คนทั้งห้า ช่วยกันแบกไม้ไผ่กลับกระท่อมอย่างทุลักทุเล ตาเฒ่านำงูกลับมาด้วย หมายจะเอามาแกงให้เป็อาหารชาวป่าเลิศรศ เรืองกับนิลไม่เคยกินงูมาก่อน ฝ่ายเรืองจะค่อนข้างกล้าๆกลัวๆ ส่วนนิลนั้นเห็นเป็เื่สนุก
พลอยนำไม้ไผ่ตัดเป็ท่อนๆแล้วเจาะรู จากนั้นจึงประกอบเข้าด้วยกันแล้วใช้ตอกมัดเพื่อความแ่า
"คุณตาจ๊ะ ไม้ค้ำเสร็จแล้ว มาลองใช้หน่อยเถอะ" พลอยเรียกหาตาเฒ่า อีกฝ่ายที่นั่งต้มแกงอยู่ก็รีบลุกขึ้นมาทันที
"ไหน ไหน ข้าขอดูหน่อย เออ เออ รูปร่างมันช่างประหลาดนัก ใช้อย่างไรรึแม่หนู" ชายชรายิ้มออกมาด้วยความดีใจ เขาไม่มีลูกหลานคอยใส่ใจ เวลาทำอะไรจึงได้ลำบากนัก
"เอาหนีบไว้ที่รักแร้แบบนี้จ้ะ" พลอยสอดไม้ค้ำเอาไว้ใต้วงแขนของตาก่อนจะแนะนำต่อ
"จากนั้นเอามือจับไว้ตรงนี้ พอจะเดินคุณตาก็เอาไม้ยันไปข้างหน้าก่อน จากนั้นก็ยกตัวขึ้นแล้วเอาขาข้างที่ไม่ปวดขยับตามไปจ้ะ" เด็กสาวสอนวิธีการใช้ ตาเฒ่าก็ง่วนอยู่กับการฝึก ปากก็ชมไม่หยุดหย่อน ต่อไปนี้เวลาเดินจะไม่ต้องปวดอีกแล้ว เขาดีใจยิ่งนัก
"ขอบน้ำใจแม่หนูมาก ขอบน้ำใจเ้าเหลือเกิน ไอ้ไม้ค้ำนี่ใช้ดียิ่งนัก" ตาเฒ่าหัวเราะร่า ทำเอาคนใกล้ๆยิ้มไปด้วย แม่เฒ่าที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ปาดน้ำออกจากดวงตาที่ฝ้าฟาง หากแม่หนูผู้นี้อยู่กับพวกตนอีกสักหน่อยก็คงดี แต่ด้วยเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ติดมา เธอรู้ดี ว่าลูกผู้ดีมีตระกูลอย่างไรเสียก็ต้องกลับบ้าน แค่ได้เจอกันครั้งหนึ่งก็นับว่าเป็โชคชะตาที่นำพามาให้เจอกันแล้ว
“ว่าแต่พวกเอ็ง จะไปที่ใดกันล่ะ หรือหากไม่มีที่อยู่ ก็อยู่ที่นี่เสียเลยเป็ไรไป” ตาเฒ่ากล่าวด้วยความเอ็นดู แต่ก็โดนเพ่นกบาลด้วยเมียของตนเสียก่อน ข้อหาพูดอะไรไม่ยั้งคิด
“เอ็งพูดอะไรของเอ็ง ตาเฒ่า นังหนูนี่เป็ลูกผู้ดีมีตระกูล ป่านนี้พ่อแม่คงเป็ห่วงแย่แล้ว” พลอย นิลและเรืองที่ได้ฟังมีสีหน้าเจื่อนลง เพราะพวกเธอรู้ดีว่าไม่มีใครเป็ห่วงพวกเธอ มีเสียแต่จะอยากให้ตายไปเสียพ้นๆ
“พวกข้าจะไปปากน้ำโพน่ะจ้ะ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะเดินทางยังไงดี” พลอยตอบด้วยสำเนียงสมัยใหม่ครึ่งโบราณครึ่ง ตัวเองฟังเองก็ยังรู้สึกขบขันอยู่ไม่น้อย
“เอาเยี่ยงนี้ไหมล่ะ ข้ามีคนรู้จักเป็พ่อค้างัวควายอยู่ในตลาดๆ ไปๆมาๆระหว่างปากน้ำโพกับละโว้ ข้าจักฝากพวกเอ็งเดินทางไปด้วย เป็แม่หญิงแลเด็ก ไปทางเรือลำพังกับคนแจวเรือมันอันตราย ไว้ใจอันใดไม่ได้ดอก” พ่อเฒ่าเอ่ย เขาลงนั่งบนแคร่และวางไว้ค้ำไว้ข้างกาย
“จริงหรือจ๊ะคุณตา ขอบคุณเอ้ย ขอบน้ำใจคุณตามากนะจ๊ะ” หญิงสาวอยากตบปากตัวเองยิ่งนัก นึกว่าอ่านนิยายย้อนยุคมาเยอะแล้วจะพูดได้คล่อง ประกอบกับมีความทรงจำของแม่พลอยคนเดิมแล้วด้วย แต่ก็ยังไม่วายหลุดใช้คำสมัยใหม่ออกมาจนได้
“แต่วันนี้พวกเอ็งพักอยู่ที่นี่ไปก่อนเถิด เสื้อผ้าที่เอ็งใส่มาก็ยังไม่แห้งดี แต่ข้าแนะนำให้เปลี่ยนเถิดหนา แต่งตัวดีใส่ของมีค่าเดินป่า จักถูกจี้ปล้นเอา ไว้พรุ่งนี้ข้าจักพาเอ็งเข้าไปตลาดฝากพ่อค้างัวให้พาเอ็งไปด้วย” เหล่าพวกเรืองและพลอยต่างก็ตื่นเต้น แม้ว่าพวกเธอจะไม่รู้ว่าทางต่อไปข้างหน้าจะเป็อย่างไร แต่ก็ยังดีกว่าติดอยู่ที่ละโว้ ใกล้ๆกับจุดที่เธอถูกโยนออกจากเรือ หากวันใดคุณหญิงกานดาระแวงว่าพวกเธอไม่ตายจริงและส่งบ่าวออกตามหา วันนั้นพวกเธอจะต้องถูกจับได้เป็แน่
“จ้ะ พวกข้าเชื่อคุณตาเ้าค่ะ” พลอยเอ่ยตอบพลางยิ้มหวาน
“ข้าก็จะเชื่อคุณตาขอรับ” นิลน้อยเอ่ยตอบรับบ้าง ตาเฒ่าเห็นแล้วก็อดไม่ไหว อุ้มเด็กชายมานั่งบนตักราวกับเป็ลูกหลานของตนก็ไม่ปาน
“เอ็งอยากเล่นม้าก้านกล้วยไหม เดี๋ยวข้าจักทำให้เอ็งเล่น” หัวเราะเริงรื่น ตาเฒ่าลูบหัวพ่อนิลเบาๆด้วยความเอ็นดู
"เล่นขอรับ ท่านตาจะทำให้กระผมหรือขอรับ" เมื่อได้ยินว่าจะได้ของเล่น นิลน้อยก็ตาประกายวาววับราวกับหมู่ดาวที่สุกสกาว
"อุวะ ก็แน่นอนสิ ข้าพูดเอง จะบิดพลิ้วได้เยี่ยงไร เอ็งรอข้าอยู่กงนี้ เดี๋ยวข้ามา" ว่าแล้ว ตาเฒ่าก็อุ้มนิลลงจากตัก ก่อนจะหายไปตัดก้านกล้วยมาทำเป็ม้าให้กับเด็กน้อย
"คุณพี่พลอย ดูสิขอรับ น้องขี่ม้าเก่งหรือไม่" นิลยืนคร่อมบนหลังม้า ะโหยองแหยงไปรอบลาน
"เก่งจ้ะ เอาไว้พี่จักสอนเ้าขี่ม้าตัวใหญ่ตัวจริงเลยดีหรือไม่" พลอยถามพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม แต่ทว่าเรืองกลับมาห้ามเธอเอาไว้ด้วยสีหน้าร้อนรน ก่อนจะกระซิบบอกเธอว่า
"พูดกระไรเ้าคะคุณพลอย คุณพลอยจักให้คุณนิลขี่ม้าได้เยี่ยงไร คุณนิลเธอเป็ชาย ผู้ชายไม่ขี่ม้าเพราะไม่มีระดูเ้าค่ะ" เรืองกระตุกผ้าแถบของพลอยด้วยความกลุ้มใจ พลอยเองเมื่อฟังคำกล่าวของเรืองก็ร้องอ๋อในใจ ท่าทาง พี่เรืองของเธอผู้นี้จะเข้าใจผิดกันไปใหญ่
"ข้าหมายถึงขี่ม้าจริงๆ ม้าที่เป็สัตว์ที่ร้องฮี้ๆน่ะจ้ะ พี่เรือง ไม่ใช่ม้ากาบมะพร้าวอย่างที่พี่เรืองเข้าใจ" พลอยเอ่ยขันๆ เธอส่งสายตาเย้าหยอกไปทางเรืองที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้างๆ หากแต่ชั่วครู่เดียว เรืองก็นึกออกว่าคุณพลอยของเธอไม่เคยขี่ม้า!
เรืองนึกสงสัยขึ้นมาทันที หรือนี่จะไม่ใช่คุณพลอยตัวจริงของเธอ เป็ผีที่มาสิงสู่หรืออย่างไร เหตุใดเธอจึงไม่คุ้นเคยในความสามารถใหม่ๆของแม่หญิงของเธอเลย
"แต่คุณพลอยขี่ม้าไม่เป็" ใบหน้าของเรืองก้มลง พลอยที่เห็นเช่นนั้นก็รู้ว่าเรืองต้องสงสัยเธอแน่ๆ ทำอย่างไรได้ ก็เธอและแม่พลอยตัวจริงนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว
"พี่เรืองตามข้ามานี่" ว่าแล้วพลอยก็จูงมือเรืองเดินเข้าไปในกระท่อมก่อนจะนั่งลงเผชิญหน้ากับเรือง
"พี่ว่าข้าแปลกไปใช่หรือไม่" พลอยรดาไม่ใช่คนอ้อมค้อม เธอชินกับการแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมาและรอบคอบ
เรืองที่ได้ยินเช่นนั้นก็มีดวงตาแดงก่ำอยู่ชั่วครู่ ก่อนหลั่งน้ำตาออกมา เด็กสาวฟูมฟายเอ่ยไม่เป็ภาษากับพลอยว่า
"เ้าค่ะ คุณพลอยแปลกไปมาก ทั้งกิริยา คำพูดคำจา คุณพลอยเป็แม่หญิงเรียบร้อย มิเคยทำการใดเยี่ยงบุรุษ บ่าวกลัวเหลือเกิน หากคุณพลอยมิใช่คุณพลอย แล้วเช่นนั้น…" ว่าแล้ว เรืองก็ปล่อยโฮออกมาด้วยความหวาดกลัว
"ฟังนะ พี่เรือง" พลอยดึงเรืองเข้ามากอด ก่อนจะลูบศีรษะของเธอเบาๆ แล้วเอ่ยว่า
"ข้าคือแม่พลอยของพี่ หากแต่หลังจากที่ข้าจมน้ำ ิญญาของข้าได้ท่องไปในยุคสามร้อยปีหลังจากนี้" เรืองผงะเมื่อได้ยินถ้อยคำของพลอย เธอมองพลอยราวกับเจอภูติผีมาหลอกหลอนเธออยู่เบื้องหน้า ดวงตากลมของเรืองเบิกกว้างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เธอได้ยิน
"สามร้อยปีข้างหน้าหรือเ้าคะ" เรืองถามด้วยความสงสัย เื่นี้ช่างพิศดารนัก จะมีอยู่จริงได้เยี่ยงไร
"ใช่ ที่นั่นข้าเป็ทหาร เป็ครู ข้าสามารถทำในสิ่งที่บุรุษทำ และมีอิสระเสรี" พลอยถอนหายใจ เธออยากกลับอนาคตเหลือเกิน แต่จากนิยายย้อนอดีตที่เธออ่าน ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครได้กลับบ้าน ยิ่งตายแล้วมาเข้าร่างคนอื่นแบบเธอยิ่งแล้วใหญ่ ต่อให้ออกจากร่างแม่พลอยไปก็กลายเป็สัมภเวสีอยู่ดี
"แล้วคุณพลอยกลับมาได้เยี่ยงไรเ้าคะ" เรืองยังคงมีข้อกังขา เพราะระยะเวลาที่คุณพลอยของเธอจมน้ำนั้นไม่ได้นานนัก นับเวลาก็ไม่ถึงหนึ่งบาทด้วยซ้ำไป
"ก็ตายกลับมาน่ะสิ! โธ่ พี่เรือง อย่ามองว่าข้าเป็ผีสิ ข้าเป็คน หรือถ้าข้าเป็ผี พี่เรืองจะไม่รักข้าเล่า" พลอยเอ่ยตัดพ้อด้วยท่าทางแง่งอน ปากของเธอเบ้ราวกับปากเป็ดดูน่ารักน่าชัง
"ไม่ใช่นะเ้าคะ ต่อให้คุณพลอยเป็ผี ก็เป็นายของบ่าวเสมอ" เรืองทนความออดอ้อนของผู้เป็นายไม่ไหว จึงขยับเข้าไปหาและจับแขนพลอยไว้พลางร้องไห้ นายบ่าวกอดกันกลมอย่างเห็นอกเห็นใจ ผ่านการตายถึงสองครั้ง คุณหนูของเธอจึงเป็ผู้ใหญ่ขึ้น และประหลาดขึ้นด้วย แต่กลับมาก็ดีกว่าไม่กลับมา ปัญหามันอยู่ที่ว่า หากมีคนรู้เื่นี้คงกลายเป็เื่ใหญ่
"คุณพลอยรับปากบ่าวเื่หนึ่งได้ไหมเ้าคะ" เรืองส่งสายตาอ้อนวอนขอร้องแก่ผู้เป็นาย
"ต้องดูว่าเื่อะไร ข้าจึงจะรับปาก" พลอยต่อรองเพราะไม่อยากรับตกลงสุ่มสี่สุ่มห้า
"คุณพลอยห้ามพูดเื่นี้กับใครนะเ้าคะ แม้แต่คุณนิล"
"ถ้าเยี่ยงนั้นข้ารับปาก" พลอยรับคำเรืองในทันที และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าโล่งใจขึ้นแล้ว เธอก็เอ่ยต่อว่า
"และข้าสัญญาว่าจะดูแลทั้งพ่อนิลและพี่เรือง เราจะมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร!"