บทที่ 18 ขวัญใจซิงซิงถูกบังคับอย่างไม่เต็มใจ
ซิงซิงถูกคนเอาใจอย่างหนักหน่วง
ท้องของเธอนูนขึ้น แต่เมื่อเห็นสีหน้ามีความสุขของคุณป้าที่ได้เห็นเธอกิน เธอก็เม้มริมฝีปากและกินอาหารต่อไป
สืออี๋ดื่มด่ำไปกับความสุขที่เหมือนได้มีลูกสาว จนไม่ทันสังเกตว่าซิงซิงกินมากเกินไปแล้ว
จนกระทั่งหลี่หยวนเป็คนแรกที่สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เดี๋ยวนะ! แม่ เดี๋ยวก่อน ซิงซิงกินเยอะเกินไปแล้วครับ”
ใบหน้าเล็กดูซีดเล็กน้อยและดูกลืนอาหารอย่างยากลำบากทุกคำ
สืออี๋รีบหันมองไปที่ซิงซิง ก็พบว่าซิงซิงกำลังเอามือลูบท้องอยู่ใต้โต๊ะ ท้องน้อย ๆ ของเธอกลมแล้ว
“โอ้ ซิงซิงอิ่มแล้วทำไมไม่บอกล่ะคะ”
ซิงซิงขมวดคิ้วอย่างไม่สบายใจ
สืออี๋สะดุ้งและรีบอุ้มซิงซิงไปที่โซฟา แล้วใช้ฝ่ามือลูบท้องของเธอเบา ๆ
ซิงซิงอยากจะบอกว่าตัวเองสบายดี แต่พอเธออ้าปาก
“อึก!”
เธออาเจียนออกมา
หลี่หยวนใมาก
สิ่งแรกที่เขาคิด เขาจบแล้ว เขาจะต้องถูกเซี่ยจื้ออวี้ฆ่าปิดปากแน่ ๆ!
สืออี๋รู้สึกผิดเข้าแล้ว จนเธอรีบขอให้แม่บ้านมาทำความสะอาดให้
ส่วนย่าหลี่ก็นำผ้าชุบน้ำอุ่นมาช่วยทำความสะอาดให้ซิงซิงเช่นกัน
จากนั้นก็ป้อนยาช่วยย่อยสำหรับเด็กให้กับเ้าก้อนแป้งที่หน้าตาขาวซีด
ในที่สุดใบหน้าของซิงซิงก็กลับมาดูดีขึ้น
สืออี๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและลูบหลังซิงซิงเบา ๆ ด้วยสีหน้าที่เ็ปใจ
“ซิงซิง กินอิ่มแล้วหนูก็ต้องบอกว่าอิ่มแล้วนะ”
ปากเล็ก ๆ ของซิงซิงเบะเหมือนอยากจะร้องไห้ แต่เธอก็ทนเอาไว้
“คุณป้าขอโทษค่ะ ซิงซิงไม่ได้ตั้งใจจะสร้างปัญหา…”
เมื่อสืออี๋ได้ยินแบบนั้นในใจของเธอก็รู้สึกไม่สบายขึ้นมาทันที
“ซิงซิงไม่ได้สร้างปัญหาเลย มันเป็ความผิดของป้าเองที่ไม่ได้สังเกตว่าซิงซิงอิ่มแล้ว”
สืออี๋รู้สึกว่านิสัยของซิงซิงนั้นมองว่าเป็เื่เล็กน้อย
ดูเหมือนว่าเธอจะเป็คนรู้ความนิดหน่อยและไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไร
เธอลูบหัวซิงซิงและมองดูเด็กน้อยอย่างจริงจัง
“ซิงซิง ต่อไปถ้าไม่อยากกินแล้วหนูก็แค่พูดออกมา ไม่ชอบอะไรก็พูดมันออกมาเลย”
ซิงซิงยังคงมีน้ำตาคลอ เธอกะพริบตาด้วยความสับสนและถามว่า
“ทำไมล่ะคะ ถ้าไม่อยากกินแบบนั้นแล้วคุณป้าจะไม่มีความสุขไม่ใช่เหรอ?”
หัวใจของสืออี๋เจ็บแปลบเมื่อได้ยินแบบนี้
“ซิงซิง ความรู้สึกของหนูเองต้องสำคัญที่สุดนะคะ”
“รู้สึกไม่สบายใจตรงไหนก็ต้องพูดออกมา ถ้าไม่ชอบหนูก็ไม่ต้องรับไว้”
“มันคงจะดีกว่าถ้าหนูสบายใจกับตัวเอง แบบนั้นแล้วก็จะดูแลคนอื่น ๆ ได้ด้วย”
“แต่ถ้าการดูแลความรู้สึกของคนอื่นทำให้หนูไม่สบายใจ หนูจะต้องให้ความสำคัญกับตัวเองก่อนและรักตัวเองนะ”
“อีกอย่างป้าชอบหนูมากขนาดนี้ จะไม่มีความสุขได้ยังไงกัน”
สืออี๋มองว่าซิงซิงที่พยายามทำตัวเป็เด็กโต มองตาเธอและพูดอย่างอ่อนโยนทุกคำพูด
หัวเล็ก ๆ ของซิงซิงพยายามอย่างหนักเพื่อแยกแยะคำพูดของคุณป้า
สิ่งที่คุณป้าสอนมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผู้อำนวยการบอกหมดเลย
แล้วเธอควรจะต้องเชื่อใครล่ะ
ซิงซิงนึกเปรียบเทียบอยู่ในใจ โดยยังคงหวังว่าคุณป้าสืออี๋จะพูดถูกต้อง
เธอกะพริบตาแล้วยิ้มหวาน “ค่ะ”
ปากพูดว่าตกลง แต่ลักษณะนิสัยของแต่ละบุคคลหยั่งรากลึกจึงไม่ใช่เื่ง่ายที่จะแก้ไขได้เลย
สืออี๋เห็นว่าซิงซิงตอบอย่างว่าง่ายนั้นเป็เพราะเธอเคยชิน
เธอลูบศีรษะของซิงซิงด้วยความรักใคร่เอ็นดูและลูบท้องน้อย ๆ ของเด็กหญิงไปพักหนึ่ง
จนกระทั่งสีหน้าของซิงซิงดีขึ้น ในที่สุดสีหน้าที่ขาวซีดก็กลับมาเป็ปกติ จึงวางเธอลงและชงนมหนึ่งแก้วให้
พอวางเธอลงบนพื้นได้ไม่ทันไร เด็กอายุห้าขวบอย่างเ้าสามก็คาบดอกไม้ไว้ในปากและวิ่งเข้ามา
เขาคุกเข่าลง
“ซิงซิง! แต่งงานกับฉันเถอะ!”
ซิงซิง: Σ(っ°Д°;)っ
สืออี๋และหลี่หยวน : ?
เ้ารองวัยแปดขวบ “ไม่! ซิงซิงเป็ภรรยาของฉัน!!”
หลี่หยวนเข้าไปอุ้มน้องชายของเขาขึ้นด้วยมือเดียวแล้วโยนออกไป
ใบหน้าของสืออี๋ไม่ได้แสดงอารมณ์ “นับจากนี้ไป เวลาดูทีวีครึ่งชั่วโมงของพวกตัวแสบในทุกวันจะลดลงเหลือแค่สิบห้านาที”
พวกน้องชายได้ยินคำที่เป็ดั่งสายฟ้าฟาด!
เขาไม่เข้าใจเลย!
เพื่อนในโรงเรียนอนุบาลของเขาทุกคนล้วนมีแฟนแล้ว และเขาก็แค่อยากมีแฟนที่สวยที่สุดในโลกเท่านั้น!
ทำไมโลกใบนี้ช่างโหดร้ายนัก!
น้องชายร้องไห้ “แงงงง!”
ขณะเดียวกัน ซิงซิงที่กำลังใก็ได้ถูกนำตัวออกไปก่อนแล้ว
หลี่หยวนใช้ความพยายามอย่างมากในการปลอบ (ทุบตี) น้องชายทั้งสองคนของเขา
เมื่อขึ้นมาชั้นบนก็เช็ดเหงื่อ พลางมองย่าและแม่ของตัวเองอยู่ข้าง ๆ ซิงซิงและกำลังเล่นกับเธอ
หลี่หยวนสาบานได้เลยว่าเขาไม่เคยเห็นสีหน้าของแม่แบบนี้มาก่อนเลยั้แ่เขาจำความได้
หลี่หยวนคิดว่า พวกผู้หญิงอยู่เล่นกับเด็กอายุสามขวบจะไปสนุกอะไรล่ะ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หลี่หยวน : เหอะ ๆ ตรงกันข้ามเลย
ใครจะไม่ชอบดูนางฟ้าตัวเล็กเล่นกับตุ๊กตาบาร์บี้บ้างล่ะ!
ซิงซิงถือตุ๊กตาบาร์บี้ผมบลอนด์ไว้ในมือสั้นขาวนวล เธอเอียงศีรษะและหวีผมตุ๊กตาอย่างระมัดระวังแล้วสวมชุดกระโปรงให้
จากนั้นก็วางลงอย่างระมัดระวัง “นี่คือป้าสืออี๋ค่ะ”
สืออี๋ยิ้มอย่างมีความสุข “เอ๊ะซิงซิง คุณป้าสวยขนาดนี้เลยเหรอ?”
ซิงซิงพยักหน้า “คุณป้าสวยที่สุด!”
จากนั้นก็วางตุ๊กตาย่าหลี่ ซึ่งเป็ตุ๊กตาบาร์บี้ผมสีเงิน
ย่าหัวเราะชอบใจ “เมื่อก่อนย่าเคยหน้าตาแบบนี้”
ย่าหลี่หัวเราะจนตาหยี แต่เธอก็กลัวจะทำให้เด็กน้อยใ จึงกอดซิงซิงไว้ในอ้อมแขนแล้วหอมแก้ม
พอมาถึงหลี่หยวน เด็กน้อยก็รู้สึกกลัดกลุ้มใจ
เพราะที่นี่ไม่มีบาร์บี้ผู้ชาย
ซิงซิงเหลือบมองหลี่หยวน เกรงว่าจะทำให้พี่ชายไม่มีความสุข
หลี่หยวนรู้สึกประทับใจกับรูปลักษณ์ตัวเล็กตัวน้อยน่ารักแบบนี้ จนแทบอยากจะเป็ลม
“ซิงซิง ไม่ต้องห่วงพี่ ขอแค่หนูสนุกก็พอแล้ว!!”
แต่เธอไม่ได้อยากทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ดังนั้นเธอจึงมองไปรอบ ๆ ของเล่นรอบตัว และในที่สุดดวงตาก็สว่างขึ้น!
เธอลุกขึ้นจากพื้น ใช้ขาสั้นของเธอวิ่งไปที่มุมห้อง แล้วหยิบของเล่นชิ้นหนึ่งออกมาจากกองของเล่น
ไดโนเสาร์ตัวน้อย
“นี่คือพี่ค่ะ!” เด็กน้อยถือไดโนเสาร์ตัวน้อยด้วยสีหน้าตื่นเต้น รอรับคำชม
หลี่หยวนขมวดคิ้ว เขาอยากถามว่าทำไมเขาถึงเป็ไดโนเสาร์ตัวน้อย
แต่เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของเด็กหญิงที่แสดงออกมา ความทะนงและหยิ่งในศักดิ์ศรีของชายหนุ่มจึงพูดตรง ๆ ว่า
“ซิงซิงฉลาดมาก ฉลาดเหมือนกับพี่เลย”
ในที่สุดสืออี๋ก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่หยวน ด้วยสีหน้าดูถูกเขากลาย ๆ
“หลี่หยวน ทำไมถึงพูดเสียงดังขนาดนี้ น่าเกลียดจริง ๆ”
หลี่หยวน : ?
เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าพูดแบบนี้ดีกว่า
แน่นอนว่าซิงซิงไม่เข้าใจคำพูดนี้ เธอััได้ว่าทุกคนมีความสุข ดังนั้นเธอก็มีความสุขมากเช่นกัน
จู่ ๆ ด้านนอกก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น “ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
และได้ยินเสียงเด็กตีกันไปมา
แม้ว่าน้องชายสองคนจะถูกพี่ชายตี แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถต้านทานสโนว์ไวท์ที่ดึงดูดใจได้
มีการทะเลาะกันว่าใครจะเคาะประตูได้ก่อนกัน
สืออี๋แสดงความใจดีและเดินไปเปิดประตูในที่สุด
กลับคิดไม่ถึงว่ามือของลูกชายทั้งสองคนจะเต็มไปด้วยของเล่นสุดโปรดของพวกเขา
ทันทีที่ประตูเปิดออก พวกเขาก็รีบเข้าไปเบียดอยู่ด้านหน้าซิงซิง
“ซิงซิงอันนี้ให้เธอ มาเล่นกับฉันเถอะ”
“ซิงซิงชอบของเล่นฉันไหม! ซิงซิงดูสิ!”
ถ้าหลี่หยวนไม่หยุดพวกเขา เกรงว่าของเล่นคงตั้งเต็มหน้าซิงซิง
ซิงซิงตัวน้อยรู้สึกหวาดกลัว เธอขดตัวเหมือนกระต่ายตัวน้อย แต่ในไม่ช้าเธอก็เริ่มหัวเราะอีกครั้ง
แม้ว่าพี่ ๆ จะแปลกไปสักหน่อย...แต่เธอก็ชอบพวกเขาทั้งหมด
แต่…
เธอคิดในใจอย่างเงียบ ๆ ว่าคนที่เธอชอบมากที่สุดคือพี่หกของเธอ
ตอนนี้พี่หกกำลังทำอะไรอยู่ หมาป่านั้นถูกตีไปแล้วใช่ไหม