เอคัสไม่ได้ลุกไปไหนกลับนอนคิดเื่ราวต่อ ั้แ่มาโลกนี้เขาก็ฝึกเวทมนตร์มาตลอดแต่ไม่รู้ทำไมไม่พัฒนาขึ้นเลย การฝึกเวทมนตร์บนโลกนี้ถูกวิจัยและทดสอบมาเป็ขั้นเป็ตอนเรียบร้อย
วิธีไหนเหมาะสม วิธีไหนไม่เหมาะล้วนแล้วแต่ถูกทดลองมาแล้วแต่ไม่ว่าจะทำตามวิธีไหนกลับไม่ได้ผลเลย เขาเองก็เริ่มจนปัญญาในเื่นี้
ตอนนี้ถึงแม้จะมีระบบช่วยเหลือแต่เอคัสก็ไม่ได้มั่นใจขึ้นมากนัก ตามที่เขาคาดการระบบจะทำงานทุกๆ 1 อาทิตย์ครั้งแรกที่มาโลกนี้ ระบบก็เสนอให้เขาไปคุกคามเอซาลบ์น้องสาวเขาต่อมาก็เพื่อนน้องสาวที่แวะมาที่บ้านคนที่สามเป็เด็กผู้หญิงผมดำที่เจอตอนเขาออกไปข้างนอก แล้วก็เื่ในวันนี้อีก พอคิดถึงตรงนี้เอคัสก็เริ่มแน่ใจตอนที่เห็นเอซาลบ์ในห้องนำ้ระบบก็ไม่ได้เสนออะไรให้เขาทำ
หรือว่าระบบไม่เลือกเป้าหมายซ้ำเอคัสคิด ไม่สิมันต้องมาแบบรายเดือนแน่เพราะการปฏิเสธเองก็ได้เดือนละ 3 ครั้งเท่ากับว่าเขาต้องไปคุกคามใครเข้าแน่ๆเดือนละครั้ง การเลือกของระบบเอคัสยังไม่รู้เลยว่าระบบเลือกเป้าหมายด้วยกฎเกณฑ์อะไร
เอคัสได้แต่ถอนหายใจตอนนี้จิตใจเขาไม่ค่อยคงที่นัก หลายอย่างมันดันไม่เป็อย่างที่เขาคิด เอคัสพยุงตัวเองขึ้นมือยังกุมหน้าท้อง น้องสาวตัวดีไม่ยั้งมือเลยหรือไง ในระหว่างที่กำลังลุกขึ้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นไม่รอให้ใครไปเปิด ประตูก็เปิดออก
เป็ชายหญิงคู่หนึ่ง ผู้หญิงมีผมบลอนด์ตัวเล็ก อีกคนเป็ชายผมดำรูปร่างสูงแต่ดูผอมเล็กน้อย เป็ลูน่าและคอร์พ่อกับแม่ของเอคัสและเอซาลบ์
คอร์พูดสวัสดีคนในบ้านแต่นำ้เสียงก็หยุดลงเมื่อมองไปเห็นเอคัสยืนกุมหน้าท้องอยู่คอร์รีบพุ่งตัวไปหาเอคัสพร้อมถาม
”เกิดอะไรขึ้นใครเป็คนทำ”ในเวลาเดียวกันแม่เขาก็เดินตามมาเธอใช้เวทมนตร์รักษาให้ก่อนจะถาม
”เจ็บมั้ยเกิดอะไรขึ้น”น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยพลังงานบวกที่เอคัสอยากได้ยิน
เอคัสรู้สึกอบอุ่นแล้วก็อึดอัดในเวลาเดียวกันจะให้เขาตอบพ่อกับแม่ว่าอย่างไรบุกเข้าไปดูเลือนร่างของน้องสาวแล้วโดนอีกฝ่ายสั่งสอนมางั้นเหรอพอเห็นเอคัสก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไรคอร์ก็พูดออกมาอีกครั้ง”ไม่เป็ไรไม่ว่าใครแค่บอกพ่อพ่อจะสั่งสอนมันเอง”คอร์พูดน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย
สุดท้ายเอคัสก็ต้องพูดออกไปเขาอธิบายไปว่า ทะเลาะกันกับน้องสาวเพราะเขาจะใช้ห้องน้ำแต่ตอนนั้นเอซาลบ์ดันใช้อยู่ ด้วยความที่ไม่รู้จึงไปเห็นภาพที่ไม่น่าดูเข้า พอลูน่ากับคอร์ได้ยินทั้งสองก็มองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา
“นี่แหละนะหนุ่มสาว”ลูน่าพูดขณะใช้มือเล็กๆของเธอปิดปากขณะหัวเราะเอคัสได้แต่หน้าแดง เวลาเดียวกันเอซาลบ์ก็เดินลงบันไดมาได้ยินตอนที่เอคัสพูดว่าภาพที่ไม่น่าดูเข้าพอดี ทำให้เธอโกรธมากเธอยังจำได้อยู่เลยสายตานั่น แต่ไหนๆครอบครัวก็มากันพร้อมหน้าเธอจะทำเป็ลืมเื่ในวันนี้ไปก่อน จากนั้นคอร์ก็กอดคอเอคัสเดินขึ้นชั้นสองไปส่วนเอซาลบ์เดินไปขนของช่วยลูน่าพลางบ่น
“พวกผู้ชายนี่มีดีแค่ตัวโตจริงๆ”พอลูน่าได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้น“อย่าใจร้ายกับพี่ชายนักสิ สีหน้าเขาดูไม่ดีเลยนะ”น้ำเสียงลูน่าดูเหมือนเศร้าใจที่เห็นลูกสาวกลายเป็พวกอันธพาลไปเสียแล้ว
พอเอซาลบ์ได้ยินก็รู้สึกผิดเล็กน้อยเธอโกรธจนเผลออัดพลังเวทเข้าไปในหมัดด้วยพอคิดได้แบบนั้นไว้มีโอกาสดีๆค่อยไปขอโทษแล้วกันเอซาลบ์คิดหลังจากขนสัมภาระเสร็จเอซาลบ์บอกให้แม่ไปพักก่อนอย่างไรเสียแม่เธอก็เดินทางมาจากเมืองหลวงส่วนเธอจะทำมื้อค่ำไว้สำหรับทุกคนแต่พอลูน่าได้ยินว่าเอซาลบ์จะเตรียมมื้อค่ำลูน่าก็อยากจะช่วยด้วยพอเอซาลบ์ปฏิเสธลูน่าก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วเอซาลบ์จะทำอะไรได้..
บนชั้นสองในห้องของเอคัสพ่อเขาเข้ามานั่งในห้องพร้อมถามถึงความ้าของเอคัสว่าจากนี้อยากทำอะไรมีเื่ที่้าไหมแต่สุดท้ายก็ไม่ได้รอคำตอบจากเอคัสกลับเล่าเื่ของตัวเองอย่างสนุกสนานเฉยเลยเอคัสที่ฟังก็ยิ้มแห้งๆออกมาแต่ในใจเขากำลังก่นด่าพ่อคนนี้อยู่ช่างน่าไม่อายไม่นึกว่าจะเล่าเื่บนเตียงกับท่านแม่ด้วย หลังจากทนฟังอยู่นานเอซาลบ์ก็เรียกทั้งสองลงไปกินมื้อค่ำ
หลังจากไปถึงโต๊ะอาหารก็เห็นเอซาลบ์และลูน่านั่งอยู่ก่อนแล้วบนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารแถมยังมีอาหารที่เอคัสคนก่อนชอบอยู่สองสามอย่างด้วยคอร์เองก็เอ่ยปากชมไม่หยุด ทุกคนไม่ได้มากพิธีนักเอคัสเองก็นั่งกินอาหารพลางชมลูน่าว่าฝีมือไม่ตกเลยทำให้ทั้งลูน่าและเอซาลบ์ขมวดคิ้วอยู่เป็พักๆ
หลังจากกินจนอิ่มท้องเขาก็สังเกตว่า บรรยากาศบนโตะอาหารกลับดูน่าอึดอัดขึ้นมาเอคัสได้แต่สงสัยว่าตัวเขาทำอะไรผิดไปหรือเปล่า แต่เสียงของเอซาลบ์ก็ดังขึ้นทำลายความอึดอัด เอซาลบ์หยิบป้ายอะไรบางอย่างออกมายื่นให้เอคัส พรางอธิบาย
“นี่คือป้ายชื่อของนักเรียนในมหาลัยเวทมนตร์เรจิอุส ขอแค่มีป้ายนี้ก็ไม่ต้องสอบเพื่อเข้าเรียน” พอได้ยินแบบนั้นเอคัสก็ได้แต่สาปแช่งในใจนี่ถึงขั้นจ่ายใต้โต๊ะเลยหรือนี่ไม่เชื่อใจพี่ชายคนนี้เลยหรือ
ถึงจะคิดแบบนั้นมือเขาก็รับป้ายมาอย่างว่าง่ายป้ายนี่มีขนาดประมาณ 2 นิ้ว มีโซ่ร้อยเหมือนปลอกคอหมายังไงไม่รู้ ในป้ายมีชื่อเขาเขียนไว้อย่างเสร็จสับเอคัสมองป้ายชื่อพร้อมจินตนาการถึงเื่ราวในรั้วมหาลัยที่เขาห่างหายไปนาน จะมีสาวสวยแบบไหนรอเขาอยู่เขาเริ่มเพ้อฝันเื่ต่างๆในหัวโดยไม่รู้ตัวเลยว่าทั้งพ่อแม่และน้องสาวต่างรอคำตอบจากเขา
ในมุมมองของคนทั้งสามหลังจากที่เอคัสรับป้ายชื่อไปเขาก็มองมันอย่างเหม่อลอย ทั้งสามจึงเข้าใจผิดคิดว่าเอคัสคงคิดถึงเื่ขมขื่นในอดีตของตน
คอร์พยามจะพูดอะไรหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้พูดมันออกไปเขามองไปที่เอคัสมือกำหมัดแน่นตอนนี้เองลูน่าก็พูดขึ้น
“โรงเรียนมันไม่ใช่ทุกอย่างหากลูกไม่อยากไปก็ไม่เป็ไร ถ้าไม่รู้จะทำอะไรมาทำงานกับแม่ไหมเอคัส”นำ้เสียงอ่อนโยนของลูน่าทำเอาเอคัสหลุดจากความคิดตัวเองพร้อมกับขมวดคิ้ว
คอร์เองก็ชักชวนให้เอคัสไปทำงานที่กิลกับเขาได้เหมือนกันพอเอคัสได้ยินเขาก็เข้าใจเื่ราวขึ้นมานี่พ่อแม่และน้องสาวกำลังเป็ห่วงเขาอยู่งั้นเหรอ
อย่างไรเสียเอคัสคนก่อนก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านถึง 2 ปี ถึงจะออกไปข้างนอกบ้างแต่ก็ไปเพราะความจำเป็เท่านั้นเอคัสมองสีหน้าคนทั้งสาม เขาก็เข้าใจเื่ราวทั้งหมดทันที ทั้งเื่ที่น้องสาวลากเขาไปที่ต่างๆทั้งตอนที่พ่อเขาเบี่ยงประเด็นตอนถามเขาบนห้องทั้งสีหน้าของแม่ที่ดูกังวลนั่น เขาเข้าใจทั้งหมดแล้ว อะไรกันนายก็มีครอบครัวที่ดีไม่ใช่หรือเอคัสคิดในใจ
ตอนนี้เอคัสรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากไม่มีใครไม่ชอบการถูกรักถึงจะมีแต่นั่นต้องไม่ใช่เขา เอคัสมองไปยังคนทั้งสามอีกรอบ ตอนนี้สีหน้าคนทั้งสามมองมาที่เขามันเต็มไปด้วยความรู้สึกห่วงใยอย่างแท้จริง
จู่ๆเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาติดแก้มเขาพอเขาเอามือไปแตะกลับพบว่าเป็น้ำตาของเขาเอง นี่เขากำลังร้องไห้อยู่หรือเอคัสเอามือไปเช็ดนำ้ตาทั้งๆที่พยายามยิ้มออกมา ไม่รู้ทำไมนำ้ตากลับไหลออกมามากกว่าเดิม
พอลูน่าเห็นแบบนั้นเธอก็ลุกขึ้นพร้อมนำ้ตาเดินมากอดเอคัสจากด้านข้างพร้อมขอโทษที่เธอเป็แม่ที่ไม่ได้เื่ทั้งน้ำตาพอคอร์กับเอซาลบ์เห็นแบบนั้นก็เข้าไปกอดเอคัสด้วยถึงจะไม่ได้ร้องไห้ออกมาแต่สีหน้าทั้งสองก็เต็มไปด้วยความห่วงใย หลังจากผ่านไปซักพักในอ้อมกอดของคนทั้งสาม เอคัสก็มีจิตใจมั่นคงขึ้น ตอนนี้เขาก็รับรู้ถึงอะไรนุ่มๆที่ััโดนด้านหลังเขา