“อ้าว!! จะกลับแล้วหรอคะคุณรักษ์” อรปรีดาเอ่ยถามแขกคนแรกของวันที่เพิ่งจะดีดตัวออกมาหลังจากเข้าไปในห้องได้ไม่ถึงชั่วโมงดี ส่วนอนุรักษ์มีหรือที่คนหล่ออย่างเขาจะตัดเยื่อใยไม่ตอบรับทักทายสาวสวย
“ครับถ้าคราวหน้าแวะมาอีกจะซื้อขนมอร่อยๆ มาฝากนะครับคุณอร” ยิ้มออกมาละลายใจสาวแต่ดูท่าแล้ว(มารยาเสน่ห์ของเขา) คงจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับอรปรีดา
“ขอบคุณมากค่ะ แต่ระวังนะคะคุณรักษ์ยิ้มแบบนี้ระวังสาวๆ จะหลงเอานะคะ”
“สาวที่ไหนจะมาหลงกันล่ะครับ ดูสิ!!ขนาดคุณอรยังไม่หลงเลย” พูดอย่างเหนียมๆ กับความหล่อของตัวเองแต่คำพูดของแม่เ้าประคู้ณ!!(ทำซะเพื่อนพระเอกอย่างเขา)เสียความมั่นใจหมดเลย
“นั่นสินะจริงด้วยสิขนาดอรไม่หลงแล้วสาวๆ คนอื่นจะหลงไหมน้า เฮ้อ!! น่ากลุ้มใจแทนจริงเชียว”
“โถ่....คุณอรละก็”
อรปรีดาหัวเราะคิกคักชอบใจ“อรล้อเล่นน่ะค่ะ”
“ไม่เอาแล้วครับผมไปก่อนดีกว่า” ว่าแล้วก็เดินงอนตุ๊บป่องไป ทิ้งให้อีกฝ่ายมองตามหลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับตัวเองแต่แล้วสายตาหวานก็พลันปะทะเข้ากับสายตาคมที่กำลังมองมายังเธอพอดิบพอดีจึงทำให้รอยยิ้มหวานๆ นั้นแปรเปลี่ยนเป็ฝืดลงทันตาเห็น
‘อะไรน่ะ สายตาแบบนั้นมันคืออะไรกันทำไมถึงมองเธอแบบนั้นกันนะ รึว่า...รึว่าจะหึง’นั่งคิดอย่างไม่เข้าใจก่อนจะยิ้มออกมากับความคิดของตนแต่แล้วก็ต้องสะดุดความคิดนั้นลงทันทีเช่นกัน
‘จะเป็แบบนั้นไปได้ไงในเมื่อเขาไม่เคยสนใจเธอเลยสักนิด แล้วจะมาหึงหวงเธอได้ยังไงกัน’ คิดแล้วก็ตีหน้าเศร้าลงพลอยทำให้เตชิตที่แอบมองอยู่เงียบๆ ได้แต่มึนงงในท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเธอ
หลังจากอนุรักษ์กลับไปได้ไม่นานเตชิตกับภูวิทย์ก็ต้องหันมามองหน้ากัน เมื่อเห็นร่างสูงเพรียวฉบับนางแบบนามว่าซาซ่า ซึ่งเป็คู่ควงคนล่าสุดของกฤษณะเดินเฉิดฉายนวยนาดให้เห็นมาแต่ไกลขาเรียวสวยก้าวเดินตรงไปยังประตูหมายจะเข้าไปในห้องทำงานของชายคนรักแต่ก่อนที่เ้าหล่อนจะได้ย่างกรายเดินเข้าไปก็มีด่านลูกน้องคนสนิทดักหน้าประตูเอาไว้เสียก่อน
“กฤษอยู่ข้างในใช่ไหม”เธอเชิดหน้าถามเสียงแหลม
“ครับแต่นายสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน”เตชิตรายงานตามคำสั่งอย่างสุภาพแต่คนฟังกลับรู้สึกไม่ชอบใจ
“ไม่ให้เข้าไปแม้แต่ฉันเนี่ยนะ”
“ครับ”ยิ่งเป็คุณด้วยแล้ว ยิ่งให้หลุดลอดเข้าไปไม่ได้เด็ดขาด คิดในใจพลางเอามือมาขวางประตูเอาไว้เมื่อเห็นว่าเ้าหล่อนกำลังจะเดินเข้าไป
“หลบไป ฉันจะเข้าไปหากฤษ”นางแบบสาวเอ่ยบอกถึงความ้าของตน ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่าตะคอกเสียมากกว่าและเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนไม่ยอมหลีกทางให้จึงสร้างความไม่พอใจให้เธอเป็อย่างมาก
“เอ๊ะ!!ฉันบอกให้หลบไปพวกแกไม่ได้ยินรึไงกัน” คราวนี้เธอแผดเสียงออกมาด้วยความโมโห
“เห็นทีพวกผมคงจะให้คุณเข้าไปไม่ได้หรอกครับคุณซาซ่าเชิญคุณกลับไปเถอะ” เสียงภูวิทย์เอ่ยขึ้นมาหลังจากอดทนเงียบมาเนิ่นนานพร้อมกับผายมือออกเป็การบอกว่าให้เธอกลับไปซะ
ฝ่ายซาซ่าก็รู้สึกเดือดขึ้นมาเช่นกัน“ไอ้หมาเฝ้ายามอย่างพวกแกมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉันฮะ คอยดูเถอะรอให้ฉันได้เป็นายหญิงของที่นี่ก่อนแล้วกัน แม่จะไล่ออกให้หมดเลย”
แกร๊ก!!
“เสียงเอะอะอะไรกันฮะ”ประตูเปิดกว้างพร้อมกับเสียงทรงอำนาจ ทำให้เหตุการณ์ก่อนหน้านี้หยุดชะงักลงใบหน้าสองหนุ่มค่อยๆ ซีดลงด้วยความเกรงกลัวต่อผู้เป็นายเพราะต่างรู้ดีว่าตอนนี้อยู่อารมณ์ไหน ซึ่งมันพร้อมที่จะะเิได้ทุกเมื่อจะมีก็แต่แม่นางแบบผู้นี้ ที่ยังไม่รู้อะไรเอาซะเลยว่าเวลาอย่างนี้เ้าหล่อนควรรีบกลับไปซะดีที่สุดถ้ายังไม่อยากจะโดนพายุอารมณ์ของนาย ไม่ใช่แค่ไม่ยอมกลับไปแต่เ้าหล่อนกลับเดินเข้าไปหาอย่างหน้าตาเฉย
“คุณมาทำอะไรที่นี่ซาซ่า”หันไปถามตัวต้นเหตุของเื่
“ก็แหม!!กฤษไม่ยอมไปหาเลยนี่คะรู้ไหมว่าซาซ่าคิดถึงคุณแค่ไหนพอถ่ายแบบเสร็จก็รีบมาหาคุณเลย แต่ไอ้พวกนี้ไม่ยอมให้เข้าไปแถมยังมาไล่ซาซ่าอีกต่างหาก ซาซ่าไม่ยอมจริงๆ ด้วย กฤษต้องจัดการพวกมันนะคะ”เธอโผเข้ากอดแขนกฤษณะอย่างถือสิทธิ์ทันทีที่เห็นเขาเดินออกมา พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนและไม่พอใจตามมาติดๆหล่อนฟ้องเขาแล้วหันไปยิ้มเยาะเย้ยสองหนุ่มที่กำลังยืนหน้าซีด
“ไงล่ะไอ้ภู นางร้ายตัวแม่ชัดๆ” เตชิตกระซิบเบาๆให้ได้ยินกันเพียงสองคน
ฝ่ายซาซ่าที่มั่นใจยิ่งนักว่ากฤษณะจะต้องเข้าข้างเธออย่างแน่นอนแต่แล้วกลับไม่เป็ดั่งที่คิดเอาไว้เลย เมื่อเขาไม่สนใจเธอเลยสักนิดกลับแกะมือเธอออกจากแขน
“ผมเป็คนสั่งเอง” กฤษณะบอกเสียงเรียบมองคนสนิทอย่างคาดโทษที่ตอนนี้ได้แต่ก้มหน้าก้มตารอรับชะตากรรมที่กำลังจะตามมา
“และคำสั่งของผมก็ถือเป็คำประกาศิตคุณก็รู้เชิญคุณกลับไปเถอะซาซ่า วันนี้ผมไม่มีอารมณ์ อ่อ!!แล้วอีกอย่างห้ามคุณมาที่นี่อีก”
ใบหน้าคมเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องไป
ด้านนางแบบสาวที่รู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมากกับคำพูดที่ไม่ไว้หน้าเธอเลยสักนิดที่เขาพูดออกมาต่อหน้าลูกน้องแต่เพราะรับรู้ได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในอารมณ์ไหนจึงไม่กล้าพอที่จะขัดใจ ได้แต่จำใจถอยออกมา
“มองอะไรยะไม่เคยเห็นคนรึไงกัน” เมื่อกฤษณะไม่คิดจะสนใจ จึงหันไปพาลหงุดหงิดใส่คนสนิทของเขาแทน
“คนน่ะเคยเห็นครับแต่เพิ่งจะเห็นนางร้ายตัวแม่ชัดๆ ก็วันนี้นี่แหละ”เสียงความคิดของเตชิตแพลมออกมา
“อุ๊ย!! สงสัยผมคงจะคิดดังไปหน่อย”
“แก!! ไอ้บ้า ฝากไว้ก่อนเถอะ”ว่าแล้วก็เดินกระแทกส้นออกไป ฝ่ายสองหนุ่มหันมามองหน้ากันอย่างรู้สึกโล่งใจ เฮ้อ!!เสียงผ่อนลมหายใจของอรปรีดาที่นั่งดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆ ดังขึ้นตัดหน้า
‘อ้าว!!คุณอรเหตุไฉนถึงตัดหน้ากันได้ล่ะครับ แล้วแบบนี้เราจะทำเสียงแบบไหนดีฟะเนี่ย...เฮ้อ อืมอะ...อา’
.........................................................................................................................................................................