แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีสีหม่นเข้ามาภายในห้องสวีทสุดหรู กลิ่นอายของเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ—กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ที่คุ้นเคย ผสมปนเปกับกลิ่นกายจางๆ ที่ทำให้หัวใจของ มู่เฉิง กระตุกวูบทันทีที่เขาลืมตาขึ้น
ร่างสูงใหญ่ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกปวดแปลบแล่นเข้าสู่สมองซีกซ้าย ผลพวงจากฤทธิ์ยาปลุกเซ็กซ์ชนิดรุนแรงยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในเส้นเื เขาขบกรามแน่นจนเป็สันนูนเมื่อกวาดสายตาไปรอบเตียงที่ยับย่น... ที่นั่นว่างเปล่า
"บ้าเอ๊ย..." เขาพ่นคำสบถออกมาเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่ากว่าปกติ
เขาก้มมองฝ่ามือของตัวเอง ภาพจำที่ขาดหายค่อยๆ ย้อนกลับมาเป็ฉากๆ ราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกเผาไหม้ เขาจำได้ว่ามีใครบางคน... ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกอยู่ใต้ร่างของเขา เขาจำเสียงสะอื้นไห้ที่แ่เบาและแรงขัดขืนที่ค่อยๆ มอดดับลงเพราะพละกำลังที่ต่างกันมหาศาล
มู่เฉิงไม่ใช่คนไร้หัวใจ ตรงกันข้าม เขาเป็ชายหนุ่มที่มีคุณธรรมสูงส่งและเกลียดการฉวยโอกาสกับผู้หญิงเป็ที่สุด แต่เมื่อคืนนี้... เขาได้ทำลาย 'ความบริสุทธิ์' ของหญิงสาวนิรนามคนหนึ่งไปเพียงเพราะความมักมากของคนอื่นที่หยิบยื่นยาพิษให้เขา
เขาสะบัดผ้าห่มออก พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับ 'รอยเื' สีแดงจางๆ บนผืนพรมปูเตียงสีขาวสะอาด รอยนั้นเหมือนตรายางที่ประทับลงบนความผิดบาปในใจของเขา มู่เฉิงหลับตาลงอย่างข่มใจ พยายามนึกหน้าเธอให้ชัดที่สุด
แต่ภาพในหัวกลับสลัวราง... ในค่ำคืนที่ไฟในห้องถูกหรี่จนมืดมิด บวกกับสติที่ถูกความร้อนรุ่มแผดเผาจนหน้ามืดตามัว เขาจำได้เพียงดวงตากลมหม่นน้ำตาที่จ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัว และกลิ่นกายที่หอมละมุนดั่งดอกไม้ป่าที่ไม่เคยถูกัั
"ฉันทำอะไรลงไป..." เขากระซิบกับความเงียบ
เขารีบลุกขึ้นจัดการตัวเอง แต่ในใจกลับว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาไม่รู้แม้แต่ชื่อของเธอ ไม่รู้ว่าเธอเป็ใคร หรือมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ความรู้สึกโมโหตัวเองพุ่งพล่านจนเขาอยากจะอาละวาดใส่สิ่งของรอบข้าง แต่สัญชาตญาณนักธุรกิจเตือนให้เขารักษาความเยือกเย็นเอาไว้
การลงทัณฑ์ของผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุด
ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างสุภาพแต่รวดเร็ว เลขาฉิน คนสนิทของเขาก้าวเข้ามาพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด
"ท่านประธานครับ รถพร้อมแล้วครับ และเื่ที่ท่านสั่ง..."
"ใคร?" เสียงของมู่เฉิงเย็นเฉียบราวกระบี่ที่เพิ่งถูกดึงออกจากฝัก เขาจ้องมองเลขาฉินด้วยดวงตาที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง "ใครเป็คนจัดไวน์ขวดนั้นให้ฉัน"
เลขาฉินก้มหน้าลงเล็กน้อย "เป็คนของตระกูลเ้าครับ คุณหนูเ้าเหมยเป็คนสั่งให้บริกรนำมาให้ โดยอ้างว่าเป็ของขวัญพิเศษสำหรับการเจรจาธุรกิจในคืนนี้"
มู่เฉิงเค่นยิ้มเย็น เป็รอยยิ้มที่ชวนให้คนมองรู้สึกสันหลังวาบ "ตระกูลเ้า... อยากจะเกี่ยวดองกับตระกูลมู่จนถึงขนาดใช้สุนัขลอบกัดแบบนี้เชียวหรือ? เ้าเหมยคิดว่าถ้าฉันมีอะไรกับเธอ แล้วเธอจะกดดันให้ฉันแต่งงานด้วยได้สินะ"
เขาก้าวเข้าไปใกล้เลขาฉิน รังสีคุกคามแผ่ซ่านไปทั่วห้อง "ไปจัดการซะ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ ฉัน้าเห็นหุ้นของบริษัทตระกูลเ้าดิ่งลงเหว และยกเลิกโครงการร่วมทุนทั้งหมดที่เรามีกับพวกมัน ส่วนเ้าเหมย... ส่งข่าวไปที่สมาคมสตรีชั้นสูง ว่าฉันไม่้าเห็นเธอในงานสังคมใดๆ ที่ฉันไปเข้าร่วมอีก"
"รับทราบครับท่านประธาน" เลขาฉินรับคำด้วยใจที่สั่นสะท้าน เขาไม่เคยเห็นมู่เฉิงโกรธขนาดนี้มาก่อน "แล้ว... ผู้หญิงที่อยู่ในห้องกับท่านเมื่อคืนล่ะครับ?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงทันที มู่เฉิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น
"ตามหาเธอ... ไม่ว่าจะต้องพลิกแผ่นดินหา หรือต้องเช็กกล้องวงจรปิดทุกตัวในโรงแรมนี้ ก็ต้องหาเธอให้พบ อย่าให้ใครรู้เื่นี้เด็ดขาด โดยเฉพาะพวกผู้ใหญ่ที่จ้องจะจับคู่ให้ฉัน"
เขาหยุดเดิน แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นวิวเมืองทั้งเมือง "ฉันต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ฉันทำ และฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็ใคร"
ความว่างเปล่าหลังม่านบังตา
อย่างไรก็ตาม โชคชะตาดูเหมือนจะไม่ได้เข้าข้างเขาง่ายนัก หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง เลขาฉินกลับมารายงานด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดี
"ท่านประธานครับ... ระบบกล้องวงจรปิดของชั้นนี้ถูกใครบางคนลบไฟล์ใน่เวลาดังกล่าวไปหมดเลยครับ คาดว่าเป็ฝีมือของคนตระกูลเ้าที่พยายามปิดบังหลักฐานตอนส่งคนเข้ามา แต่ผลข้างเคียงคือเราไม่เห็นหน้าผู้หญิงที่ออกจากห้องท่านเลยครับ"
มู่เฉิงกำหมัดแน่นจนเล็บแทบฝังลงในฝ่ามือ ความโมโหยิ่งทวีคูณ "นัดคนดูแลโรงแรมมาพบฉันเดี๋ยวนี้! และให้สืบจากรายชื่อพนักงานหรือใครก็ตามที่มีธุระในชั้นนี้เมื่อคืน"
เขารู้สึกเหมือนกำลังไล่คว้าควันไฟ ยิ่งพยายามจำ ใบหน้าของเธอก็ยิ่งเลือนลาง แต่ความรู้สึกนุ่มนวลและความผิดบาปนั้นกลับสลักลึกอยู่ในใจ มู่เฉิงสาบานกับตัวเองว่า เขาจะไม่ยอมให้เื่นี้จบลงเพียงเท่านี้
"เธอกลายเป็หนี้ค้างคาในใจฉันแล้ว... ยัยผู้หญิงโง่ ทำไมถึงไม่รอให้ฉันรับผิดชอบ ทำไมถึงหนีไปแบบนี้!"
ชายหนุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองนั่งลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง ความเหงาและความกังวลเข้าจู่โจมเขาอย่างประหลาด เขาไม่รู้เลยว่าหญิงสาวคนนั้นกำลังเผชิญกับพายุร้ายในบ้านของตัวเอง และเขาก็ไม่รู้เลยว่า... เมล็ดพันธุ์แห่งโชคชะตาได้ถูกฝังลงในครรภ์ของเธอแล้ว และมันกำลังจะเติบโตขึ้นเป็ "นางฟ้าตัวน้อย" ที่จะกลับมาสั่นคลอนโลกของเขาในอีก 5 ปีข้างหน้า