ไตรภพไม่ได้กลับไปที่ร้านชายหนุ่มได้ไปที่ห้างสรรพสินค้าในโดยการนั่ง Grab ไประหว่างที่กำลังเดินทาง ยอดเงินได้แจ้งเตือนขึ้นมาในโทรศัพท์มือถือเงินถูกโอนเข้ามาเป็จำนวน ห้าสิบล้านบาท ใบหน้าของชายหนุ่มยิ้มขึ้นอย่างยินดี
50,009,032.34 บาท
ยอดเงินในแอปธนาคารโชว์ตัวเลขให้เห็นแต่เดิมไตรภพมีเงินเก็บสะสมจากการประหยัด อดออม เป็เงินที่เหลือจากค่าขนมของผู้เป็แม่ซึ่งเป็จำนวนเงินไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาทเท่านั้นแต่มันก็ถือว่าไม่ได้น่าเกลียดอะไรกับนักเรียนที่เพิ่งจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ไตรภพเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าซึ่งจากการค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ตรวมถึงประสบการณ์จากเ้าของร่างเก่า ทำให้มันรู้ว่าห้างสรรพสินค้าเป็แหล่งรวบรวมสินค้าต่างๆ จึงหวังจะหาอุปกรณ์พลังงาน แต่กลับไม่พบสักชิ้น (มันจะไปพบได้อย่างไรของขึ้นห้าง)
ไตรภพเดินไปเรื่อย ๆพบเห็นคนมากหน้าหลายตาในห้างสรรพสินค้า ตามร้านค้าต่าง ๆ รวมถึงร้านอาหารไตรภพคิดถึงผู้เป็แม่ในทันที
‘แม่ไม่ค่อยจะมาที่ห้างเพราะราคาสินค้ารวมถึงอาหารแพง แต่ต่อไปนี้จะไม่เป็เช่นนั้นอีกแล้ว’
ไตรภพตั้งมั่นกับตนเองด้วยจำนวนเงินมหาศาลในบัญชีธนาคารรวมถึงเงินที่ช่อผกาจะได้รับอีกสิบล้านบาทย่อมเพียงพอที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายโดยไม่ต้องทำงานหรือดิ้นรนอะไรมากนัก
ผลัก !
“เห้ย แกหนะ หลีกทางไปหน่อยสิวะ เกะกะจริง ๆ”
ไหล่ของไตรภพถูกชนโดยชายหนุ่มคนหนึ่งไตรภพหันไปมองหน้าของผู้ที่โดนชน ผิวสีคล้ำ หัวหยิก ใส่เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมกางเกงยีนส์นูดดี้ รวมถึงรองเท้า Lacoste ทำให้ดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คนธรรมดาแม้ว่ารูปกายของมันจะไม่น่ามองก็ตาม
“แกมองอะไรวะ เหม็นสาบคนจนหวะทั้งเนื้อทั้งตัวฉันราคาหลายหมื่น นาฬิกานี่ Omega เรือนหนึ่งเกือบแสนแกใส่ชุดบ้านนอกอะไรของแก ทั้งยังเดินเข้ามาที่บูธขายบ้านของแบรนด์ NAN RICH อีกต่างหากไม่มีเงินก็อย่ามาเสร่อตรงนี้”
“ใช่ โครงการนี้เริ่มต้นราคา 10ล้านบาท ลำพังแค่ทาวน์โฮมแกคงไม่มีปัญญาซื้อหละมั้ง”
เด็กหนุ่มอีกคนสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมไม่แพ้กันตาตี่ ผิวขาว สูงประมาณ 170เิเ เดินมาที่ชายหนุ่มคนแรกพร้อมกับพูดทับถมไตรภพในทันที
“อ่าว คุณสิรชัย คะ ไม่ทราบว่ามากับท่านผู้กำกับรึเปล่าคะ”
พนักงานสาวใส่ชุดยูนิฟอร์มพนักงานรีบออกมารับชายหนุ่มในทันทีที่แท้ชายหนุ่มตรงหน้ามีชื่อว่า ‘สิรชัย’ เป็ลูกชายคนโตของผู้กำกับในสถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งในจังหวัดในเดือนที่แล้วได้ซื้อบ้านหลังหนึ่งในโครงการไปด้วยเงินสดทำให้เธอได้ค่าคอมมิชชั่น 2%จากจำนวนเงินสิบล้านบาท ซึ่งหากตีเป็เงินแล้ว มีมูลค่าถึง 200,000บาทเลยทีเดียว
“พ่อไม่ได้มาด้วย ฉันเห็นว่าหมู่บ้านยังจัดบูธอยู่เลยเดินลงมาดูนี่เพื่อนฉัน ชื่อ สิทธิ ลูกของ นายกนพ ตำบลนาปัง”
“สวัสดีค่ะ ดิฉัน เนตรมณี เป็หัวหน้าเซลล์ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“ฮ่า ๆ ฉันรู้ข่าวเธอแล้วเอาเป็ว่าฉันจะบอกพ่อให้ซื้อบ้านสักหลัง แต่ว่าเธอยอมมานอนกับฉันได้ไหมหละ”
เนตรมณียิ้มอย่างขมขื่น ด้วยภาระหนี้สินกองโตทำให้เธอต้องเอาตัวเข้าแลกยอมนอนกับพ่อของสิรชัย ที่เป็ผู้กำกับเพื่อแลกกับการซื้อบ้านนั่นเองในขณะที่กำลังเดินออกจากบ้านของผู้กำกับที่ไม่มีคนอยู่เป็่เวลาเดียวกันกับสิรชัยกลับมาจากด้านนอกพอดี ทำให้เธอรู้สึกอับอายเป็อย่างมาก
“ค่ะ ถ้าคุณ้า”
“ฮ่า ๆ ดี นอนกับพ่อฉันแล้วอย่าลืมมานอนกับฉันด้วยหละ ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะของสิรชัย และเพื่อนดังขึ้นท่ามกลางความอับอายของเนตรมณี แต่เธอยังคงอดกลั้นเอาไว้ พยายามไม่แสดงอารมณ์ใด ๆออกมา
ไตรภพไม่อยากสนใจ จึงเดินจะออกจากบูธไปอีกฝั่งแต่ไปสะดุดตากับแบบจำลองบ้าน ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางบูธ
30,000,000 –.
ราคาถูกเขียนใส่กระดาษเคลือบด้วยกรอบอย่างดีวางอยู่บนตู้กระจกของแบบจำลองบ้านดังกล่าวไตรภพรู้สึกถูกใจบ้านหลังนี้เป็อย่างมาก เพราะอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยประจำจังหวัดที่ต้องไปเรียนปรับพื้นฐานแค่1กิโลเมตร ทั้งยังเป็พื้นที่แยกจากหมู่บ้านด้วยเนื่องจากเป็แบบบ้านที่มีเพียงหลังเดียวเท่านั้นทั้งยังเป็หลังทีแพงที่สุดอีกด้วย
“คุณลูกค้าสนใจบ้านหลังนี้หรอคะสามารถสอบถามได้นะคะ”
หญิงสาวหน้าตาน่ารัก ใบหน้าขาวผ่อง ผมยาว ราวกับสาวเกาหลีผิวทั่วทั้งร่างกายขาวเป็อย่างยิ่งใส่ยูนิฟอร์มพนักงานเช่นเดียวกันกับพนักงานก่อนหน้า ใบหน้ามีลักยิ้มด้านขวายิ้มให้ไตรภพ ทำให้ชายหนุ่มมองหน้าของหญิงสาวด้วยความเขินอาย
“เอ่อ”
“ฉันชื่อ กันยา นะคะพอดีฉันเพิ่งเป็หนักงานทดลองงาน อาจจะให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนเท่าไหร่แต่ฉันจะพยายามสุดความสามารถค่ะ”
“เอ่อ ครับ”
“บ้านหลังนี้ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เป็คฤหาสน์ขนาด1 ไร่ตกแต่งสไตล์โมเดริน มี 5ห้องน้ำ 7ห้องน้ำ 3ที่จอดรถ รวมทั้งมีสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และสระว่ายน้ำในตัวตัวบ้านมีสะพานเชื่อมจากหมู่บ้านยาวประมาณ 50 เมตรพื้นที่ทั้งเกาะกลางน้ำในหมู่บ้านจะเป็พื้นที่ของบ้านหลังนี้”
กันยาอธิบายอย่างฉะฉาน ทำให้ไตรภพอึ้ง ๆกับข้อมูลที่หญิงสาวตรงหน้าบรรยายสรรพคุณของบ้านหลังนี้มาแต่บ้านที่มีขนาดใหญ่แบบนี้ หากอยู่กับแม่เพียงสองคน จะดูกว้างจนเกินไป
“น้องสาว อย่าไปสนใจไอบ้านนอกนี่เลยมาสนใจพวกเราดีกว่า”
สิรชัยเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างไตรภพและกันยาพร้อมกับพูดดูถูกไตรภพ ทั้งยังถือวิสาสะจับแขนของกันยาอีกด้วย
“ปล่อยนะคะ”
กันยาพยายามจะสะบัดมือของสิรชัยที่มาจับแขนแต่ยิ่งเธอออกแรงเท่าไหร่ กลับไม่สามารถสู้แรงของสิรชัยได้เลยสีหน้าของเธอดูเ็ปจากการบีบรัด
“แกทำอะไรของแกหนะ”
โครม
ไตรภพถีบร่างของสิรชัยกระเด็นไปใจกลางบูธกระแทกกับแบบจำลองบ้านที่อยู่ในตู้กระจกแตกกระจาย ร่างของสิรชัยปลิวไปราวกับไร้น้ำหนักท่ามกลางความตื่นใของคนในบูธ
“แกทำอะไรเพื่อนฉัน”
ทันทีที่สิรชัยโดนถีบออกมาสิทธิได้เดินเข้าไปหาเื่กับไตรภพทันที แต่เมื่อสังเกตเหตุการณ์ตรงหน้าชายหนุ่มถอยหลังออกมาด้วยความกลัว เพราะร่างของสิรชัยที่ตัวใหญ่ยังถูกถีบไปไกลกว่า5 เมตรห่างเปลี่ยนเป็ร่างเล็ก ๆ มันเองแล้วหละก็คงต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อต่อกระดูกอย่างแน่นอน
“เพื่อนแกลวนลามพนักงาน แกไม่เห็นหรอ”
“แล้วยังไงวะ แกเสือกอะไรด้วย ผู้จัดการอยู่ไหนออกมาพบฉันเดี๋ยวนี้”
ผู้จัดการเป็ชายวัยกลางคน อายุประมาณห้าสิบปีสวมใส่แว่นตาสีดำ ใส่ชุดสูทซึ่งแตกต่างจากยูนิฟอร์มพนักงานเดินเข้าไปหาสิทธิในทันที
“ผมเป็ผู้จัดการครับ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ฉันเป็ลูก นายกนพ ตำบลนาปัง ส่วนนั่นเพื่อนฉันเป็ลูกผู้กำกับที่ตำบลท่าน้าวไอบ้านนอกนี่มันทำร้ายร่างกายเพื่อนฉัน แกต้องจัดการลากตัวมันออกไป แล้วแจ้งตำรวจจับมันซะ”
ด้วยประสบการณ์การทำงานของผู้จัดการที่มีมาอย่างยาวนานทำให้มันไม่ลังเลเลยที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของชายหนุ่มโดยไม่ต้องสืบสวนเื่ราวใดๆ
“ผู้จัดการคะ คือว่า เขาลวนลามหนูก่อนค่ะ”
“เธอพูดอะไรของเธอ ฉันตัดสินใจแล้วเธอไม่ผ่านการทดลองงาน พรุ่งนี้เธอไม่ต้องมาทำงานแล้ว”
ผู้จัดการเอ่ยกับกันยาอย่างไร้เยื่อใยมันทำงานมานาน ผ่านโลกมามาก ย่อมรู้ถึงอิทธิพลต่าง ๆ ฝ่ายของสิรชัย และสิทธิเป็ถูกลูกชายของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรในตำบลแต่ชายหนุ่มฝ่ายตรงข้ามสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดา ดูแล้วไม่น่าจะมีเื้ัใด ๆ
“แกทำกับลูกค้าแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า”
ไตรภพที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจเหตุการณ์ตรงหน้าดูเหมือนจะบานปลายไปกันใหญ่ ซึ่งแต่เดิมนั้นไตรภพเพียงแค่้าเดินดูสินค้าอย่างเงียบสงบเพียงเท่านั้น
“ลูกค้า ? ไอหนูบ้านราคาต่ำสุด 10ล้านบาท อย่างแกจะมีปัญญาซื้อบ้านหรอ”
ผู้จัดการเอ่ยดูถูกไตรภพขึ้นมาในทันทีท่ามกลางเสียงหัวเราะของสิทธิ และคนที่มุงดูอยู่ในบูธ แต่ไตรภพไม่ได้โต้ตอบอะไรเดินไปที่แบบจำลองบ้านที่ดูก่อนหน้า
“ฉันจะซื้อบ้านหลังนี้กับหญิงสาวคนนี้”
“นี่… ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นกว่าครั้งแรกโดยเฉพาะสิรชัยที่ลุกขึ้นมาได้แล้ว บ้านราคาหลังละ 30 ล้านบาทที่แม้แต่พ่อของมันเองยังไม่สามารถซื้อได้ ชายหนุ่มตรงหน้าพูดจาโอ้อวดเกินไปแล้ว
“ฉันจะจ่ายเงินทันที”
ไตรภพพูดขึ้นด้วยเสียงนิ่งไม่สนใจเหตุการณ์รอบข้าง ผู้จัดการพยายามกลั้นหัวเราะ นึกสนุกคิดจะเล่นกับไตรภพเดินไปหญิงป้ายที่มี QRCode รวมถึงบัญชีธนาคารของบริษัทมาในทันที
“แกมีปัญญาก็โอนซิวะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
ผู้จัดการยื่นป้ายให้ไตรภพซึ่งชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร หยิบโทรศัพท์ Samsung รุ่นกลางที่ตกรุ่นไปหลาย2 – 3 ปีแสกน QR CODEโอนเงินสามสิบล้านบาทในทันที
“ฉันโอนเงินให้เรียบร้อยแล้ว”
ไตรภพชูโทรศัพท์ขึ้นผู้จัดการอ่านอย่างไม่เชื่อสายตา มันถอดแว่นแล้วขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ภาพก็ยังคงเดิม
“นะ นะ นี่”
ผู้จัดการ สิรชัย สิทธิ และคนรอบข้างตกตะลึงสิรชัยคว้าโทรศัพท์ของไตรภพมา พลางสแกน QR Codeเพื่อตรวจเช็คว่ามีธุรกรรมเกิดขึ้นจริงไหม เพราะมีการแอบอ้างบ่อยครั้งโดยการเปลี่ยนตัวเลข
“ผู้จัดการคะมีเงินโอนเข้ามาในบัญชีบริษัทสามสิบล้านบาทค่ะ”
พนักงานอีกคนหนึ่งที่ดูแลอยู่ที่เครื่องรูดบัตรมีหน้าที่ดูแลเื่เงิน เช่น การจองของลูกค้า แจ้งเตือนผู้จัดการด้วยใบหน้าซีดขาว
“ขะ ขะ ของจริง”
เสียงพึมพำอย่างไริญญาของสิรชัยเอ่ยขึ้นเป็่ที่ผู้จัดการตรวจสอบสลิปในโทรศัพท์มือถือกับเลขบัญชีที่โอนเข้ามาว่าตรงกันจึงรีบเดินไปหาไตรภพในทันที
“คุณผู้ชาย กระผมมีตาหามีแววไม่ต้องขอประทานโทษด้วยเป็อย่างสูงครับ”
ผู้จัดการยกมือไหว้แทบจะโค้งลงไปจนถึงพื้นให้แก่ไตรภพ ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบเช่นเคยมนุษย์ล้วนมีความโลภ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตามนิสัยเหล่านี้ก็ยังอยู่ในกมลสันดานของมนุษย์ไม่เปลี่ยนแปลง
“ฉัน้าซื้อขายกับเซลล์คนนี้เท่านั้น”
ไตรภพชี้ไปทางกันยาที่มีใบหน้าใเช่นเดียวกันเธอไม่คิดว่าชายหนุ่มที่เธออธิบายไปอย่างไม่ได้คิดอะไรจะร่ำรวยถึงขนาดซื้อบ้านราคาแพงที่สุดในหมู่บ้านได้ด้วยเงินสดต้องบอกเลยว่าทางบริษัทได้ให้โบนัสพิเศษสำหรับการขายบ้านหลังนี้ได้โดยพนักงานจะได้ค่าคอมมิชชั่นถึง 5 %เป็จำนวนเงินถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาทเลยทีเดียว
“คะ คือ คุณผู้ชายครับให้ผมดูแลเองดีกว่าครับ”
“ไม่ได้ ฉัน้าให้เธอดูแลฉันเท่านั้น แล้วก็ถ้าสองคนนี้ไม่ยอมซื้อสักทีต้องอ้อนพ่อ อ้อนแม่ มาซื้อหละก็ ช่วยไล่มันไปไกล ๆ หน่อยนะ ฉันเหม็นสาปคนจน”
ทันทีที่คนรอบข้างได้ยินคำพูดของไตรภพล้วนขำกลิ้งออกมาเพราะเป็คำพูดเดียวกันกับชายหนุ่มสองคนตรงหน้าสิรชัยและสิทธิเดินออกจากบูทด้วยความอับอาย มันตระหนักได้ว่าเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับมันที่สามารถซื้อคฤหาสน์ด้วยเงินสดได้คงไม่ธรรมดา
ไตรภพถูกเชิญมานั่งที่โซฟาอย่างดีกันยาได้ขอบัตรประชาชนไตรภพ รวมถึงให้เซ็นเอกสารการซื้อขายหลายใบหญิงสาวรู้สึกเกร็งเป็อย่างมาก
“ถ้าทำเื่โอนเสร็จแล้ว ฉันจะรีบติดต่อไปทันทีนะคะ”
“ได้ อยากให้เธอดูแลเื่การ Build In ด้วยขอแบบสไตล์โมเดรินนะ ส่วนสวนด้านนอกทำตามแบบแปลนจำลองได้เลย แล้วพบกันนะ”
ไตรภพไม่รอให้กันยาพูดจบ เดินออกมาจากบูทในทันทีทิ้งให้กันยามองตามแผนหลังของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย