จูจื้อโหยวและฟู่ซีซวนเดินทางมายังจวนที่ได้รับพระราชทานจากฝ่าา โดยมีอ๋องฉีร่วมเดินทางมาส่ง
“เป็อย่างไรโหยวเอ๋อ คิดไม่ถึงล่ะสิว่าจวนหลังใหม่ของเ้าจะเป็ที่นี่” อ๋องฉียิ้ม
จูจื้อโหยวรู้จักจวนหลังนี้เป็อย่างดี เพราะมันคือจวนหลังเดิมของนาง หลังจากที่บิดาถูกปลดจากตำแหน่งเพื่อรอรับการสอบสวน บ้านและทรัพย์สินของนางก็ถูดยึดไว้ด้วยเช่นกัน
“หากท่านพ่อท่านแม่รู้ว่าข้าได้กลับมาพักที่นี่ พวกท่านคงดีใจมากเลยเ้าค่ะ”
“เอาล่ะ นี่ก็เลยเวลามามากแล้ว พ่อคงต้องกลับจวนของพ่อเหมือนกัน พวกเ้าก็จะได้พักผ่อนด้วย ขาดเหลืออะไรก็ไปบอกพ่อได้”
“ขอบคุณพ่อบุญธรรมเ้าค่ะ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพ่อบุญธรรม ชาตินี้โหยวเอ๋อคงไม่มีโอกาสได้กลับมาอาศัยที่บ้านแห่งความทรงจำหลังนี้แล้ว” จูจื้อโหยวน้ำตาคลอด้วยความดีใจ ซึ่งมันเป็ความรู้สึกของเ้าของร่างเดิม
“จวนของพ่อก็อยู่ติดกัน เ้าคงไม่ลืมเื่นี้ไปกระมัง” อ๋องฉียิ้มเมื่อเห็นจูจื้อโหยวทำหน้างง “หากเ้าอยากตอบแทนพ่อ เ้าก็กลับไปกินข้าวที่จวนของพ่อสักมื้อ พี่ชายกับน้องสาวของเ้า พวกเขาก็คิดถึงเ้ามาก”
จูจื้อโหยวนึกถึงซ่งอี้เซวียนกับซ่งจินเยว่ขึ้นมาทันที “ซื่อจื่อกับท่านหญิงหรือเ้าคะ?”
“ซื่อจื่อกับท่านหญิงอะไรกัน ตอนนี้พ่อรับสามีเ้ามาเป็บุตรบุญธรรมแล้ว พวกเ้าต้องเรียกเซวียนเอ๋อว่าพี่ใหญ่ ส่วนเยว่เอ๋อก็คือน้องสาวของพวกเ้า ต่อไปต้องลำดับญาติกันให้ถูก หากเ้ายังเรียกพวกเขาห่างเหินเช่นนี้ พ่อคงต้องโกรธพวกเ้าแล้วจริงๆ” อ๋องฉีแสร้งทำเสียงไม่พอใจ
“พ่อบุญธรรมอย่าโกรธเลยนะเ้าคะ ก็ข้าเคยชินกับคำเรียกนั้นมาั้แ่เด็กนี่นา เอาไว้วันหลังข้าจะทำขนมแสนอร่อยแล้วก็เอาชาดีๆ ไปให้ท่านพ่อลองชิม เท่านี้ท่านจะหายโกรธข้าแล้วหรือยังเ้าคะ” จูจื้อโหยวยิ้มอย่างน่ารัก
อ๋องฉีเห็นจูจื้อโหยวกลับมายิ้มร่าเริงได้เหมือนเดิมเขาก็รู้สึกเบาใจ เมื่อนึกถึงวันเวลาที่ยากลำบากของนางใน่ที่ผ่านมาเขาก็รู้สึกผิดขึ้นอีกครั้ง หากเขาสามารถสืบหาพยานหลักฐานได้เร็วกว่านี้ สหายรักของเขาคงไม่จบชีวิตตัวเองไปอย่างน่าเวทนา และจูจื้อโหยวที่เปรียบดั่งบุตรสาวของเขาอีกคนก็คงจะไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดียวและได้แต่งงานไปทั้งที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมาได้ไม่นาน แต่ยังดีที่ฟู่ซีซวนเป็คนดี ต่อจากนี้เขาสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลบุตรสาวและบุตรเขยของสหายรักให้ดี และจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเขาได้
“พ่อกลับจวนก่อนก็แล้วกัน พวกเ้าไม่ต้องไปส่งพ่อหรอก แล้วก็อย่าลืมที่สัญญากับพ่อไว้ด้วยล่ะ”
“ไม่ลืมเ้าค่ะ วันหลังข้าจะไปเยี่ยมท่านพ่อบุญธรรมที่จวน และจะทำขนมอร่อยๆ ไปฝากพี่ใหญ่กับเยว่เอ๋อด้วยนะเ้าคะ”
จูจื้อโหยวยุ่งอยู่กับการจัดบ้านและตกแต่งบ้านอยู่หลายวัน ทั้งฟู่ซีซวนยังเริ่มปรับตารางการใช้ชีวิตของตัวเอง เพราะ่เช้าฟู่ซีซวนต้องฝึกวรยุทธ์กับองครักษ์ที่อ๋องฉีส่งมา ก่อนที่เขาจะเดินทางไปเรียนที่สำนักศึกษา หลังจากมื้อเย็นเขายังต้องทบทวนตำราเพื่อเตรียมตัวสอบจวี่เหริน[1] หรือการสอบในระดับภูมิภาคในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
จากคำแนะนำของอ๋องฉี ถึงแม้ฟู่ซีซวนจะได้รับตำแหน่งในสำนักตรวจราชการตามราชโองการของฝ่าา แต่เพราะฟู่ซีซวนยังอายุน้อย การจะเข้าไปทำงานในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้มีความรู้และผู้าุโเช่นนั้น อย่างน้อยเขาต้องมีความรู้ในระดับที่จะทำให้ผู้อื่นเชื่อถือได้ อีกทั้งฝ่าาก็ไม่ได้มีคำสั่งว่าเขาต้องเข้าไปรับตำแหน่งเมื่อใด ดังนั้นอ๋องฉีที่เห็นความสามารถของฟู่ซีซวน จึงแนะนำให้ฟู่ซีซวนสอบให้ได้ในระดับจิ้นซื่อ[2] เสียก่อน ซึ่งฟู่ซีซวนก็เห็นด้วยกับข้อแนะนำนี้ ดังนั้นกิจวัตรที่ค่อนข้างแน่นของฟู่ซีซวน จึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาได้พูดคุยกับภรรยามากนักใน่กลางวัน
“โหยวเอ๋อ ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยที่่นี้ข้าไม่ค่อยมีเวลาให้เ้าเลย” ฟู่ซีซวนจับมือภรรยาไว้อย่างรู้สึกผิด
“ท่านจะต้องขอโทษทำไมเ้าคะ ข้ารู้ว่าที่ท่านยอมทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่ออนาคตของเรา” จูจื้อโหยวยิ้มอย่างขี้เล่น “ข้าอยากมีสามีเป็จอหงวน ท่านพี่ต้องทำให้ได้นะเ้าคะ”
“เ้า้าอย่างนั้นจริงหรือ?” ฟู่ซีซวนถามอย่างจริงจัง หากนาง้า เขาจะต้องคว้าตำแหน่งนั้นมาให้ได้
จูจื้อโหยวจ้องหน้าสามีและเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของเขา แต่นางก็ไม่อยากให้เขากดดันมากเกินไป การสอบจอหงวนไม่ใช่เื่ง่าย ทั้งเวลานี้ฟู่ซีซวนยังเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุแค่สิบหกปี หากไม่นับว่าเขากับนางที่ถูกคนจัดฉากให้ได้แต่งงานกัน ตอนนี้สามีของนางคงไม่ต้องมารับบทเป็หัวหน้าครอบครัวั้แ่อายุยังน้อย และคงไม่ต้องมากดดันตัวเองถึงเพียงนี้
“ท่านพี่” จูจื้อโหยวกุมมือสามีมาแนบแก้มของตัวเอง “ไม่ว่าท่านจะสอบได้ตำแหน่งใดหรือสอบไม่ได้ตำแหน่งใดเลย ตัวข้าไม่เคยสนใจเื่นั้นเลยเ้าค่ะ หรือแม้แต่ถ้าท่านไม่อยากเข้าไปทำงานในสำนักตรวจราชการตามราชโองการของฝ่าา ข้าเชื่อว่าพ่อบุญธรรมคงช่วยเราเื่นี้ได้ ท่านไม่จำเป็ต้องแบกรับภาระที่หนักหนามากเกินไป ตอนนี้เราสองคนมีบ้าน มีร้านค้า และมีเงินจำนวนมากอยู่ในมือ หากท่านไม่อยากเข้ารับราชการ เราก็ไปทำอาชีพอื่นก็ได้ ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของตัวท่านเอง
ข้าไม่หวังจะให้สามีมีตำแหน่งใหญ่โต ขอแค่เราอยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจและมีความสุข เท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว ท่านไม่จำเป็ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป แต่ถึงแม้ท่านจะตัดสินใจยังไง ข้าก็จะคอยสนับสนุนท่านอยู่ข้างหลัง เมื่อท่านรู้สึกเหนื่อยล้า ขอแค่ท่านหันกลับมามองข้า ท่านก็จะเห็นข้ายืนกางแขนรอรับท่านแบบนี้”
จูจื้อโหยวกางแขนออกแล้วโอบสามีไว้ ฟู่ซีซวนที่ไม่คิดว่าภรรยาจะเริ่มกอดเขาก่อนก็เกร็งขึ้นมาในทันที จริงอยู่ว่าพวกเขาแต่งงานและนอนร่วมเตียงกันแล้ว แต่มันก็แค่นั้นจริงๆ พวกเขายังไม่ได้เข้าหอกันอย่างแท้จริง เป็เพราะเขาไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง อีกทั้งจูจื้อโหยวยังเป็เพียงสาวน้อยร่างกายบอบบาง เขากลัวว่าหากเขาทำเื่อย่างนั้นจะทำให้นางเจ็บเอาได้
จูจื้อโหยวที่เห็นสามีเกร็งตัวขึ้นและไม่กอดนางตอบ นางจึงคลายอ้อมกอดแล้วมองหน้าเขา
“ท่านพี่รังเกียจข้าหรือเ้าคะ”
“ไม่! ข้าจะรังเกียจเ้าได้ยังไง” ฟู่ซีซวนรีบตอบ
“แล้วทำไมท่านถึงไม่กอดข้า”
“ก็...ข้า...ข้า...”
“ท่านพี่เ้าคะ เราสองคนแต่งงานกันแล้ว จริงอยู่ว่าเราสองคนยังไม่ได้เป็สามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์ ท่านคงเห็นว่าข้าตัวเล็กและยังไม่พร้อมกับเื่นั้นจึงไม่ได้คิดที่จะบังคับข้า ซึ่งข้าก็รู้สึกขอบคุณท่านในเื่นี้มาก แต่การแสดงความรักก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปจบที่เื่บนเตียงอย่างเดียวไม่ใช่หรือ การแสดงความรักอย่างอื่นเราก็สามารถทำได้” จูจื้อโหยวเป็คนมาจากโลกอนาคต การแสดงความรักอย่างการกอด หอมแก้ม หรือการจูบ มันก็ไม่ได้ดูมากเกินไปหากไม่ได้ทำประเจิดประเจ้อในที่สาธารณะ ดังนั้น่ที่นางรอให้ร่างกายของนางกับสามีเติบโตพอที่จะทำเื่เช่นนั้นได้ การแสดงความรักอย่างอื่นนางก็อยากให้สามีเปิดใจกับเื่นี้เหมือนกัน
“เ้าพูดจาอะไรอย่างนี้ อย่าไปพูดให้ใครได้ยินเชียว” ฟู่ซีซวนร้องเตือน ทั้งเวลานี้เขาก็หน้าแดงขึ้นไปถึงหูแล้ว
“ท่านพี่” จูจื้อโหยวเรียกสามีเสียงเบา ทั้งยังจ้องตาเขาไม่กะพริบ
ฟู่ซีซวนมองหน้าภรรยาและเห็นว่าภรรยาของเขาช่างมีใบหน้าที่สวยงามจริงๆ ดวงหน้าของนางเล็กเท่าฝ่ามือ ดวงตากลมโต ขนตางอนเป็แพหนา ริมฝีปากบางได้รูปชวนให้หลงใหล ฟู่ซีซวนโน้มตัวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ เขาประทับริมฝีปากของตัวเองลงไปบนริมฝีปากบางนั้น
จูจื้อโหยวให้ความร่วมมือกับสามีเป็อย่างดี การแสดงความรักของทั้งสองคนดำเนินไปนานจนมือไม้ของฟู่ซีซวนเริ่มอยู่ไม่สุข ความปรารถนาของเขาก่อตัวขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน แต่เขาต้องระงับความ้านั้นไว้ เพราะเวลานี้เขาและนางยังไม่พร้อมที่จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันจริงๆ จากตำราที่เขาเคยอ่านมา หญิงสาวควรจะพ้นวัยสิบแปดปีเสียก่อนจึงควรมีบุตร ดังนั้นรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมเขาค่อยทำเื่นั้นกับนาง ทั้งสองคนผละจากกันและจ้องตากันอย่างหวานซึ้ง
“โหยวเอ๋อ ตอนนี้ร่างกายของเ้ากับข้ายังไม่พร้อม รอให้เ้าอายุครบสิบแปดปี จากนั้นเราค่อย...เอ่อ...” ฟู่ซีซวนหน้าแดงไม่กล้าอธิบายต่อ
“ข้าเข้าใจเ้าค่ะ” จูจื้อโหยวยิ้มแล้วกอดสามี
คราวนี้ฟู่ซีซวนกอดตอบภรรยาไว้ในอ้อมแขนเช่นกัน
“หนึ่งในเื่ที่โชคดีที่สุดในชีวิตคือการที่ข้าได้แต่งงานกับท่าน ขอบคุณนะเ้าคะท่านพี่”
“ข้าก็โชคดีเช่นกันที่ได้แต่งกับเ้า” ฟู่ซีซวนดันตัวภรรยาออกและจ้องหน้านางอย่างจริงจังอีกครั้ง “ข้าขอสัญญาต่อฟ้าดินว่าชั่วชีวิตนี้ข้าจะรักเ้าเพียงผู้เดียว และข้าจะไม่รับอนุหรือสตรีใดเข้ามาในจวนอีกเป็อันขาด หากว่าข้าผิดคำสัญญา ขอให้ข้าไม่ตายดี”
“ท่านพี่” จูจื้อโหยวรีบเอามือปิดปากสามีไว้ หากเป็ชีวิตที่แล้ว นางคงไม่รู้สึกอะไรกับคำสัญญาและคำสาบานเหล่านี้ แต่การที่นางได้ข้ามเวลามาใช้ชีวิตในยุคนี้ทำให้นางไม่กล้าลบหลู่เื่เหล่านี้เลยจริงๆ “ท่านไม่จำเป็ต้องกล่าวเช่นนั้นเ้าค่ะ”
“หากข้าไม่กล่าวเช่นนี้แล้วคำพูดของข้าจะน่าเชื่อถือได้ยังไง โหยวเอ๋อ...เ้าคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของข้า”
สองสามีภรรยาจุมพิตกันอย่างลึกซึ้งอยู่เป็เวลานาน
____________________
การสอบเข้ารับราชการของจีนเรียกว่าเคอจวี่ แบ่งเป็ทั้งหมด 3 รอบ
[*] รอบที่หนึ่งเรียกว่าซิ่วไฉ เป็การสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น
[1] รอบที่สองเรียกว่าจวี่เหริน เป็การสอบคัดเลือกระดับภูมิภาค
[2] รอบที่สามเรียกว่าจิ้นซื่อ ในการสอบรอบนี้จะเป็การสอบคัดเลือกหน้าพระพักตร์ จักรพรรดิจะเป็ผู้ทดสอบด้วยตนเอง