ตอนที่สิบ
เหนือพาผมนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์หรูเข้ามาในเส้นทางที่ผมไม่คุ้นเคยสักนิด ทางนี้ไม่ใช่ทางกลับบ้านซะหน่อย เหนือกำลังจะพาผมไปที่ไหนกัน ทั้งๆ ที่แอบคิดไปว่ามันมารับผมกลับบ้าน
ผมยกมือขึ้นกอดเอวเหนือไว้แน่น เมื่อมันพาเลี้ยวเข้ามาในซอยเปลี่ยว ก่อนจะไปหยุดลงหน้าบ้านหลังหนึ่งที่ดูใหญ่โตจนแทบไม่น่าเชื่อว่าซอยเปลี่ยวขนาดนี้จะมีบ้านหรูแบบนี้ตั้งอยู่
“อ้าว คุณเหนือมาสะดึกเชียว เชิญเข้ามาด้านในเลยค่ะ” เหนือหยุดรถลงหน้าบ้านสักพักก็มีคนเดินมาเปิดประตูรั้วให้ มันขับรถเข้าไปจอดที่หน้าบ้าน พอลงจากรถได้ก็โยนกุญแจรถให้คนที่ยืนรออยู่แถวนั้น ก่อนจะหันมามองผมที่ได้แต่ยืนงงๆ อยู่ข้างรถ
“ตามมาสิ” เหนือพูดขึ้นแล้วเดินตรงไปที่ประตู พร้อมกับแม่บ้านที่เปิดประตูให้
ผมเดินตามเหนือเข้าไปพลางมองรอบๆ ด้วยความรู้สึกเกร็งไปหมด ด้านนอกมีคนยืนอยู่เป็จุดๆ อาจจะเป็คนดูแลความปลอดภัยของที่นี่ ไหนจะแม่บ้านที่ยืนรอรับอยู่ทั้งสองฝั่งของประตูบ้าน ทำให้ผมได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าเดินต่อเข้าไปภายในตัวบ้าน
นี่มันอะไรกัน ทุกคนปฏิบัติกับเหนืออย่างกับว่ามันเป็คุณชายของบ้านหลังนี้ และผมก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นเพราะเสียงทักของคนที่นั่งเด่นเป็สง่าอยู่ที่โซฟากลางบ้าน
“ตาเหนือ จะมาทำไมไม่บอกย่าก่อน หืม” เธอลุกขึ้นเดินตรงมาที่เหนือแล้วดึงตัวมันเข้าไปกอดไว้แน่น
“ขอโทษครับคุณย่าที่มารบกวนดึกๆ” คุณย่าละตัวออกจากมัน แล้วลูบหัวเชิงบอกว่าไม่เป็ไร
“ไม่รบกวนเลยลูก ดีที่วันนี้ย่ายังไม่ได้ขึ้นนอน ว่าแต่ลูกมีปัญหาอะไรกับพ่อแม่หรือเปล่าถึงได้มานี้”
“เปล่าครับย่า คิดถึงย่าไงครับก็เลยแวะมา” ไม่คาดคิดเลยว่าครอบครัวเหนือจะเป็คนรวยขนาดนี้ เพราะครอบครัวมันใช้ชีวิตแบบธรรมดามากแทบดูไม่ออกเลยว่ามันจะเป็ลูกหลานคนมีฐานะ
“พ่อแม่ลูกใจร้ายกันจังนะ ั้แ่ขอย้ายออกไปตั้งตัวกันเองก็ไม่กลับมาเยี่ยมคนแก่กันบ้างเลย” นี่คงเป็เหตุผลที่ครอบครัวเหนือย้ายไปอยู่บ้านหลังนั้นสินะ
“คงจะยุ่งๆ แหละครับย่า”
“จ้า ถ้าไม่ไหวก็กลับมา ไม่ต้องไปสนใจเสียงคนอื่นให้มาก ว่าแต่หลานพาใครที่ไหนมาด้วย” ผมฉีกยิ้มกว้างให้เมื่อคุณย่ามองตรงมาที่ผมอย่างสนใจ
“แฟนผมเองครับย่า” เหนือเดินกลับมาจูงมือผมเข้าไปในบ้าน แล้วเลื่อนมือขึ้นโอบเอวผมไว้แน่น เพื่อย้ำในสิ่งที่มันตอบคุณย่าไป
“จริงเหรอลูก” คุณย่าเลิกหน้าถามขึ้นแล้วมองมาที่ผมเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปยิ้มให้เหนือด้วยท่าทีเหมือนจะชอบใจ
“ล้อเล่นครับย่า นี่แทนคุณ เพื่อนข้างบ้านครับ” เหนือเปลี่ยนจากโอบเอวผมแล้วดันตัวไปด้านหน้าแทน ทำให้ผมเผชิญหน้ากับคุณย่าจังๆ
“อ้อ งั้นเหรอ สวัสดีจ้ะหนูแทน แปลกใจมากนะเนี่ยที่ไม่ใช่แฟนตาเหนือ หนูตรงตามที่หลานฉันชอบแทบทุกอย่างขนาดนี้ เสียดายๆ” คุณย่าตอบรับเหนือแล้วดึงผมเข้าไปกอด กระซิบข้างหูในประโยคถัดมาก่อนจะละตัวออกไป ทำเอาผมต้องก้มหน้างุดลงอย่างประหม่า
คือคุณย่ากำลังจะบอกว่าผมตรงสเปกเหนือทุกอย่างหรือเปล่า แบบนี้แสดงว่าผมยังมีหวังอยู่ใช่มั้ย
“งั้นคืนนี้ ขออนุญาตให้แทนค้างที่นี่นะครับย่า” เหนือแทรกขึ้นมา เมื่อเห็นว่าคุณย่ากำลังจะพูดอะไรกับผมมากกว่านั้น
“ยังไงกันหลานคนนี้ ไม่เคยพาใจมาค้างนี่เลยนะ” คุณย่าละสายตาจากผมแล้วหันไปถามเหนือ
“ย่าครับ” เหนือขานเรียกคุณย่าแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากส่ายหน้าให้
“เหนือ เื่พวกนี้ย่าไม่ห้ามหรอกนะ อยากทำอะไร รู้สึกยังไงก็แสดงออกไป” ผมจะไม่สนใจกับคำสอนของคุณย่าเลย ถ้าสายตาเธอไม่ได้มองมาที่ผม
“มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับย่า วางใจเถอะ” เหนือมองมาที่ผมเล็กน้อยแล้วหันกลับไปตอบคุณย่า
“ย่าไม่อยากให้หลานเสียใจทีหลัง ไม่จำเป็ต้องแคร์คำพูดคนอื่นเข้าใจมั้ยลูก” เหนือพยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่ดูเศร้าแปลกๆ
ผมทำได้แค่มองหน้าทั้งสองไปมาอย่างไม่เข้าใจ ถ้าผมอยากรู้ว่าทั้งสองคุยเื่อะไรกัน คุยเื่เกี่ยวกับผมหรือเปล่า จะเป็การสอดรู้สอดเห็นเื่ของครอบครัวคนอื่นมันเกินไปมั้ยนะ
“ผมขึ้นห้องได้แล้วยังครับย่า” เหนือมันตัดบทสนทนาไปดื้อๆ เหมือนไม่อยากให้ผมรู้เื่ที่มันกับคุณย่าคุยกัน แล้วสีหน้าทั้งสองยังดูไม่สู้ดีกับเื่ที่คุยอยู่ด้วยนั่นอีก
ทั้งที่ตอนแรกคุยกันดีๆ หยอกล้อกันอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงดูเครียดๆ ขึ้นมาสะงั้น
“ได้จ้ะ ตามสบายเลยลูก ตามสบายนะหนูแทน คิดสะว่าบ้านตัวเอง” ผมก้มหัวให้คุณย่าไปอีกครั้ง เมื่อคุณย่าเปลี่ยนโหมดกลับมาปกติ แล้วยังยิ้มกว้างให้เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผิดกับเหนือที่สีหน้าไม่ได้ต่างไปจากเดิม แถมคุณย่าพูดจบมันก็รีบดึงตัวผมตามขึ้นไป้าอย่างไว โดยไม่ได้สนใจคุณย่าที่มองตามหลังหรือแม้แต่ตัวผมที่จะก้าวขาทันมันหรือเปล่า
“เหนือ ปล่อยมือก่อน กูเจ็บ” เหนือไม่ได้สนใจคำพูดที่ผมเอ่ยขอด้วยซ้ำ มันดึงมือผมเข้าไปในห้องนอน พร้อมปิดประตูห้องเสียงดังเหมือนกับว่าไม่พอใจที่ผมบอกให้มันปล่อยมือ
“ทำให้คนอื่นเป็ห่วง งานถนัดมึงเหรอแทน” ผมเลิกหน้ามองเหนืออย่างไม่เข้าใจ ดูเหมือนว่าเหนือกำลังะเิอารมณ์ออกมา ไม่ยอมปล่อยมือแล้วยังดึงตัวผมเข้าไปชิดตัวมันอีก
นี่ผมทำอะไรผิดไปอีกงั้นเหรอ ทำไมเหนือต้องใส่อารมณ์ขนาดนั้นด้วย
ผมทำเป็ไม่สนใจหันมองไปรอบๆ ห้องแทนที่จะมองหน้าเหนือตรงๆ บอกเลยว่าตอนนี้รู้สึกทั้งประหม่า ทั้งกลัวกับการกระทำของเหนือสุดๆเหนือพูดว่าเป็ห่วงผมงั้นเหรอ ผมได้ยินไม่ผิดไปใช่หรือเปล่า แต่ทำไมการกระทำมันสวนทางกันแบบนี้
เฮ้อออ จะว่าไปห้องเหนือก็ใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย เตียงนอนก็คงจะนอนสบายน่าดู พื้นที่ใช้สอยก็เยอะ
บ้านคนมีตังนี่เน้อะ ห้องนี้กับห้องที่บ้านมันหลังนั้น ตกแต่งคนละโทนแตกต่างกันขนาดนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็คนเดียวกันอยู่ เหมือนกับว่าตัวตนมันตอนอยู่กับพ่อแม่สวนทางกับตอนอยู่กับคุณย่าอยู่มาก
ผมพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากเหนือหันไปมองรอบๆ ห้อง เผื่อบรรยากาศมันจะดีขึ้น แต่ก็นั่นแหละ ดูเหมือนจะทำให้มันโมโหขึ้นมากกว่าเดิม
“กูคุยกับมึงอยู่แทน มึงมองหาอะไร” เหนือจับหน้าผมหันกลับมาเผชิญหน้า ทำให้ผมต้องก้มหน้างุดลงมองพื้นเพราะไม่กล้าสู้หน้า
เหนือเป็อะไรของมันนะ สายตาที่มันมองมาดูเกรี้ยวกราด ดูสับสน ในบางครั้งก็มองมาด้วยสายตาที่คาดเดาแทบไม่ออก
ตอนนี้ผมงงไปหมดแล้ว ไม่รู้จะต้องทำตัวยังไงดี แค่ผมหายใจดังก็เหมือนจะทำให้มันไม่พอใจแล้ว ผมเลยยืนนิ่งๆ เผื่อจะทำให้มันเย็นลงได้บ้าง
อยู่ๆ เหนือก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นโอบเอวผมไว้ ส่วนอีกข้างลูบไล้ไปตามตัว เริ่มที่เอวเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างเชื่องช้าจนมาหยุดที่หัวแล้วใช้นิ้วสอดเข้าไปในกลุ่มผม ก่อนจะเลื่อนลงไปเรื่อยๆ ตามใบหน้าจนมาหยุดลงที่ปลายคาง ก่อนจะจับคางผมเงยหน้าขึ้นเพื่อให้สบตามันตรงๆ
“เหนือ มึงเป็อะไร” ผมกัดฟันถามออกไปอย่างหวาดกลัว
ไม่รู้ว่าเหนือรู้สึกหรือเปล่าว่าผมกลัวมันจนตัวสั่นไปหมด แต่ต้องทำเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร
เหนือไม่ได้ตอบคำถาม โน้มตัวลงมาจูบที่ริมฝีปากผมแ่เบา ก่อนจะผละตัวออกไปอย่างอ้อยอิ่ง นั่นทำให้ผมเบิกตากว้างด้วยความใ ถึงเหนือจะเคยแกล้งทำแบบนี้กับผมหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป สีหน้าเหนือไม่ได้บ่งบอกว่าแกล้งผมเหมือนที่ผ่านๆ มาเลยสักนิด
เหนือจ้องมาที่ปากผมแล้วยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาจูบผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้แค่ใช้ปากแตะปาก แต่เหนือกำลังใช้ลิ้นเลียไล่ไปตามริมฝีปาก ดูด เม้ม จนผมรู้สึกชาไปแทบทั้งตัวจะผลักมันออกก็เหมือนกับเรี่ยวแรงที่มีมันหายไปหมด แค่จะยกมือขึ้นห้ามยังทำไม่ได้เลย
เหนือพยายามสอดลิ้นเข้ามาในโพร่งปากแต่ผมขัดขืนไม่ยอมให้เหนือทำได้ดั่งใจ มันเลยกัดเข้าที่ริบฝีปากล่างผมจนรู้สึกเจ็บ แล้วยังวนจูบผมอยู่ซ้ำๆ อย่างนั้น
จนสติผมแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รู้ตัวอีกทีตอนที่เหนือขึ้นคล่อมบนตัวผม มันใช้มือลูบไล้เข้ามาใต้เสื้อที่เลิกขึ้นจนเห็นหน้าท้องแบนราบ
“นะ เหนือ” ผมร้องออกไปเสียงหลงเมื่อได้สติกลับมา เหนือชะงักกับสิ่งที่มันกำลังทำเล็กน้อย ก่อนจะฟุบตัวนอนลงข้างๆ กัน โดยที่มือข้างหนึ่งของเหนือยังโอบเอวผมไว้แน่น เหมือนกับว่าไม่อยากให้ผมลุกหนีไปจากตรงนี้
“ขอโทษนะแทน...” ไม่รู้เพราะหน้าเหนือฟุบอยู่กับเตียงหรือเปล่าทำให้เสียงที่มันเอ่ยออกมาอู้อี้จนแทบจับใจความไม่ได้ คล้ายกับว่ามันกำลังข่มอารมณ์ตัวเองอยู่
“ขอโทษ กูอยากเลือกมึง แต่กูก็หันหลังให้เพื่อนกูไม่ได้ กูทำให้คนอื่นรู้สึกแย่กับสิ่งที่กูเลือกไม่ได้ กูควรทำยังไงดีวะแทน” เหนือเงยหน้ามองผมแล้วถามขึ้น ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
เหนือกำลังร้องไห้อย่างนั้นเหรอ
ผมอยากโกรธเหนือกับสิ่งที่มันทำไปก่อนหน้า พอเห็นแบบนี้แล้วทำใจโกรธเหนือไม่ลงจริงๆ เื่อะไรกันนะที่ทำให้เหนือเป็แบบนี้
“เหนือ มีอะไรมึงบอกกูได้นะ” เหนือเอาแต่ส่ายหน้า ผมเลยละความสนใจจากมันแล้วยกมือขึ้นเช็ดที่ริมฝีปาก เมื่อรู้สึกว่าแสบๆ กลับมีเืติดออกมา
ผมกดนิ้วลงไปที่แผลเพื่อหยุดเื แต่การกระทำของเหนือทำให้ผมเบิกตาขึ้นกว้างอีกครั้ง
เหนือดึงมือผมไปตรงหน้าแล้วเลียปลายนิ้วที่มีเืติดอยู่ออก ไม่เพียงเท่านั้น มันยังเลียไปตามนิ้วอื่นทีละนิ้ว ทีละนิ้วอย่างช้าๆ จนผมรู้สึกขนลุกซู่ไปหมด
“เหนือ มึงไม่เป็ไรใช่มั้ย” ผมทำได้แค่เลิกหน้าถาม เมื่อเหนือยังทำแบบเดิมซ้ำๆ ทั้งเลีย ทั้งดูดตามนิ้วมือของผมอยู่อย่างนั้น
เกิดอะไรขึ้นกับเหนือกันนะ เหนือเหมือนคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ ยิ่งเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง่หลังๆ เหนือมักจะมีอาการแบบนี้แทบทุกครั้ง ชอบทำเป็ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจผม พูดอะไรวกไปวนมาตลอดแล้วอาการแปลกๆ แบบนี้อีก
เหนือไม่ตอบคำถามแต่ซุกหน้ามาที่ซอกคอผมอยู่อย่างนั้น จนผมรู้สึกถึงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
เหนือคงหลับไปแล้วสินะ งั้นผมควรทำยังไงต่อดี จะลุกออกไปหรือจะปล่อยให้มันนอนอยู่อย่างนี้
“เหนือ ลุกไปนอนดีๆ มั้ย” ผมจะถามไปเพื่ออะไรกัน ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเหนือหลับไปแล้ว ดูท่าคงจะหลับลึกน่าดู
“เหนือกูไม่เข้าใจมึงเลยจริงๆ สิ่งที่มึงทำกับกู มึงรู้สึกอะไรอยู่กันแน่” ผมพูดขึ้นพลางใช้มือเกลี่ยไปที่ใบหน้าของเหนือเบาๆ
ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นหน้าเหนือใกล้ขนาดนี้ ได้ััมันใกล้ๆ แบบนี้
ผมไม่เคยคาดหวังเลย เพราะเส้นทางของผมกับเหนือแทบจะไม่มีทางกันได้เลย แค่ได้เดินเฉียด ได้ยืนใกล้ๆ ก็ต้องหลบสายตาทุกครั้ง
นอกจากการแอบมองอยู่ห่างๆ ก็ไม่เห็นมีทางไหนที่จะเข้าถึงตัวเหนือได้เลย ต้องขอบคุณไดอะรี่สินะที่ทำให้ผมได้ใกล้ชิดขนาดนี้
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเป็ก่อนหน้าผมคงมีความสุขมากแน่ๆ กับการกระทำของเหนือ
แต่ตอนนี้ทุกครั้งที่ได้เห็นหน้า ได้อยู่ใกล้ ความรู้สึกที่มีมันตีกันไปหมด มันไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด ถึงบางครั้งผมจะหลอกตัวเองว่ากำลังมีความสุขกับการกระทำของเหนือก็เถอะ
ผมแค่อยากได้ความชัดเจน อยากรู้ว่าเหนือคิดยังไง สถานะของเราถึงขั้นไหน ยังเป็เพื่อนกันอยู่มั้ยหรือสถานนะเกินกว่านั้นแล้ว
“เหนือ กูอยากรู้ มึงจะทำให้กูรู้สึกแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ มึงเลือกกูบ้างไม่ได้เหรอว่ะ” ผมจะดูเป็คนเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า ถ้าอยากให้เหนือเลือกผม อยู่กับผม ต่อให้มันจะผิดใจกับเพื่อนๆ หรือใครก็ตาม
ผมจับใบหน้าเหนือแล้วพยายามอั้นเสียงสะอื้นไว้ ทำไมกันนะ ทำไมผมถึงได้รู้สึกว่าครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้มองหน้าเหนือ ได้ััเหนือใกล้ๆ แบบนี้ รู้สึกใจหวิวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก