ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาใต้ดินของ Aegis Industries ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหลังจากที่ซาเรียได้ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขา เซ็นและซาเรียต่างจ้องมองไปยังภาพโฮโลแกรมสามมิติของ "รูนิกพาวเวอร์คอร์" ที่ลอยอยู่ตรงหน้า มันคือทฤษฎีที่สมบูรณ์แบบ คือสมการที่ลงตัว แต่กลับเป็สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถสร้างให้เป็จริงขึ้นมาได้ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่
"การสลักวงจรที่ต้องใช้ความแม่นยำระดับนาโนเมตร...แถมยังต้องเข้าใจใน 'น้ำหนัก' และ 'ความลึก' ของการลงแรงอีก..." เซ็นทวนคำพูดของซาเรียในใจ มันไม่ใช่แค่งานวิศวกรรม แต่มันคืองานศิลปะที่ต้องอาศัย "ัั" ที่เหนืุ์
"แล้ว..." ซาเรียเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาของเธอจับจ้องมาที่เซ็นอย่างคาดหวัง "เพื่อนของนายคนนั้นที่ชื่อ 'คาเรส'... นายแน่ใจนะว่าจะไว้ใจเขาได้? เทคโนโลยีนี้มัน...มันเปลี่ยนโลกได้เลยนะเซ็น"
เซ็นเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "ฉันไว้ใจเขา...อาจจะมากกว่าที่ฉันไว้ใจตัวเองในบางเื่ซะอีก แต่ปัญหาก็คือ...จะติดต่อเขาเื่นี้ยังไงดี เขาอยู่ไกลถึง Virelya แถมเื่นี้ก็เป็ความลับสุดยอด จะคุยผ่านแชทในเกมก็เสี่ยงเกินไป"
"เื่นั้นไม่ต้องห่วง" ซาเรียตอบ "บริษัทเรามีระบบ 'Quantum Entangled VR' ที่ปลอดภัยที่สุดอยู่ เราสามารถสร้าง 'ห้องประชุมเสมือน' ที่จำลองสภาพแวดล้อมที่ไหนก็ได้ ถ้านายสามารถชวนเขาเข้ามาในเซสชั่นส่วนตัวได้น่ะนะ"
เซ็นพยักหน้ารับ "งั้นฉันจะลองดู"
...
ภายในโลกของเกมออนไลน์ที่คุ้นเคย เซ็นในร่างของนักดาบเวท "คาลิส" ได้ส่งข้อความส่วนตัวไปยังเพื่อนสนิทของเขาทันที
[กระซิบถึง: Karess] [Kalis]: "คาเรส อยู่ป่าว? มีเื่อยากคุยด้วยหน่อย เป็เื่ใหญ่น่ะ คุยที่นี่ไม่ได้"
ข้อความตอบกลับมาแทบจะในทันที พร้อมกับอารมณ์ขันที่คุ้นเคย
[Karess]: "หา! เื่ใหญ่อะไรของแกวะคาลิส! จะยืมเงินไปซื้อยานรบรึไง? หรือว่าแกไปติดหนี้การพนันที่ไหนมาอีกล่ะสิ!"
[Kalis]: "ไม่ใช่เื่เล่นๆ คาเรส ฉันจริงจัง...ฉันมี 'โปรเจกต์' ที่อยากจะให้นายดู แต่ต้องคุยกันในที่ที่ปลอดภัยที่สุด มันเกี่ยวกับ...งานวิจัยของฉันกับซาเรีย"
เมื่อชื่อของซาเรียและคำว่า "งานวิจัย" ถูกเอ่ยขึ้นมา บรรยากาศในการสนทนาก็เปลี่ยนไปทันที ข้อความที่ตอบกลับมาในครั้งนี้ เว้น่ไปนานกว่าปกติ และน้ำเสียงที่เซ็นจินตนาการได้นั้นก็ไม่ใช่เสียงของเพื่อนขี้เล่นอีกต่อไป
[Karess]: "เดี๋ยวก่อนนะ... เื่ที่ต้องใช้แล็บของ 'เอจิส อินดัสทรีส์' เลยเหรอ? นี่มันไม่ใช่เื่เล่นๆ แล้วนะ... แล้วทำไมต้องเป็ฉัน? ทำไมต้องเป็ 'ที่' ของฉัน?"
สัญชาตญาณของนักฆ่าผู้ระแวดระวังถูกปลุกขึ้นมา เซ็นััได้ถึงความไม่ไว้วางใจผ่านตัวอักษร
[Kalis]: "ก็เพราะมันไม่ใช่เื่เล่นๆ ไง ฉันถึงต้องคุยกับนาย...คนที่ฉันไว้ใจที่สุด"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เซ็นรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เขารู้ดีว่าเขากำลังขอในสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ การเชื้อเชิญคนนอกเข้าสู่ "พื้นที่" ของนักฆ่าที่ทำงานในเงามืดคือเื่ต้องห้าม แต่แล้ว...ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น
[Karess]: "...เฮ้อ... เอาวะ! เห็นว่าเป็แกหรอกนะ... แต่มีข้อแม้... ฉันจะเป็คนเลือก 'ช่องทาง' และ 'โปรโตคอล' การเชื่อมต่อเองทั้งหมด พวกเธอมีหน้าที่แค่เชื่อมต่อเข้ามาตามที่ฉันบอกก็พอ ห้ามมีสัญญาณอื่นรั่วไหลเด็ดขาด เข้าใจนะ?"
[Kalis (เซ็น - พิมพ์ตอบกลับพร้อมกับคิดในใจ)]: "เข้าใจแล้ว... (แหม่... ทำตัวสมบทบาทนักฆ่าผู้ลึกลับสมจริงไปได้นะเพื่อน แค่จะชวนคุยโปรเจกต์ลับนิดหน่อย ทำอย่างกับจะชวนไปบุกฐานทัพ)"
เขารีบแจ้งเงื่อนไขที่ "เข้มงวด" ของคาเรสให้ซาเรียทราบ ซาเรียเพียงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ "สมกับเป็คนของตระกูลนั้นจริงๆ... รอบคอบเสมอ" เธอกล่าวสั้นๆ ก่อนจะสั่งการให้ทีมวิจัยเตรียมระบบ VR ที่ดีที่สุดของ Aegis Industries เพื่อรอรับ "โปรโตคอล" การเชื่อมต่อจากปลายทางที่ห่างออกไปกว่าสองปีแสง
ไม่นานนัก "คำเชิญ" จากคาเรสก็ถูกส่งมา มันเป็ชุดรหัสที่ซับซ้อนและมีการเข้ารหัสหลายชั้นจนแม้แต่นักวิเคราะห์ของ Aegis ยังต้องใช้เวลาในการถอดรหัสเพื่อเชื่อมต่อ
"เขาใช้โปรโตคอลส่วนตัวที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยค่ะคุณซาเรีย" ลีน่า, นักวิเคราะห์ AI ของทีม, รายงานด้วยความทึ่ง "การป้องกันหนาแน่นมาก...แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีใครลักลอบเข้ามาหรือดักจับสัญญาณได้"
"ดีแล้ว" ซาเรียตอบ "เริ่มการเชื่อมต่อได้เลย"
เซ็นสวมอุปกรณ์เชื่อมต่อทางประสาทััแบบเต็มรูปแบบ เมื่อการเชื่อมต่อสมบูรณ์... ภาพตรงหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนเป็โลก VR ที่สร้างขึ้น แต่เขากำลังมองเห็นภาพ "ของจริง" ที่ถูกส่งตรงมาจากกล้องโฮโลแกรมบนดาวไวรีเลีย... ในขณะเดียวกัน เขาก็รับรู้ได้ว่า "ตัวตน" ของเขาได้ปรากฏขึ้นในสถานที่นั้นแล้ว
ร่างโฮโลฟอร์ม (Holoform) ที่โปร่งแสงเล็กน้อยของเซ็นและซาเรียค่อยๆ ก่อตัวขึ้นกลางลานฝึกกลางแจ้งของคฤหาสน์สไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน บรรยากาศรอบตัวเป็เวลากลางคืนตลอดกาล ท้องฟ้าสีน้ำหมึกมี พระจันทร์สองดวง ลอยเด่นส่องแสงสีเงินและสีฟ้าอ่อนๆ ลงมาอาบไล้ทุกสิ่งจนเกิดเป็เงาที่ทอดยาวและคมชัด
พวกเขามองเห็น คาเรสตัวจริง ยืนกอดอกพิงเสาไม้อยู่ไม่ไกล เขาสวมชุดปฏิบัติการสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะสามารถกลืนแสงได้ และที่สำคัญ...ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วย หน้ากากโอนิ (ั์ญี่ปุ่น) สีดำทมิฬแบบครึ่งหน้า เผยให้เห็นเพียงดวงตาที่คมกริบและเ็า เขาไม่ได้เป็แค่อวตารในเกมอีกต่อไป
ดร.อาริสที่เชื่อมต่อเข้ามาด้วยพึมพำเบาๆ ผ่านช่องสื่อสารส่วนตัว "คุณหนูครับ...วัสดุของชุดนั่น...มันมีคุณสมบัติดูดซับและหักเหคลื่นเซ็นเซอร์...เป็เทคโนโลยีระดับ Military-Grade ที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ"
เซ็นกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ความรู้สึกขบขันก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น "(ความคิดของเซ็น: เดี๋ยวนะ...ไอ้ชุดกับหน้ากากบ้านี่มันอะไรวะ...นี่มันไม่ใช่การ 'สวมบทบาท' แล้วมั้ง...)"
คาเรสมองมายังร่างแสงของเพื่อนสนิทและหญิงสาวที่เขาไม่เคยพบมาก่อนด้วยสายตาที่เรียบนิ่งและเ็าผ่านหน้ากาก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและควบคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด:
"ยินดีต้อนรับสู่โลกของข้า...พวกเ้ามีเวลา 15 นาที"
ในที่สุดเราก็ได้ไปเยือนดาวบ้านเกิดของคาเรสกันแล้วนะครับ! แต่ดูเหมือนการไปครั้งนี้จะไม่ใช่เื่ง่ายๆ เลย แค่การติดต่อไปก็ต้องผ่านโปรโตคอลลับเฉพาะซะแล้ว!
ฉากนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ "ไว้ใจ" แต่ก็ยังคง "ระแวง" ของคาเรสได้อย่างดีเลยใช่ไหมครับ? เขาเชื่อใจเซ็นมากพอที่จะยอมเปิด "ประตูบ้าน" ให้ แต่ก็ยังคงความเป็มืออาชีพด้วยการควบคุมทุกอย่างเองทั้งหมด
แล้ว "บ้าน" ในโลก VR ของคาเรสบนดาวราตรี Virelya จะมีหน้าตาเป็แบบไหนกันแน่? มันจะยังคงเป็สไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างที่เราเคยคุยกันไว้หรือไม่?
ฝากติดตามการพบกันครั้งสำคัญของ "ทีมวิจัยจำเป็" ที่จะมารวมตัวกันเพื่อสร้างสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาลด้วยนะครับ!
แล้วเจอกันครับ!
– Solendel