บทที่ 5
สู่ป่าเค่ออี้
วันรุ่งจิ่วเหรินและไป๋หลี่ก็ร่ำลาตี้หวั่งิผู้เป็อาจารย์ ขึ้นรถม้ามุ่งหน้าสู่ป่าเค่ออี้ โดยมีแม่ทัพกู้เยี่ยนำทางไปส่ง บนรถม้าที่โยกเยกเพราะถนนหนทางขรุขระ จิ่วเหรินวิงเวียนศีรษะจนต้องเปิดม่านหน้าต่างเพื่อดูวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
“ไป๋หลี่ดูสิ! มันสวยมากเลย”
“เยี่ยมจริง เห็นแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย” สองสาวเกาะหน้าต่างมองดูทุ่งดอกไม้ ตัดกับแนวชายเขาก่อนจะเข้าสู่ป่าทึบที่มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ ท่านอาจารย์บอกว่าป่าเค่ออี้นั้นอัศจรรย์
“เซิ่นหลางจวิ้นประทับอยู่ตำหนักพิรุณบน์ แต่สายพระเนตรของพระองค์กว้างไกลนัก”
ไป๋หลี่เอ่ยถึงผู้ปกครองเผ่าเทพที่อยู่บน์ ไม่เคยมีผู้ใดได้พบเจอกับพระองค์มาก่อน ว่ากันว่าเซิ่นหลางจวิ้นจะลงมาก็ต่อเมื่อมีภัยเกินกำลังของเผ่าเทพ
“อย่าเอ่ยนามของพระองค์บ่อยนักสิ! ข้าไม่ปรารถนาเห็นพระองค์มาเยือนเผ่าเทพหรอกนะ”
“ทำไมล่ะ?”
ไป๋หลี่แสร้งถามสหายที่ทำหน้าจริงจัง เห็นแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ข้าไม่หวังให้ซือเหยียนพบเจอพระองค์ มิเช่นนั้นคงไม่มีโอกาสรอบสอง” จิ่วเหรินย่อมรู้กฎของ์เป็อย่างดี เมื่อเทพคิดทำการชั่วช้าก็จะต้องโดนกำจัดออกไปจากโลกใบนี้
“ซือเหยียนไม่ใช่เทพอีกแล้ว”
“แต่เขาก็คือซือเหยียน เขากลับมาจากความตายและอยู่ในสถานะใหม่”
“พูดไปก็เท่านั้นจิ่วเหริน เ้าก็เห็นว่าความจำของเขาไม่ตามมาด้วย และยังคิดร้ายกับเ้าโดยไม่รู้สึกรู้สาเลยสักนิด”
“...”
“เขาฆ่าคนเป็ร้อยโดยไม่กระพริบตา ดาบในมือเขาฟาดฟันลงไปโดยไม่สนความผิดถูก”
ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ในลำคอ สองมือของซือเหยียนที่เปื้อนบาปนั้น จิ่วเหรินพอจะมีโอกาสช่วยแก้ไขมันหรือไม่
รถม้าเข้าสู่ป่าเค่ออี้ในเวลาต่อมา แม่ทัพกู้เยี่ยชะลอให้ม้าวิ่งช้าลงจนกลายเป็เดิน ต่างกับภาพในหัวของจิ่วเหรินทั้งสิ้น ป่าเค่ออี้นั้นทั้งงดงามและเต็มไปด้วยพลังที่มาจากธรรมชาติ มีทั้งสัตว์เทพ เซียนเทพ รวมไปถึงภูติ ต่างจากแดนเผ่าเทพที่มีเพียงเทพและเซียนเท่านั้น
รถม้าหยุดหน้าที่พำนักหลังโต แม่ทัพกู้เยี่ยบอกให้ทั้งสองลงมา ก่อนจะมีเซียนเทพผมขาวหน้าตาอ่อนเยาว์เดินออกจากที่พำนัก
“กู้เยี่ย! โอ้..ยินดีต้อนรับเ้า”
“ท่านพี่ซ่ง ไม่เจอกันเสียนานยังคงเยาว์วัยตลอดกาล ข้าพาเด็กทั้งสองมาส่งน่ะ” แม่ทัพกู้เรียกจิ่วเหรินกับไป๋หลี่ให้มายืนข้างตน และแนะนำเซียนหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าให้รู้จัก
“ผู้นี้คือ ‘เซียนเทพซ่งจื้อ’ บรรลุแล้วก็คงอยู่ในรูปลักษณ์หนุ่มสาว อ่อท่านพี่ซ่ง เซียนทั้งสองนี้ก็คือ จิ่วเหรินและไป๋หลี่”
“คาราวะท่านเซียนเทพเ้าค่ะ”
“พวกเ้าทั้งสองคือศิษย์ของท่านตี้หวั่งิใช่หรือไม่?” ซ่งจื้อเอ่ยถามเซียนสาวทั้งสอง
“เ้าค่ะ”
“ท่านตี้หวั่งิส่งจดหมายมาว่าจะให้เซียนรู้ความมาช่วยงานข้า เดิมทีก็คิดว่าคงจะรุ่นราวคราวเดียวกับกู้เยี่ย ไม่คิดว่าเด็กสาวสมัยนี้ปราดเปรื่องกันเกินวัย”
ซ่งจื้อเอ่ยชมจิ่วเหรินและไป๋หลี่ เพียงมองจากภายนอกก็พบว่าทั้งสองยังอายุน้อยมาก เมื่อเทียบกับพวกเขาหรือกู้เยี่ยที่แทบเป็บรรพบุรุษได้เลย
“ต่อไปพวกเ้าก็เรียกข้าว่าศิษย์พี่ก็แล้วกัน ข้าเองเป็ศิษย์ของท่านตี้หวั่งิเช่นกัน”
ถึงจะฟังดูขัดใจไปเสียหน่อย ทว่าเมื่อนับศักดิ์กันแล้วมันก็เหมาะสมถูกต้อง อายุไม่ใช่ปัญหาสำหรับเซียนเทพอย่างพวกเราหรอก ถึงอย่างไรวันหมดอายุขัยก็ยังอีกยาวนาน
แม่ทัพกู้เยี่ยส่งทั้งสองถึงที่หมายเรียบร้อย ก็ขอตัวกลับแดนเผ่าเทพเลยทันที ด้วยเกรงว่าเผ่าปีศาจจะบุกมารุกรานอีก ซ่งจื้อเองก็ทราบความเป็ไปถึงเื่ของเผ่าปีศาจ และคิดว่าาคงไม่อาจยุติได้โดยง่ายตราบใดที่เผ่าปีศาจไม่ยอมเลิกราวี
ทุกอย่างที่นี่แปลกใหม่ไปหมดสำหรับจิ่วเหรินและไป๋หลี่ ในเรือนหลังใหญ่นี้มีภูติคอยดูแลรับใช้ คนที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คงไม่พ้นไป๋หลี่ ผู้ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่และรักการผจญภัยเป็ชีวิตจิตใจ
“โอ๊ะ! มีเซียนมาใหม่ หน้าตาสะสวย”
เสียงเล็กเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นจิ่วเหรินและไป๋หลี่ ก้มหน้าลงไปก็พบว่าพวกมันคือกระต่ายกับแมว แต่เพียงครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนอยู่ในร่างมนุษย์สตรีแต่ยังมีใบหูและหางโผล่ออกมา
“ว้าว!!! พวกเ้าน่ารักมาก”
ไป๋หลี่เดินวนสำรวจร่างกายของสัตว์น่ารักที่เปลี่ยนเป็คน อาจเป็เพราะเผ่าเทพไม่มีแบบนี้ และนางเองก็คร่ำเคร่งกับการฝึกยุทธ์มากกว่าจะสนใจเื่อื่น การเรียนรู้สิ่งใหม่ของไป๋หลี่น่าจะเป็เื่ที่นางชอบเที่ยวจนสนิทไปทั้งเมือง
“ทั้งสองคือภูติกระต่ายซูลี่ และภูติแมวหย่งฉี”
ซ่งจื้อเห็นว่าเซียนสาวดูตื่นตาตื่นใจราวกับไม่เคยพบเจอ จึงคิดว่าจะมอบให้เป็สาวรับใช้คู่กาย
“อยู่ที่นี่พวกเ้าจำต้องมีคนคอยรับใช้ดูแล จากนี้พวกมันจะเป็สาวรับใช้ของเ้า”
“จริงหรือเ้าคะ”
“อืม”
ไป๋หลี่คว้ามือของหย่งฉีให้มายืนอยู่ข้างตน วิสัยของแมวย่อมต้องพาไปเจอเื่สนุกอยู่แล้ว ส่วนซูลี่นั้นไปยืนอยู่ข้างจิ่วเหริน ในใจของไป๋หลี่คิดว่ากระต่ายไม่ใช่นักล่า ย่อมไม่พานกไปเจอกับเื่ลำบาก เหมาะสมที่สุดแล้วแบบนี้
“เอ่อ.. ศิษย์พี่เ้าคะ คือว่าจะให้พวกเราทำอะไรบ้างหรือเ้าคะ” จิ่วเหรินเอ่ยถามหลังจากที่ยืนเงียบมาตลอด ซ่งจื้อมองใบหน้าของนาง จับกระแสพลังเทพได้อ่อนๆเท่านั้น
“เ้าเป็เทพ”
“!!!”
จิ่วเหรินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อซ่งจื้อจับตัวตนของนางได้ ไป๋หลี่รีบมายืนกุมมือของจิ่วเหรินทันที และซ่งจื้อก็ยกยิ้มเมื่อไป๋หลี่เองก็มีพลังของเทพเช่นกัน
“เป็เทพทั้งสอง”
“ท..ทำไมท่านรู้ล่ะเ้าคะ”
“เด็กโง่.. ข้านั้นบรรลุเซียนมาเกินกว่าพันปีแล้ว ไฉนจะมองตัวตนของเ้าไม่ออก มันก็ไม่แปลกที่เซียนจะเป็เทพ เหตุใดจึงต้องปกปิดมันเอาไว้ด้วยเล่า”
“คือว่า..เอ่อ..”
“เอาเถอะ หากเ้าไม่อยากเอ่ยถึงมันก็จงปิดปากเสีย ข้าเองก็ไม่ชอบยุ่งวุ่นวายกับเื่ของผู้อื่น ตามข้ามาจะพาไปดูห้องนอนของพวกเ้า”
ห้องพักของไป๋หลี่และจิ่วเหรินอยู่คนละที่ เหตุเพราะหน้าที่ของทั้งสองต่างกัน ซ่งจื้อตั้งใจจะให้ไป๋หลี่ไปอยู่กับพวกเซียนที่มีวรยุทธ์ เผื่อว่าไป๋หลี่จะได้ความรู้เพิ่มเติม ส่วนจิ่วเหรินนั้นซ่งจื้ออยากให้อยู่ใกล้กับเขาเอาไว้ มีหลายสิ่งที่ซ่งจื้ออยากสอนสั่งให้แก่จิ่วเหริน
ไป๋หลี่โอดครวญไม่อยากอยู่ห่างสหาย ทว่าก็ถูกหย่งฉีลากไปที่เรือนพักอีกฝั่ง จิ่วเหรินทำได้เพียงหลุดหัวเราะออกมา สีหน้าของไป๋หลี่ตลกจะตายไป พอมีหย่งฉีแล้วก็เกรงว่าจะพากันป่วนเสียมากกว่า
“จิ่วเหริน”
“เ้าคะ”
“ท่านตี้หวั่งิอยากให้เ้าช่วยแนะแนวทางแก่พวกสัตว์เทพ ข้าเองก็คิดว่าเ้าน่าจะทำได้”
“สัตว์เทพหรือเ้าคะ?”
“อืม” ซ่งจื้อพยักหน้าตอบ “เซิ่นหลางจวิ้นมีพระประสงค์อยากให้สัตว์เทพบรรลุเซียน ไม่เว้นแม้แต่พวกภูติ หรือสัตว์น้อยใหญ่ในป่าแห่งนี้”
“หากข้านั้นมีสิ่งใดอยากสอนสั่งเ้าเพิ่ม จะอยากเรียนรู้หรือไม่จิ่วเหริน”
ดวงตาของนางเป็ประกายอย่างลิงโลด พยักหน้ารัวพร้อมรอยยิ้มที่ทำเอารอบข้างสดชื่น ผิดจากก่อนหน้าที่เขาเห็นนางเอาแต่ยืนเงียบ สีหน้าสับสนว้าวุ่นดูเป็กังวลใจกับอะไรสักอย่าง
“เช่นนั้นเ้าพักผ่อนเถอะ ถึงเวลาแล้วข้าจะมาเรียก ซูลี่ดูแลนางด้วย”
“เ้าค่ะ”
กระต่ายน้อยสาละวนช่วยจัดห้องนอนให้จิ่วเหริน เพิ่งรู้ว่าภูติก็มีนิสัยที่ขี้อ้อนเช่นกัน นางไม่ได้มองซูลี่เป็เพียงสัตว์ แต่มองว่านี่คือสหายของนางอีกคนหนึ่ง
“นายหญิงอยากให้เอาอันนี้วางไว้ตรงไหนหรือเ้าคะ”
“นี่ซูลี่”
“เ้าคะ?”
“เรียกข้าว่าพี่จิ่วเถอะ เรียกนายหญิงอะไรกัน ตัวข้านั้นก็เป็เฉกเช่นเดียวกับเ้า”
“เ้าค่ะพี่จิ่ว”
ภูติกระต่ายน้อยสอนง่ายเข้าใจง่าย จิ่วเหรินระบายยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู การสนทนาของทั้งสองนั้นเล็ดลอดออกมาให้คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าได้ยิน ซ่งจื้อยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด