ตอนที่ 19: สวนสัตว์ ?
หลังจากที่สะบัดพู่กันเข้าใส่โมซันและวูเล่ย พู่กันก็ได้หมุนตัวกลับ แล้วพุ่งตามหยางเฉินไป! เถาเถาไม่ได้โจมตีโมซันและวูเล่ยเต็มแรง เงินในตัวเขาแทบหมดไปแล้วเขาไม่กล้าจะโจมตีกับคนที่ต่ำกว่าขอบเขตปรมาจารย์ เพราะเขากลัวว่าหลงฉีและเทียนหลินจะโผล่มาเมื่อนั้นหากไม่มีเงินเหลือ เขากับหยางเฉินก็คงไม่มีโอกาสที่จะหนีไปได้
หลังจากที่โมซันและวูเล่ยถอยกลับไปหลายร้อยเมตรพู่กันหายลับไปจากสายตา พวกเขาก็พากันหยุดและสูดหายใจเข้าลึก ๆพร้อมเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผากพวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมพู่กันนั้นถึงได้ปรานีพวกเขา
“ เปลี่ยนขนาดตัวเองได้รึ ? สมบัติจิตระดับาา!” แม้ว่าที่อกจะาเ็ แต่คุยเชิงก็ไม่ได้สนใจาแของตนเขาได้ใช้ความเร็วทั้งหมดที่มีเพื่อไล่ตามพู่กันไปทันที
หากเป็สมบัติจิตระดับสูงจริงๆแน่นอนว่าคุยเชิงก็ไม่ลังเลที่จะหนี แต่เขารู้ว่าสมบัติจิตที่โจมตีเขามาตะกี้ได้รับความเสียหายมาไม่งั้นแล้วพลังโจมตีที่มีคงไม่ต่ำเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะไล่ตามไป
ในตอนที่คุยเชิงเพิ่งจะออกไปนั้นก็มีอีกสองคนที่ตามเขามา ทั้งสองคือหลงฉีและเทียนหลิน สายตาของทั้งสองเป็ประกายขึ้นมาและพากันพึมพำ“ สมบัติจิตระดับสูง!”
...
หยางเฉินไม่รู้ตัวเลยว่ามีสามคนที่ไล่ตามเขาอยู่ เขาได้ใช้ก้าววายุอสนีหนีเข้าไปในป่าลมพัดผ่านหูของเขาพร้อมกับเงาที่ะโผ่านกิ่งไม้ต่อไปเรื่อย ๆ และเขาไม่รู้เลยว่าเขาต้องหนีไปที่ไหน
ฟู่! ตอนนั้นเองพู่กันกลับบินเข้ามา ขนาดของมันกลับใหญ่ขึ้นร่างของเถาเถาโผล่ออกมาและะโบอกกับหยางเฉิน “ จับพู่กันเอาไว้!อย่าปล่อยเด็ดขาด!”
หยางเฉินไม่เคยเห็นท่าทีแบบนี้จากเถาเถามาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะประมาท และรีบยื่นมือไปจับพู่กันเอาไว้พู่กันราวกับลูกธนูที่พุ่งเข้าไปในส่วนลึกของป่า หยางเฉินรู้สึกเหมือนกับนั่งอยู่บนจรวดร่างของเขาสะบัดไปมา ผมและชุดของเขาเองก็ตีไปตามลม
เถาเถานั่งอยู่บนพู่กันพร้อมเงินจำนวนมากที่โผล่มาในมือตอนนั้นเงินได้แตกออกและโดนเขาดูดซับเข้าไปทันที ความเร็วของพู่กันเพิ่มขึ้นมันราวกับอุกกาบาตที่พุ่งอยู่ในป่ามันทำให้ใบไม้นับไม่ถ้วนหลุดจากกิ่งและกระจายไปทั่ว
ร่างสามร่างพุ่งตามมาราวกับสายฟ้า สองคนแรกคือหลงฉีและเทียนหลิน อีกคนคือคุยเชิงที่โดนทั้งสองแซงหน้าไป“ บัดซบ!ตามไม่ทัน!” คุยเชิงกัดฟันแน่นและยังวิ่งออกไปต่อ แต่เขาก็ไม่อาจจะตามหลินฉีและเทียนหลินได้ทันแม้ว่าจะอยู่ขอบเขตปรมาจารย์ แต่ก็ยังมีช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่งอยู่
“ ข้าแนะนำว่าเ้าไม่ควรตามมาจะดีกว่า หากเ้าทำเช่นนี้งั้นอย่าหาว่าเราไม่ปรานี” เสียงของเทียนหลินดังขึ้นมาเสียงอสนีแปด์นั้นมากับสายรุ้งที่พุ่งเข้าใส่คุยเชิง!
“ เทียนหลินเ้าจดจำคุยเชิงผู้นี้ให้ดี!” สีหน้าของคุยเชิงเปลี่ยนไปทันทีและรีบหันกลับก่อนหนีไป เขาได้ะโไม่กี่ครั้งก็หายไปในป่าทันที
ตอนนั้นเสียงอสนีแปด์ก็ได้โจมตีเข้าใส่ต้นไม้ ตูม! ต้นไม้สูงได้เปลี่ยนเป็ผงภายในพริบตา
“ อย่าฝันไปหน่อยเลย!” เทียนหลินและหลงฉีฮึดฮัดออกมาตอนที่พวกเขาโจมตีคุยเชิงนั้นความเร็วของพวกเขาก็ไม่ได้ช้าลงแม้แต่น้อย พวกเขายังรวดเร็วดั่งสายฟ้าและพุ่งตัดอากาศพร้อมกับปราณอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากตัว เสียงตัดอากาศนั้นดังขึ้นไม่หยุดมันเหมือนกับว่าทั้งสองคนจะกลายเป็ลูกไฟตอนไหนก็ได้ แต่แม้ว่าพวกเขาจะรวดเร็ว แต่พู่กันนั้นเร็วยิ่งกว่ามันคงใช้เวลาไม่นานก่อนที่พู่กันจะสลัดพวกเขาหลุด
“ ตราบใดที่มันยังอยู่ในป่านี้ มันก็ไม่อาจจะหนีไปได้!” เทียนหลินฮึดฮัดออกมาสายตาเขาคมกริบราวกับสายตาของพยัคฆ์
“ มันต้องเป็สมบัติจิตระดับสูงแน่เราไม่อาจจะปล่อยให้มันหนีไปได้!” หลงฉีมองไปที่หลานเทียนแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“ สมบัติจิตระดับสูงที่มีความคิดคนของหน่วยทลายอสูรกลับได้มันมางั้นรึ ?น่าแปลกใจ”เทียนหลินยักคิ้วพร้อมสายตาที่แสดงความสงสัยออกมา
พวกเขาถือว่าพู่กันนั่นเป็สมบัติระดับาา หากพวกเขาเห็นเถาเถาพวกเขาคงตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
“ เราแยกตัวกันหาเมื่อเราพบมันก็ทำลายยันต์ซะ”
หลังจากที่ทั้งสองปรึกษากันเสร็จพวกเขาก็ได้แยกตัวกันไปคนละทาง แต่สิ่งที่พวกเขาไม่เห็นคือมีฟองปุด ๆ ขึ้นมาจากบึงไม่ไกลจากพวกเขานักมันค่อย ๆ มีผมโผล่ออกมาจากบึงจากนั้น ก่อนจะมีหัวคนโผล่มาใบหน้านั้นเต็มไปด้วยโคลนและไม้น้ำ
“ บัดซบพวกเ้าติดค้างข้า ข้าต้องเอาคืนเป็สิบเท่า!” หยางเฉินพึมพำแล้วคลานออกมาจากบึง
“ เสี่ยวหยางมันยังไม่สายเกินไปที่จะแก้แค้นพวกมันในอนาคตแม้ว่าเ้าจะไม่ใช่ยอดฝีมือ แต่เ้าก็น่าจะเอาคืนพวกนี้ได้ในไม่กี่ปี” พู่กันพุ่งออกมาจากบึงและมาลอยอยู่ข้างหยางเฉิน
“ เ้าเองก็ไม่ใช่ยอดฝีมือเช่นกัน!” หยางเฉินมองไปที่เถาเถาด้วยท่าทีรังเกียจ จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆเมื่อเห็นว่าที่พื้นดินเริ่มมีหมอกลอยขึ้นมา เขาก็ได้มองไปที่ต้นไม้ใหญ่และพบว่าแมลงบนต้นไม้พากันส่งเสียงร้องออกมา
แมลงพวกนี้มีขนาดใหญ่ ปากของมันใหญ่พอ ๆ กับถ้วย หยางเฉินเห็นแล้วก็ถึงกับขนลุก เสียงหึ่งๆดังขึ้นในหูของเขาเขาเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับแมลงปอตัวใหญ่ที่ยาวกว่า 1 เมตร มันกระพือปีกแล้วบินวนไปมาแมลงบนต้นไม้ต่างก็พากันบินหนีแมลงปอนี่
“ เถาเถาดูเหมือนว่าเราจะเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามของูเาวูชานเข้าแล้ว” หยางเฉินกลืนน้ำลายลงคอ เขารู้สึกว่าสถานการณ์รอบตัวเขานั้นผิดปกติไป
“ เ้าจะกลัวอะไรที่นี่คือที่ที่ใช้หาประสบการณ์ที่ดี หากผู้บ่มเพาะไม่ผ่านความเป็ความตาย งั้นจะบ่มเพาะไปเพื่ออะไร?” เถาเถามองไปรอบ ๆ ใบหน้ากลมๆของเขาเผยท่าทีผ่อนคลายและพอใจออกมาเขาไม่ได้รู้สึกว่ามันอันตรายแม้แต่น้อย
หยางเฉินกลอกตาใส่ “ การหาประสบการณ์นั้นถือว่าเป็เื่ที่ดีแต่ข้าแค่ขอบเขตกำลังภายในขั้น 3 ที่นี่ไม่อันตรายไปหน่อยรึสำหรับการฝึกฝน ข้าไม่อาจจะทำอะไรสัตว์อสูรขอบเขตธุลีได้เลยด้วยซ้ำเ้าจะให้ข้าใช้ก้าววายุอสนีหนีไปตลอดรึไงกัน ?”
“ เ้าไม่คิดจะสู้ก็บอกข้าตรง ๆ หรือเ้าบอกข้าตรงๆ ก็ได้หากเ้า้าวรยุทธ์ แต่ข้าไม่มีทางให้มันกับเ้าง่ายๆหรอก” ไม่รู้ว่าเถาเถาขึ้นไปนั่งบนพู่กันตอนไหน เขาหันกลับมามองที่หยางเฉิน
“ ข้าไม่ได้จะบอกเช่นนั้น” หยางเฉินยิ้มออกมา“ หากเ้าให้วรยุทธ์กับข้า งั้นข้าคงได้แต่ต้องฝึกมัน”
เถาเถาฮึดฮัดออกมา“ ข้าบอกว่าข้าไม่คิดจะให้มันกับเ้า แต่เ้ายังบอกว่าข้าบังคับให้เ้าฝึกมันอีกรึ!”
“ ข้าแค่ล้อเล่นเ้าจะจริงจังไปทำไมกัน เ้านี่ใจแคบจริงๆ” หยางเฉินยิ้มออกมา
เถาเถาส่ายหน้าเขาพบว่าเขาเหมือนจะเลือกอยู่กับผิดคน ทำไมเขาต้องมาอยู่กับคนเ้าเล่ห์เช่นนี้ด้วย?
“ ก่อนที่จะฝึกฝนวรยุทธ์เ้า ควรจะหาที่สำหรับการใช้ยากับร่างของเ้าก่อนเมื่อเ้าฝึกวรยุทธ์เ้าก็จะสามารถดูดซับยาได้ง่ายขึ้น” เถาเถาถอนหายใจออกมา “ สองคนนั้นคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เ้าต้องทิ้งหน้ากากนั่นไปซะ”
หยางเฉินพยักหน้าเขาฉีกหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่อ่อนเยาว์ จากนั้นเขาก็เอาเสื้อหนังออกมาใส่ หากหลงฉีและเทียนหลินพบเขาตอนนี้พวกนั้นคงไม่คิดว่าคือเสี่ยวิ
หยางเฉินมองไปที่หน้ากากในมือและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา“ เสี่ยวิเ้าถือว่าเป็ส่วนหนึ่งของการพัฒนาของข้าสักวันเ้าจะโดดเด่นเพราะข้านี่ถือว่าเป็เกียรติต่อตระกูลเ้าแล้ว”
“ ไปได้แล้ว ไปหาที่ที่เหมาะในการใช้ยาก่อน” เถาเถาไม่คิดสนใจหยางเฉิน เขาบินออกไปโดยมีหยางเฉินตามไปติดๆ และไม่นานทั้งสองก็มาพบกับถ้ำ
หลังจากที่เถาเถาเข้าไปในถ้ำเพื่อตรวจสอบ เขาก็ได้บอกให้หยางเฉินตามเข้าไป ในที่แบบนี้พวกเขาต้องระวังตัวหลังจากที่เข้ามาในถ้ำ ก็พบว่าด้านในนั้นมีแสงสลัวๆ มันมีหินงอกหินย้อย กำแพงหินเต็มไปด้วยแมงมุมขนาดเท่ากับฝ่ามือไม่ใช่แค่แมงมุม มันยังมีสัตว์อื่น ๆ อยู่อีก เมื่อเห็นพวกมัน หยางเฉินก็อดไม่ได้ที่จะคิด‘ นี่มันสวนสัตว์ดึกดำบรรพ์รึไง ? ทำไมถึงมีแต่สัตว์เก่าแก่ได้ ? ’
“ อย่าเพิ่งเหม่อ รีบถอดเสื้อเ้าออกแล้วใช้ยาซะข้าจะสอนวรยุทธ์กับเ้า หากเ้าไม่ฝึกวรยุทธ์เ้าอาจจะตายในเร็วๆนี้ก็ได้” เถาเถาเร่งออกมา
หยางเฉินพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเขารีบหาหินก้อนใหญ่และนั่งลง ก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกและเริ่มใช้ยา ใช้เวลาไม่นานเขาก็ทายาไปทั่วตัวความรู้สึกสดชื่นแผ่ไปทั่วทั้งตัวของเขา ด้วยการใช้ยานี้ก็ทำให้การดูดซับปราณนั้นเร็วขึ้นกว่าเก่าเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำการใช้ยา ความเร็วนั้นไม่ใช่แค่เร็วกว่าครั้งแรก แต่ยังเร็วจนน่าทึ่ง
เถาเถามองไปที่เป้าของหยางเฉินอีกครั้งเขาถึงกับส่ายหน้า หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่ายาสลายนี่เพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะได้เขาคงสงสัยว่ายานี่เป็ยาปลุกนกเขาไปแล้ว
“ ยิ่งดูดซับยาได้เร็วเท่าไหร่ เ้าก็ยิ่งบ่มเพาะได้เร็วเท่านั้นด้วยการฝึกฝนวรยุทธ์และการวาดยันต์ ความเร็วในการดูดซับยาก็เพิ่มขึ้น” เถาเถาจับคางแล้วคิดในใจ“ ข้าคิดว่าข้าน่าจะให้เ้าไปล่าสัตว์อสูรสัก 2 – 3 ตัว เพื่อที่เ้าจะได้ดูดซับยาได้เร็วขึ้นปอีก”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหยางเฉินพูดขึ้นด้วยท่าทีโกรธ “ ข้ากังวลว่าข้าคงโดนสัตว์อสูรพวกนั้นฆ่าเอา ข้าว่าพักเื่นี้ไว้ก่อนจะดีกว่า”
“ งั้นข้าจะสอนวรยุทธ์ให้เ้าก่อนตอนนี้เ้าทำลายหินเพชรได้ 9 ก้อนแล้ว หากเ้ามีวรยุทธ์ขอบเขตธุลีกับตัว มันน่าจะเพียงพอที่จะจัดการกับสัตว์อสูรขอบเขตธุลีระดับต้น ๆ ได้บ้าง” เถาเถามั่นใจในตัวหยางเฉินอย่างมาก เขาคิดในใจว่ายังไงซะก็ไม่ใช่เขาที่ต้องเจ็บตัวแม้ว่าจะาเ็แต่เขาก็ไม่ได้เจ็บด้วย
“ เถาเถา เ้าคิดว่าข้าจะเผชิญหน้ากับสองคนนั้นได้เมื่อไหร่กัน?” หยางเฉินถามขึ้นมาพร้อมกับใส่เสื้อผ้า
“ เ้ารึ?” เถาเถาไม่รู้ว่าจะร้องไห้รึหัวเราะดีเด็กนี่อยู่แค่ขอบเขตกำลังภายในขั้น 3 แต่กลับอยากสู้กับคนขอบเขตปรมาจารย์?
‘เ้าจะไปรู้อะไร? ข้ารับปากกับหยางเฉินคนเก่า ว่าข้าจะเป็คนที่แกร่งที่สุดในโลกหากข้าไม่อาจจะเอาชนะพวกนั้นได้ ข้าจะเป็คนที่แกร่งที่สุดได้ยังไง ‘ หยางเฉินไม่ได้สนใจท่าทีของเถาเถา เพราะในใจเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ เถาเถาเ้าจะสอนวรยุทธ์แบบไหนให้ข้า? ” หยางเฉินใส่เสื้อผ้าแล้วมองไปที่เถาเถาด้วยสีหน้าคาดหวัง
เถาเถาไม่ได้บอกหยางเฉินว่ามันคือวรยุทธ์แบบไหนเขานั่งลงบนพู่กันแล้วมองไปรอบๆ สุดท้ายเขาก็มองไปยังหินงอกที่อยู่ไม่ไกลออกไป หินงอกนี้สูงกว่า10เมตร.
หยางเฉินเดาออกทันทีว่าเถาเถากำลังคิดจะทำอะไร
นิ้วกลาง,นิ้วชี้และนิ้วโป้งได้กางออกเปลี่ยนเป็กรงเล็บเถาเถาได้สะบัดออกไปพร้อมปราณที่อัดแน่นกันอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเป็กรงเล็บั แสงสีทองได้ส่องประกายออกมามันเกิดเสียงตัดสายลมดังขึ้น ก่อนที่กรงเล็บจะฟันเข้าใส่หินงอกนั้น
ปัง! หินงอกสั่นไหวอย่างแรง ก่อนจะแตกออกกลายเป็เศษหินการะเิและสั่นไหวนี้ถึงกับทำให้หยางเฉินหูอื้อไปด้วย