แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยขนาดกลางที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร บรรยากาศงานนิทรรศการรอบวีไอพีเต็มไปด้วยความคึกคักแต่ยังคงความหรูหรา เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงสดเบา ๆ แสงไฟสีนวลส่องสว่างกระทบภาพวาดสีน้ำมันหลากสีสันที่ติดเรียงรายอยู่รอบผนังปูนเปลือยขัดมันอย่างประณีต 'เจตน์' ชายหนุ่มวัย 28 ปี น้องชายแท้ ๆ ของมารุต ยืนมองผลงานของตัวเองด้วยความกังวลและตื่นเต้น เจตน์เป็คนมีโลกส่วนตัวสูง อ่อนไหว รักศิลปะอย่างสุดหัวใจ เขามีหน้าตาหล่อเหลาติดหวาน ผิวขาวละเอียดดุจหิมะ และดวงตากลมอ่อนโยนที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดออกมาอย่างเปิดเผย วันนี้เขาแต่งตัวในชุดสูทลำลองสีเบจเนื้อดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต ซึ่งทำให้เขาดูโดดเด่นและน่าทะนุถนอมในเวลาเดียวกัน
"ผลงานของคุณงดงามและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์อันอ่อนหวานลึกซึ้งเสมอเลยนะครับ... น้องเจตน์ของผม" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายดังขึ้นจากด้านหลัง
เจตน์หันกลับไปทันทีและหัวใจของเขาก็พองโตขึ้นมาเมื่อพบร่างสูงใหญ่ของ 'อนล' นักธุรกิจหนุ่มวัย 34 ปีที่เป็คู่หมั้นของดารินและเป็สปอนเซอร์รายใหญ่ที่สุดของงานนี้ อนลเป็ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมในทุกด้าน ร่างกายของเขาสูงสง่าราวกับนายแบบ สวมสูทสากลสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บอย่างดีเข้ารูปเน้นอกกว้างและแผ่นหลังแกร่ง ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวของอนลจ้องมองเจตน์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายความ้าบางอย่างที่ยากจะคาดเดาความหมายอย่างชัดเจน
"คุณอนล... ขอบคุณมากครับที่สละเวลามางานของผม" เจตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ใบหน้าขาวละเอียดขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ เจตน์แอบหลงรักอนลมานานแล้ว ชายหนุ่มรุ่นพี่ผู้นี้ช่างดูสง่า ฉลาด แสนดี และอบอุ่นในสายตาของเขาเสมอ ทุกััและการปฏิบัติตัวของอนลที่มีต่อเจตน์นั้นสร้างความสุขใจให้เขาอย่างหาที่สุดไม่ได้
อนลขยับตัวเข้ามาใกล้เจตน์อีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้เจตน์ได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้สไปซี่ที่หรูหราและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางเพศจากตัวของอนล อนลยกมือหนาขึ้นวางบนบ่าของเจตน์เบา ๆ ปลายนิ้วเรียวยาวลูบผ่านเนื้อผ้าสูทอย่างเชื่องช้า ััที่ส่งผ่านฝ่ามือลอยลิ่วเข้าสู่ตัวเจตน์จนคนตัวเล็กกว่าถึงกับขนลุกซู่ด้วยความวาบหวาม "ผมยินดีเสมอครับเจตน์ เพื่อคุณแล้ว... ต่อให้งานล้นมือแค่ไหนผมก็ต้องมาแสดงความยินดีกับคุณให้ได้ครับ"
เจตน์ก้มหน้าหลบสายตาคมกล้าของอนลด้วยความเขินอาย โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้หน้ากากชายหนุ่มแสนดีที่อบอุ่นและคอยสนับสนุนเขา อนลกลับซ่อนแผนการร้ายบางอย่างไว้ในใจ อนล้าประมูลที่ดินผืนงามเพื่อทำโครงการหรูที่ทับซ้อนกับแผนการของบริษัทมารุต และเจตน์ก็คือหมากตัวสำคัญในการล้วงความลับและเอกสารสำคัญที่จดจำผ่านคำพูดและการแสดงออกของเจตน์โดยที่เจตน์ไม่ระแวง
"หลังเลิกงานนี้... เราไปหาอะไรทานกันต่อที่ส่วนตัวดีไหมครับ? ผมรู้จักร้านอาหารเงียบ ๆ ที่เหมาะกับพวกเราสองคน" อนลเอ่ยถามพลางขยับนิ้วโป้งไล้ไปตามกระดูกไหปลาร้าของเจตน์ผ่านคอเสื้อเบา ๆ อย่างจงใจเล้าโลม สายตาคมกวาดมองริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อของคนตรงหน้าที่กำลังเผยอออกน้อย ๆ ด้วยความตื่นเต้นและยอมศิโรราบ
"ด... ได้ครับคุณอนล" เจตน์ตอบรับเสียงแ่ พยักหน้าตกลงโดยไม่มีความระแวงแม้แต่น้อย เขาพร้อมที่จะก้าวเดินเข้าไปในบ่วงรักและพันธนาการที่อนลสร้างขึ้นด้วยความเต็มใจและลุ่มหลงอย่างสุดซึ้ง
---
กลางดึกคืนเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของมารุตและพราว
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบ้านหลังใหญ่หลังเที่ยงคืน มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ มารุตนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงกว้างเคียงข้างพราวที่หลับสนิทไปแล้วเนื่องจากเหนื่อยล้าจากงานบ้านและการเดินทาง ภาพสะโพกกลมกลึง ดวงตาหวานเชื่อมคู่นั้นของแพรว และกลิ่นน้ำหอมที่ยังคงอบอวลชวนฝันรบกวนจิตใจของมารุตจนไม่สามารถข่มตาหลับได้ ความ้าทางเพศและตัณหาที่เคยสงบนิ่งมานานกลับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่างรุนแรงและร้อนรุ่มในอกจนเขาเริ่มอึดอัดใต้ร่มผ้า
มารุตตัดสินใจลุกจากเตียงนอนเบา ๆ เพื่อไม่ให้ภรรยาสะดุ้งตื่น เขาเดินลงบันไดบ้านท่ามกลางความมืดเพื่อไปหาน้ำเย็น ๆ ดื่มดับความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ใต้หน้าอก ทว่าเมื่อเดินมาถึงบริเวณเคาน์เตอร์ครัวห้องโถงด้านล่าง สายตาของเขาก็ตวัดไปเห็นร่างหนึ่งกำลังยืนหันหลังดื่มน้ำอยู่จากตู้เย็นแสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องกระทบร่างนั้นทำให้มารุตถึงกับยืนแข็งทื่อ
นั่นคือแพรว...
เธอกำลังสวมชุดคลุมนอนผ้าซาตินสีแชมเปญบางเบาตัวสั้น ตัวเดรสรัดรึงเน้นส่วนเว้าโค้งของเอวคอดกิ่วและบั้นท้ายงอนงามอย่างชัดเจนดึงดูดสายตา ชุดคลุมที่สวมทับผูกเชือกไว้อย่างหลวม ๆ เผยให้เห็นเรียวขาเนียนยาวสีน้ำผึ้งที่โผล่พ้นชายผ้าคลุมขึ้นมาขยับไหวตามการทรงตัว
เสียงฝีเท้าแ่เบาของมารุตทำให้แพรวหันกลับมามอง ดวงตาคู่เฉี่ยวของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ประกายระยับหยอกเย้าและเต็มไปด้วยเสน่ห์ แพรวยกแก้วน้ำขึ้นละเลียดจิบช้า ๆ ปล่อยให้หยดน้ำใส ๆ ไหลผ่านมุมปากลงมาตามลำคอระหง ผ่านผิวเนียนละเอียดของไหปลาร้าลงไปยังร่องอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นคอเสื้อคลุมซาตินที่แยกออกจากกันกว้างขึ้น
"นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอคะ... น้องเขยสุดหล่อของพี่" แพรวเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเสน่ห์ เดินนวยนาดขยับกายเข้ามาใกล้มารุตช้า ๆ กลิ่นน้ำหอมยามค่ำคืนและกลิ่นอายความร้อนจากผิวเนื้อของเธอโชยมาปะทะจมูกของเขาจนสติแทบกระเจิง
มารุตยืนนิ่ง ลมหายใจสะดุดกึก สายตาจับจ้องร่างเย้ายวนสะท้านอารมณ์ตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา ความเป็ชายในกายเริ่มตื่นตัวจนอึดอัดบีบคั้น "ครับ... ผมรู้สึกอึดอัดและร้อน ๆ นิดหน่อยเลยลงมาหาน้ำเย็นดื่มครับ" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัดและแฝงความตื่นเต้น
"งั้นเหรอคะ... ร้อนตรงไหนกันล่ะคะ ให้พี่ช่วยดับร้อนให้ไหม" แพรวเอ่ยกระซิบเสียงหวานพลางหยุดยืนห่างจากมารุตเพียงไม่ถึงหนึ่งคืบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรง ๆ ปล่อยให้ชายเสื้อคลุมนอนเปิดออกกว้างขึ้นเผยให้เห็นทรวงอกอวบสล้างขาวเนียนนุ่มที่ไม่ได้สวมใส่บราเซียซ่อนอยู่ด้านใน ยอดปทุมถันสีหวานชูชันสะท้อนแสงไฟตู้เย็นดึงสายตาของชายหนุ่มให้จับจ้องอย่างหลงไหล
มารุตลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากด้วยความ้าทางเพศที่ปะทุขึ้นมาจนแทบทะลักขอบเขตศีลธรรม เขาััได้ถึงแรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรงและป่าเถื่อนระหว่างเขากับพี่เมียคนสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้า สายตาของเขาสะท้อนความดิบเถื่อนและแรงกำหนัดออกมาโดยไม่รู้ตัว แพรวยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจและตระหนักว่าแผนล่อลวงของเธอได้ผลเกินคาด เธอขยับมือเรียวอุ่นร้อนขึ้นมาลูบไล้ผ่านแผงอกกว้างของมารุตเบา ๆ ความร้อนส่งผ่านฝ่ามือบางเข้าสู่ผิวเนื้อแกร่งผ่านผ้าเชิ้ตบางเบา
"พี่ก็รู้สึกร้อน... และเหงามากเหมือนกันค่ะมารุต" แพรวเอ่ยกระซิบชิดแผงอกกว้างพลางช้อนสายตาหวานเยิ้มขึ้นสบตาทำลายกำแพงความถูกต้องของมารุตลงทีละน้อย
มารุตโน้มใบหน้าลงหาเธอโดยสัญชาตญาณชายหนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อสิ่งเย้ายวน ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงลมพัดกิ่งไม้กระทบประตูด้านนอกดังขึ้นเบา ๆ ดึงสติและศีลธรรมที่เกือบจะหลุดลอยของเขากลับมา มารุตรีบถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวใหญ่พลางปรับลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ "ผม... ผมคิดว่าผมต้องรีบขึ้นไปนอนแล้วล่ะครับ ราตรีสวัสดิ์นะครับพี่แพรว" เขารีบก้าวเท้าเดินเลี่ยงออกไปทันทีด้วยหัวใจที่เต้นรัวระทึกประหนึ่งเสียงกลองรบ ร่างกายปวดร้าวด้วยแรงอารมณ์ที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย
แพรวยืนพิงเคาน์เตอร์มองตามร่างสูงของน้องเขยที่เดินกึ่งวิ่งกลับขึ้นชั้นบนไปด้วยความพึงพอใจ มุมปากของสาวใหญ่ยวัยสี่สิบหยักยิ้มร้ายกาจอย่างผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกด้าน เธอยกน้ำขึ้นละเลียดจิบจนหมดแก้วพลางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยความมั่นใจเต็มร้อย "อีกไม่นานหรอก... มารุต นายไม่มีทางต้านทานเสน่ห์ของฉันได้ตลอดสามเดือนนี้หรอก"
---
เื้ัหน้ากากความสมบูรณ์แบบของความสัมพันธ์ของมารุตและพราวนั้น แท้จริงแล้วยังมีรอยร้าวลึก ๆ ที่เกิดจากทัศนคติการใช้ชีวิตและเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกัน มารุตเติบโตมาในตระกูลที่ต้องแข่งขันและเอาชนะอยู่เสมอ เขาจึงมองความรักเป็ส่วนหนึ่งของสถานภาพทางสังคมที่สมบูรณ์แบบ ขณะที่พราวมองความรักเป็ความเรียบง่ายและปลอดภัย ความเรียบง่ายที่พราว้ากลายเป็ความซ้ำซากจำเจในสายตาของสามี ส่วนแพรวที่เฝ้ามองความสัมพันธ์ของน้องสาวและน้องเขยมาโดยตลอดั้แ่วันแรกที่มาเหยียบแผ่นดินไทย เธอก็ตระหนักถึงช่องว่างนี้เป็อย่างดี และในฐานะผู้หญิงที่รู้เท่าทันผู้ชาย แพรวรู้ว่าควรจะหยอดเสน่ห์แบบไหน และเมื่อใดที่จะสามารถทลายกำแพงความถูกต้องของมารุตลงได้อย่างราบคาบ
ส่วนทางด้านของเจตน์และอนลนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็กำลังก้าวไปสู่จุดเปลี่ยนที่อันตรายยิ่งขึ้น เจตน์คิดเสมอว่างานศิลปะของเขาเป็สิ่งเดียวที่เขามีค่า ทว่าเมื่ออนลเข้ามาในชีวิต เขาเริ่มรู้สึกว่าการได้รับการยอมรับจากอนลนั้นมีค่ามากกว่างานศิลปะชิ้นใด ๆ ความรักและความหลงใหลทำให้ดวงตาของเจตน์มืดบอด จนมองข้ามสายตาอันเยือกเย็นและแววตาแห่งการคำนวณผลประโยชน์ที่อนลเผลอแสดงออกมาในบาง่เวลา ความโลภในใจของอนลกำลังใช้ความรู้สึกรักอันแสนบริสุทธิ์ของเจตน์เป็บันไดไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าในท้ายที่สุด เปลวไฟแห่งความรักนี้จะย้อนกลับมาเผาผลาญหัวใจของเขาเองจนเ็ปอย่างแสนสาหัสเช่นกัน
ราตรีนี้ช่างยาวนานและเต็มไปด้วยความปั่นป่วนในใจของทุกคน แต่ละคนต่างกอดเก็บความรู้สึกและความลับของตนไว้ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา รอคอยวันเวลาที่โศกนาฏกรรมรักซ่อนเร้นนี้จะเปิดฉากขึ้นอย่างเต็มรูปแบบและแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างให้สูญสลายไปในเปลวไฟแห่งกิเลสตัณหาอันไร้ความถูกต้องใด ๆ ทั้งปวง ของเหล่าผู้ติดอยู่ในบ่วงกรรมนี้