กรุงโรม...ประเทศอิตาลี
คฤหาสน์อัสโตโน่…ในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ร่างแข็งแรงกำยำสองร่างกำลังแหวกว่ายตีคู่กันอยู่ในน้ำก่อนร่างทางด้านซ้ายจะขยับแซงขึ้นไปเรื่อยๆ จนไปแตะขอบสระได้ก่อนเป็คนแรก
“เฮ้อ...ไม่อยากแข่งกับนายเลยแข่งกันทีไรพี่แพ้ทุกทีเลย” คนที่ว่ายมาถึงขอบสระทีหลังบ่นอุบอย่างเซ็งจัดผิดกลับคนชนะที่หัวเราะร่าพลางสะบัดศีรษะไปมาจนหยดน้ำที่เกาะอยู่บนเส้นผมกระเซ็นออกไป จากนั้นก็ยกมือขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าแล้วโหนตัวขึ้นไปนั่งบนขอบสระ
“ผมออมมือให้แล้วนะ”
“ออมแค่ตอนแรกน่ะสิพอใกล้จะถึงขอบสระนายเร่งสปีดเชียว ไม่ทิ้งลายนักกีฬาว่ายน้ำเก่าเลยนะ”
“แน่นอนสิถ้าผมแพ้พี่ก็ขายหน้าแย่เลย”อัลแบร์โต้เอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดีวันนี้เขากับคาร์โลซึ่งเป็พี่ชายคนโตอยู่บ้านพอดีจึงชวนกันมาว่ายน้ำเล่นและแน่นอนว่าจะต้องแข่งว่ายน้ำกันทุกครั้งไปซึ่งเขาก็มักเป็ฝ่ายชนะตลอด
อัลแบร์โต้เป็อดีตนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยชายหนุ่มเคยติดทีมชาติด้วยแต่เพราะไม่มีเวลาซ้อมเนื่องจากติดเรียนรวมถึงตอนนั้นเขาก็เริ่มสนใจเล่นกีฬาทางน้ำชนิดอื่นๆด้วยเลยต้องขอถอนตัวไปในที่สุด อัลแบร์โต้ชอบน้ำเขาจึงชอบว่ายน้ำและเล่นกีฬาทางน้ำอยู่บ่อยๆ ยามมีเวลาว่าง ดังนั้นผิวพรรณของเขาจึงค่อนข้างคล้ำกว่าพี่ชายทั้งสองคนมาก
ชายหนุ่มสูงเท่าๆพี่ชายทั้งสองคนแต่มีไหล่กว้างกว่ามากตามประสารูปร่างของนักว่ายน้ำทั่วๆ ไปใบหน้าของเขาคมเข้มและหล่อเหลาไม่แพ้พี่ชายแต่หน้าจะดูหวานกว่านิดๆอัลแบร์โต้ดูมีความเป็มิตรต่อผู้คนมากกว่าเพราะดวงตาเขาเปล่งประกายขี้เล่นอยู่เป็นิตย์โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มของเขานั้นก็เืเย็นไม่แพ้พี่ชายทั้งสองเช่นกันซึ่งคนที่จะมีโอกาสได้เห็นก็มีแต่คนที่ทำให้เขาโกรธแค้นจัดจนนึกอยากฆ่าให้ตายเท่านั้น
“วันนี้นายเข้าโรงแรมหรือเปล่า” คาร์โลที่โหนตัวขึ้นมานั่งบนขอบสระบ้างเอ่ยถามออกมา
“เข้าครับ ทำไมเหรอครับ”
“ช่วยจัดการห้องพักให้ลูกค้าของพี่สองห้องด้วยนะเขาจะมาพรุ่งนี้”
“ได้ครับเดี๋ยวบ่ายนี้ผมจะสั่งให้คนจัดการให้”
“ขอบใจ จริงสิแล้วน้องวิเวียนเป็ยังไงบ้างล่ะ เธอสบายดีหรือเปล่า”
“สบายดีครับ” อัลแบร์โต้ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบและดวงตาเฉยเมย วิเวียนนา...ลูกสาวของลุงฟรานโก้ที่อยู่ที่สเปนนั้นตอนนี้ได้มาทำงานเป็ผู้ช่วยเลขาของเขาที่โรงแรมแล้วตามคำสั่งแกมขอร้องของบิดาเธอกับบิดาของเขา
คาร์โลมองหน้าน้องชายอย่างจับสังเกตแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาจึงถามออกมาตรงๆ
“นายรู้สึกยังไงกับน้องวิเวียน”
“ก็รู้สึก...รักและเอ็นดูเหมือนกับที่รู้สึกกับน้องเหมียวครับ”
“ทำงานใกล้ชิดกันมาหลายเดือนแล้วความรู้สึกยังไม่เปลี่ยนเลยเหรอ”
“ยังเหมือนเดิมครับ” อัลแบร์โต้ตอบด้วยรอยยิ้มน้อยๆ อย่างไม่ปิดบัง แม้วิเวียนนาจะสวยหวานถูกใจเขาและจากการได้ทำงานใกล้ชิดกันก็เข้ากันได้เป็อย่างดีก็ตามแต่ความรู้สึกในใจของเขาที่มีต่อเธอก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิมสักเท่าไรนักอาจเป็เพราะเขาวางเธอไว้ในฐานะน้องสาวั้แ่แรกก็เป็ได้
เมื่อได้รับคำตอบเช่นนี้คาร์โลก็ไม่เซ้าซี้ถามอะไรอีกสองหนุ่มว่ายน้ำแข่งกันอีกรอบก่อนจะขึ้นจากสระเมื่อตุลยาออกมาตามให้ไปทานอาหารกลางวันพอตกตอนบ่ายอัลแบร์โต้ก็เข้าไปดูงานในโรงแรม ขณะกำลังนั่งเซ็นเอกสารอยู่นั้นประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเคาะก่อนจะถูกเปิดเข้ามาด้วยฝีมือของวิเวียนนาซึ่งวันนี้หญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาวกล่อมเท้าสีสันดูสดใสเพราะมีภาพดอกทานตะวันเล็กๆแต่งแต้มไปทั้งชุดสีขาว วิเวียนนาไม่ได้แต่งเครื่องแบบพนักงานเหมือนคนอื่นๆเนื่องจากเธอได้รับการยกเว้นเป็กรณีพิเศษ หญิงสาวเดินถือแฟ้มเล่มใหม่เข้ามาให้เขาพอส่งให้เสร็จเธอก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแจ่มใส
“พี่อัลคะฉันมีเื่อยากจะขอค่ะ”
เมื่อได้มาทำงานด้วยกันจนสนิทสนมกันมากขึ้นอัลแบร์โต้ก็ขอให้เธอเรียกเขาว่าพี่อัลแทนการเรียกว่าคุณซึ่งหญิงสาวก็ยอมทำตามโดยดี
“ขอเื่อะไรเหรอ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง ดวงตาเปล่งประกายเอ็นดู เขาวางปากกาในมือลงแล้วเงยหน้ามองคนพูดอย่างตั้งใจฟัง
“คือ...พอกลับมาจากงานแต่งของพี่มาร์โก้แล้วฉันอยากขอลาพักร้อนสักหนึ่งอาทิตย์น่ะค่ะ”
อัลแบร์โต้หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกขันคนขอนี่หากหญิงสาวเป็พนักงานกินเงินเดือนของเขาจริงๆ แล้วมาขอลาพักร้อนแบบนี้ละก็เขาได้ไล่ตะเพิดให้ลาออกไปแทนจะดีกว่าไปแล้ว ก็มีอย่างหรือเพิ่งทำงานได้ยังไม่ถึงสามเดือนดีแต่กลับมาขอลาพักร้อนเสียแล้วแต่นี่เพราะวิเวียนนาเป็พนักงานกิตติมศักดิ์เขาจึงไม่อาจไล่ออกได้แถมยังต้องให้ตามคำขออีกด้วย
“ได้สิจะลามากกว่าหนึ่งอาทิตย์ก็ยังได้ ว่าแต่น้องวิเวียนจะลากลับบ้านเหรอ”
“ยังไม่อยากกลับบ้านหรอกค่ะ” พูดถึงบ้านแล้ววิเวียนนาก็ย่นจมูกทันที จึงเรียกเสียงหัวเราะจากอัลแบร์โต้ได้เนื่องจากชายหนุ่มรู้ดีว่าทำไมเธอถึงยังไม่อยากกลับบ้านในตอนนี้ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวด้วยความเห็นใจ เขารู้ดีว่าเธอก็ไม่ได้ชอบมาทำงานกับเขานักหรอกแต่ก็ขัดบิดาไม่ได้เหมือนกัน
“แล้วจะไปไหนล่ะ” เขาถามอย่างเป็ห่วง
“คิดว่าจะไปพักผ่อนที่ทะเลน่ะค่ะอยากหาแรงบันดาลใจเขียนนิยายเื่ใหม่” เธอยอมบอกเหตุผลที่ขอหยุดงานอย่างอายๆปนรู้สึกผิดนิดๆ แต่เขายิ้มให้อย่างเข้าใจและเอ่ยเหมือนสนับสนุนออกมา
“ถ้าอย่างนั้นขอให้เที่ยวให้สนุกนะและก็ขอให้เขียนนิยายเื่ใหม่ได้ด้วย”
“ขอบคุณค่ะที่เข้าใจ” วิเวียนกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ อัลแบร์โต้ดีต่อเธอเสมอและยังช่วยสนับสนุนความฝันของเธออย่างเต็มที่จนเธอไม่รู้จะตอบแทนเขาอย่างไรดีจนเธอก็เผลอคิดไปเหมือนกันว่าหากบิดา้าให้เธอแต่งงานกับเขาจริงๆ ละก็เธอก็อาจยอมแต่งด้วยเพราะเธอคงมีความสุขมากกว่าจะมีความทุกข์หากอยู่กับเขา
อัลแบร์โต้ยิ้มให้ก่อนจะส่งแฟ้มเอกสารที่เซ็นเสร็จแล้วให้เธอวิเวียนนารับมาถือไว้แล้วยิ้มหวานให้เขาจากนั้นก็เดินออกจากห้องทำงานไปอย่างอารมณ์ดี
กรุงมาดริด...ประเทศสเปน
สายตาคมกริบตวัดมองไปที่บานประตูของห้องทำงานเมื่อได้ยินเสียงเคาะดังขึ้นอัลเฟรโด้วางแผ่นกระดาษในมือลงแล้วเอ่ยถามออกไปเสียงเข้มอย่างหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
“มีอะไร”
“น้องเองค่ะพี่เฟรโด้น้องเอาของว่างมาให้ค่ะ”
เสียงที่ตอบกลับมานั้นทำให้สีหน้าตึงเครียดของชายหนุ่มลดลงและดวงตาขุ่นมัวก็เจือแววอ่อนโยนมากขึ้นกว่าเดิม
“เข้ามาสิจ๊ะ”
สิ้นเสียงอนุญาตประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกศิศิรายิ้มแป้นให้พี่ชายก่อนเป็อันดับแรกแล้วหันไปจัดการปิดประตูให้เรียบร้อยจากนั้นก็เดินถือถาดที่มีจานใส่คุกกี้กับถ้วยชากลิ่นหอมกรุ่นมาวางที่โต๊ะทำงานของอัลเฟรโด้หญิงสาวยกถ้วยชาส่งให้พี่ชายซึ่งเขาก็รับมาจิบให้พอชุ่มคอ
“พี่เฟรโด้มีเื่อะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะสองสามวันมานี่น้องเห็นพี่ชอบทำหน้าเครียดอยู่บ่อยๆ”เธอถามอย่างเป็ห่วง จริงอยู่ว่าอัลเฟรโด้ไม่ใช่คนชอบยิ้มแย้มสักเท่าไรนัก สีหน้าเขามักจะเรียบเฉยจนบางครั้งดูเ็าเกินไปแต่เวลาที่เขาอยู่กับเธอนั้นเขาจะผ่อนคลายมากขึ้นและยิ้มแย้มเก่งขึ้นไปด้วยทว่าหมู่นี้แม้อยู่ต่อหน้าเธอ อัลเฟรโด้ก็ยังทำหน้าเครียดอยู่บ่อยครั้งให้เห็น เธอจึงอดเป็ห่วงไม่ได้
คนถูกถามส่งยิ้มอ่อนๆ ให้พลางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเขามองใบหน้างดงามของน้องสาวนิ่งๆ อยู่อึดใจก่อนจะถอนใจออกมาเพราะตัดสินใจแล้วว่าควรบอกเธอให้รู้เื่นี้ไว้จะเป็ผลดีมากกว่าผลเสีย
“คาริน่า...่นี้พี่อยากให้น้องระวังตัวเอาไว้หน่อยถ้าไม่จำเป็ก็ขอให้อยู่แต่ในบ้านจะดีที่สุด หรือถ้าอยากออกไปเที่ยวจริงๆ ก็ให้เอาบอดี้การ์ดที่พี่หาไว้ให้ตามติดไปด้วยห้ามหนีไปคนเดียวอย่างเด็ดขาด” อัลเฟรโด้เน้นย้ำประโยคสุดท้ายเสียงหนักเพราะศิศิรามักชอบหนีไปไหนมาไหนคนเดียวอยู่เป็ประจำ
“ทำไมคะเกิดอะไรขึ้นหรือคะพี่เฟรโด้”
“ความจริงพี่ก็ไม่อยากบอกให้น้องต้องเป็กังวลหรอกนะแต่พี่คิดว่าควรบอกให้น้องรู้ไว้เพื่อน้องจะได้ระวังตัวไว้จะดีกว่า” เขาบอกหน้าเครียด “คือตอนนี้ครอบครัวเราไม่ค่อยจะปลอดภัยนักเพราะคู่แข่งทางธุรกิจบางคนของพี่กำลังเล่นไม่ซื่อ พี่ได้ข่าวจากคนที่ไว้ใจได้ว่ามันคิดจะจับตัวคนในครอบครัวเราไปเป็ตัวต่อรองเพื่อขู่ให้บริษัทของเราถอนตัวจากการร่วมประมูลโครงการสร้างถนนทางตอนเหนือของประเทศของรัฐบาลที่กำลังจะมีการประมูลเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้”
ฟังแล้วศิศิราก็ยกมือขึ้นทาบอกอย่างวิตกกังวลอัลเฟรโด้เห็นท่าทางของน้องก็ลุกขึ้นเดินมากอดปลอบ
“ใจเย็นๆ ไม่ต้องกลัวนะคนดีมันทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอกเพราะพี่จ้างบอดี้การ์ดมืออาชีพมาคุ้มกันเพิ่มขึ้นแล้วล่ะตอนนี้พี่เป็ห่วงน้องแค่คนเดียวเท่านั้นเพราะคุณพ่อคุณแม่ก็อยู่ต่างประเทศแล้วพวกมันคงไม่กล้าตามไปจับตัวพวกท่านหรอกเพราะในคณะเดินทางก็มีคนใหญ่คนโตในรัฐบาลเดินทางไปเที่ยวด้วยทั้งนั้นและบอดี้การ์ดที่พี่ให้ติดตามไปด้วยก็ฝีมือดีทั้งนั้นเหมือนกัน”
พอได้ฟังเช่นนี้แล้วหญิงสาวก็รู้สึกสบายใจมากขึ้นเธอจึงไม่ห่วงบิดากับมารดาอีก ดังนั้นความห่วงใยจึงพุ่งเป้ามาที่พี่ชายของเธอแทน
“ถ้าอย่างนั้นพี่เฟรโด้ก็ต้องระวังตัวให้มากนะคะเพราะพวกมันคงพุ่งเป้ามาเล่นงานพี่แทน”
“ไม่ต้องห่วงพี่หรอกพี่ดูแลตัวเองได้ และพี่คิดว่าพวกมันคงไม่ได้มุ่งเป้ามาที่พี่แน่ๆ” เขาบอกเสียงเครียด แววตานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยระคนกังวล ใครๆก็รู้ว่าศิศิราเป็ดั่งดวงใจของทุกคนในบ้าน ดังนั้นพวกมันต้องคิดว่าเธอมีความสำคัญมากและคงมีอำนาจต่อรองสูงเขาจึงมั่นใจว่าแผนการในครั้งนี้คู่แข่งต้องพุ่งเป้ามาที่ศิศิราอย่างแน่นอนชายหนุ่มดันร่างบางออกห่างแล้วบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คาริน่า...พี่เป็ห่วงน้องเหลือเกินน้องสัญญากับพี่นะว่าจะไม่ออกไปไหนโดยไม่มีบอดี้การ์ดติดตามอีก”
“ค่ะ”ศิศิรารับปากอย่างแข็งขันก่อนจะนิ่งเงียบไปอึดใจใหญ่เพราะกำลังไตร่ตรองว่าควรพูดดีหรือไม่การที่เธอยกของว่างเข้ามาให้พี่ชายในห้องทำงานเองเช่นนี้เนื่องจากหญิงสาวมีเื่ที่อยากจะขอนั่นเองอัลเฟรโด้เห็นน้องสาวเงียบไปนานจึงคิดว่าเธอกำลังหวาดกลัวอยู่ เขาเลยลูบผมนุ่มสลวยเบาๆพร้อมกับเอ่ยปลอบโยน
“กลัวมากหรือ...ไม่ต้องกลัวนะพี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายน้องสาวของพี่ได้หรอก”
“ค่ะ เอ่อ...พี่เฟรโด้คะ ความจริงแล้วที่น้องเข้ามาหาพี่เพราะมีเื่อยากจะขอน่ะค่ะ”
อัลเฟรโด้นิ่งไปอึดใจก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเพราะเขารู้ทันั้แ่แรกแล้ว
“คิดไว้แล้วเชียวถ้าไม่มีเื่อยากขอคงไม่มาเอาใจพี่แบบนี้หรอก”
“แหม...พี่เฟรโด้ก็พูดเกินไป” เธอค้อนให้วงหนึ่ง “ทำเหมือนน้องไม่เคยดูแลเอาใจใส่พี่อย่างนั้นแหละ”
“ก็จริง แต่มันน้อยมากเลยนะ” เขาเอ่ยเย้าแหย่เล่นเสียงกลั้วหัวเราะ ศิศิราค้อนให้อีกวงอย่างงอนๆแต่ก็งอนพอเป็พิธีเท่านั้นเพราะเธอยังไม่บรรลุเป้าหมายที่้าซึ่งดูท่าจะขอยากกว่าที่คิดเสียแล้วในตอนนี้เพราะดันมีอุปสรรคเข้ามาแทรกอัลเฟรโด้ยังคงหัวเราะขำอยู่พลางโยกศีรษะน้องสาวเล่นไปด้วยอย่างมันเขี้ยว ก่อนถามอย่างเอ็นดู“จะขออะไรพี่ฮึยัยตัวยุ่ง”
ศิศิรายิ้มหวานประจบสุดชีวิตก่อนเอ่ยขอในสิ่งที่้าออกมา
“น้องอยากขอไปเมืองไทยค่ะ”
“ไม่ได้” อัลเฟรโด้ปฏิเสธทันควันแล้วเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานเหมือนเดิม “พี่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าตอนนี้ครอบครัวเรากำลังตกอยู่ในอันตรายน่ะ”
“น้องทราบดีค่ะ” หญิงสาวเดินตามเข้าไปยืนอยู่ใกล้ๆ แล้วให้เหตุผล “แต่น้องอยากกลับไปเที่ยวบ้านเกิดนี่นาอีกอย่างน้องก็คิดดีแล้วว่าหากน้องไปอยู่เมืองไทยสักพักหนึ่งก็คงจะปลอดภัยกว่าอยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอคะ”เมื่อเห็นอัลเฟรโด้นิ่งคิดหญิงสาวก็รีบอ้อนทันที “ให้น้องไปเมืองไทยเถอะนะคะพี่เฟรโด้ ให้น้องไปอยู่ไกลๆ สักพักหรือจนกว่าการประมูลจะจบก็ได้คนพวกนั้นไม่รู้ว่าบ้านเกิดน้องอยู่ที่ไหนในเมืองไทย คงไม่มีทางตามหาน้องเจอหรอกค่ะ”
“แต่ยังไงพี่ก็ยังอดเป็ห่วงไม่ได้อยู่ดี” แม้จะเห็นดีด้วยกับความคิดนี้ของน้องสาวแต่จะให้ไปไกลหูไกลตาขนาดนั้นอัลเฟรโด้ก็อดห่วงไม่ได้
“น้องรู้ค่ะแต่น้องคิดว่าวิธีนี้ดีที่สุดแล้วนะคะ พี่เฟรโด้จะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องมาห่วงน้องอีกยังไงล่ะคะ” เธอพยายามโน้มน้าวใจ “นะคะพี่เฟรโด้ ให้น้องไปอยู่เมืองไทยสักพักเถอะนะคะน้องคิดถึงบ้านและก็อยากกลับไปกราบอัฐิของพ่อด้วยค่ะ” หญิงสาวบอกเสียงเศร้าเธอคิดถึงบ้านจริงๆ เพราะไม่ได้กลับเมืองไทยมาสองปีกว่าแล้วเธออยากกลับไปเห็นว่าบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน อยากกลับไปอยู่ในบ้านที่มีความทรงจำแสนสุขเมื่อครั้งที่บิดาบังเกิดเกล้ายังมีชีวิตอยู่เธออยากกลับไปพักพิงใจเหลือเกิน
อัลเฟรโด้ไม่ชอบเห็นน้องสาวทำหน้าเศร้าแบบนี้เลยเห็นทีไรเขาปวดใจและรู้สึกผิดทุกที ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่พลางลุกขึ้นยืนแล้วคว้าร่างบางมากอดไว้แนบอกก่อนบอกเสียงอ่อนอย่างอ่อนใจทุกครั้งไป
“เอาล่ะ อย่าร้องไห้เลยนะถ้าน้องอยากไปหลบอยู่เมืองไทยจริงๆ พี่ก็อนุญาต แต่ต้องมีบอดี้การ์ดติดตามไปด้วยนะอ้อ...พี่จะให้ลิลลี่ตามไปดูแลน้องที่โน่นด้วยอีกคน”
ศิศิราทำหน้าตูมเนื่องจากไม่ชอบใจที่ต้องมีผู้ติดตามติดตัวอยู่ตลอดเวลามันเหมือนกับเธอเป็นักโทษหรือเด็กไม่ดีที่ต้องมีผู้คุมอย่างไรก็ไม่รู้แต่หญิงสาวก็ไม่อาจเอ่ยทักท้วงออกมาได้เพราะหากไม่ทำตามคงอดไปอยู่เมืองไทยเป็แน่ เธอเลยต้องเออออตามไปด้วยอย่างเซ็งๆ
กรุงเทพมหานคร...ประเทศไทย
ภายในโรงแรมอัสโตโน่กำลังมีงานเลี้ยงใหญ่เป็งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสระหว่างมาร์โก้ อัสโตโน่และมัญชรีหญิงสาวชาวไทยผู้แสนโชคดีที่สุดจนสาวๆต่างพากันอิจฉาที่เธอได้ผู้ชายที่ทั้งหล่อและร่ำรวยมหาศาลคนนี้ ผู้เป็เ้าบ่าวเลือกที่จะแต่งงานในเมืองไทยตามความ้าของเ้าสาวตอนเช้าทั้งสองคนเข้าโบสถ์แต่งงานกันท่ามกลางญาติสนิทและคนรู้จักสนิทสนมมากมายที่มาเป็สักขีพยานให้ด้วยความยินดีพอตกค่ำก็มีงานเลี้ยงฉลองสมรสเกิดขึ้นที่โรงแรมอัสโตโน่ซึ่งคราวนี้บ่าวสาวได้เชิญแเื่ที่รู้จักมามากมายโดยส่วนใหญ่มักเป็คู่ค้าทางธุรกิจและพวกเพื่อนๆในแวดวงต่างๆ ที่รู้จัก
ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่นทุกคนต่างมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บ่าวสาวก็ยืนรับแขกอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยใบหน้าของทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยความสุขจนคนรอบข้างพลอยยิ้มตามและสุขใจไปด้วยงานแต่งคราวนี้นอกจากครอบครัวอัสโตโน่จะยกกันมาทั้งบ้านแล้ว ก็ยังมีครอบครัวของวิเวียนนาและครอบครัวของตุลยาอีกด้วย
เคลาดิโอยืนมองบ่าวสาวด้วยความปลื้มปีติก่อนจะหันมามองลูกชายคนสุดท้องที่ยังครองตัวเป็โสดอยู่ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆวิเวียนนาที่วันนี้แต่งตัวได้สวยหวานหยดย้อยเหลือเกินด้วยสายตามาดหมายบางอย่างก่อนเอ่ยออกมา
“มีความสุขเหลือเกินที่ได้เห็นลูกชายอีกคนเป็ฝั่งเป็ฝามีครอบครัวที่สมบูรณ์เสียที”
“ใช่ค่ะอีกหน่อยเราก็จะมีหลานตัวน้อยๆ มาให้ชื่นใจ” สาวิกาเอ่ยยิ้มๆอย่างเห็นด้วย
“ใช่แล้วเมื่อไรยัยหนูกับคาร์โลถึงจะมีลูกกันสักทีล่ะจ๊ะระวังจะโดนมาร์โก้กับหนูนุ่มแซงเอานะ” นภาลัยเอ่ยแซวลูกสาวตัวเองกับลูกเขยเล่นเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะเดียวกันได้ครืนใหญ่
“ขยันๆ หน่อยสิคาร์โลพ่อรออุ้มหลานอยู่นะ” เดชชาติเอ่ยหยอกเย้าเล่นบ้างด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“โธ่...คุณพ่อครับผมน่ะขยันอยู่ทุกคืน”
คำตอบของคาร์โลเรียกเสียงฮาครืนใหญ่จากทุกคนได้ยกเว้นตุลยาที่อายจนหน้าแดงก่ำหญิงสาวหยิกแขนสามีหนุ่มอย่างมันเขี้ยว คาร์โลเลยแสร้งร้องโอดโอยเบาๆอย่างหยอกเย้าภรรยาสาวเล่น จึงเรียกรอยยิ้มเอ็นดูระคนขบขันจากทุกคนในโต๊ะ
“หมดห่วงไปสองเปลาะแล้วทีนี้ก็เหลืออีกเปลาะหนึ่งซึ่งอีกไม่นานคงได้มีข่าวดีเร็วๆ นี้แน่ จริงไหมฟรานโก้” เคลาดิโอหันไปพูดกับเพื่อนรักยิ้มๆ อย่างมีความนัยซึ่งก็ไม่ใช่ความลับอะไรเพราะทุกคนในโต๊ะรู้ดีว่าเขาหมายถึงเื่อะไร
“ฮ่าๆหวังว่าจะเป็อย่างนั้นนะ” ฟรานโก้ตอบกลับเสียงกลั้วหัวเราะ
“หวังว่าอะไรกันต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้ว”เคลาดิโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขังพลางหันไปมองอัลแบร์โต้กับวิเวียนอย่างมีความหวัง ท่าทีที่สนิทสนมกันมากขึ้นของหนุ่มสาวทำให้เขากับฟรานโก้พึงพอใจจึงค่อนข้างมั่นใจว่าทั้งสองน่าจะรักชอบพอกันขึ้นมาบ้างแล้ว“ใช่ไหมนายอัล” เคลาดิโอถามบุตรชาย
อัลแบร์โต้ไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มให้เท่านั้นซึ่งพวกผู้ใหญ่ก็คิดไปกันเองว่าชายหนุ่มไม่ปฏิเสธแต่ใครเล่าจะรู้ดีไปกว่าเ้าตัวและหญิงสาวที่นั่งยิ้มเฉยเช่นกันอยู่ข้างกายอัลแบร์โต้และวิเวียนนาหันมามองหน้ากันโดยไม่พูดอะไรแต่กับเข้าใจอีกฝ่ายดีว่าคิดเช่นไรต่อกัน
หลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งคู่บ่าวสาวก็เดินทางไปฮันนีมูนที่บ้านพักริมทะเลที่มาร์โก้ได้ซื้อต่อจากเพื่อนไว้ทันทีเป็เวลาสองอาทิตย์ส่วนครอบครัวของเคลาดิโอและครอบครัวของฟรานโก้นั้นอยู่เที่ยวเมืองไทยต่ออีกสามวันโดยพากันไปเที่ยวที่บ้านของครอบครัวตุลยาที่เชียงใหม่ซึ่งพอครบกำหนดแล้วทุกคนก็เดินทางกลับอิตาลีเลย ยกเว้นเพียงอัลแบร์โต้เท่านั้นที่ขออยู่ตรวจงานที่โรงแรมก่อนเคลาดิโอได้ทีจึงรีบบอก
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้หนูวิเวียนอยู่เที่ยวที่นี่ต่อก็แล้วกันเห็นบอกว่าอยากลองเที่ยวทะเลที่เมืองไทยดูไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวให้นายอัลพาเที่ยวแล้วค่อยกลับอิตาลีไปพร้อมกันก็ได้”
“นั่นสิ ไหนๆอัลก็อยู่ตรวจงานอยู่แล้ว ทำงานเสร็จแล้วพาน้องเที่ยวต่อได้ไหม” ฟรานโก้รีบสนับสนุน
อัลแบร์โต้หันไปมองวิเวียนนาอย่างขอความคิดเห็นตัวเขานั้นไม่มีปัญหาอะไรเพราะสามารถพาเธอไปเที่ยวได้หลังจากตรวจงานเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่หญิงสาวมีท่าทีอึดอัดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมา
“คือ...หนูคงอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้หรอกค่ะเพราะหนูยังมีงานที่ต้องกลับไปทำอยู่”
“เื่งานที่โน่นไม่ต้องห่วงหรอกมีเลขาอีกคนอยู่ไม่ใช่เหรอ หนูเป็เลขาส่วนตัวของนายอัลนี่นาความจริงแล้วก็น่าจะอยู่ช่วยงานนายอัลที่นี่นะ” เคลาดิโอยังไม่ละความพยายาม
“ไม่ได้หรอกค่ะหนูอยากรับผิดชอบงานที่ทำค้างไว้ให้เสร็จค่ะ”วิเวียนนายืนยันเสียงหนักแน่นก่อนจะมองอัลแบร์โต้อย่างขอความช่วยเหลือชายหนุ่มสบตาด้วยก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าเธอเคยขออะไรไว้ก่อนมาเมืองไทยเขาจึงรีบช่วยพูดให้
“ให้น้องวิเวียนกลับอิตาลีพร้อมทุกคนเถอะครับ่นี้งานที่โรงแรมที่โน่นค่อนข้างเยอะ ให้น้องวิเวียนกลับไปช่วยที่นั่นจะดีกว่า ตัวผมเองพอตรวจงานที่นี่เสร็จแล้วก็คงต้องรีบเดินทางกลับเหมือนกันคงไม่มีเวลาว่างพาน้องวิเวียนเที่ยวหรอกครับ”
“ใช่ค่ะ” หญิงสาวรีบพยักหน้าสนับสนุนทันทีก่อนจะสบตากับอัลแบร์โต้อย่างขอบคุณ
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ” เคลาดิโอไม่เ้ากี้เ้าการอะไรอีก ดังนั้นในวันรุ่งขึ้นทุกคนจึงเดินทางกลับอิตาลีไปพร้อมกันทิ้งอัลแบร์โต้ให้อยู่ตรวจงานที่โรงแรมโดยมีฟานบิเอโก้ซึ่งเป็บอดี้การ์ดคนสนิทคอยดูแลเพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะชายหนุ่มไม่ชอบให้มีคนติดตามเยอะ