ริโอะถูกกักตัวไว้ ณห้องสอบสวนคดีในพระราชวัง
“รอสักครู่เ้าหน้าที่สืบสวนกำลังเดินทางมา”
ทหารนำทางพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงล็อกประตูในเวลาถัดมา
เด็กชายมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง
ห้องที่เขาอยู่นี้ไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียวตรงกลางห้องมีเพียงโต๊ะและเก้าอี้
ไม่มีของตกแต่งให้ชื่นชมมีเพียงของใช้จำเป็เท่านั้น
ทางออกเพียงทางเดียวของห้องนี้คือประตูซึ่งถูกสร้างมาให้เปิดได้จากด้านนอกเท่านั้น
หากล็อกประตูแล้ว ก็ไม่ต่างจากห้องปิดตายดีๆนี่เอง
“ไม่ไว้ใจกันเลยใช่ไหมเนี่ย”
ริโอะปลงตกและบ่นพึมพำอย่างเบื่อหน่าย
พวกเวเนซซ่าฝากตัวริโอะให้กับทหารแล้วพาตัวฟลอร่าออกไป
ในระหว่างที่เดินทางมายังพระราชวังเด็กชายได้เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังอย่างคร่าวๆ ไปแล้ว
แต่ตราบใดที่ฟรอล่ายังไม่ตื่นมายืนยันคำพูดของเขาหนูน้อยจากสลัมก็ยังคงถูกมองว่าเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดกับโจรอยู่ดี
เสียเวลาจริงๆถ้าสืบสวนกันให้เป็เื่เป็ราวแล้วจดบันทึกไว้รอให้ฟลอร่าตื่นก็คงไม่ต้องมาเสียเวลารอแบบนี้หรอก
แต่ดูจากฐานะของริโอะแล้วก็ไม่แปลกอะไรที่จะถูกกักตัวไว้แบบนี้
พูดถึงความจริงแล้วเซ็งชะมัด
รู้แบบนี้ไม่ช่วยฟลอร่าซะั้แ่ทีแรกก็ดีหรอก
ป่านนี้เราคงไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้
ไม่ได้ทำเื่ไม่ดีสักหน่อยตกเป็ผู้ต้องสงสัย แล้วยังมาขังไว้เหมือนเราเป็อาชญากรอย่างนั้นแหละ
นี่คือผลของการที่ทนเห็นฟลอร่าหมดสติอยู่ไม่ได้แล้วพาออกมาข้างนอกเหรอเนี่ย
ไม่ยุติธรรม!
โลกนี้มันถูกสร้างมาให้คนอ่อนแอตกเป็เหยื่อของคนที่มีอำนาจมากกว่าจริงๆ
เราก็รู้มาตั้งนานแล้วล่ะ
ริโอะถอนหายใจแล้วนั่งลงอย่างหงุดหงิดบนเก้าอี้ไม้แข็งๆ
เขาวางมือทั้ง 2 ข้างไว้บนแขนเก้าอี้แล้วหลับตาลง
เด็กชายมาที่นี่โดยไม่รู้อะไรเลยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
แต่คิดไปก็ไม่มีประโยชน์
สิ่งที่ทำได้คงมีเพียงนั่งรอเฉยๆเท่านั้นล่ะมั้ง
เขาพยายามทำใจให้สงบ
ทันใดนั้นก็มีเสียงไขล็อกกุญแจพร้อมกับประตูที่เปิดออก
ปรากฏเป็ร่างของบุรุษ 3 นาย ทั้ง3 สวมชุดอัศวินของทหารองครักษ์
บุรุษที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดมีรังสีและเสื้อผ้าที่ดูน่าเกรงขามมากที่สุดในบรรดา3 คน
เขาผู้นั้นอายุดูแล้วอายุเกือบๆ30 ใบหน้าหล่อเหลา แต่วางท่าขี้เก๊ก
ดูจากสายตาเขาแล้วเห็นได้ชัดว่าเหยียดหยามเด็กจากสลัมขนาดไหน
บุรุษองอาจมองปราดเดียวแล้วพูดขึ้นว่า
“ข้าคือชาลล์ อัลโบเป็รองแม่ทัพของกลุ่มอัศวิน ข้ามีคำถามจะถามเ้าสัก 2-3 ข้อ ถ้าอยากจะออกไปเร็วๆก็ตอบคำถามข้ามาตามตรงซะ”
เขาสั่งอย่างวางมาดหนูน้อยจึงมีสีหน้าบิดเบี้ยว
ชาลล์ อัลโบนั่งลงบนเก้าอี้แล้วหันหน้าไปทางเด็กชาย
“เ้าจงใจลักพาตัวองค์หญิงรัชทายาทอันดับ2 ไปใช่ไหม?”
เขาดูเอกสารแล้วถามขึ้นโดยไม่แยแสความรู้สึกของผู้ถูกถามเลยแม้แต่น้อย
ทหารอีกนายซึ่งนั่งถัดจากชาลล์เริ่มจรดปากกาจดบันทึกบทสนทนาของทั้งสอง
ส่วนทหารอีกนายรับหน้าที่ยืนคุมผู้ต้องหาจากทางด้านหลัง
“.....เปล่าครับ”
ริโอะตอบห้วนๆสงสัยเขาจะขัดใจกับวิธีการพูดของชาลล์
“เช่นนั้นเ้าพบองค์หญิงรัชทายาทลำดับที่ 2 ได้เช่นไร?”
“เจอในกระท่อมแห่งหนึ่งในสลัมครับเธอถูกมัดอยู่ในถุง”
“แล้วเ้าไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร?”
“ผมโตมาจากที่นั่นครับ”
“ข้าได้รับรายงานว่าคนที่กระท่อมนั้นกักตัวองค์หญิงไว้”
ไม่น่าจะเป็อย่างนั้นครับผมเห็นเขาแบกถุงที่ใส่องค์หญิงกลับมา”
การสืบสวนก็ยังคงดำเนินต่อไป
ทั้งหมดที่เด็กชายเล่าเป็เื่เดียวกันกับที่เล่าให้พวกเวเนซซ่าฟังระหว่างทางมาพระราชวัง
เอกสารที่อยู่ในมือชาลล์น่าจะมีข้อมูลที่ว่านั้นแล้วเพียงแต่เขาแค่้าจะเช็กดูอีกรอบให้แน่ใจว่าเด็กน้อยจากสลัมจะโกหกเขาหรือไม่
แต่เื่เล่าของริโอะนั้นมีจุดบอดหลายจุดพอที่จะถูกสวนกลับได้
หากเขาโกหกไปแล้วขัดแย้งกับเอกสารจะแย่ เด็กน้อยจึงตอบตามความจริง
“สรุปคือ...เ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวองค์หญิงรัชทายาทใช่ไหม?”
“ครับ”
ริโอะพยักหน้าตอบชาลล์ที่ทำหน้าสงสัยอย่างตรงไปตรงมา
“ฮึ! น่าสงสัย ถ้าคนที่กระท่อมนั่นตายด้วยน้ำมือของชายที่สวมหน้ากากจริงๆ ละก็ทำไมมีแต่เ้าที่ยังรอดมาได้ล่ะ?”
“เพราะสู้กับเขาไงล่ะ”
“ใครสู้กับเขา?”
“ผมเอง”
ได้ยินแล้วชาลล์ก็หัวเราะเยาะเย้ยในคำตอบของเด็กน้อยจากสลัม
“อย่าโกหกไปหน่อยเลยเด็กตัวประติ๋วอย่างเ้าเนี่ยเรอะจะเป็คนล้มเขา? เป็ไปไม่ได้หรอกเ้าหน้ากากนั่นก็น่าจะมีวิชาติดตัวมาพอสมควร”
“ไม่รู้สิสงสัยเขาไม่ทันระวังตัวล่ะมั้ง? ตอนนั้นผมก็สู้แบบไม่คิดชีวิตเลยด้วย”
ริโอะไม่ได้บอกเื่พลังเวทที่เขามี
“ฮึ! ช่างเถอะ...แล้วตอนนี้เขาไปอยู่ไหนเสียล่ะ?”
“ไม่รู้สิครับถ้าฟื้นมาได้ก็คงจะหนีไป หรือไม่ก็คงนอนสลบรวมอยู่กับพวกศพในกระท่อมล่ะมั้ง”
ริโอะตอบแบบขอไปที
“ตอนนี้ทีมค้นหากำลังตรวจสอบอยู่ที่กระท่อมอีกไม่นานเราคงจะได้รู้กัน ถ้าสิ่งที่เ้าพูดมาเป็ความจริงล่ะก็เราจะตามไปสอบสวนกับบุรุษหน้ากากผู้นั้น”
เมื่อชาลล์พูดจบเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“ดูเหมือนจะมากันแล้วล่ะ….เข้ามาได้!”
ทหารคนหนึ่งเปิดประตูให้ผู้เคาะได้เข้ามา
ผู้ที่เข้ามาใหม่คือทหารอีกนาย
“ขออนุญาตครับท่านชาลล์รายงานการสืบสวนจากกระท่อมครับท่าน”
ทหารที่เข้ามาใหม่กระซิบเบาๆ
ชาลล์จ้องหน้าริโอะแล้วเงี่ยหูฟังเื่ราวอย่างเงียบๆ
เด็กชายเองก็เงียบฟังเช่นกัน
เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักชาลล์ก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ
ดูเหมือนการรายงานจะจบลงแล้ว
“...เราต้องย้ายสถานที่เดี๋ยวนี้ลุก!”
ชาลล์ออกคำสั่ง
“ทำไมต้องย้ายล่ะครับ?”
“เพื่อจะสืบสวนน่ะสิ?”
“เช่นนั้น... ก็ทำที่นี่ซะสิครับ”
ริโอะทำท่าไม่เข้าใจชาลล์ที่ตอบไม่ตรงคำถาม
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเปลี่ยนสถานที่เพื่อสอบสวนด้วย
“ไม่ต้องรู้หรอกน่า! ยืนขึ้น!ไม่มีเวลาแล้ว”
ชาลล์ข่มขู่
แล้วทหารที่เหลือก็มาหิ้วแขนและบังคับให้ริโอะเดินไป
เด็กน้อยหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์โกรธ
“ยืนเองได้น่า!”
ริโอะลุกขึ้นยืนโดยเร็วแล้วสะบัดแขนทั้ง2 ข้างออกจากการจับกุม
แต่ทหารทั้ง 2 ไม่ยอมปล่อยและจับเขาแน่น
“ผมไม่หนีหรอกน่า! ปล่อยได้หรือยัง?”
ริโอะบอกชาลล์ที่นั่งตรงหน้า
“ฮึ! นั่นสินะ...”
ชาลล์ค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินนำหน้าริโอะไป
“จับมันให้ยื่นมือออกมา”
ชาลล์สั่งทหารที่จับริโอะไว้
“ครับท่าน”
ทหาตอบแล้วบังคับให้ริโอะยื่นมือมาข้างหน้า
“หยุดนะ!”
เด็กชายขัดขืนแต่แรงเด็กอย่างเขาก็สู้แรงผู้ใหญ่ไม่ไหว
ถ้าเขาใช้พลังเวทตอนนี้ก็คงจะหลุดออกไปได้ไม่ยาก
แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันกะทันหันเกินไป
และยิ่งไปกว่านั้นถ้าใช้พลังกับพวกชาลล์ละก็คงจะถูกจับในฐานะอาชญากรจริงๆ
แต่ริโอะก็ไม่คิดจะใช้พลังเวทแล้วหนีไปอยู่ดี
เด็กชายพยายามดิ้นด้วยแรงกดของผู้ใหญ่แล้วทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้เลย
ตอนนี้ชาลล์กำลังทำอะไรบางอย่าง
กริ๊ก
“เอ๊ะ?”
ริโอะมองไปยังข้อมือทั้งสองของตน
บัดนี้ตรงข้อมือของเขามีกุญแจมือล็อกอยู่และมีโซ่ล่ามไว้กับกุญแจมือด้วย
เด็กชายถูกล่ามเอาไว้เพื่อป้องกันการหนี
“เร็วๆ เข้า! รีบๆ พามันไป”
ชาลล์พูดแล้วหันหน้าไปทางริโอะที่บัดนี้ไม่เข้าใจอะไรเลย