ตอนที่8: อาหารเช้าของสัตว์เทวะ:ปริศนาแห่งการยกระดับ
I. ชีวิตใหม่ของจักรพรรดิเซียนผู้ซุ่มซ่อน
หลังจากทะลวงระดับสู่ จักรพรรดิเซียนได้ด้วยบทเพลงกู่ฉินของชิงซวน หลิงเยว่ก็ยิ่งศรัทธาใน"ปรมาจารย์ผู้เร้นกาย" อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในเรือนเช่าข้างร้านของชิงซวนทุกวันพยายามสังเกตและเลียนแบบทุกการกระทำของเขา เพื่อทำความเข้าใจวิถีเซียนที่แท้จริง
ในตอนเช้ามืดหลิงเยว่ลุกขึ้นมานั่งสมาธิอย่างเคร่งครัดเธอรู้สึกว่าการบำเพ็ญเพียรของเธอในตอนนี้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้ใช้ยาล้ำค่าใดๆ เลยก็ตาม
“นี่คือพลังของการอยู่ใกล้'แหล่งกำเนิดเซียน' อย่างแท้จริง!”เธอกล่าวกับตัวเองอย่างตื่นเต้น “ทุกไอปราณที่ข้าหายใจเข้าไปล้วนบริสุทธิ์และชำระล้างจิตใจ”
ขณะที่เธอนั่งสมาธิเธอก็เห็นชิงซวนเดินออกมาจากร้านในชุดผ้าฝ้ายธรรมดา ๆ เขากำลังถือ "ชามดินเผาเก่า ๆ" และเดินไปยังมุมครัวหลังร้าน
ชิงซวนกำลังเตรียมอาหารเช้าอย่างง่ายๆ
“อาหู่!อาหู่ตื่นได้แล้ว! ได้เวลากินอาหารเช้าแล้วนะเ้าแมวี้เี!”ชิงซวนเรียกแมวส้มที่กำลังงีบหลับอยู่บน แท่นบำเพ็ญฌาน (เตาไฟดินเผา)
II. โอสถข้าวผัด และพลังแฝงของสัตว์เทพ
หลิงเยว่สนใจการกระทำของชิงซวนทันทีนี่คือโอกาสที่จะได้เห็น "พิธีกรรมเลี้ยงดูสัตว์เทวะ"
ชิงซวนกำลังตักอาหารเช้าของเขาใส่ชามดินเผา— ซึ่งก็คือ "ข้าวผัด" ธรรมดา ๆ ที่ผัดด้วยข้าว, ไข่, และผักกาดจากสวน
หลิงเยว่จ้องมองอาหารนั้นด้วยสายตาของจักรพรรดิเซียน!
“ข้าวผัด!ท่านปรมาจารย์ใช้ 'ข้าวผัด' เป็โอสถสำหรับสัตว์เทวะ!ข้าวผัดนั้นต้องถูกปรุงด้วย 'ไฟแห่งแก่นปราณ' และ 'น้ำทิพย์' เป็แน่!”
สิ่งที่ชิงซวนทำคือ:เขาผัดข้าวด้วยไฟจากเตาถ่านธรรมดา (ที่ถูกไอปราณเซียนหล่อหลอม) และใช้เกลือธรรมดา(ที่ถูกไอปราณจนเป็ "เกลือเซียน") ปรุงรส
เมื่อชิงซวนวางชามข้าวผัดลง อาหู่(แมวส้ม) ก็ลุกขึ้นมาอย่างเชื่องช้ามันเดินไปที่ชามและเริ่มกินข้าวผัดอย่างสบายอารมณ์
ขณะที่อาหู่กินหลิงเยว่ผู้มีระดับพลังสูงก็สามารถเห็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดาไม่เห็น!
1. เธอเห็น: พลังชีวิตและไอปราณเซียนบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจากข้าวผัดทุกเม็ดที่อาหู่กิน!
2. เธอเห็น: ร่างกายของอาหู่ (ในคราบแมวส้ม) เปล่งแสงสีทองอ่อน ๆทุกครั้งที่มันกลืนอาหาร!
3. เธอตีความ: “อาหู่กำลัง 'ยกระดับพลัง' อย่างเงียบ ๆ! ข้าวผัดนี้ไม่ใช่แค่ข้าวผัดแต่เป็ 'ยาเม็ดปลุกปราณสัตว์เทวะ' ที่ปรุงขึ้นอย่างประณีตที่สุด! และมันกินอย่างไม่ใส่ใจ...เพราะเป็เื่ธรรมดาสำหรับมันแล้ว!”
อาหู่กินข้าวผัดจนหมดชามแล้วเลียปากอย่างพอใจ มันเดินกลับไปนอนบนเตาไฟโดยไม่สนใจใครอีกต่อไป
III.การขอสูตรโอสถข้าวผัด
หลิงเยว่เดินเข้าไปหาชิงซวนอย่างรวดเร็วและนอบน้อม
“ท่านชิงซวน...ข้าขอโทษที่รบกวนการพักผ่อนของท่าน” หลิงเยว่กล่าว“ข้าเห็นท่านกำลังปรุงอาหารเช้า... มันช่างเป็อาหารที่เต็มไปด้วย 'พลังชีวิต' อย่างน่าอัศจรรย์! ข้า... ข้าขอ 'สูตรการปรุงโอสถข้าวผัด' นี้ได้หรือไม่เ้าคะ?”
ชิงซวนใเล็กน้อย “สูตรอาหารหรือ? มันเป็แค่ข้าวผัดธรรมดา ๆ เองนะ!ข้าก็แค่ผัดข้าว, ใส่ไข่, ใส่ผัก,แล้วก็ปรุงรสด้วยเกลือกับน้ำมัน... ง่าย ๆ เลย”
หลิงเยว่ตีความคำพูดของชิงซวนในทันที!
“ท่านกำลังสอนข้าถึง 'แก่นแท้แห่งการปรุงโอสถ' ด้วยภาษาที่เรียบง่าย!
1. 'ข้าว': คือรากฐานของแก่นปราณ (TheFoundation)*
2. 'ไข่': คือพลังชีวิตที่บริสุทธิ์ (Pure LifeEssence)*
3. 'ผักกาด': คือพลังแห่งธาตุวารี (The WaterElement)*
4. 'เกลือ': คือการรักษาความมั่นคง (The Balance)*
5. 'น้ำมัน': คือการหล่อเลี้ยงจิติญญา (TheNourishment)*
“ช่างเป็ปรมาจารย์ที่ลึกซึ้งยิ่งนัก!ท่านกำลังบอกว่าโอสถระดับสูงเกิดขึ้นได้จากวัตถุดิบที่เรียบง่ายที่สุด!”
“ข้าเข้าใจแล้วท่านชิงซวน!ขอบพระคุณสำหรับคำชี้แนะ!” หลิงเยว่โค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง “ข้าจะขอทดลองปรุงตามสูตรของท่านทันที!”
IV. ความพยายามที่ล้มเหลวของจักรพรรดิเซียน
หลิงเยว่กลับไปยังเรือนของเธออย่างตื่นเต้นเธอรวบรวมวัตถุดิบที่ดีที่สุดที่เธอสามารถหาได้ (ข้าว, ไข่, ผักกาดที่ปลูกด้วยปราณชั้นดีของเธอ)และเริ่มปรุงอาหารทันที
เธอจุดไฟเตาด้วย "เปลวเพลิงแก่นปราณ" ที่ควบคุมอย่างพิถีพิถัน (ไฟเซียน)และเริ่มผัดวัตถุดิบตามลำดับที่ชิงซวนบอก: ข้าว, ไข่, ผักกาด, เกลือ, น้ำมัน
ในมุมมองของหลิงเยว่: เธอใช้ ไฟเซียนในการหลอมรวม วัตถุดิบชั้นเลิศ ด้วย สมาธิของจักรพรรดิเซียน!
เธอหวังว่า: ข้าวผัดจะเปล่งแสงสีทองอร่ามและปลดปล่อยไอปราณเซียนออกมา
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:
1. ข้าว: ไหม้เล็กน้อย เพราะไฟแก่นปราณของเธอแรงเกินไป
2. ผักกาด: เหี่ยวและแห้ง เพราะไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากไอปราณา
3. รสชาติ: เค็มเกินไป (เธอใส่เกลือเยอะเกินไปเพราะตีความว่าเกลือคือความมั่นคง)
“ทำไมกัน?!” หลิงเยว่แทบจะร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง“ข้าทำตามสูตรที่ท่านปรมาจารย์บอกทุกอย่างแล้ว! ข้าวผัดของข้า...ไม่มีไอปราณเซียนเลยแม้แต่น้อย!”
เธอตระหนักในทันที: “ข้ายังขาดอะไรบางอย่างที่สำคัญที่สุด! 'การปรุง' นั้นเป็เพียงเปลือกนอก แต่ 'แก่นแท้' คือสิ่งที่ข้ายังเข้าไม่ถึง!หรือว่า... พลังเซียนที่แฝงอยู่ในข้าวผัดของท่านปรมาจารย์ ไม่ได้มาจาก 'การปรุง' แต่มาจาก 'ตัวตน'ของท่านเอง?”
V. บทสรุป: ความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น
หลิงเยว่รู้ว่าเธอไม่สามารถเลียนแบบชิงซวนได้ง่ายๆ เพราะพลังของชิงซวนนั้นเกิดจาก "การคงอยู่" ไม่ใช่"การกระทำ" เธอจึงเก็บข้าวผัดที่ล้มเหลวไว้ในชามอย่างเงียบ ๆ และเดินไปที่ร้านของชิงซวนด้วยสีหน้าสำนึกผิด
ชิงซวนเห็นหลิงเยว่เดินเข้ามาเขาถามด้วยความเป็ห่วง “อ้าว? หลิงเยว่!ทำไมทำหน้าแบบนั้น? อาหารเช้าไม่อร่อยหรือเปล่า?”
หลิงเยว่รีบส่ายหน้า “ไม่...ไม่ใช่เ้าค่ะ! อาหารของข้า... ข้าปรุงอาหารตามสูตรของท่านแล้ว... แต่ข้ากลับปรุงได้แต่'เปลือกนอก' ข้ายังไม่สามารถเข้าถึง 'แก่นแท้แห่งวิถีเซียน' ในการปรุงอาหารของท่านได้เลย”
ชิงซวนหัวเราะเบา ๆ “อ๋อ!ข้าเข้าใจแล้ว! บางทีท่านอาจจะขาด 'พริกไทย' ไปหน่อยนะ!ข้าวผัดต้องมีพริกไทยนะ ถึงจะอร่อยกลมกล่อม! วันนี้ข้าทำเผื่อท่านไว้พอดีเลย!เอาไปลองชิมดูสิ!”
ชิงซวนตักข้าวผัดของตัวเองให้หลิงเยว่ถ้วยหนึ่ง(ข้าวผัดที่เต็มไปด้วยไอปราณเซียนา)หลิงเยว่รับมาและรู้สึกถึงพลังชีวิตที่พุ่งเข้าใส่หน้าเธอทันที
“พริกไทย?! ท่านกำลังสอนข้าว่า 'แก่นแท้ที่ข้าขาด'คือ 'ความเผ็ดร้อนแห่งชีวิต' หรือ 'ความท้าทาย'! ท่านบอกว่าข้าต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากขึ้น!”
หลิงเยว่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งต่อคำชี้แนะอันลึกซึ้ง(และรสชาติอร่อยของข้าวผัดเซียน)เธอรู้แล้วว่าการเป็ศิษย์นอกสำนักของชิงซวนนั้นคือหนทางเดียวสู่สัจธรรม เธอจะใช้ "ข้าวผัดที่ปรุงล้มเหลว" ของเธอเองเป็เครื่องเตือนใจถึงความไม่สมบูรณ์และพยายามเรียนรู้ "วิถีแห่งความเผ็ดร้อน" จากปรมาจารย์ผู้เร้นกายผู้นี้ต่อไป