คมดาบวาดผ่านท่อนแขนของอีรีนทำให้เกิดาแขนาดใหญ่ เืไหลทะลักเป็ทางยาว ลึกจนเห็นกระดูกขาวได้จาง ๆ
โชคดีที่เ้าตัวเบี่ยงตัวหลบได้ทัน ไม่เช่นนั้นร่างคงขาดไปแล้ว
‘บ้าจริง’
นิโคลัสคร่ำครวญในใจ เพราะเขาชะล่าใจเพียงนิดเดียว ทำให้อีรินได้รับาเ็หนัก
‘ถ้าหากเธอเป็อะไรไป...ข้าจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลย’
“วีนธาส บลูม”
เสียงของพ่อบ้านดังตามมาจากด้านหลัง
เถาวัลย์ใต้เท้าของโทมัสก่อรูปขึ้นคล้ายโซ่ตรวนขนาดใหญ่กำลังจะพันไปที่ขาและตัวของเขา
“พุ่ง!”
รองหัวหน้ารีบใช้ทักษะ พุ่งตัวเพื่อหลบจากโซ่ตรวน
แต่โชคร้ายที่ทิศทางที่เขาพุ่งไป มีประกายดาบสองสายขวางเส้นทางเขาอยู่
“บอริส แกกล้าขวางข้าเหรอ”
เ้าตัวฟาดดาบในมือเข้าปะทะตรงๆ เพราะแน่ใจว่าพลังเขาเหนือกว่าบอริสแน่นอน
และผลก็เป็เช่นนั้น บอริสโดนแรงปะทะเข้าตรง ๆ ทำให้กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว นั่นก็เพียงพอแล้วที่คนอื่นเข้ามารับมือต่อไป
“กรานเวียร์ โวลกัส”
สิ้นเสียงของจอมเวทชรา ปรากฏลูกศรหินสามลูกพุ่งตรงไปทางโทมัสอย่างรวดเร็ว
เขาไม่กล้ารับการโจมตีของชายชราแม้แต่น้อย ทำได้เพียงพุ่งหลบ เลี่ยงการปะทะโดยตรง
พลางใช้ดาบปัดสกัดเบี่ยงเบนทิศทางของศรหินที่หลบไม่พ้นเท่านั้น
ฉับพลันหางตาเขาเห็นประกายดาบพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง จึงหันดาบไปต้านไว้อีกครั้ง
“ฟันกระหน่ำ”
บอริสใช้ทักษะของนักดาบ ฟันรองหัวหน้าของเขาอย่างไม่ยั้ง
โทมัสยกดาบขึ้นป้องกันกระบวนท่า พร้อมกับใส่พลังออร่าลงไปที่ตัวดาบ
จากนั้นกระแทกออกไปแรง ๆ ดันบอริสจนกระเด็นตัวลอยกลับไป
“ไกรธารา วอร์ม”
พ่อบ้านร่ายเวทธาตุดินต่อทันที
พลันหินรูปกรวยปลายแหลมสี่อัน แทงขึ้นจากพื้นดินใต้เท้าของโทมัส
ทำให้เขาต้องะโขึ้นสูงทันที เพื่อหลบให้พ้นจากหอกหินที่พุ่งขึ้นจากพื้น แล้วตวัดวาดดาบออกไปตัดปลายแหลมของหอกหินเ่าั้ แล้วอาศัยแรงปะทะถีบตัวออกไปด้านข้าง
“ย้าก!”
ร่างบอริสพุ่งเข้าหาอีกครั้งพร้อมวาดดาบขวางเข้าลำตัวของรองหัวหน้าอีกครา
“เฟรอาน เฟลล์”
เสียงชายหนุ่มดังขึ้นอยู่ห่างๆ พร้อมเสียงวัตถุพุ่งผ่านอากาศ ไปทางด้านหลังของโทมัส
“เมเรอัส มัดร้า”
เสียงชายชราดังขึ้นตามมาติด ๆ
พื้นใต้เท้าของโทมัสเริ่มอ่อนยวบลง ทำให้เขาทรงตัวลำบากขึ้น
โทมัสกังวลบอลอัคคีทางด้านหลังมากกว่าดาบของบอริสทางด้านหน้า
จึงหันตัวตวัดดาบเข้าป้องกันบอลอัคคี ส่วนดาบของบอริสแม้จะโดนแต่คงาเ็ไม่มาก
“ไอ้...”
แต่เมื่อเขาหันกลับไป เห็นเพียงก้อนหินขนาดเท่ากำมือพุ่งเข้ามาเท่านั้น
ฉัวะ!
ดาบของบอริสฟันเข้าที่เอวของเขาเต็มแรง
ฮวบ!
รองหัวหน้าทรุดตัวลงไปอีกเนื่องจากพื้นดินที่กลายเป็โคลนเหลวและอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว
“เซลวา ธรัล”
พ่อบ้านรีบร่ายคาถาธาตุไว้ เสกเถาวัลย์รัดพันคู่ต่อสู้อีกครั้ง เพราะเห็นแล้วว่าโทมัสาเ็ที่เอวและขาท่อนล่างเขากำลังติดอยู่กับโคลนเหลว
ทันใดนั้น เกิดเสียงร้องดังขึ้นมาจากด้านหลังพวกเขา
“อ๊าก!”
พร้อมกับเสียงร้องที่เกิดขึ้น ประกายดาบวาววับฉายขึ้นจากเบื้องบน
ร่างหนึ่งกำลังลอยตัวสูงขึ้น พร้อมท่าโจมตีที่รุนแรงจากเบื้องบน ส่งตรงไปที่โทมัสที่ถูกตรึงอยู่กับพื้นโคลน
นิโคลัสเห็นดังนั้นรีบชูมือขึ้นสูงแล้วะโออกไปสุดเสียง
“ลงมือ...”
ฟิ้ว!
ทันทีที่สิ้นเสียงของชายหนุ่ม เสียงวัตถุพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง เข้าปะทะร่างที่กำลังถลาลงมาพร้อมดาบที่วาดตรงไปที่ศีรษะของโทมัส
“อ๊าก!”
เสียงร้องลั่นด้วยความเ็ปของชายคนนั้น ร่างของเขาที่ถูกกระชากไปตามแรง ลูกธนูพุ่งทะลุหัวไหล่ของเขาไป
ชายคนนั้นล้มกลิ้งนอนกองอยู่กับพื้น ครางเบาๆ ด้วยความเ็ปโดยมีเืที่ไหลนองเต็มพื้น
ในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนกำลังตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
โทมัสฉวยโอกาสนั้นพาตัวเองหลุดพ้นจากโคลนและทำลายเถาวัลย์ที่รัดขาของเขาอยู่ด้วยออร่าดาบ
แล้วรีบพุ่งออกไปในทิศทางที่ไม่มีใครขวาง
แต่ก่อนที่เขาจะออกพ้นวงล้อม มีประกายออร่าดาบเจิดจ้า ฟันขวางมาที่เขาทำให้ไม่สามารถพุ่งตัวต่อไปได้ ต้องหยุดชะงักอยู่กับที่
“วิคเตอร์! เป็แกได้ยังไง”
โทมัสตะคอกออกไปด้วยความโกรธแค้น
เขาไม่คิดว่าวิคเตอร์จะอยู่ที่นี่ด้วย เพราะวิคเตอร์ออกไปสำรวจเส้นทางกับแจ็คและอา..
“นั่นฝีมืออาริน!”
“พวกแกวางกับดักข้า!”
เขาร้องออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารู้ตัวแล้วว่าได้ตกอยู่ในกับดักของอีกฝ่ายแล้ว
พลั่ก!
เสียงไม้เท้ากระแทกไปที่หลังของโทมัสอย่างแรง ทำให้โทมัสล้มหน้าคว่ำไปกับพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ในทันที
“อึ้ก! พ่อบ้าน แก...”
โทมัสพยายามใช้พลังแต่เขาไม่สามารถใช้พลังได้ พ่อบ้านได้ปิดกันการใช้พลังของเขาไปแล้ว
ในขณะเดียวกัน นิโคลัสเดินไปหาชายที่กำลังนอนจมกองเือยู่
“คาน.. ข้าเดาไม่ผิดจริง ๆ”
ชายคนนั้นคือ คาน หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่เขาจับตาดูอยู่ และเลือกให้มาเข้าร่วมในกับดักนี้ด้วย
“พ่อบ้าน ท่านช่วยมาปิดกั้นพลังของ คาน ก่อน ป้องกันเค้าหลบหนี แล้วช่วยห้ามเืให้เขาก่อน ข้ายังมีเื่จะคุยกับเขา”
นายน้อยกล่าวกับชายชรา เพราะเกรงว่าเขาจะลืม คาน
เนื่องจากคนที่จะปิดกั้นพลังของคานได้ดีที่สุด มีเพียง จอมเวทชรา และ วิคเตอร์ เท่านั้น เพราะทั้งสองมีระดับพลังที่สูงกว่า คาน มาก
ชายหนุ่มให้พ่อบ้านไปดูแล คาน ที่าเ็สาหัส
ส่วน วิคเตอร์ คอยควบคุม โทมัส ไว้
จากนั้นนายน้อยหนุ่มหันกลับไปสังเกตเห็นอารินที่กำลังดูอาการของอีรินอยู่
จึงได้ถามไถ่อาการของอีรินด้วยความเป็ห่วง
“พี่อีรินเป็อย่างไรบ้าง”
“ค่อนข้างหนัก แผลลึกถึงกระดูก ข้าห้ามเืไว้ชั่วคราวแล้ว เราต้องรีบกลับไปหาอังเดรทันที”
อารินตอบกลับด้วยสีหน้าที่วิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“แจ็ค ช่วยอุ้มอีริน กลับไปหาอังเดรทันที แล้วเรียก อีริคกับแฮร์รี่ ที่รออยู่ระหว่างทาง ให้มาช่วยพาสองคนนี้กลับด้วย”
นิโคลัสรีบออกคำสั่งทันที โดยไม่แทบไม่ต้องไตร่ตรองอะไรเลย เหมือนคุ้นชินกับเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว
“ขอรับนายน้อย”
แจ็ครีบเข้ามาอุ้มอีรินแล้ววิ่งกลับไปที่พักทันที โดยอารินวิ่งตามหลังเพื่อดูแลความปลอดภัย
จากนั้น นายน้อยหนุ่มได้เดินไปหา คาน ที่นอนฟุบอยู่
“เขายังไม่ตายใช่ไหมพ่อบ้าน”
ชายหนุ่มไม่ได้เป็ห่วงชีวิตเขา เพียงมีเื่สำคัญที่อยากถามจากเขาก่อน
“ข้าห้ามเืและใช้เวทระงับปวดให้ชั่วคราว มันน่าจะทนอยู่ได้ซักพัก”
จอมเวทชราตอบด้วยเสียงไม่ค่อยพอใจนัก เขาไม่ได้อยากช่วยเลย อยากซ้ำให้ตายไปเลยมากกว่า
“อดทนไว้พ่อบ้าน มันเป็ของพวกท่านแน่นอน”
น้ำเสียงของนิโคลัสแม้ราบเรียบกลับแฝงไว้ด้วยความเ็า จนแม้แต่พ่อบ้านยังต้องหันไปมองให้แน่ใจ
“นายน้อยขอรับ พวกข้ามาถึงแล้ว”
เสียงของอีริคกับแฮร์รี่ดังขึ้นมาจากทางที่จะไปที่พัก
“เ้าสองคนมาช่วยกันพาคานกลับที่พักด้วย ห้ามให้มันตายระหว่างทางนะ จำไว้”
ชายหนุ่มสั่งงานองครักษ์ทั้งสองคนทันที เขาต้องรีบเพราะไม่อยากให้ใครตายไปก่อน
“พี่วิคเตอร์ ลากโทมัสกลับไปด้วย ฝากท่านดูแลมันด้วย ขอแค่อย่าให้มันตายก่อนถึงที่พักก็พอ”
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ชายหนุ่มเข้าใจความรู้สึกของวิคเตอร์ขณะนี้ดี เลยอยากให้เขาได้ระบายออกบ้างเพื่อผ่อนคลายอารมณ์
“พ่อบ้าน ท่านเดินกลับพร้อมกับโทมัสนี่แหล่ะ ช้านิดช้าหน่อยคงไม่เป็อะไร เดี๋ยวข้าเดินล่วงหน้าไปพร้อมสองคนนี้ก่อน”
จากนั้นเขาได้เดินตามทั้งสองคนที่ช่วยกันหามเปลที่มีคานนอนอยู่บนนั้น
‘คนพวกนี้พกอุปกรณ์แบบนี้ไว้ด้วยเหรอ สงสัยมีการาเ็กันบ่อยเลยต้องพกอุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้าเ็ติดตัวไว้ตลอด’ เขาคิดในใจเมื่อสังเกตเห็นความพร้อมของอุปกรณ์ที่ใช้ยามฉุกเฉิน
“พวกท่านพกของพวกนี้ติดตัวตลอดเลยเหรอ”
ชายหนุ่มถามไปเพราะอยากรู้
“พวกเราไม่ได้พกของเหมือนกันทุกคน เราต้องกระจายของใช้จำเป็ ไปเก็บไว้ในถุงเก็บของๆ แต่ละคน เพราะพวกเรามีเพียงถุงขนาดเล็กเท่านั้นนายน้อย”
อีริคเป็คนตอบคำถามนายน้อย
“พวกเราก็อยากใช้ถุงขนาดใหญ่กว่านี้ แต่มันแพงเหลือเกินขอรับ”
แฮร์รี่กล่าวเสริม
มิติภายในถุงเก็บของ มีั้แ่มิติขนาดเล็ก หนึ่งลูกบาศก์เมตร ไปจนถึงขนาดสิบลูกบาศก์เมตร เวลาใช้งานเพียงแค่ส่งพลังเข้าไปแล้วสำรวจในมิตินั้นแล้วนำสิ่งของนั้นออกมา แต่ยิ่งความจุมากขึ้น ราคายิ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว
ตอนนี้เขาเองยังไม่สามารถใช้งานถุงเก็บของได้ เนื่องจากพลังของเขาน้อยเกิน ต้องรอให้ถึงระดับ ผู้ฝึกหัดเวทขั้นกลางก่อน ถึงจะมีพลังพอให้เปิดใช้งานได้
ถึงอย่างนั้นการพกถุงเก็บของติดตัวในขณะที่ยังอยู่ในระดับผู้ฝึกหัดเวทเป็อันตรายมาก มีโอกาสโดนแย่งชิงสูง
จากนั้นไม่นาน พวกเขาได้เดินทางถึงที่พัก
นิโคลัสเห็น อีรินอาการดีขึ้นมาก สีหน้าไม่ซีดขาวเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ยังคงมีอาการอิดโรยเพราะเสียเืไปมาก
“อารินพาอีรินไปพักในกระโจมก่อนเถอะ”
เขาเป็ห่วงอยากให้อีรินได้พักผ่อนจะได้หายเร็ว ๆ
“นายน้อยข้าขออยู่ดูก่อนได้หรือไม่”
อีรินขอร้องเขาเพราะอยากเห็นว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร
“ตามใจเ้า แต่ถ้าไม่ไหวก็บอกให้อารินพาไปพักได้เลยนะ ไม่ต้องขอข้าอีก”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ชายหนุ่มมองไปทั่วบริเวณที่พัก สังเกตสีหน้าทุกคนเคร่งเครียดถึงที่สุด ไม่มีการคุยกันแม้แต่น้อย
เขาเห็นอังเดร นั่งกุมศีรษะอยู่ห่าง ๆ สีหน้าเศร้าหมอง บางครั้งขยุมผมตัวเอง
บางครั้งปิดหน้าคร่ำครวญ เหมือนคนตื่นตระหนกสุดขีด
เขาเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“นายน้อย ข้าเล่าคร่าว ๆ ให้ทุกคนฟังแล้ว ทุกคนรู้แล้วว่า โทมัสและคาน ทรยศพวกเรา”
ก่อนหน้านี้ เมื่อแจ็คมาถึงที่พัก และมอบอีรินให้อังเดรดูแลแล้ว
นักส่งข่าวได้เรียกทุกคนมาพร้อมกัน แล้วรอให้นิโคไลรักษาอีรีนเสร็จ
แล้วได้เล่าสรุปสั้น ๆ ถึงเหตุการณ์จับกุมคนทรยศให้ทุกคนได้ฟัง
เมื่อทุกคนทราบ ต่างพากันตกตะลึงไม่สามารถกล่าวคำใดๆ ออกมาได้เลย
โทมัส เป็รองหัวหน้าของพวกเขา เป็คนที่พวกเขาทุกคนต่างให้ความเคารพ
เพราะโทมัสคอยเอาใจใส่ดูแลลูกน้องทุกคนดีเสมอมา สรวลเสเฮฮากับทุกคนเสมอ
คนในหน่วยทุกคนสนิทกับรองหัวหน้า มากกว่า วิคเตอร์ ที่มักเงียบเฉย เก็บตัว ไม่ค่อยพูดจา
ส่วน คาน แม้ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ก็คอยช่วยเหลือทุกครั้งที่ได้รับการร้องขอ
แม้แต่ยามที่หนีมา คาน ก็ฆ่าคนที่ไล่ตามมาไปมากกว่าพวกเขาหลายคนด้วยซ้ำ ได้รับาเ็หนักตั้งหลายครั้ง
ทำให้พวกเขาไม่อาจทำใจเชื่อได้เลยว่า สองคนนี้ คือคนทรยศ
“ข้าเข้าใจแล้ว”
นิโคลัสกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อังเดร เ้าช่วยรักษา คาน พอให้อาการทรงตัวหน่อย ข้ามีเื่ต้องถามเขา”
ชายหนุ่มเดินไปเบื้องหน้าอังเดร แล้วสั่งด้วยน้ำเสียงเ็า
“ทำไมข้าต้องช่วยมันด้วย มันคือคนทรยศ”
อังเดรเหมือนสติหลุด ตะคอกเสียงดังลั่นใส่หน้าเขา
เพี้ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
นักเวทขาวใจนปากอ้าตาค้าง
เหมือนอยากจะกล่าวคำใดแต่ไม่กล้าส่งเสียง เมื่อมองเห็นั์ตาคู่นั้น
อากาศเหมือนหยุดนิ่งชั่วครู่ แม้แต่เสียงจักจั่นที่ร้องระงมมาตลอด ยังเงียบลงในฉับพลัน
เสียงอันดังก้องไปทั่วบริเวณ ดึงสติของทุกคนที่กำลังวิตกกังวลกลับมาทันที
สายตาทุกคู่จ้องไปที่ นิโคลัส คนเดียว
“ข้าต้องพูดอีกครั้งหรือไม่”
เสียงที่แสนเ็า และแววตาที่เปลี่ยนไป ทำให้บรรยากาศรอบตัวของเขาที่หนักขึ้นทันที
ทุกคนในที่นี้ผ่านการต่อสู้กันมาหลายครั้ง ััได้ถึงบางสิ่งที่น่ากลัว ต่างพากันลุกขึ้นเตรียมพร้อมในทันที
“ตั้งสติเอาไว้ ในสนามรบ หากสติหลุดเช่นนี้ เ้ามีแต่ตายกับตาย”
นายน้อยกล่าวพร้อมหันหน้าไปทางทุกคน
“พวกเ้าน่าจะสบายใจขึ้นต่างหาก ที่เราจับคนทรยศได้แล้ว”
“และวางใจได้ พวกมันจะอยู่ที่นี่ตลอดไป”
“เอาหล่ะ อังเดร เ้าไปรักษา คาน ได้แล้ว”
แม้ไม่ค่อยเต็มใจทำ แต่นักเวทขาวยังคงเดินไปรักษา ยังดีที่เพียงรักษาให้อาการทรงตัว เขาเลยทำแบบขอไปทีเท่านั้น
เวลาผ่านไปไม่นาน พ่อบ้านและวิคเตอร์ที่กำลังลากโทมัส ได้เดินเข้ามาในที่พัก
“อังเดร เ้าไปรักษามันด้วย แค่ให้สภาพดีขึ้นพอพูดคุยได้ก็พอ”
ใบหน้าที่ปูดบวมจนจำแทบไม่ได้ ปากที่เต็มไปด้วยคราบเื และนอกจากาแที่ท้องที่เกิดจากตอนต่อสู้แล้ว ยังมีแขนที่บิดผิดรูปเพิ่มขึ้นอีกด้วย
“ข้าว่าเ้าคงเดินสะดุดล้มมาใช่ไหม เพราะเ้าาเ็อยู่ ไม่เป็ไรข้าให้อังเดรรักษาเ้าแล้ว”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างเป็มิตร
ทุกคนในที่นั้นต่างมึนงง เมื่อสักครู่ รังสีสังหาร มาจากเขาแน่ๆ เพียงพริบตากลับกลายเป็รอยยิ้มที่ใสซื่อไปได้อย่างไร
หลังดูแล้วว่า อังเดร รักษาโทมัสให้อาการดีขึ้น จนพอจะพูดจากันได้แล้ว เ้าตัวจึงเริ่มทำการสอบสวน
“พาสองคนนั้นมาอยู่ตรงกลาง”
เมื่อคนทรยศทั้งสองได้ถูกพาไปนั่งอยู่บริเวณตรงกลางลาน
นิโคลัสยืนอยู่เบื้องหน้าทั้งสอง โดยมีจอมเวทชราและหัวหน้าอัศวิน ยืนอยู่หลังเขาไม่ห่างเพื่อคอยคุ้มครอง
ส่วนคนอื่น ๆ กระจายกันอยู่โดยรอบ บ้างนั่ง บ้างยืน แต่ทุกคนมีสีหน้าตึงเครียดเหมือนๆ กัน
“ข้าจะเริ่มจากเ้าก่อน คาน”
ชายหนุ่มเดินไปเบื้องหน้าของ คาน แล้วเริ่มการสอบสวนในทันที
สีหน้าของเขาดูสงบนิ่ง สุ้มเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ใดๆ
“เ้าเป็คนขององค์ชายสามใช่ไหม...”