ผมลูบหลังแม่เบาๆ หวังว่าแม่อารมณ์จะเย็นลงบ้าง
เสียงร้องไห้ของแม่ค่อยๆเบาลง เปลี่ยนเป็สะอื้นเป็พักๆ สักพักก็เงียบไปเลยแม่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ไม่ขยับเขยื้อน ผมกลัวว่าแม่จะเป็อะไรไปรีบถาม
"แม่ เป็อะไรไหมครับ?"
ผมเขย่าตัวแม่เบาๆ แต่แม่ก็ไม่พูดอะไร แค่ลุกพรวดขึ้น แล้วเดินไปห้องน้ำ ผมได้ยินเสียงน้ำไหลดังซ่าๆ ครู่หนึ่งก็เงียบไป พอแม่ออกมาจากห้องน้ำอีกที หน้าตาแม่ก็ดูดีขึ้นกว่าเมื่อกี้เยอะ แต่รอบดวงตายังแดงก่ำ ดูน่าสงสาร
"เอาล่ะ พ่อเธอไปแล้ว ตอนนี้เหลือแค่เราสองคนแล้วนะ ต่อไปนี้มีแต่นัทอยู่กับแม่แล้ว"
แม่พยายามทำตัวให้ร่าเริงขึ้น แต่ก็ยังดูไม่ค่อยดี ผมรีบเดินเข้าไปหาแม่ จับมือแม่ไว้แน่น แล้วพูดเสียงแข็งกร้าว "แม่ พ่อมันไม่ดี แม่ไม่น่าไปโกรธคนแบบนั้นเลย"
"พูดแบบนั้นไม่ดีนะนัท ยังไงเขาก็เป็พ่อของลูก" แม่ไม่ค่อยชอบที่ผมพูดไม่ดีถึงพ่อ ถึงจะพูดเสียงไม่ดุ แต่ก็สอนผมจริงจัง
"แต่พ่อทำแม่เสียใจนี่นา ผมไม่อยากยกโทษให้เขา"
"นี่มันเื่ของผู้ใหญ่ เด็กอย่างลูกยังไม่เข้าใจหรอก" แม่พูดเหมือนปลอบเด็ก "เื่ของเรา ปล่อยให้แม่จัดการเองนะ" ผมยืดอกอย่างไม่ยอมแพ้ ขมวดคิ้ว แล้วพูดกับแม่เสียงจริงจัง "แม่อย่ามาดูถูกผมนะ ผมโตแล้วนะ"
"จ้าๆๆ พ่อหนุ่มแล้ว แต่ตอนนี้ดึกแล้วไปนอนกันได้แล้ว" แม่มองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง เมื่อกี้ทั้งทะเลาะทั้งร้องไห้ แม่คงจะเหนื่อยมากแล้วจริงๆ
"งั้นผมนอนกับแม่นะ" ผมยังไม่ไว้ใจแม่ตอนนี้ กลัวว่าแม่จะนอนไม่หลับแล้วแอบร้องไห้คนเดียว
แม่หัวเราะออกมา "นี่ลูก เพิ่งบอกว่าเป็ผู้ใหญ่ แล้วจะมาให้แม่กล่อมนอนซะแล้ว"
"ก็ผมเป็ห่วงแม่นี่นา" ผมโบกมือแบบไม่รู้ไม่ชี้ "แม่ต่างหากที่ไม่น่าไว้ใจ"
ดูเหมือนแม่จะอารมณ์ดีขึ้นบ้าง แม่เอานิ้วมาเขี่ยหน้าผากผม "ทำเป็พูดเหมือนผู้ใหญ่ไปได้
เอ้าล่ะ รีบไปเก็บของ เตรียมตัวนอนได้แล้ว"
"รับทราบ!" ผมทำท่าวันทยหัตถ์แบบแปลกๆ ให้แม่ดู แม่เลยหัวเราะออกมาอีก แต่ไม่ว่ายังไง บรรยากาศอึดอัดในบ้านเมื่อกี้ก็หายไปจนหมดสิ้น ผมแอบให้คำมั่นสัญญากับตัวเองในใจ ว่าจะต้องดูแลแม่ให้ดี จะไม่ยอมให้แม่ต้องเ็ปอีกต่อไป ั้แ่นี้ไป ผมจะเป็เสาหลักให้แม่เอง หลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จ ผมก็เอาผ้าห่มไปห้องแม่ เตียงในห้องแม่กว้างมาก นอนสองคนสบายๆ ส่วนเตียงผมเองจะแคบไปหน่อย แต่ถึงจะแคบก็มีข้อดีนะ จะได้นอนเบียดแม่ได้แบบไม่น่าเกลียดไงล่ะ แต่พอนอนเตียงใหญ่แบบนี้ ถึงจะสบาย แต่ก็รู้สึกขาดๆ อะไรไปนิดหน่อย
ผมเอาหมอนไปวางข้างๆหมอนแม่ อยากนอนหนุนหมอนเดียวกับแม่ แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ยอมให้ผมนอนข้างๆ แล้วสองคนก็นอนคุยกระซิบกระซาบกัน
"ว่าแต่นัทกับพลอย ่นี้เป็ยังไงบ้างจ๊ะ" แม่ก็ถามขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาผมไปไม่เป็เลย
ผมคิดๆดู ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี เลยตอบไปว่า "ก็ดีครับแม่ ถามทำไมเหรอ?"
"ไม่มีอะไร แค่อยากรู้ พวกลูกไปถึงขั้นไหนกันแล้วเนี่ย เราน่ะอย่าไปรังแกกับพลอยล่ะ"
"โธ่ แม่คิดอะไรเนี่ย อย่ามาใส่ร้ายผมนะ พวกเราคบกันมาตั้งนาน ไม่เคยทะเลาะกันสักแอะ แล้วผมจะไปรังแกเขาได้ยังไง" พลอยทั้งว่านอนสอนง่าย น่ารัก เอาใจใส่ ผมหาเหตุผลที่จะไม่ดีกับน้องเขาไม่ได้เลยจริงๆ ผมเลยไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมพ่อถึงไม่ใจดีกับแม่ที่แสนดีขนาดนี้ ถ้าเป็ผมนะ จะประคบประหงมแม่ไว้ในอุ้งมือ ไม่ยอมให้แม่ต้องเจ็บช้ำน้ำใจเลยสักนิด "ก็ดีแล้ว แม่น่ะถูกใจว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้มากๆเลยนะ ถ้าแกทำไม่ดีกับพลอย ไม่ต้องพูดถึงพลอยเลย แม่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน"
แม่กับพลอยเคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ก็เข้ากันได้ดีสุดๆผมว่าถ้าผมกัพลอยทะเลาะกันจริงๆ แม่ต้องเข้าข้างพลอยแน่ๆ หลายคนปวดหัวกับเื่แม่ผัวลูกสะใภ้ แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว บางทีความสัมพันธ์ของแม่กับพลอย อาจจะดีกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากับผมก็ได้นะ "รู้แล้วค้าบบบ แม่ก็ย้ำอยู่นั่นแหละ เป็สิบรอบแล้วมั้งเนี่ย หูผมจะยานหมดแล้ว" ผมแกล้งทำท่าดึงหูตัวเอง แม่ขำกับท่าทางโอเวอร์แอคติ้งของผม แล้วก็หันมาคุยเื่อื่นต่อ
"แล้ว่นี้เรียนเป็ยังไงบ้าง แม่ไม่ได้ดูการบ้านลูกหลายวันแล้วนะ จะสอบคราวหน้าจะไม่แย่ลงใช่มั้ย?" ในแววตาแม่แอบมีความกังวล เหมือนรู้สึกว่าตัวเองละเลยหน้าที่ "เดี๋ยวหลังจากนี้แม่จะช่วยดูการบ้านเองนะ เราก็อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับคุณครูด้วยล่ะ" อาจารย์ประจำชั้นเคยบอกไว้ว่า ผมกับพลอยจะคบกันก็ได้ แต่ห้ามเสียการเรียน ถ้าสอบคราวนี้ผมคะแนนตก ไม่ติดอันดับท็อป 20 ขึ้นมาจริงๆสงสัยรักครั้งนี้คงต้องจบเห่แน่ๆ ถึงจะมีพลอยช่วยติวให้ที่โรงเรียน แต่่นี้อยู่ที่บ้านผมก็ไม่ได้ขยันอ่านหนังสือเท่าไหร่ พอดีแม่ชวนให้มาเรียนด้วยกัน ผมก็ดีใจอยู่แล้ว รีบพยักหน้าตกลงทันที พอแม่พูดจบ ก็เหมือนจะคิดอะไรเพลินๆอีกแล้ว ผมมองหน้าแม่ด้านข้าง ใบหน้าสวยหมดจดดูเศร้าๆเล็กน้อย ทำให้ผมมองเพลินจนลืมตัว ผมยื่นมือไปจับเอวแม่แบบไม่รู้ตัว แล้วก็กอดเบาๆถึงจะเบา แต่แม่ก็รู้สึกได้จริงๆ ทำให้แม่หลุดจากภวังค์ แม่เงยหน้าขึ้นมองผม แววตาดูซับซ้อน แม่พูดช้าๆ ชัดๆ ย้ำกับผมว่า "นัท ฟังแม่นะ ต่อไปไม่ว่ายังไง ลูกก็ห้ามทำอะไรไม่ดีกับพลอย เด็ดขาด เข้าใจไหม?"
"พอโตขึ้น ลูกต้องไม่เป็เหมือนพ่อ เข้าใจไหม ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดี ห้ามทำร้ายคนอื่น ห้ามด่าทอใคร แม่หวังว่าลูกจะไม่ใช่แค่ผู้ชายที่เข้มแข็ง แต่ต้องเป็ผู้ชายที่ดี ที่ดูแลและเอาใจใส่คนอื่นด้วย" แม่พูดด้วยความเป็ห่วง อาจจะเพราะแม่ไม่อยากให้ผมเป็เหมือนพ่อ เลยไม่อยากให้เื่ร้ายๆ ที่ตัวเองเจอต้องเกิดขึ้นอีก ไม่อยากให้ลูกชายที่รักเติบโตไปเป็คนแบบเดียวกับคนที่ทำร้ายตัวเอง การที่ได้แนบชิดกับแม่ทำให้ควยเริ่มแข็งขึ้นมา
แม่ตีขาผมดังแปะ แม่ยกมือขึ้นมาตอนแรกไม่ทันสังเกต หลังมือเลยปัดไปโดนควยที่แข็งเข้า มันเลยสั่นๆ แล้วก็ไปชนตรงขาอ่อนขาวเนียนนุ่มของแม่เข้าเต็มๆ แม่ยังงงๆว่ามีอะไรมาโดน พอหันลงไปดู ก็เห็นเป้ากางเกงผมมันตุงดันกางเกง แม่หน้าแดงก่ำ รีบถอย พยายามหนีให้พ้นจากควยของผม ท่าทีใของแม่ทำเอาผมเขินขึ้นมาเหมือนกัน รีบปล่อยมือจากเอวแม่ สองคนเลยเว้นระยะห่างกันขึ้นมา
แม่ถอนหายใจ แล้วก็ยิ้มด่า "เรานี่มันจริงๆเลยนะ"
พอเห็นแม่ทำหน้าเขินอายแบบนั้น ผมก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งแม่เล่น เลยใช้วิชาจี้เส้นที่รีบเอานิ้วจี้เอวและรักแร้แม่เบาๆ เร็วๆ "ฮ่าๆๆๆๆๆ ยอมแล้วๆๆ แม่ยอมแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ" ดูเหมือนว่าอาการจั๊กจี้ง่ายๆของผม จะได้มาจากแม่นี่เอง แค่โดนจี้ไปไม่กี่ที แม่ก็ทนไม่ไหว ยกมือสองข้างยอมแพ้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังไม่อยากหยุด อยากจะลูบไล้ตัวแม่ให้มากกว่านี้ เลยเปลี่ยนจากจี้เป็ลูบ เอานิ้วลูบไปลูบมาบนตัวแม่ แม่ดิ้นอยู่แป๊บนึง ก็หมดแรงจริงๆหอบหายใจถี่ๆ ฟุบลงไป ผมเลยถือโอกาสดึงแม่เข้ามากอดอีกครั้ง แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ยอมให้ผมกอดไว้แบบนั้น หายใจหอบถี่ๆเมื่อกี้ยังออกแรงเยอะ แม่เลยแทบหมดแรง
พอััได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของแม่ ควยผมก็ตื่นตัวขึ้นมาอีกแล้ว สำหรับผม แม่ที่ผมรักสุดหัวใจก็คือยาปลุกเซ็กส์ชั้นดี แท่งควยขยายใหญ่ ชี้โด่เด่ตรงหน้า ทำให้ผมจะกอดแม่ยังลำบากเลย เพื่อที่จะแนบชิดกับแม่ให้มากขึ้น ผมเลยค่อยๆ ขยับตัวเบาๆ อยากจะปรับทิศทางควยหน่อย แต่ไม่คิดว่าขยับแรงไปหน่อย ดันไปทิ่มโดนตัวแม่อีกแล้ว ผมแอบชำเลืองมองแม่ แม่ก็รู้สึกได้จริงๆเหมือนกระต่ายน้อยใ กัดปากตัวเองแน่น หน้าแดงก่ำเหมือนลูกสตรอว์เบอร์รีสุก แดงจนแทบจะมีน้ำหยดออกมา แม่เลยบิดตัวไปมาเหมือนปลา อยากจะหลุดออกจากอ้อมกอดของผม แต่ผมไม่ยอมให้โอกาสนั้นกับแม่ ยังคงกอดแม่ไว้แน่น แม่ในตอนนี้สวยมีเสน่ห์เย้ายวนใจเหลือเกิน จนผมไม่อยากปล่อยมือ ผมรักแม่มากขึ้นไปอีก เลยกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก
"แม่ครับ อย่าเสียใจไปเลยนะ ไม่เป็ไรแล้ว พ่อไม่อยู่บ้านแล้ว ยังมีผมอยู่นะ ถึงแม่กับพ่อจะหย่ากัน ผมก็จะอยู่กับแม่ คอยดูแลแม่เอง"
"ผมจะไม่ทำตัวแย่ๆ เหมือนพ่อแน่นอน ต่อไปนี้ให้ผมปกป้องแม่เองนะ ผมดูแลแม่ได้แล้ว แม่ไม่ต้องมองว่าผมเป็เด็กอีกต่อไปแล้ว" ผมจ้องตาแม่พูดอย่างจริงจัง ในใจของผมแม่คือคนสำคัญที่สุดไม่ว่ายังไง ผมก็จะไม่ยอมให้แม่ต้องร้องไห้ให้ใครอีกแล้ว ภาพแม่ร้องไห้มันบาดใจผมจนเจ็บแปลบไปหมด ผมอยากจะกอดแม่ไว้แบบนี้ ทั้งวัน ทั้งเดือน ทั้งปี กอดไปตลอด ไม่ยอมปล่อยแบบนี้ แม่จะได้รู้สึกอบอุ่น แล้วก็ไม่ต้องโดนใครรังแกอีก แม่ก็จ้องตาผมกลับ เหมือนจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง ไม่รู้ว่าใที่ลูกชายโตขึ้นหรือซึ้งใจที่ไม่ได้ยินคำพูดห่วงใยแบบนี้ ผมกอดแม่ไว้แบบนั้น ความร้อนรุ่มตรงท้องน้อยก็ยังไม่หายไป ควยยังคงแนบชิดอยู่กับขาแม่ ถึงจะไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่ก็รู้สึกถึงความสุขทางใจอย่างมาก มากกว่าตอนที่จินตนาการถึงจุดสุดยอดในหัวเสียอีก แม่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เหมือนยกูเาออกจากอก แม่ลูบไหล่ผมเบาๆ แล้วขยับตัวนิดหน่อย เหมือนจะเมื่อยเพราะโดนผมกอดไว้นาน
"จ้ะ แม่รู้แล้ว แม่รู้แล้วว่าลูกชายแม่โตเป็หนุ่มแล้ว ปล่อยแม่ก่อนนะลูก กอดไว้นานๆแม่เมื่อยไปหมดแล้ว" แววตาแม่ดูเลี่ยงๆ หลบๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ หรือว่าคำพูดเมื่อกี้ของผมจะทำให้แม่ตั้งตัวไม่ทันกันนะ ผมจ้องหน้าแม่ เหมือนจะเก็บรายละเอียดทุกอย่างไว้ในใจ ไม่ว่าจะมองมุมไหน แม่ก็สวยจริงๆ ดวงตากลมโตเป็ประกาย สดใสมีชีวิตชีวา เหมือนกำลังเล่าเื่ราวให้ฟัง จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปาก แดงระเรื่อ ผิวขาวผุดผ่องอมชมพู ไม่ว่ามองส่วนไหนก็สวยลงตัวไปหมด แถมยังมีเสน่ห์จากความเป็ผู้หญิงมีการศึกษา ทำให้คนรู้สึกดีั้แ่แรกเห็น ผมมองหน้าแม่มาเป็สิบกว่าปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยเบื่อ ไม่เคยรู้สึกว่ามันธรรมดาเลย เรียกได้ว่า รสนิยมความงามของผมถูกแม่หล่อหลอมมาทั้งหมดเลยก็ว่าได้ พอมองไปมองมา ก็เห็นเปลือกตาของแม่แดงๆ บวมๆ รอบดวงตาก็มีรอยคล้ำจางๆพอนึกถึงภาพแม่ร้องไห้เมื่อกี้ ผมก็ยิ่งรู้สึกสงสารแม่จับใจ ความรักที่มีต่อครอบครัว ความรักที่มีต่อผู้หญิง ความรักที่มีต่อแม่ ความรู้สึกซับซ้อนหลายอย่างตีกันอยู่ในอก ผมไม่รู้จะแสดงออกมายังไงดี เลยได้แต่รวบรวมทุกความรู้สึกออกมาเป็การกระทำที่เป็ธรรมชาติที่สุด ผมโน้มตัวลงไปจูบริมฝีปากแม่เบาๆ แม่เหมือนจะใกับการกระทำที่กล้าบ้าบิ่นของผม แม่เบิกตาโพลง ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ นิ่งค้างไปเลย สักพักใหญ่ๆแม่ถึงค่อยๆ กระพริบตา แล้วเอามือดันอกผมเบาๆอยากจะหนีออกจากอ้อมกอดของผม "ปล่อยมือเลย ไปนอนได้แล้ว โตตั้งขนาดนี้แล้ว ยังจะมากอดแม่อีก ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ" แม่หันหน้าหนี ไม่ยอมมองหน้าผมตรงๆท่าทางเขินจนทำอะไรไม่ถูกเลย ตอนแรกผมอยากจะจูบแม่ให้จริงจังกว่านี้ แต่ไม่คิดว่าแค่แตะริมฝีปากเบาๆ ก็ทำให้แม่หัวใจแทบวายขนาดนี้ แม่หัวโบราณจริงๆ
ผมปล่อยมืออย่างเสียดาย แต่ตัวก็ยังแนบอยู่กับตัวแม่เหมือนเดิม คราวนี้แม่ไม่ได้ว่าอะไร ยอมให้ผมซบอยู่แบบนั้น ผมถอนหายใจ รู้สึกร่างกายอ่อนล้าลงมาบ้าง ความอยากนอนมันมากขึ้นเรื่อยๆพอแม่เป็อิสระ แม่ก็เอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง ในห้องมืดสนิท ผมทำได้แค่ใช้แสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาจากหน้าต่าง มองเงาเค้าร่างของแม่ มันช่างอ่อนโยน บริสุทธิ์ สวยงาม จนใจผมเต้นแรงอีกครั้ง ผมขยับตัวเข้าไปใกล้แม่อีกนิด แล้วก็พูดออกไป "แม่ครับ"
"ทำไม ยังไม่นอนอีก?" คำพูดของแม่ถึงจะฟังดูดุ แต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน พอได้ยินเสียงแม่ ผมก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย
"ผมรักแม่นะ"
จริงๆ แล้วผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าความรู้สึกที่ผมมีต่อแม่มันคือความรักแบบไหน แต่มันไม่ใช่แค่ความรักแบบลูกที่มีต่อแม่ มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ
พูดจบประโยคนี้ ผมก็หลับตาลงอย่างสบายใจ ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา แม่ฟังเสียงลูกชายหายใจสม่ำเสมอ รู้ว่าเขาหลับไปแล้ว แต่ในใจของแม่ยังคงสับสนวุ่นวาย เมื่อก่อนแม่แค่มองว่าลูกชายเป็เด็กผู้ชายคนหนึ่ง แต่มาวันนี้แม่ถึงได้รู้ว่า เด็กผู้ชายคนนี้โตขึ้นเรื่อยๆ จนแทบไม่รู้ตัว แถมยังเป็ผู้ชายที่ห่วงใยและรักแม่มากกว่าผู้ชายคนไหนๆ แม่ขยับตัวเบาๆ ลูกชายก็เหมือนตังเม ตามมาแนบชิดติดหนึบ ถึงจะหลับไปแล้วก็ยังไม่ยอมอยู่นิ่งๆ ควยที่แข็งโป๊กของลูกชายดันขาอ่อนแม่อีกแล้ว ทั้งใหญ่ ทั้งยาว ทั้งร้อน ทำเอาแม่เขินจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เหมือนมีอะไรมากระตุ้น จิตใจเริ่มสั่นไหว ลูกชายตรงหน้าทำให้ใจแม่เต้นแรง อยากจะทำอะไรที่มันมากกว่านี้กับลูกชาย แม่สะดุ้งสุดตัว รีบดึงสติกลับมาโยนความคิดฟุ้งซ่านเมื่อกี้ทิ้งไป แม่พลิกตัวไปมาจัดท่าทางให้นอนสบายขึ้น แล้วก็ห่มผ้าให้มิดชิด จัดผ้าห่มให้ลูกชายที่นอนไม่เป็ระเบียบเรียบร้อยด้วย แล้วก็หลับไปอย่างสงบ