ย้อนเวลาครั้งที่ 18 : 'คาเฟ่ชานมไข่มุก'
"เห้ยยไอ้ไฟ มึงคิดดีแล้วใช่ไหมเงิน 45000 เลยนะเว้ย" คมพูดถามเพื่อนตัวเองทันที ตอนนี้พวกเขากำลังรวมกลุ่มกันเพื่อหาความคิดเห็นอยู่ในตอนนี้ ส่วนเจ้าของตึกนั้นก็ไม่ได้รีบอะไรเขานั่งกินน้ำอยู่ที่โต๊ะเหมือนเดิมมองกลุ่มเด็กน้อยตรงหน้าที่กำลังคุยกันหน้าเคลียดอย่างพอใจ
"ไม่ต้องห่วง ธุรกิจที่กูจะทำนั้นจะทำให้พวกมึงได้เงินมากกว่านี้นับ 10 นับ 100 เท่าเลยพวกมึงเชื่อกูหรือเปล่าละ" ไฟพูดออกมาตอนนี้เขารู้ว่าเจ้าเพื่อนของเขานั้นกำลังเสียกำลังใจอยู่ในตอนนี้
นั้นทำให้ไฟจะต้องดึงท่าไม้ตายออกมานั้นคือ 'มึงเชื่อกูหรือเปล่า'
ไฟนั้นเข้าใจเพื่อนตัวเองดีพวกมันนั้นเชื่อเขามากไม่ว่าเขาจะทำอะไรพวกมันก็จะยอมตลอด
นั้นทำให้ไฟต้องเอาไม้นี้ออกมา คมเมื่อได้ยินแบบนั้นก็หน้าแหยไปทันทีแต่ก็ไม่กล้าเถียงเพราะเขาก็ไม่เคยเห็นเจ้าเพื่อนของเขาคนนี้มันมุ่งมั่นขนาดนี้เหมือนว่าสิ่งที่มันจะทำนั้นจะเป็นจริงได้งั้นแหละ
"เอาไงวะไอ้หมูไอ้เป็ด" คมหันไปถามเพื่อนอีกสองคนในทันที เพราะเขารู้ดีว่าเงินทั้งหมดนี้จะต้องตกเป็นพวกเขาสามคนนี้ออกอย่างแน่นอนเพราะไฟนั้นไม่มีเงินนั้นเองพวกเขารู้ดีในเรื่องนี้ หมูกับเป็ดนั้นเองก็เห็นท่าทางของไฟที่มุ่งมั่นเหมือนกันหมูถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดขึ้น
"อืมม ตั้งแต่เด็กกูไม่เคยตัดสินใจอะไรแบบนี้มาก่อนเลยแหะ ไม่คิดเลยว่าการจะได้สร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมาสักครั้งนั้นเราจะต้องคิดมากกับเงินเพียงแค่หลักหมื่นแบบนี้" หมูพูดออกมาด้วยความหวาดกลัวไม่ได้เพราะเขาไม่เคยตัดสินใจอะไรแบบนี้เลย เขาไม่คิดเลยว่าการทำธุรกิจสักอย่างนั้นมันจะยากขนาดนี้
เขาเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อของเขานั้นถึงชอบเอาเขาที่เอาแต่เล่นกับพี่ชายมาเปรียบเทียบกันแบบนี้
เพราะตัวเขานั้นไม่ได้เรื่องอะไรเลยยังไงละวันๆเอาแต่ใช้เงินเท่านั้นหาเงินได้นิดหน่อยจากการเปิดเพจเท่านั้นเอง
"การจะทำอะไรด้วยเงินตัวเองมันน่ากลัวแบบนี้นี่เอง" เป็ดพูดออกมาเสียงเบาตอนนี้ทั้งสาม คม หมู เป็ดนั้นกำลังคิดอย่างเอาเป็นเอาตายไฟนั้นก็ไม่ได้ข่มเพื่อนตัวเองขนาดนั้น แต่เขายังแสดงความมั่นใจออกมาอย่างเหลือล้นเหมือนเดิมพวกเพื่อนเมื่อเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า
"โอเค เป็นไงเป็นวันวะ ฝากมึงด้วยเพื่อน" คมพูดออกมา ไฟเมื่อได้ยินแบบนั้นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ส่วนเพื่อนอีกสองคนนั้นก็ตกลงเหมือนกันไฟพุ่งไปกอดคอเพื่อนทั้งสามคนของเขาก่อนจะพูดขึ้นมา
"ไม่ต้องเป็นห่วงเพื่อน มันจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน" ไฟพูดออกมาอย่างมั่นใจก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของตึกที่กำลังมองกลุ่มของเขาอยู่ ไฟเดินไปหยิบสัญญานั้นก่อนจะเซ็นลงไปทันทีพร้อมกับบอกเพื่อนตตัวเองโอนเงินตามเลขบัญชีของเจ้าของตึกทันที
ตรึ๊งงง !!
"โอ้ววว ดูเหมือนคนหนุ่มแบบพวกเอ็งจะมีดีอยู๋บ้างสินะ เอานี้กุญแจตึกนี้ดูแลดีๆด้วยละถ้ามีปัญหาอะไรไปหาฉันได้ นี้ที่อยู่ของฉัน" เจ้าของตึกส่งกระดาษกับกุญแจมาให้ทั้งสี่คนก่อนจะเดินออกไปจากร้านพร้อมกับสัญญาของเขาและอีกใบอยู่กับไฟ
เมื่อทั้งสี่เห็นเจ้าของตึกคนนั้นไปแล้วเพื่อนทั้งสามคนของไฟก็ถอนหายออกมาอย่างอดไม่ได้
เหมือนกับว่าพวกเขากำลังเจอกับลาสบอสของเกมและจัดการมันลงได้อย่างนั้นแหละ
"เอาละเพื่อน ตอนนี้ก็ได้เวลาแจกจ่ายเงินแล้ว อ่อ สิ่งที่กูจะทำนั้นมันจะเปลี่ยนเครื่องดื่มของโลกนี้เลยก็ว่าได้ สิ่งที่กูกำลังจะทำนั้นมีชื่อเรียกว่า 'ชานมไข่มุก' " ไฟพูดออกมา พวกเพื่อนทั้งสามคนนั้นเมื่อได้ยินชื่อก็แปลกใจเพราะพวกเขานั้นไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยสักนิดเดียว
"ไม่ต้องแปลกใจนี้คือสิ่งที่กูคิดได้ เรื่องการผลิตนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกูเอง ส่วนคมมึงมีหัวธุรกิจเดี๋ยวตอนเปิดกูจะให้มึงเป็นคนติดต่อพวกที่ต้องการเป็นแฟนไซส์ของเรากูคิดว่ามันจะต้องมีแน่นอน ส่วนไอ้หมูกูจะให้มึงนั้นเป็นประชาสัมพันธ์เพราะมึงมีคนติดตามเพจเยอะมาก ส่วนเป็ดมึงจะเป็ดผู้จัดการหน้าร้านเพราะมึงนั้นมีวิธีพูดคุยกับผู้หญิงที่สุดยอดมาก นี้คือหน้าที่ทั้งหมดที่เราจะทำกัน" ไฟพูดออกมา พวกเพื่อนเมื่อได้ยินนั้นก็ตกตะลึงและใจเต้นอย่างอดไม่ได้
พวกเขาตกใจกับไฟอย่างมากเหมือนว่าไฟนั้นได้คิดเรื่องนี้ทั้งหมดเอาไว้แล้ว
เหมือนว่าทั้งหมดนี้กำลังเดินไปตามทางที่เขากำหนดอยู่เพื่อนของไฟนั้นตอนนี้เห็นไฟเหมือนพระเจ้าและโลกกำลังอยู่ในมือของเขาอย่างนั้นแหละ
"เห้ยๆ นี้ยังไม่หมดนะ เรายังต้องใช้เวลาในการจัดร้านและตกแต่งร้านอีกอย่างน้อยก็ 5-7 วันเลยที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ชื่อร้านเราจะตั้งมันว่ายังไง" ไฟถามออกมาในเมื่อมันเป็นธุรกิจของพวกเขาทั้งหมดไฟนั้นจะต้องถามเพื่อนตัวเองด้วยว่าอยากจะให้มันชื่อร้านว่าอะไร
"ชื่อร้านงั้นเหรอ เรื่องนี้กูไม่ขอตั้งแล้วกันไม่ถนัดวะ" คมพูดออกมาก่อนเลยเพราะเขาไม่ชอบตั้งชื่ออะไรทั้งนั้น ขนาดหมาที่เขาเลี้ยงนั้นยังตั้งชื่อแค่สมชาย สมปอง แค่นั้นเองพวกไฟนั้นก็รู้เรื่องการอ่อนด้อยของคมในการตั้งชื่อเหมือนกัน
"ชื่อร้านงั้นเหรอ เอาง่ายๆไปเลยก็ดีเหมือนกันนี้อย่างตามชื่อของที่จะขายเลยเป็นงาน คาเฟ่ชานมไข่มุก อ่ะ" หมูตอบออกมาเขาเป็นคนคิดง่ายๆอยู่แล้วในเมื่อจะขายอะไรก็ตั้งไปตามชื่อของที่ขายมันก็ไม่ต้องคิดจนปวดหัวแล้ว
ไฟเองก็คิดเหมือนกันเพราะในโลกนี้ไม่มีชานมไข่มุกเขาเลยคิดว่าจะตั้งแบบนี้แหละ
ให้มันกระจายออกไปและให้คนเรียกติดปากว่าชานมไข่มุกที่อร่อยต้องร้านชานมไข่มุกอะไรแบบนั้น
สำหรับเป็ดนั้นเขาไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เพื่อนของเขาจะว่ายังไงก็ตามนั้นแค่นั้นเองไฟเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเสนอชื่อแล้วเขาก็พูดขึ้น
"เอาตามที่ไอ้หมูบอกแล้วกันต่อไปนี้ร้านของเรานั้นจะมีชื่อว่า 'คาเฟ่ชานมไข่มุก' ไอ้หมูกูฝากมึงติดต่อทำป้ายหน้าร้านด้วยแล้วกัน ส่วนพวกมึงอีกสองคนพรุ่งนี้ไปเจอกันที่ห้างเราจะซื้อของมาแต่งร้านเรา" ไฟพูดบอกเพื่อนของตัวเองทั้งสามคนทันที ทั้งสามคนนั้นต่างก็พยักหน้า
สำหรับเรื่องตำแหน่งงานนั้นไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนเพราะไฟนั้นเหมือนจะคิดมาดีแล้ว
และพวกเขาทั้งสามคนก็ไม่ได้ซีเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน
อย่างหมูนั้นถ้าให้เขาเป็นผู้จัดการร้านตอนนี้เขาคงจะเอาแต่เล่นเกมจนลืมลูกค้าไปเลยก็ได้ใครจะรู้ ส่วนคมให้ไปเป็นประชาสัมพันธ์งั้นเหรอบอกเลยว่าพังแน่นอนเพราะมันไม่ค่อยจะรู้เรื่องแบบนี้เท่าไหร่ ส่วนเป็ดนั้นให้เป็นคนคิดต่อกับพวกแฟนไซส์งั้นเหรอบอกเลยว่าธุรกิจพินาศแน่นอน
พวกเขาเลยไม่มีใครคัดค้านเรื่องตำแหน่งงานของตัวเองเลยสักคนเดียว
หลังจากนั้นทั้งสามก็แยกย้ายกันไปด้วยความตื่นเต้นที่มีล้นอกและอยากจะทำงานของตัวเองเร็วๆ
ส่วนไฟนั้นก็มุ่งหน้ากลับบ้านด้วยความเหนื่อยนิดหน่อย วันนี้เขาต้องทำอะไรหลายอย่างหลังจากที่เข้าบ้านกินอาหารกับแม่แล้วนั้นเขาก็หลับสนิทบนเตียงของตัวเองไปในทันที
-----------------------------------เอาแล้ววววว ได้เวลาเสียเงินเพิ่ม นี้แหละความน่ากลัวของการจะเริ่มทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ถ้าพลาดเงินทั้งหมดก็หายจะทำอะไรก็คิดดีๆเด้อ