“กรี้ดดดดดด”“กรรร!!!!!!!!”ยาไคแผดเสียงคำรามก่อนจะกระโจนใส่มาอิและกดเธอไว้ถึงมาอิจะมีร่างกายที่แข็งแรงและได้รับสกิลมาเพิ่มแล้ว แต่เธอกลับสู้แรงของยาไคไม่ได้เลยแม้แต่น้อย “ไม่นะ ช่วยด้วย! ไม่เอานะ ใครก็ได้!”เธอดิ้นแทบตายเพื่อให้หลุด แต่ไม่มีความหวังเลย ยาไคที่กำลังคลั่งกดแขนของเธอทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยแรงมหาศาล อย่าว่าแต่จะดิ้นเลย ขยับแขนยังไม่ได้ด้วยซ้ำ[อ้าาา ขยับแขนไม่ได้แบบนี้ มันจะไปหลุดได้ยัง เดี๋ยวนะ แขน!]”เป็นหมันไปซร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”เธอถีบจุดยุทธศาสตร์ของเขาเต็มแรง ด้วยกำลังจากสกิล น่าจะพอที่จะทำทำให้เขาจุกไปได้พักใหญ่“ฮ่า เป็นไงล่ะ ดะ..เดี๋ยวสิ ทำไมไม่เป็นอะไรเลยล่ะ? นี่แน่ะ นี่แน่ะ!” ยาไคไม่ได้แสดงท่าทีเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย เขายังคงใช้แขนทั้งสองข้างกดมาอิไว้อย่างเต็มแรง และแยกเขี้ยวออกมา ทำท่าจะกัดไปที่คอของมาอิ ทว่ามาอิก็บิดคอหลบได้ทัน และกระชากคอเสื้อของมาอิไปแทนคอของเธอ ”อ้า! มะ ไม่นะ ช่วยด้วยยยยยย!”“หลบไปว้อยไอ้โรคจิต!!!!!”ฮายาโตะวิ่งเข้ามาแล้วเตะยาไคเข้าที่ข้างลำตัวแบบสุดแรง ถึงแรงของฮายาโตะจะไม่มากเท่ามาอิ แต่ก็มากพอที่จะสร้างจังหวะให้มาอิพลิกตัวเปลี่ยนท่าได้“อื้ออออ!!!”หลังจากที่ได้เปลี่ยนท่า มาอิก็สะบัดมือของยาไคหลุดจน ก่อนที่จะลุกขึ้นวิ่งหนีไปซ่อนตัวหลังเสาหินย้อยอีกเสานึงที่อยู่ห่างไป“แกเนี่ย ให้เกียรติผู้หญิงหน่อยสิฟะ มาทำร้ายผู้หญิงได้ยังไงกัน”ยาไคค่อย ๆ ลุกขึ้นมาช้า ๆ เป้าหมายเขาเปลี่ยนจากมาอิมาเป็นฮายาโตะที่ยืนอยู่ด้านหน้าแทน“กรร...!”ยาไคกระโจนเข้าใส่ฮายาโตะในทันที เขาจับฮายาโตะกดลงกับพื้นแบบเดียวกับที่มาอิโดนไปเมื่อครู่“ฮ่าา!! แกพลาดแล้วเฟ้ย ผมไม่ใช่พวกชอบขุดทอง และจะไม่ยอมโดนขุดด้วย กลายเป็นนกย่างไปซร้าาา ”เขาปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาจากทั้งตัวด้วยกำลังสูงสุดที่ทำได้ ถึงแม้ตรงที่ยาไคกำลังจับอยู่ตรงที่เป็นเสื้อผ้า แต่เสื้อผ้าของฮายาโตะคือวัสดุพิเศษที่สามารถนำไฟฟ้าได้100% มีแค่ตรงพื้นรองเท่าเท่านั้นที่ไม่นำไฟฟ้า“กรรรรรร กรรรรรรรรรรรรร!!!!””คื้ออออออออออ!!!!!!!!!!”[ถ้าแกไม่มีความต้านทานไฟฟ้า ยังไงแกก็ทนได้ไม่นานหรอก!]<หน้าต่างสีเหลือง><บังคับแอคทีฟ เดอะ ราธ (โทสะ) ชั่วคราว หยุดทำงาน><ความเจ็บปวดร่างกายขณะใช้ เดอะ ราธ (โทสะ) จะย้อนกลับมาสู่เจ้าของร่างภายในครั้งเดียว> “น่ะ นี่ เรากำลัง ทำอะ อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”ทันทีที่ยาไคได้สติกลับมา ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ถูกเตะจุดยุทธศาสตร์อย่างเต็มแรงหลายครั้ง และความเจ็บปวดจากการโดนช๊อตไฟฟ้าก็ถาโถมเข้ามาในพริบตาความรู้สึกอันแสนเจ็บปวด ยิ่งกว่าถูกการแทงซ้ำ ๆ ราวกับกล่องดวงใจได้แหลกสลาย กลายเป็นเศษซาก ได้ถาโถมเข้ามาหาเขาภายในทีเดียว ประหนึ่งคลื่นซึนามิที่ไม่มีวันหยุด เป็นความทรมานยิ่งกว่าความตายและแล้วเขาก็หมดสติลงไป จากการที่ร่างกายทนรับความเจ็บปวดไม่ไหว ก่อนจะล้มพับลงไปทับตัวของฮายาโตะ“เห้ย อะไรเนี่ย ออกไป๊!!!”ฮายาโตะผลักร่างของยาไคออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับปัดฝุ่นเล็กน้อย”จริงด้วย คุณอาซามิ! หายไปไหนแล้วล่ะ?!”เขาหันไปรอบๆเพื่อมองหาเด็กสาวผู้ถูกโจมตี“ฉะ...ฉันอยู่นี่ นายเป็นอะไรรึเปล่า ไอ้แสงสีฟ้า ๆ เมื่อกี้นี้มันคืออะไรน่ะ นี่นายใช่คนแน่หรอ”“ผมไม่เป็นไร เมื่อกี้คือพลังของผมเอง สายฟ้า ปกติจะไม่ค่อยได้ใช้แรง ๆ ซักเท่าไหร่ ที่ใช้ไปเมื่อกี้คือสุดตัวเลย ทำเอา เหนื่อยมาก...เลยแฮะ”ฮายาโตะทรุดลงกับพื้น เขาเขยิบตัวไปพิงผนังถ้ำ[ไอพวกนี้มันตัวอะไรกันละเนี่ย คนนึงก็แรงเยอะเหลือเชื่อยังกะควายส่วนอีกคนก็ปล่อยไฟฟ้าได้เป็นปิกา*รึไง][ถึงอย่างนั้นก็เถอะคุโระคุงก็ช่วยเอาไว้ด้วยสิ]“จ๊อก~~~”ท้องของฮายาโตะเริ่มส่งเสียงร้องแสดงความหิวออกมา[อืมมมเอายังไงดีละ จะว่าไปทางที่เดินผ่านมาก็ไม่เห็นตัวอะไรที่น่าจะอันตรายด้วยสิ][จะว่าไปเราก็เริ่มหิวเหมือนกันแฮะ เคยไปตั้งแค้มป์กับเพื่อนในชมรมวอลเลย์บอลด้วยนี่นะ น่าจะพอใช้อะไรได้นะ]“คุโระคุงยังไงเดี๋ยวฉันจะไปลองหาอาหารแล้วก็หาอะไรมามัดไอหมอนี่ด้วยละกันนะ”“เดี๋ยวก่อนสิครับจะให้คุณมาอิไปคนเดียวได้ยังไงกันครับ”ฮายาโตะรีบคัดค้านมาอิทันทีแต่กล้ามเนื้ออันแสนปวกเปียกของเขากลับก่อม็อบประท้วง ตอนนี้เขาไม่มีแรงที่แม้แต่จะลุกเลยแม้แต่น้อย“นี่นายคิดว่าพูดอยู่กับใครกัน ถึงนายจะปล่อยไฟฟ้าเหมือนปิกา*ได้แต่แรงของนายนี่ยังสู้ฉันไม่ได้เลยนะ”“อึก”เหมือนกับคำพูดของมาอิแทงใจดำฮายาโตะเข้าไปเต็ม ๆ ตอนนี้เขาจึงหมดสภาพที่จะคัดค้านมาอิอย่างสมบูรณ์ก่อนจะหลับไปเพราะหมดแรง<หน้าต่างสีฟ้า><กาจู!!!!!!!!!!!!>พูดจบมาอิก็เดินออกมาจากถ้ำโดยที่ไม่สนใจสิ่งที่เจ้านั้นแจ้งเตือนขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เธอเดินเข้าไปในป่าโดยมองไปรอบ ๆ เพื่อหาสิ่งที่น่าจะพอกินได้[อืมมมม สงสัยคงจะต้อหาผลไม้ไปก่อน]เธอเดินไปซักพักก็พบกับพุ่มไม้ที่มีผลไม้เป็นพวง ผลของมันมีสีน้ำเงินแกมม่วงคล้าย ๆ กับ บลูเบอร์รี่[อืมมม ไอนั่นน่าจะพอกินได้นะ]ทันใดนั้นเองก็มีสิ่งมีชีวิตคล้ายกระต่ายมีเขาโผล่ออกมา มันใช้ฟันกัดกิ่งที่เป็นพวงของพุ่มไม้นั้นออกมาก่อนที่มันจะค่อย ๆ กินผลที่คล้าย ๆ กับบลูเบอร์รี่ลงไป[ถ้าสัตว์กินได้ก็น่าจะพอกินได้อยู่ละนะ]ทันใดนั้นเองกระต่ายตัวนั้นก็ดิ้นชักกระตุกก่อนที่จะแน่นิ่งไป“เอ๋!!!!!!!!”ดูท่าทางแล้วผลของพุ่มไม้นี่ไม่น่าจะกินได้ มาอิจึงถอดใจและเริ่มเดินไปหาอาหารต่อไป ขณะนั้นเองกระต่ายตัวนั้นก็ลุกขึ้นมาและเริ่มหัวเราะ“#$@%@^@&$%*$”“หา กระต่ายนี่ เหมือนมันจะพูดอะไรเลย”
<หน้าต่างสีเหลือง><ได้รับพาสซีฟ แปลภาษา เลเวล 1><ต้องการแอคทีฟ แปลภาษา เลเวล 1 หรือไม่ Y/N>[เยส!!!!!!!]<หน้าต่างสีเหลือง><แอคทีฟ แปลภาษา เลเวล 1>“ฮิ ฮิ ฮิ เจ้าพวกมนุษย์นี่โง่จังเลยนะหลอกง่ายซะจริง”ทันทีที่พูดจบก็มีเงาดำมาบังแสงจากด้านหลังของเจ้ากระต่าย กว่าเจ้ากระต่ายตัวนั้นจะรู้สึกตัวก็สายไปเสียแล้ว“นี่แกน่ะ กล้าหลอกชั้นคนนี้งั้นสินะ”เจ้ากระต่ายสัมผัสได้ถึงความ “ซวย” จึงรีบกระโดดหนี แต่เจ้าของเงานั้นรีบคว้าหูของมันได้อย่างรวดเร็ว“อึ๋ย ยัยนี่มันอะไรกันเนี่ย แล้วไอตาที่เรืองแสงนี่มันอะไรกันเจ้าคะ”“ฉันกำลังหิวอยู่พอดีเลยแฮะ ซุปกระต่ายก็คงน่าอร่อยดีไม่น้อยเลยนะ”“ฮี่~ อย่าฆ่าดิฉันเลยนะเจ้าคะ ดิฉันยังสาวเกินกว่าจะตายเจ้าค่ะ”มาอิยิ้มด้วยรอยยิ้มสุดชั่วร้ายก่อนที่…“ปุ”เธอจะเอากระต่ายมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนก่อนที่จะลูบหัวมันเบาๆ“จะฆ่าแกไปฉันก็ได้แค่ซุปกระต่ายน่ะสิ แต่ดูท่าแกจะรู้เรื่องผลไม้ดีนี่ ถ้าไม่อยากเป็นซุปกระต่ายก็สอนฉันซะ”หลังจากนั้นมาอิก็เดินไปหาผลไม้กับกระต่ายไม่สิ กับเหยื่อที่เธอพึ่งจะจับมาได้…ไม่นานนักเธอก็นำผลไม้ประมาณ 3-4 ชนิดกลับมา พร้อมกับกระต่ายที่ต้องค่อย ๆ กระโดดตามเธอมาอย่างจำยอม