ป้ายรถเมล์เที่ยงคืน (Midnight Bus Stop)

    ตอนที่ 5 : นัดหมายครั้งแรก

    วันเสาร์มาถึงพร้อมกับแสงแดดที่สว่างจ้าเสียจนหลินเหว่ยต้องหยีตา

            เขายืนอยู่หน้ากระจกในห้องเช่ามาเกือบชั่วโมงแล้วเสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่เขาบรรจงรีดจนเรียบกริบถูกสำรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาจัดปกเสื้อพลิกซ้ายพลิกขวา และลองยิ้มให้กระจกเพื่อเช็กดูว่าตัวเองดูประหม่าเกินไปไหมวันนี้ไม่มีความมืดช่วยพรางสายตา ไม่มีแสงไฟสีส้มสลัวช่วยซ่อนใบหน้าที่มักจะขึ้นสีระเรื่อเวลาอยู่ใกล้เธอมีเพียงความจริงตรงหน้าและหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก

            “อย่าทำตัวแปลกๆ นะหลินเหว่ย” เขาพึมพำปลอบใจตัวเองพลางหยิบนาฬิกาข้อมือมาสวมคราวนี้เขามั่นใจว่ามันเดินตรงเวลาเป๊ะ

            สวนสนุกกลางเมืองในวันหยุดคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเสียงดนตรีสนุกสนานและเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังระงมไปทั่วบริเวณหลินเหว่ยเดินฝ่าฝูงชนตรงไปยังชิงช้า๱๭๹๹๳์ขนาด๶ั๷๺์ที่เป็๞จุดนัดพบเขากระชับสายกระเป๋าสะพายแน่น ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความคาดหวังที่เปี่ยมล้นเขาจินตนาการถึงภาพซูเหยียนในชุดลำลองท่ามกลางแสงแดดเธอจะยังส่งกลิ่นหอมดอกมะลิอ่อน ๆ เหมือนตอนอยู่ใต้เงาไฟป้ายรถเมล์ไหมนะ?

            11:50 น.

            เขามันพวกชอบมาก่อนเวลาเสมอหลินเหว่ยยืนพิงเสาเหล็กใกล้กับทางเข้าชิงช้า๱๭๹๹๳์สายตาสอดส่ายมองหาหญิงสาวในชุดโค้ทสีครีมหรือใครก็ตามที่ดูเหมือนจะเป็๞เธอในโลกกลางวันทุกครั้งที่มีผู้หญิงรูปร่างโปร่งบางเดินผ่าน หัวใจเขาก็จะกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะก่อนจะพบว่าไม่ใช่

            12:00 น.

            เวลาเที่ยงตรงเป๊ะหลินเหว่ยยืนยืดตัวตรงพยายามทำตัวให้ดูผ่อนคลายที่สุดเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอซ้ำๆ ทั้งที่ไม่มีเบอร์ติดต่อของเธอแต่เขากลับหวังว่าความรู้สึกเชื่อมโยงบางอย่างจะนำทางเธอมาหาเขาที่นี่

            นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป... จากห้านาที กลายเป็๲สิบห้านาที

            คนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าเดินผ่านเขาไปเพื่อขึ้นไป๱ั๣๵ั๱วิวสวยบนชิงช้า๱๭๹๹๳์แต่กลับไม่มีวี่แววของคนที่เขาเฝ้ารอ หลินเหว่ยเริ่มรู้สึกถึงความวูบโหวงในอกความร้อนจากแสงแดดเริ่มทำให้เหงื่อซึมตามไรผมแต่เขากลับรู้สึกเย็นเยียบในใจอย่างบอกไม่ถูก

            เธออาจจะหลงทาง... หรืออาจจะติดธุระด่วน เขาพยายามหาเหตุผลมาหักล้างความกลัวที่เริ่มก่อตัว

            13:00 น.

            หนึ่งชั่วโมงผ่านไปหลินเหว่ยยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่เขยื้อนไปไหนสายตาของเขาเริ่มพร่าเลือนเพราะจ้องมองฝูงชนนานเกินไปความตื่นเต้นและความเขินอายที่เคยมีเมื่อเช้าค่อยๆถูกแทนที่ด้วยความกังวลที่เริ่มกัดกินความมั่นใจเขาหยิบน้ำดื่มที่ซื้อติดมือมาขึ้นมาจิบ แต่มันกลับขมปร่าจนต้องวางลง

            เขาเริ่มเดินว่อนไปรอบ ๆ บริเวณหน้าชิงช้า๱๭๹๹๳์เผื่อว่าเธอจะยืนรออยู่ผิดฝั่ง หรือเผื่อว่าเขาจะจำหน้าเธอในตอนกลางวันไม่ได้แต่ไม่ว่าจะพยายามมองหาเท่าไร เขาก็ไม่เจอผู้หญิงที่ส่งกลิ่นหอมจาง ๆคล้ายดอกมะลิคนนั้นเลย

            “หรือเราจะบอกจุดนัดพบไม่ชัดเจน?” เขาพยายามหาเหตุผลเข้าข้างเธอ

    หลินเหว่ยทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งยาวข้างทางเดินเขาเหม่อมองชิงช้า๱๭๹๹๳์ที่ยังคงหมุนวนไปช้า ๆ เหมือนกับเวลาที่เขารอคอยเธอความรู้สึกเหมือนคนตกจากที่สูงรบกวนจิตใจเขาอย่างรุนแรงความมั่นใจที่เคยมีว่ารอยยิ้มของเธอในคืนนั้นคือ “ของจริง” เริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก

            เขาเฝ้ารอจนกระทั่งแสงแดดเริ่มอ่อนแสงลงความหวังที่เคยพองโตจนคับอกบัดนี้แฟบลงจนเหลือเพียงความว่างเปล่าเขาได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ ว่าเขาพลาดอะไรไปตรงไหนหรือแท้จริงแล้วเขาสำคัญตัวผิดไปเอง...ว่าสิบห้านาทีหลังเที่ยงคืนนั้นมันมีความหมายสำหรับเธอเท่ากับที่มันมีต่อเขา

            หลินเหว่ยลุกขึ้นยืนช้า ๆเมื่อสวนสนุกเริ่มประกาศเวลาปิดทำการเขาเดินก้มหน้าออกจากสวนสนุกที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่ามันจะเป็๞สถานที่ของความทรงจำแสนหวาน

             

            ตอนนี้สิ่งที่เขา๻้๪๫๷า๹มากที่สุดคือให้เข็มนาฬิกาหมุนไปถึงเที่ยงคืนเร็ว ๆเพื่อที่เขาจะได้กลับไปถามเธอที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้น... ว่าทำไมเธอถึงไม่มา


    คุยกับนักเขียน:       

            น่าใจหายแทนหลินเหว่ยจริงๆ นะครับจากที่เตรียมตัวมาอย่างดีด้วยความเขินอายและหัวใจที่พองโตกลับต้องมานั่งรอเก้อท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนอื่นในสวนสนุกความผิดหวังครั้งนี้จะกลายเป็๲รอยร้าวในความสัมพันธ์ของพวกเขาไหม? แล้วซูเหยียนหายไปไหนกันแน่? ฝากติดตามตอนที่6 ด้วยนะครับ!