ภายในห้องหานอวิ๋นซีกำลังฝังเข็มทองเล่มแรกลงไป นางรู้สึกไม่พอใจอย่างมากทั้งยังได้ยินการโต้เถียงจากภายนอกอีก ใน่เวลาสำคัญเช่นนี้หากคนกลุ่มนี้บุกเข้ามา เื่จะยิ่งวุ่นวายมากขึ้นไปอีกรับประกันได้ว่าต้องพูดว่าจะฆ่านางเป็ครั้งที่สองแน่นอน!
อย่างไรก็ตามการถอนพิษของนางไม่สามารถทำอย่างเร่งรีบได้ เพราะต้องฝังเข็มลงไปทีละจุดแม่ทัพมู่ต้องอดทนให้ได้นะ!
หานอวิ๋นซีกัดฟันโดยไม่สังเกตเห็นเหงื่อที่ไหลลงมาจากขมับของตนเอง ตั้งสมาธิอีกครั้งและฝังเข็มทองเล่มที่สองลงไป
ด้วยคำพูดของขุนนางเป่ยกงเ้าหน้าที่และทหารก็ออกมาทีละคน คิ้วของแม่ทัพมู่ขมวดแน่น และทนไม่ไหวอีกต่อไปดึงดาบของเขาขึ้นมา “ทหาร คุ้มกันแม่ทัพใหญ่!”
เมื่อสิ้นเสียงก็มีทหารกลุ่มหนึ่งก็พุ่งออกมาจากด้านข้างของห้อง ทุกคนต่างถือหอกยาวอยู่ในมือ
เมื่อเห็นเช่นนี้ขุนนางเป่ยกงที่คาดไม่ถึงก็ถามด้วยความโกรธว่า “แม่ทัพมู่ ท่านหมายความว่าอย่างไร?ท่าน้าจะสู้อย่างนั้นหรือ?”
ตอนนี้ทุกคนบริเวณรอบๆต่างตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพมู่จะทำเช่นนี้
แม้ว่าจะมีคำกล่าวว่า“แม่ทัพสามารถออกรบได้ในกรณีฉุกเฉินโดยไม่ต้องรอคำสั่ง”แต่ในเวลานี้แม่ทัพมู่อยู่ในเมืองหลวง หากไม่มีคำสั่งของฮ่องเต้เขาก็ไม่สามารถระดมทหารได้
และทหารภายใต้อำนาจของเขาก็สามารถประจำการอยู่นอกเมืองหลวงเท่านั้นเหลือเพียงกองกำลังเล็กๆ ในจวนเพื่อทำหน้าที่เป็ผู้คุ้มกัน
ทหารธรรมดาจะสู้กับทหารของราชวงศ์ได้อย่างไร?นอกจากนี้ขุนนางเป่ยกงยังได้รับคำสั่งให้นำผู้คนมาและการจะทำอะไรต้องมีเหตุผลรองรับเสมอนี่แม่ทัพมู่กำลังคิดจะท้าทายไท่เฮาและก่อฏอย่างเปิดเผยอย่างนั้นหรือ?
แม่ทัพมู่ตระหนักดีถึงผลที่ตามมาจากสิ่งที่เขาทำแต่เพื่อบุตรชายของเขาแล้ว ไม่ว่าอะไรเขาก็ยอมเสี่ยงทุกอย่าง!
“แม่ทัพมู่ข้าได้รับคำสั่งให้จับกุมผู้คน หากท่านกล้าที่จะต่อสู้ ท่านคิดที่จะก่อการฏจริงๆใช่หรือไม่?” ขุนนางเป่ยกงพูดเสียงดัง
“ท่านพ่อ!”
ทันใดนั้นมู่หลิวเยวี่ยก็ะโว่า “ท่านพ่อ ท่านใจเย็นๆ!”
ในอีกด้านพ่อบ้านและคนรับใช้ก็ลนลานเช่นกัน คิดไม่ถึงว่าเื่มันจะมาถึงขนาดนี้แม้ว่าจะเป็เพื่อประโยชน์ของแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพมู่ก็ไม่ควรยกทัพมาเพื่อยุติปัญหา!
หากเื่นี้ถูกนำขึ้นทูลฮ่องเต้ความผิดด้านการก่อจลาจล โดยเฉพาะการฏของทหารนั้น จะคร่าชีวิตคนทั้งเก้าตระกูล!ในราชสำนักคงมีคนไม่น้อยรอจับผิดจุดอ่อนของจวนแม่ทัพอยู่ใช่หรือไม่?
หลังจากถูกะโใส่ขนาดนั้นในที่สุดแม่ทัพมู่ที่โกรธเกรี้ยวก็สงบลง เขาจ้องเขม็งไปที่ขุนนางเป่ยกงอย่างดุร้ายทว่ากลับเผยร่องรอยของความโศกเศร้าอยู่ในแววตา
หรือตัวเขาเองกำลังต่อสู้กับราชสำนักโดยไม่มีเหตุผลเช่นนั้นก็จะมีเพียงหนทางเดียวคือความตาย และไม่มีโอกาสให้แก้ตัวอีกต่อไป
ในยุคที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรืองในเมืองหลวงของจักรวรรดิ นายพลคือคนที่ไร้ประโยชน์ที่สุด
แม่ทัพมู่วางดาบยาวลงด้วยความไม่พอใจส่วนทหารรอบตัวเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นเช่นกันนอกจากต้องถอยหลังไป
เมื่อขุนนางเป่ยกงเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกมีความสุขอย่างยิ่งขยิบตาให้ทหารของราชวงศ์ที่แข็งแรงหลายคนจับแม่ทัพมู่ไม่ใช่ว่าแม่ทัพมู่ไม่สามารถต่อต้านได้แต่ด้วยสถานะแม่ทัพทำให้เขาไม่สามารถต่อต้านได้
เมื่อแม่ทัพมู่ถูกจับตัวแยกไปด้านข้างกิ้งก่าได้ทองอย่างขุนนางเป่ยกงก็พูดว่า “แม่ทัพมู่ ท่านไม่ต้องกังวลหากพบหานอวิ๋นซี ข้าคงไม่กล้าประณามท่านว่าช่วยนักโทษหลบหนีหรอกข้าจะบอกว่าท่านให้ความร่วมมือจนสามารถทำงานได้เสร็จลุล่วง! ฮ่าฮ่า!”
แม่ทัพมู่โกรธเกรี้ยวขบเคี้ยวเขี้ยวฟันจนฟันเกือบจะแตกอยากจะบดขยี้หน้าของขุนนางเป่ยกงให้แตกเหลือเกินเขาร้องไห้อย่างเศร้าโศกแล้วพูดกับองค์หญิงฉางผิงว่า “องค์หญิงฉางผิงชิงอู่ถูกวางยาพิษจริงๆหานอวิ๋นซีไม่ได้วินิจฉัยผิดและการล้างพิษเป็เื่เร่งด่วนมากตอนนี้นางกำลังช่วยชีวิตชิงอู่!”
องค์หญิงฉางผิงที่ไม่เชื่อหานอวิ๋นซีผู้ไร้ประโยชน์คนนั้น“เ้าต้องถูกผีสิงแล้วแน่ๆ! พูดอะไรไร้สาระ!”
ขณะที่นางพูดก็รีบะโว่า “หมอหลวง เข้ามา ไปตามหมอหลวงมา หมอหลวงล่ะ!”
ดวงตาของขุนนางเป่ยกงฉายแววความเ็าออกมาไท่เฮาได้ออกคำสั่งลับ เพื่อใช้โอกาสนี้ปลิดชีวิตมู่ชิงอู่หานอวิ๋นซีมาได้ในเวลาที่เหมาะสมและเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเป็ฆาตกร
“ทหารทำลายกุญแจนั่น!” ขุนนางเป่ยกงะโเสียงดัง
“ตึง!”
เสียงกระแทกที่ดังทำให้หานอวิ๋นซีใและมือที่ถือเข็มสั่นเป็ครั้งแรก
ในมือยังมีเข็มทองอีกสองสามเล่มทว่ามือกลับสั่นเหมือนหัวใจ มีเสียงกุกกักที่ด้านนอกประตูเป็กลุ่มคนที่กำลังแงะแม่กุญแจ หลังจากนั้นพวกเขาก็คงเปิดประตูเข้ามา!
ในขณะนี้ใบหน้าเล็กที่น่ามองของหานอวิ๋นซีก้มลงและกัดริมฝีปากแน่นดูเ็าและไม่อาจขัดขืนได้
นางใช้มือข้างเดียวในการฝังเข็มต่อในขณะที่มืออีกข้างดึงกริชที่อยู่ติดตัวของมู่ชิงอู่ออกมาและถือไว้ในมือ
แค่เพียงให้เวลานางอีกหนึ่งเค่อนางก็จะสามารถขับพิษทั้งหมดออกมาได้ นางทุ่มสุดตัวไปแล้ว ไม่ว่าใครจะหยุดนางนางก็จะจับมู่ชิงอู่เป็ตัวประกัน มาดูกันว่าใครจะกล้าทำอะไรนาง!
เวลาผ่านไปทีละนิดแต่ในไม่ช้า หานอวิ๋นซีก็ตระหนักได้ว่าหลังจากเสียงกุกกักที่ด้านนอกประตูก็ไม่มีเสียงใดๆและมีเพียงความเงียบ ไม่มีใครผลักประตูเข้ามาหลังจากผ่านไปนาน
นี่...มันเกิดอะไรขึ้น?
ข้างนอกประตูไม่เพียงแต่เงียบเท่านั้นทว่ายังดูเหมือนไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?
หานอวิ๋นซีคิดไม่ออกเช่นนั้นนางเลยเมินเฉยกับเื่นี้ไป ไม่มีการเคลื่อนไหวก็ดีกว่ามีอยู่แล้วนางต้องรีบฝังเข็มเพื่อล้างพิษให้ทันเวลา!
โดยปราศจากการรบกวนนางจึงมีสมาธิจดจ่อมากกว่าเดิม และความเร็วก็เร็วขึ้นมากเช่นกันเข็มสีทองแทงทะลุจุดฝังเข็มอย่างเป็ระเบียบ เพียงชั่วครู่บนหน้าอกของมู่ชิงอู่ก็เต็มไปด้วยเข็มทองมากกว่ายี่สิบเล่มผิวขาวแต่เดิมของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีแดง ดวงตาของนางมืดมนลงเรื่อยๆ จนในที่สุดจุดที่ฝังเข็มลงไปจากสีแดงก็กลายเป็สีดำ
เมื่อเห็นเช่นนี้หานอวิ๋นซีรู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง พิษกำลังจะถูกขับออกมานางหยิบเข็มทองออกมาอีกหนึ่งเข็ม แต่ใครจะไปรู้ว่าในขณะเดียวกันกลับมีเสียงะโดังขึ้นจากด้านนอกประตู
“ขอฉินอ๋องทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนานพันปี พันพันปีพ่ะย่ะค่ะ!”
เอ่อ…
มือของหานอวิ๋นซีหยุดไปชั่วขณะสมาธิของนางแน่วแน่มาตลอด หากไม่ใช่สถานการณ์ที่พิเศษมากมันไม่มีทางที่จะทำให้นางเสียสมาธิอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเมื่อเสียงะโนี้ดังขึ้น มันกลับทำให้นางหันไปมองโดยไม่รู้ตัว
ฉินอ๋อง!
สามีของนางหลงเฟยเยี่ย?
พระเ้าเป็เขาที่มาหรือ? เช่นนั้นเมื่อครู่ทุกคนก็เลยเงียบไปสินะ?
เขามาที่นี่ทำไมแล้วเขามาทำอะไร?
เขาตามหายาสมุนไพรครบแล้วเลยมาหานางอย่างนั้นหรือ?
เอาเถอะนี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือเมื่อเทพเ้าผู้ยิ่งใหญ่มา นางก็คงปลอดภัยต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน
หานอวิ๋นซีอยากจะพูดจริงๆว่าหลงเฟยเยี่ย ท่านคือผู้ช่วยชีวิตของข้า!
ทันทีที่หลงเฟยเยี่ยมาถึงหานอวิ๋นซีก็มั่นใจได้ว่าตนเองจะปลอดภัยไม่ว่าด้านนอกจะพูดอะไรหรือมีการเคลื่อนไหวอะไรนางก็ปิดกั้นทุกอย่างและจดจ่ออยู่กับการล้างพิษให้มู่ชิงอู่
และในขณะนี้ที่ด้านนอกประตูทุกคนต่างคุกเข่าลง แม้แต่องค์หญิงฉางผิงก็ยังไม่กล้าที่จะลุกขึ้นส่วนมู่หลิวเยวี่ยซึ่งชื่นชอบฉินอ๋องมาเป็เวลานาน ก็คุกเข่าอยู่ด้านหลังจ้องมองหลงเฟยเยี่ยอย่างไม่วางตาราวกับคนโง่ราวกับหลงเฟยเยี่ยเป็เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าคนหรือสิ่งใดๆต่างถูกลืมไปทั้งสิ้น
ทหารของราชวงศ์และองครักษ์หลายนายไม่เคยเห็นหลงเฟยเยี่ยมาก่อนแต่ละคนต่างก็ก้มหน้าลงด้วยความกลัว ทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวอยากจะมองแต่ก็ไม่กล้า
นี่คือชายผู้ที่ดำรงอยู่อย่างเทพเ้า!
หลงเฟยเยี่ยยืนอยู่ที่ประตูห้องร่างกายสูงใหญ่ราวกับูเา สายตาที่เ็าและแข็งกระด้าง ใบหน้าคมที่เหมือนกับมีดเหมือนาาที่อยู่บนที่สูงส่งราวกับลมและเมฆทั้งหมดบนท้องฟ้ารวมกันอยู่ในดวงตาของเขา
“ทำตัวตามสบายเถอะ”น้ำเสียงของเขาเ็าและแข็งกร้าวอยู่เสมอ
ทุกคนลุกขึ้นทีละคนแต่ส่วนใหญ่ต่างไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง
หลงเฟยเยี่ยติดตามหานอวิ๋นซีมาตลอดทางคอยมองและฟังอยู่บนหลังคาอยู่ตลอด จึงสามารถเข้าใจเื่นี้ได้ในระดับหนึ่ง
สายตาที่เ็ามองไปที่ขุนนางเป่ยกง“ขุนนางเป่ยกง ฉินหวังเฟยกลายเป็ผู้ต้องหาหลบหนีั้แ่เมื่อไร? ทำไมข้าถึงไม่รู้?”
ขุนนางเป่ยกงตัวสั่นเทาและก้มศีรษะลงทันทีเมื่อพบกับสายตาเ็าของหลงเฟยเยี่ยร่างกายของเขาเ็าราวกับว่าเขาอยู่ในห้องใต้ดินน้ำแข็ง
ในเมื่อเป็ผู้ต้องหาหลบหนีเช่นนั้นก็ต้องถูกขังอยู่ในคุกฉินอ๋องกำลังตั้งคำถามกับขุนนางเป่ยกงว่าทำไมเขาถึงจับนางโดยไม่ได้รับอนุญาต
“ทูล...ทูลฉินอ๋องนี่คือ...นี่คือ...หมายจับที่ไท่เฮาออกด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ”
หากมีแค่องค์หญิงฉางผิงออกหน้านั่นคงไม่เพียงพอที่จะอธิบายมีเพียงแค่ท่านผู้นั้นที่สามารถช่วยได้
“เช่นนั้นเ้าเลยใช้ไท่เฮามาข่มเหงข้างั้นหรือ?” น้ำเสียงของหลงเฟยเยี่ยที่เ็าอยู่แล้วเย็นลงอีกสามเท่า
ขุนนางเป่ยกงกลัวมากจนคุกเข่าลงอีกครั้ง“เข้าใจผิด เข้าใจผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ฉินอ๋อง แม้ว่าข้าจะมีหัวเป็ร้อยข้าก็ไม่กล้าทำเช่นนี้ เื่เกิดขึ้นจากแม่ทัพใหญ่ถูกลอบสังหารเมื่อองครักษ์ไล่ตามไป แม่ทัพใหญ่ก็หมดสติไปแล้ว และทุกคนเห็นว่าฉินหวังเฟยวางกริชลงไปที่ท้องของแม่ทัพใหญ่!หลังจากนั้น ฉินหวังเฟยก็บอกว่าจะรักษาเขา แต่น่าเสียดายที่รักษาไปหลายรอบกลับไม่หายดี”
“แม่ทัพมู่เื่เป็เช่นนั้นหรือ?” ดวงตาที่เ็าของหลงเฟยเยี่ยจับจ้องไปที่แม่ทัพมู่
แม่ทัพมู่ที่โกรธเกรี้ยวอยู่เสมอก็อ่อนลงเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินอ๋องและตอบว่า“พ่ะย่ะค่ะ” ด้วยเสียงต่ำ
“แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?”หลงเฟยเยี่ยถามอีกครั้ง
แม่ทัพมู่ลังเลเล็กน้อยและไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
“พูดมา!”หลงเฟยเยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
ทุกคนตัวสั่นด้วยความใและแม่ทัพมู่ที่ตัวสั่นมากที่สุดก็คุกเข่าก้มคำนับสามครั้งและเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับเื่นี้รวมถึงเหตุการณ์ที่มู่ชิงอู่ถูกวางยาพิษ
“เช่นนั้นก็จับกุมคนโดยไม่มีหลักฐานแล้วตอนนี้นางกำลังช่วยชีวิตผู้คน พวกเ้าคิดจะห้ามอีกหรือ?”
“ไม่ใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ!ฉินอ๋อง ไท่เฮาเองก็จับตามองเช่นกัน อย่างไรแล้ว...ฉินหวังเฟยก็น่าสงสัยดังนั้นจึงสั่งให้กระหม่อมจำคุกหวังเฟยไว้ก่อน จากนั้นจึงขอให้หมอหลวงมาตรวจอาการ”ขุนนางเป่ยกงรีบพูดแก้ตัวอย่างรวดเร็ว
“ใช่แล้วเพคะ!เสด็จอา เสด็จย่ารักพี่สะใภ้ แต่หน้าที่ก็ต้องเป็หน้าที่ไม่สามารถทำอะไรโดยไร้เหตุผลได้ นอกจากนี้ตอนนี้หานอวิ๋นซีก็ไม่ได้ช่วยให้พี่ชายชิงอู่ฟื้นขึ้นมา ใครๆก็รู้ว่านางเป็คนไร้ประโยชน์ของตระกูลหาน ทักษะทางการแพทย์ของนางจะเชื่อถือได้อย่างไร?เสด็จอา ท่านควรให้เราเข้าไปดู เผื่อจะได้...”
ก่อนที่องค์หญิงฉางผิงจะทันได้พูดจบประโยคก็เห็นว่าหลงเฟยเยี่ยจ้องมองมาอย่างเ็า นางจึงรีบปิดปากอย่างหวาดกลัว
หลงเฟยเยี่ยไพล่มือไว้ข้างหลังพยักหน้า “อืม ก็จริง...หน้าที่ก็ต้องเป็หน้าที่”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ขุนนางเป่ยกงและองค์หญิงฉางผิงต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกองค์หญิงฉางผิงรู้ว่าหานอวิ๋นซีเป็เพียงผู้หญิงที่แย่ยิ่งกว่าสาวใช้ในสายตาของเสด็จอาเสียอีกแล้วเสด็จอาก็เกลียดนางอย่างมาก จะไปปกป้องนางได้อย่างไรกัน?
ทันทีที่บรรยากาศสงบลงขุนนางเป่ยกงก็พูดด้วยความกลัวว่า “ฉินอ๋องทำไมท่านถึงไม่ให้หมอหลวงเข้าไปล่ะพ่ะย่ะค่ะ เผื่อว่า...”
โดยไม่คาดคิดหลงเฟยเยี่ยขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเ็า “หากมันรบกวนนางและส่งผลต่อผลการล้างพิษเ้าจะรับผิดชอบหรือไม่ขุนนางเป่ยกง?”
เอ่อ…
รับผิดชอบต่อชีวิตของแม่ทัพใหญ่และความผิดของฉินหวังเฟยงั้นหรือ? ขุนนางเป่ยกงกลัวเหลือเกิน
“ฉินอ๋องข้าเชื่อใจหวังเฟย! ให้หวังเฟยรักษาเขาเพียงคนเดียวเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”แม่ทัพมู่พูดอย่างจริงจัง ด้วยคำเตือนของกู้เป่ยเยวี่ยเขาไม่สามารถไว้วางใจหมอหลวงที่องค์หญิงฉางผิงนำมาได้เลย
หลงเฟยเยี่ยถอยห่างจากประตูและมองทุกคนอย่างเ็า“มีใครอยากเข้าไปอีกหรือไม่?”
ขุนนางเป่ยกงและมู่หลิวเยวี่ยมององค์หญิงฉางผิงอย่างหวาดกลัวองค์หญิงฉางผิงเองก็้าที่จะเข้าไปข้างใน แต่นางไม่มีความกล้า!
“ในเมื่อไม่มีใครเช่นนั้นขุนนางเป่ยกงโปรดรอสักครู่” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างใจเย็น