเวชที่สุดในประวัติศาสตร์ ขอถามหน่อยเถอะว่าตัวเอกบ้านไหนทะลุมิติมาแล้วต้องเจอปัญหาคอขาดบาดตายแบบนี้บ้าง
แก้ผ้าวิ่งโทง ๆหรือรอความตายอยู่ที่เดิม?
กู้หวายมุมปากกระตุก
คนคิดบทนี้ควรโดนต่อยนะครับที่รัก