เย่ชิงหยูเมื่อเห็นดังนั่น เขาก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ นัยย์ตาเขาส่งจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขายกเท้าขึ้น สายฟ้าพลันปรากฏควบแน่น
จ้าวเฟิงเมื่อเห็นดังนั่นก็ตื่นตระหนัก แกจะทำอะไร ในสำนักห้ามมีกฏฆ่ากันนะ เขาตะโกนเสียงดังลั่น เขาพลันได้สติ ตระโกนเรียกผู้อาวุโสคุมลานประลองให้เข้ามาช่วย
ผู้อาวุโสเห็นท่าไม่ดีแล้ว ก็ส่งเสียงดัง เขาพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"หยุดดดดดดดด"
เย่ชิงหยูไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ตีงูต้องตีให้ตาย มันจะได้ไม่มาแว้งกัดในภายหลัง เขากระทืบเท้าลงไปเต็มแรง แรงอัดของสายฟ้าพินาศ ทำให้ร่างของจ้าวเฟิงพลันระเบิดออกราวกับลูกแตงโม เลือดสาดกระเซ่น ลานประลองถึงกับแตกกระจายเป็นลวดลายแมงมุม ฝุ่นคุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ใจกลางเกิดหลุมลึกหลายเมตร
ขนาดนั่นเสียงเงียบลงราวกับป่าช้า ฝูงศิษย์พลันตื่นตระหนก พวกเขามองไปที่เย่ชิงหยูในแววตาปรากฏความสะพรึงกลัว
ผู้อาวุโสคุมลานประลองก็อึ้ง เขาพุ่งเข้ามาไม่ทัน ร่างเขาสั่นเล็กน้อย เขาชี้ไปที่เย่ชิงหยู ส่งเสียงพะงาบๆออกมา
"จ จ จ จ เจ้า"
เย่ชิงหยูก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เขาหันไปเอ่ยกับผู้อาวุโส
"ก็มันจะฆ่าข้านิ ข้าก็เลยจัดการมันก่อนง่ายดีไหมละ" เสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ
ฝูงศิษย์พลันได้สติ พวกเขากล่าวันอออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ศิษย์พี่ใหญ่ตายแล้ว"
"เป็นไปได้ไง"
"ทางสำนักมีกฏว่าห้ามฆ่ากันนิ"
"เจ้านั่นคือใครกัน แข็งแกร่งเกินไปแล้ว" อูตี่ที่เฝ้ามองถึงกับสะพรึง สีหน้าเขาเปลี่ยนไป
ฟงฟงอ้าปากของเธอเล็กน้อย ในแววตาเธอยิ่งหวานเยิ้มเข้าไปอีก เธอพึมพำออกมา
"แหมๆ เด็ดขาดจริงๆเลยนะพ่อหนุ่ม"
ผู้อาวุโสพลันหน้าอึมครึม สีหน้าเขามืดมน ร่างกายเริ่มปลดปล่อยพลังงานออกมา
เย่ชิงหยูเห็นดังนั่นก็เตรียมจะลงมือต่อ ในขนาดนั่นแรงกดดันไร้รูปขนาดมหึมาก็ปรากฏมันถาโถมไปทั่วทั้งลานประลอง พวกศิษย์พลันหวาดกลัวทันที เสียงที่น่าเกรงขามดังขึ้น
"หยุด" เย่ชิงหยูสีหน้าจริงจัง ขนาดนั่น ผู้เฒ่าคนนึงกับอีกหลายสิบคนพลันปรากฏ พวกเขาลอยตัวเหนือลานประลอง ผู้เฒ่าที่อยู่ข้างหน้ามองไปที่ ชิ้นส่วนของจ้าวเฟิงพลันหันกลับมามองเย่ชิงหยู เขาจ้องตาเขม็ง แรงกดดันถาโถมเข้าใส่เย่ชิงหยูอย่างบ้าคลั่ง
เย่ชิงหยูราวกับถูกมองทะลุปลุโปร่ง ขนาดนั่น เขาเบิกตาโพรง เขาเปล่งเสียงคำรามยาว ฟื้นคืนคัมภีร์จักรวาลนิรันดร์ อักขระลึกลับเริ่มปรากฏตามร่างกาย พลังในร่างเริ่มปะทุอย่างบ้าคลั่ง แรงกดดันพลันหนักอึ้ง กายเทพโกลาหลส่องแสง รัศมีสีดำทมิฬผุดขึ้นมาฤทธิธานุภาพเทียมฟ้า ราวกับเป็นผู้ไร้เทียมทาน อากาศเริ่มสั่นสะเทือนไปทั่ว ถ้าทางนั่นเริ่มก่อน เขาพร้อมจะลงมือทันที ไม่ว่าใครหน้าไหน ถึงสู้ไม่ได้เขาก็หนีออกมาได้
ฝูงศิษย์พลันตกตะลึง พลังที่ปล่อยออกมาจากเย่ชิงหยูมหาศาลมากมายนัก
ผู้ฒ่าหลายสิบคนที่อยู่ข้างหลังสีหน้าถึงกับตะลึง
ผู้อาวุโสลานประลองถึงกับหน้าเปลี่ยนสี แรงกดดันที่เย่ชิงหยูปล่อยออกมา ทำเขาแทบเขาทรุด เขาหันไปมองผู้เฒ่าคนที่ลอยอยู่ข้างหน้า เขาตะโกนออกมา
"เจ้าสำนักเสวี่ยอิง เจ้าเด็กนี้ฆ่าจ้าวเฟิงตาย ฝ่าฝืนกฏของสำนักต้องถูกลงโทษขั้นเด็ดขาด"
ฝูงศิษย์พลันตื่นตระหนักอีกรอบ เจ้าสำนักงั้นหรอ ว่ากันว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่อีกคนของเผ่าพันธุ์เลยที
เสวี่ยอิงพลันจ้องมองเย่ชิงหยูเขม็ง ในความคิดเขา สมแล้วจริงๆที่เป็นสัตว์ประหลาดน้อย พลังในร่างมหาศาลมากมายจะหยั่งถึง แถมยังขั้นพลังยังอยู่แค่ ขุนพลปฐพีขั้นต่ำเท่านั่น
ตัดมาที่สำนักงานใหญ่ เฟยเซียน จักรพรรดิยาจก และตาเฒ่่าหลายคนๆคนกำลังประชุมถึงเหตุการณ์ที่่ผ่านมา ผู้อาสุโสสูงสุดทั้งสามก็ปรากฏตัวมาด้วย
"อืม ทางเผ่าอสูรส่ง เจ้าพยัคย์เพลิงโลกันตร์มาเลยเรอะ ดูท่าจะอยากฆ่าเจ้าเด็กนี้เต็มแก่" ผู้อาวุโสสองพลางกล่าว แต่พลังเริ่มเร็ดลอดออกมา อารมณ์ของเขาไม่ดีอย่างมาก
"ใช่แล้ว ถ้าจักรพรรดิยาจกมาไม่ทันละก็ ได้มีตายกันบ้างแน่ๆ" เฟยเซียนพยักหน้าเคร่งครึม
"แต่ว่าที่เจ้าหนูนั่นสังหารสัตว์อสูรขุนพลนภาขั้นปลายไปหลายสิบตัวนี้ ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ" ผู้อาวุโสสามเอ่ยขึ้นมาบ้าง
"ตอนนี้เจ้านั่นอยู่ที่สำนักศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม หลานสาวข้าก็อยู่ด้วยนิน่า เดียวต้องพาไปดูตัวหน่อยแล้ว คิิิคิ" ผู้อาวุโสสามหัวเราะคึกคัก ในใจของเธอเจ้าหนูนี้ยิ่งเหมาะกับหลานสาวเธอเข้าไปใหญ่
"อืม" ผู้อาวุโสหนึ่งพยักหน้าน้อยๆ มือเขาลูบเคราสีหน้ายิ้มแย้ม
"ว่าแต่เฟยเซียนเจ้าเตรียมจะทะลวงพลังไปขั้นถัดไปแล้วสินะ" ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยขึ้น นัยย์ตาเขาส่องแสงจ้องมองไปที่เฟยเซียน
เฟยเซียนพยักหน้ารับ เขาพลันกล่าวตอบ
"ใช่แล้วคราวนี้จะทะลวงไป นักรบดวงดาว 9ชั้นฟ้า ได้อย่างแน่นอน"
"อืมหลังจากขั้นขุนพลนภามา การจะบ่มเพาะก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก ยิ่งมาถึงขั้น นักรบดวงดาวแล้วยิ่งเข้าไปใหญ่ ในเผ่าพันธุ์เรายกเว้นพวกเราสามคน ในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์เรา ผู้ที่มาถึง9ชั้นฟ้าได้ก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั่น จักรพรรดิยาจกก็ติดอยูในขั้นนี้มานาน" ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ย
"อีกนานๆ" จักรพรรดิยาจกบ่มพึมพำเขากระดกน้ำเต้ายกใหญ่
เฟยเซียนพยักหน้า เขาตอบรับว่า จะพยายามทะลวงให้ดีที่สุด
หวงพลันอิจฉาเล็กน้อย พลังของเขากับเฟยเซียนแทบจะเท่าๆกัน พวกเขาแข่งขันกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าตอนนี้เฟยเซียนจะไปอีกขั้นนึง ส่วนเขาต้องสะสมพลังให้ได้ที่ซะก่อน หวงถึงกับถอนหายใจ
ขนาดนั่นเสียงประตูห้องโถงประชุมก็ดังขึ้น ตาแก่คนนึงวิ่งพรวดพลาดมา ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำสียงตื่นตระหนัก
"แย่แล้วท่านผู้อาวุโสสูงสุด เจ้าเด็กนั่นก่อเรื่องอีกแล้ว"