“เลนา!!..เราไปเดินเล่นในเมืองกันเถอะ….”
เสียงใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลังเลนา ที่กำลังตากผ้าอยู่
ท้องฟ้าโปร่ง และแสงแดดสดใส ผ้าแขวนอยู่ที่ราวพลิ้วไหวไปกับสายลมอ่อนๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าแปลกใจ
“ฉันได้ยินข่าวมาว่ามีร้านขนมหวานเปิดใหม่แถวกิลนักผจญภัย เราไปกันเถอะ…” หญิงสาวคนนั้นพูดพร้อมกับเดินเข้ามาหาเลนา ด้วยท้าทีร่าเริง
“ขอโทษทีนะเซเลีย พอดีฉันยุ่งอยู่น่ะ….” เลนาพูดพร้อมกับหยิบผ้าในตะกร้าขึ้นมา
“ถ้าเธออยากให้มันเสร็จเร็วๆ ขอให้ฉันช้วยก็ได้นะ” เซเลียพูดพร้อมกับโผเข้าไปกอดเลนาจากด้านหลัง
“อย่าทำอย่างนี้สิเซเลีย มันยิ้งทำช้ากว่าเดิมนะ”
“ฮ่าๆๆ แค่แกล้งนิดหน่อยเอง งั้นเดี๋ยวฉันช่วยอีกแรง จะได้ไปกินขนมหวานเร็วๆ”
ทั้งสองคนช้วยกันตากผ้าจนเสร็จ
“เสร็จซักที เราไปกันเถอะเลนา” เซเลียพูดพร้อมกับทำท่าทีกระตือรือร้น
“เดี๋ยวฉันไปบอกป้าฟรีดาก่อน เซเลียรออยู่ตรงนี้นะ” เลนาพูดด้วยน้ำเสียงสดใส แล้วเดินเข้าไปในบ้าน
ภายในบ้านเต็มไปด้วยม้วนกระดาษ และหนังสือ วางอยู่เต็มไปหมด ให้ความรู้สึกเหมือนเป็ห้องสมุดขนาดเล็ก
เลนา เดินเข้าไปยังห้องห้องหนึ่ง ด้านในมีฟรีดากำลังนั่งเขียนแผนที่อยู่
“ป้าฟรีดาคะ หนูตากผ้าเสร็จแล้ว หนูขอไปในเมืองกับเซเลียได้ไหมคะ…” เลนาพูดด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมกับมองไปรอบๆ
ฟรีดา เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็หยุดเขียนแผนที่แล้วหันหลังกลับมาหาเลนา แล้วถอดแว่นออก
“จะไปในเมืองสินะ งั้นช้วยเอาแผนที่ไปส่งที่กิลนักผจญภัยด้วยได้ไหม….” ฟรีดาพูดพร้อมกับลุกไปหยิบม้วนแผนที่หลายม้วน ใส่ในกระเป๋าหนัง
“หนูก็กำลังจะไปแถวกิลนักผจญภัยพอดีเลย” เลนาพูดพร้อมกับท้าทีมุ้งมั้น
“ขอโทษด้วยนะเลนา ที่่นี้ขอให้ทำงานบ้าน….” ฟรีดากลับไปนั่งพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
“ปกติหนูก็ชอบทำงานบ้านอยู่แล้วด้วย คุณป้าก็อย่าหักโหมจนเกินไปนะคะ” เลนาพูดด้วยท่าทีเป็ห่วง ทำให้ฟรีดายิ้มออกมา
ถึงแม้จะเป็แค่คำพูดสั้นๆ แต่ฟรีดาก็ััถึงความรู้สึกเป็ห่วงอย่างจริงใจ จากคำพูดเ่าั้
“ไปเถอะ ระวังตัวเองด้วยล่ะ แล้วก็กลับก่อนฟ้าจะมืดนะ” ฟรีดาพูดพร้อมกับยื้นกระเป๋าหนังให้เลนา
“เข้าใจแล้วค่ะ...” เลนาพูดพร้อมกับยิ้มให้ก่อนออกจากห้อง
หลังจากเลนาออกไปจากห้อง ฟรีดาก็กลับไปเขียนแผนที่ต่อพร้อมกับคิด “ช่างเป็เด็กที่ดีอะไรขนาดนี้”
เลนาและเซเลียเดินออกจากบ้านที่อยู่ห่างจากกำแพงเมืองไม่มาก รอบข้างเป็ทุ่งข้าวสาลี และทุ่งหญ้ากว้างขวาง บ้านหลายหลังกระจายกันอยู่ทั่วทั้งพื้นที่
ระหว่างทางที่เดินไป มีทั้งรถม้าและนักเดินทางผ่านไปมาไม่ขาดสาย ความคึกคัก สื่อถึงความมั่งคั่งภายในเมืองได้เป็อย่างดี
เลนา เดินมาจนมองเห็นประตูเข้าเมือง
ประตูขนาดใหญ่ใต้กำแพงสูง มีทหารหลายสิบนายคอยยืนเฝ้าอยู่ แถวรถม้าและนักเดินทางต่อกันยาวจนน่าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
“คนเยอะจัง เกิดอะไรขึ้นกันนะ” เซเลียพูดขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย
เลนา ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่เก็บความสงสัยไว้
ทหารหลายสิบนาย สวมหมวกเหล็กและชุดเกราะสีเงิน ในมือถือหอก และบางนายมีดาบเหน็บที่เอว แต่มีทหารนายหนึ่งที่ไม่ได้สวมหมวก ที่มือถือแผ่นกระดาษ หน้าตาเคร่งขรึม หนวดและเคราปกคลุมใบหน้า ให้ความรู้สึกน่ากลัวเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้นคะ ลุงกาไอ ทำไมถึงมีคนคนเยอะขนาดนี้…” เลนาถามกับทหารที่ถือกระดาษอยู่
ทหารคนนั้น หันมามองเลนาทันที จากหน้าตาเคร่งขรึมเปลี่ยนเป็รอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้า
“อีกไม่กี่สัปดาห์ผู้กล้าจะมาที่เมือง ท่านเ้าเมืองเลยจะจัดงานเทศกาลต้อนรับผู้กล้า คนเลยเยอะอย่างนี้แหละ”
ทันทีที่เลนารู้ ก็เข้าใจในทันที คนมากมายพวกนี้ คงเป็พ่อค้าที่จะมาจัดเตรียมงานเทศกาล ส่วนกระดาษที่กาไอถืออยู่คงเป็รายชื่อของพวกพ่อค้า
“แล้วเ้ามาทำอะไรล่ะ เลนา” กาไอพูดขึ้นพร้อมกับท่าทีที่ผ่อนคลายลง
“พวกเรากำลังจะไปร้านขนมหวานเปิดใหม่ค่ะ” เซเลียพูดขึ้นก่อนที่เลนาจะเอ่ยปาก
“ฮ่าๆๆๆๆๆ หญิงสาวกับขนมหวานมันของคู่กันอยู่แล้วนี่นะ…” กาไอพูดพร้มกับยิ้มออกมา
“อย่ามาเสียเวลากับคนแก่ๆ อย่างข้าเลย ไปเถอะ”
“ขอบคุณค่ะ ลุงกาไอ” เลนาและเซเลียพูดพร้อมกับเดินผ่านประตูไป
ถนนที่ปูด้วยแผ่นหินสลับไปมา ทั้งบ้านเรื่อนและร้านค้า เรียงรายกันตามถนน ผู้คนเดินไปมาอย่างพลุกพล่าน เสียงล้อเกวียนและกีบเท้าม้าที่กำลังผ่านไปมา ราวกับว่าสถานที่นี้ไม่เคยหยุดนิ่ง
เลนา และเซเลียเดินสวนผู้คนมากมายเข้าไปในเมือง ยิ่งเข้าไปลึกขึ้น บ้านเรือนก็ใหญ่ขึ้น ดูมีความเป็ระเบียบมากขึ้น จนทั่งสองคนเดินมาถึงลานกลางเมือง
ลานกว้างรูปทรงกลม มีน้ำพุหินอ่อนขนาดใหญ่เป็จุดศูนย์กลาง ร้านค้าแผงลอยตั้งอยู่รอบนอกของลานเต็มไปหมด ผู้คนเดินไปมาจับจ่ายใช้สอยกันไม่ขาดสาย
“ฉันมีธุระที่กิลนักผจญภัยนิดหน่อย เธอจะไปด้วยกันรึเปล่า…” เลนาหันไปพูดกับเซเลีย
“ไม่ล่ะ ฉันไม่ชอบพวกนักผจญภัย เอาเป็ว่าฉันจะเดินดูแผงลอยแถวนี้รอก็แล้วกัน” เซเลียพูดด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แล้วหันหลังเดินออกไปพร้อมกับยกมือขึ้นมาแกว่งไปมา
“….” เลนายิ้มโดยไม่ได้พูดอะไร
เลนา เดินไปทางตรงกันข้ามกับเซเลีย เธอเดินตามทางไป ระหว่างทาง มีนักผจลภัยหลายกลุ่มสวนเลนาไป จนถึงหน้ากิลนักผจญภัย
อาคารสองชั้น ทำจากไม้และหินอ่อน ด้านหน้ามีตราสัญลักของกิลติดอยู่
เธอเดินไปที่หน้าประตูพร้อมกับเปิดมันออก ประตูแง้มออกเล็กน้อยพอให้เลนาเข้าไปได้
ห้องโถงขนาดใหญ่เต็มไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้ สุดทางของห้องโถง มีเคาน์เตอร์ยาวจนสุดขอบของอีกฝั่ง มีพนักงานในเครื่องแบบดูเรียบร้อยอยู่หลังเคาน์เตอร์หกคน ชายสามคน และหญิงสามคน
บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก นักผจนภัยมากหน้าหลายตาเต็มไปหมด ทั้งนั้งอยู่ที่โต๊ะ และคนที่กำลังยืนอยู่หน้ากระดานขนาดใหญ่ที่มีแผ่นภารกิจติดอยู่
เลนา จับสายสะพายกระเป๋า แล้วเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ ในระหว่างที่เดินไปก็มีสายตาหลายคู่มองมาที่เธอ
“สบายดีรึเปล่า เลนา” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น
เลนาหันไปทางที่ได้ยินเสียง สิ่งที่เห็นคือชายวัยกลางคนผมสีน้ำตาลคนหนึ่ง นั่งอยู่ที่โต๊ะห่างจากเธอไม่มาก หน้าตาน่ากลัวบวกกับรอยแผลเป็บนใบหน้า ราวกับผ่านประสบการณ์ มาอย่างโชกโชน เขาสวมเกราะสีเทาด้านทั้งตัว มีดาบสองมือ (Zweihänder) วางพิงโต๊ะอยู่ ความยาวของมันยาวจนเกือบชนโคมไฟที่ห้อยอยู่กลางห้อง
“สบายดีค่ะ ลุงเอม” เลนาพูดพร้อมรอยยิ้ม
“เอาแผนที่มาส่งตามเคยสินะ แล้วฟรีดาเป็ยังไงบ้างล่ะ” เอมพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง กวักมือเรียกให้เลนามาหา
“รู้สึกว่า่นี้ป้าฟรีดาจะยุ่งมาพักใหญ่แล้ว หนูไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง ทำได้แค่ช่วยงานบ้าน”
“ฮ่าๆๆๆๆ ..เป็เด็กดีจังเลยนะ ฉันล่ะอิจฉาฟรีดาจริงๆ ที่มีหลานน่ารักๆ อย่างเธอ ฮ่าๆๆๆๆๆ” เอมพูดพร้อมกับมือที่ลูบหัวเลนา ถึงจะมีใบหน้าน่ากลัวแต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็ทำให้รู้ว่า เอมก็เป็แค่ลุงใจดีคนหนึ่งเท่านั้น
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” เลนาพูดพร้อมกับรอยยิ้ม
ภาพนักผจลภัยร่างใหญ่ในชุดเกราะเต็มตัว กำลังลูบหัวสาวน้อย ทำให้คนในห้องมองว่าเป็เื่แปลก
“แล้วลุงเอมมารับภารกิจหลอคะ”
“ฉันพึ่งกลับมาจากภารกิจลาดตระเวนแถวป่าเลเกีย ก็เลยมารายงาน”
“มันเกี่ยวกับการที่ผู้กล้าจะมาที่เมืองเรารึเปล่าคะ” เลนาพูดพร้อมกับทำหน้าสงสัย
“ฮ่าๆๆๆๆ สมกับเป็เลนา หัวไวจริงๆ” เอมพหัวเราะเสียงดังพร้อมกับพูดขึ้น จนคนรอบๆหันมามอง
“เสียงดังไปแล้วค่ะ…” เลน่าพูดพร้อมกับทำท่าทีเขินอาย
“ฮ่าๆๆ ่นี้เกิดเหตการแปลกๆ ขึ้นที่ชายป่าอูวัลน่ะสิ” เอมพูดด้วยเสียงที่เบาลง
“เหตการแปลกๆ หลอค่ะ” เลนาพูดพร้อมกับความสงสัย
“ฉันก็พูดอะไรได้ไม่มากหรอก แต่เอาเป็ว่ามีคนพบซากศพของสัตว์ในป่า มันเดินไปมา ฉันบอกเธอได้แค่นี้แหละ”
“….” หลังจากรู้อย่างนั้นเลน่าก็นิ่งไปสักพัก
“อย่าสนใจเลยเลนา ถึงเวลาที่ผู้กล้ามาเื่ทั้งหมดก็จะจบลงเอง” เอมพูดด้วยท่าทีสบายๆ
ความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นในใจของเลนา เธอไม่สามารถเข้าใจได้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไรกันแน่
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรปล่อยให้เซเลียรอนาน
“งั้นหนูขอตัวนะคะ” เลนาพูดพร้อมกับโค้งตัวแล้วเดินออกมาจากโต๊ะ
เธอเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานเป็ผู้หญิง
“เอาแผนที่มาส่งสินะ” พนักงานพูดด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง
“ค่ะ พี่แอนนา” พูดเสร็จเลนาก็ถอดกระเป๋ายื่นให้แอนนา
แอนนา หยิบกระเป๋าจากมือเลนา เธอเอาม้วนแผนที่ออกจากกระเป๋า แล้วยื่นกระเป๋าที่ว่างเปล่าคืนให้เลนา
“เสร็จแล้วจะ ขอบคุณที่เอาแผนที่มาส่งตลอดนะ....” แอนนาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไม่ใช่เื่ลำบากอะไรหรอกค้ะ ขอให้วันนี้พี่แอนนาไม่ต้องทำงานหนักนะคะ” เลนาพูดด้วยท่าทีสดใส
แอนนา ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเลนา
เลนา เดินออกจากิลนักผจลภัย กลับไปทางลานกลางเมือง
ในระหว่างที่เลนามองหาเซเลียไปทั่ว ก็มีรถม้าคันหนึ่งขับมาใกล้ๆ เธอ
รถม้าถูกตบแต่งด้วยผ้าราคาแพงแม้แต่สารถีขับรถม้าก็ยังแต่งตัวดูดี
ทันทีที่รถม้าเข้ามาข้างเธอ ม่านที่ปิดหน้าต่างรถม้าก็ถูกเปิดออก ทำให้เห็นคนที่อยู่ด้านใน
คนที่นั่งอยู่ในรถม้าเป็ชายแก่คนหนึ่ง หน้าตาเหี่ยวย่น ผมยาวสีขาวแซมด้วยสีเทา สวมชุดคลุมสีขาวประดับด้วยลวดลายสีทอง
ทันทีม่านเปิดออกชายแก่คนนั้นก็หันมามองเลนา แล้วชี้มือมาทาง ทำให้เห็นแหวนจำนวนมาก บนนิ้วมือที่เหี่ยวย่นเ่าั้
“แม่หนู เ้าน่ะ มีพร์ในเวทมนย์....” ชายแก่พูดด้วยน้ำเสียงแหบเล็กน้อย พร้อมกับชักมือกลับไปหยิบอะไรบางอย่าง
“….” เลนาไม่ได้พูดอะไร เธอคิดในใจ ‘ใครกัน แล้วที่ว่ามีพร์นี่มันคืออะไร’
“ถ้าอยากรู้จักข้า และสิ่งที่เ้าสงสัย ให้เอาไพ่ใบนี้ไปที่โซเรน แอร์เคนท์นิสจะต้อนรับเ้าอย่างดี....” ชายแก่พูดราวกับอ่านใจ พร้อมกับยื่นไพ่ใบหนึ่งมาที่เลนา
“หมะ..มันหมายความว่ายังไงหลอคะ” เลนาถามไปด้วยท่าทางระแวง
ชายแก่ไม่พูดจา ได้แต่นิ้งไม่ขยับพร้อมกับไพ่ในมือ
ถึงในหัวของเลนาจะเต็มไปด้วยความสงสัยและระแวง แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างในตัวบอกให้เธอหยิบไพ่ใบนั้น
เลนา ยื่นมือไปหยิบไพ่ ทันทีที่เธอจับไพ่ไว้ มือของชายแก่ก็จับเข้าไปที่ข้อมือของเลนา ความรู้สึกเย็นเฉียบจากมือของชายแก่ส่งผ่านมาถึงเธอ
เธอใชักมือกลับ ชายแก่ไม่ดึงธอไว้แต่ปล่อยให้ชักมือกลับ
“คิดถูกจริงๆ ข้าหวังว่าจะเจอเ้าที่แอร์เคนท์นิสนะ แม่หนู” ชายแก่พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย ก่อนที่ม่านจะเลื่อนปิดเอง
ทันทีที่ม่านปิด รถม้าก็ออกตัวทันที
เลนา ได้แต่คิดพร้อมกับความรู้สึกสงสัยปะปนความกลัวเล็กน้อย กับเหตการณ์ที่เกิดขึ้น
เธอมองไปที่ไพ่บนมืออย่างสงสัย ไพ่สีทองเป็ประกาย บนหน้าไพ่มีสัญลักของ ั ประดับอยู่
ความรู้สึกราาวกับว่าถูกดึงดูดเข้าหาบางสิ่ง ความสับสนและความสงสัยเกิดขึ้นพร้อมกัน เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน
“….”
ในระหว่างที่เลนากำลังมองไพ่ด้วยความสงสัย
“เลนาาาา…” เสียงของเซเลียดังขึ้น ทำให้เลนาหลุดออกจากห้วงความคิด
“เสร็จธุระแล้วสินะ ไปกันเถอะ” เซเลียพูดพร้อมกับโผเข้ามาจับมือเลนา
ความสดใสของเซเลีย ทำให้เลนาหยุดคิดเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
“อืม ไปกันเถอะ” เลนาพูดพร้อมกับเก็บไพ่ใส่กระเป๋ากางเกง
บรรยากาศแปลกประหลาดที่เกิดก่อนหน้า ถูกแทนที่ด้วยความสดใสและผ่อนคลาย
——————————————————————————————————————————
“ครึก.ครึก.ครืกกก….”
รถม้าหยุดนิ่งลงที่หน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง
คฤหาสน์หลังใหญ่สามชั้น ตบแต่งสวยงาม สวนดอกไม้นานาชนิดถูกปลูกเรียงรายอย่างสวยงาม
“ยิดดีต้อนรับสู้เมืองเซนิล ท่านเรกาลิส ดอมุน ท่านเอวาลท์ รออยู่ด้านในแล้วครับ” คนรับใช้คนหนึ่งเปิดประตูรถม้าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
ชายแก่ในผ้าคลุมสีขาวประดับด้วยลวดลายสีทาง ผมยาวขาวโพลน ทั่วทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น
“ขอบคุณ….” เอวาลท์พูดด้วยเสียงแหบเล็กน้อย พร้อมกับเดินลงจากรถม้า
“ผมจะนำทางให้ท่านเองครับ” คนรับใช้พูดพร้อมกับเดินนำทางไป
ด้านในอาคารเต็มไปด้วยของตบแต่งราคาแพง พรมสีแดงปูยาวเป็ทางขึ้นไปบนบันได
คนรับใช้นำทางไปจนถึงห้องหนึ่งที่อยู่บนชั้นสอง
“ท่านเอวาลท์รอท่านอยู่ด้านในแล้วครับ” คนรับใช้พูดพร้อมกับเปิดประตูออก
ด้านในถูกตบแต่งอย่างสวยงาม ที่มุมห้องมีสาวใช้คนหนึ่งยืนอยู่ หน้าต่างกระจกขนาดใหญ่สามบานอยู่ตรงข้ามประตู ที่ริมหน้าต่างมีโต๊ะและเก้าอี้ พร้อมกับชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น
“เมืองโรเซียเป็ยังไงบ้างครับ ท่านอาจารย์” ชายคนนั้นพูดพร้อมกับยืนขึ้น
“เป็เมืองที่ดีอย่างที่เ้าว่าจริง เอวาลท์” เรกาลิสพูดพร้อมกับเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามเอวาลท์
ทันทีที่นั่ง สาวรับใช่ก็เอาน้ำชามาวางที่โต๊ะทันที
“ระหวางทางมาที่นี่ ข้าเจอเด็กสาวคนหนึ่ง เธอคนนั้นมีพร์เหมือนกับเ้า”
“หมายความว่ายังไงครับท่านอาจารย์” เอวาลท์พูดด้วยท่าใ
“ตามที่ข้าพูดไป นางเหมือนกับเ้า” เรกาลิสพูดเสร็จก็ยกแก้วน้ำชาขึ้นดื่ม
“อย่าล้อผมเล่นเลยท่านอาจารย์ หากมีคนแบบนั้นอยู่ในเมืองนี้ คงไม่รอดสายตาผมหรอก”
“เ้ามันมีตาหามีแวว ข้าพนันได้เลย เ้าจะเจอกับนางในอีกไม่นานเป็แน่”
“ถ้าท่านว่าอย่างนั้น ผมจะเผื่อใจไว้ก็แล้วกัน”
คำพูดที่คลุมเครือ วนเวียนอยู่ในหัวของเอวาลท์ ถึงจะสงสัย แตเขาต้องพยายามไม่คิดถึงมัน เพราะมีเื่ที่สำคัญกว่านั้นรออยู่