"แปลกจริง!"
" ทำไมเปลวแสงสีส้มถึงทำอะไรมันไม่ได้กัน!"
เทียนฉินหลบหลีกกรงเล็บอย่างยากลำบาก เขาทำได้เพียงปัดป้องด้วยดาบเพลิงสุริยาเพียงเท่านั้น พรางครุ่นคิดหาวิธีรับมือกับกรงเล็บสีดำนั้นอย่างเร่งด่วน
"ฮ่าๆ ทำไมไม่อวดดีต่อไปเล่าเ้าหน้าขาว!"
ชิวฟ่างหัวเราะอย่างเริงร่าที่เห็นเทียนฉินทำอะไรเขาไม่ได้เลย เขาเร่งพลังปราณบังคับกรงเล็บให้พุ่งเข้าใส่เทียนฉินอย่างต่อเนื่องโดยไม่คิดจะให้เทียนฉินหยุดพักสักนิดเลย
"หืม! หรือว่า!!"
เทียนฉินพลันนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา จากนั้น
จึงเหาะหลบหลีกกรงเล็บไปข้างหน้าก่อนวนกลับไปกลับมา ทำซ้ำแบบนั้นอยู่หลายรอบจนพอได้เห็นเค้าลางที่น่าสงสัยบางอย่าง จากนั้นจึงหยุดอยู่กลางท้องฟ้า หันมองหาร่างของชิวฟ่างพลางกล่าว
"คิดว่าค่ายกลกระจอกนี้จะจัดการข้าได้อย่างนั้นหรือ?
เทียนฉินเอ่ยหยั่งเชิง หวังว่าความคิดของเขาจะถูกต้อง
"โอ่ว! เ้ารู้จักค่ายกลด้วยรึ!"
"นับว่ายังพอมีความรู้ความสามารถอยู่บ้าง!"
"แต่ถึงรู้ว่าเป็ค่ายกลแล้วเ้าทำอะไรได้ ฮ่าๆ"
เทียนฉินเผลอยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ เขาเข้าใจถูกแล้วตอนนี้ตัวเขาได้ตกอยู่ในค่ายกลบางอย่างอยู่นี่เอง จึงไม่อาจทำอะไรกับชิวฟ่างได้เลย
เทียนฉินเริ่มมองหาจุดเชื่อมต่อของค่ายกลนั้นทันที ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความสามารถทางด้านค่ายกลเลย แต่ใช่ว่าเทียนฉินจะไม่รู้จักโครงสร้างของมัน
ค่ายกลทุกชนิดล้วนมีองค์ประกอบคล้ายคลึงกัน คือต้องมีแกนหลักหลายอันวางไว้ตามจุดต่างๆเพื่อเชื่อมโยงถึงกันจึงเกิดเป็ค่ายกลได้ เหมือนอย่างเช่นที่เทียนฉินได้เห็นตอนสี่นิกายใหญ่ใช้ธงทั้งสี่อันเพื่อเปิดค่ายกลของแดนลับแห่งนี้
"อยู่นี่เอง!"
เทียนฉินพลันสังเกตเห็นจุดแสงเล็กๆกระพริบอยู่มุมหนึ่ง จึงรีบเหาะไปทางนั้นแล้ววาดดาบเพลิงสุริยาเข้าใส่เต็มแรง
ตู้ม!
จุดที่ดาบเพลิงสุริยาฟาดไปโดนนั้นพลันปรากฎกระดูกสีขาวชิ้นหนึ่งลอยขึ้นมา บนตัวกระดูกล้วนเต็มไปด้วยอักขระสีดำแปลกตาเขียนทับซ้อนกันจนยุ่งเหยิง
เพียงไม่นานกระดูกสีขาวที่ลอยขึ้นมาก็เริ่มปรากฎรอยแตกร้าวก่อนแหลกสลายกลายเป็ผงฝุ่นปลิวหายไปตามสายลม
"นี่นะหรือค่ายกลที่เ้าภูมิใจนักหนา!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างเย้ยหยัน
"หึ! แค่กระดูกชิ้นเดียว! คิดว่าจะทำลายค่ายกลปีศาจมายาได้อย่างนั้นหรือ? มันไม่ง่ายอย่างที่เ้าคิดหรอก!"
ชิวฟ่างเอ่ยออกมาอย่างอวดดี เพราะเขารู้ว่าค่ายกลปีศาจมายานั้นแข็งแกร่งขนาดไหน ตอนที่ชิวฟ่างได้ค่ายกลมาจากลัทธิของเขานั้น อาจารย์เขาได้บอกกล่าวถึงความสามารถต่างๆของค่ายกลปีศาจมายารวมถึงสอนวิธีใช้ให้เขาเป็อย่างดี
หลังกล่าวจบชิวฟ่างบังคับค่ายกลปีศาจมายาอีกครั้ง กรงเล็บสีดำที่กำลังไล่ตามเทียนฉินอยู่นั้นเริ่มขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็ตัวอะไรบางอย่างคล้ายกับปีศาจที่ออกมาจากขุมนรกแห่งหนึ่ง
"ค่ายกลปีศาจมายาอย่างนั้นหรอ?"
เทียนฉินนึกถึงคำกล่าวของชิวฟ่างแล้วมองปีศาจสีดำตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา
ฟุ่บ!
ปีศาจมายาตนนั้นกระโจนเข้าใส่เทียนฉินด้วยความเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เทียนฉินเห็นดังนั้นจึงวาดดาบเพลิงสุริยาจู่โจมออกไปในทันที
ฟู่ว!
แสงดาบสีส้มที่ผสานกับแก่นแท้ธาตุไฟฟาดฟันใส่แขนปีศาจที่เงื้อมือหมายจะขย้ำใส่เทียนฉินอย่างรุนแรง
แขนปีศาจตนนั้นกระเด็นหลุดออกไปพร้อมกับไฟที่เผาไหม้ลุกโชนอยู่ แต่ทว่าแขนของปีศาจที่พึ่งโดนฟันขาดไปนั้นกลับพลันงอกเงยขึ้นมาใหม่ในพริบตา
หือ!
"ดูแล้วข้าคงต้องหาทางทำลายค่ายกลให้ได้ก่อนถึงจะมีโอกาสชนะ!"
เทียนฉินเห็นท่าไม่ดีก็รีบเหาะหนีไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว พลางมองหาแกนของค่ายกลที่เหลือ
แต่มีหรือที่ชิวฟ่างจะยอมปล่อยให้เทียนฉินทำลายค่ายกลได้ง่าย จึงบังคับปีศาจมายาตัวนั้นไล่ตามฟาดฟันเทียนฉินอย่างกัดไม่ปล่อย
ตู้ม!
เป็ชิ้นส่วนกระดูกอีกชิ้นหนึ่งที่ถูกทำลายด้วยการฟาดดาบของเทียนฉิน เขาหยิบยาเสริมปราณเม็ดแล้วเม็ดเล่ายัดใส่ปากเพื่อชดเชยลมปราณที่เสียไปในระหว่างหลบหนี
หลังจากทำลายแกนค่ายกลอันที่สอง ปีศาจมายาตัวนั้นคล้ายความรวดเร็วจะลดลง เทียนฉินจึงได้พอมีเวลาพักหายใจหายคอบ้างเล็กน้อย
เขาเริ่มมองหาจุดตำแหน่งของแกนค่ายกลชิ้นต่อไปทันทีหลังจากที่พลังลมปราณเริ่มฟื้นฟูขึ้นมาบ้างแล้ว
เวลาผ่านพ้นไปครึ่งชั่วยามเทียนฉินสู้บ้างหนีบ้างอยู่กับปีศาจมายาอย่างต่อเนื่อง แกนของค่ายกลถูกทำลายไปแล้วสี่อันแต่ยังไม่มีวี่แววว่าค่ายกลนี้จะจางหายไปเลย มีเพียงตัวปีศาจมายานั้นที่ขนาดเล็กลงจนเกือบเท่าตัวเขา และความเร็วกลับไล่ตามเขาไม่ทันแล้ว
"ข้าไม่รู้ว่าค่ายกลนี้ใช้แกนหลักไปทั้งสิ้นกี่ชิ้น!"
"แต่เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานข้าจะทำลายค่ายกลนี้ได้"
"และเมื่อถึงตอนนั้นจะเป็ตอนที่เ้าต้องตาย!"
เทียนฉินรักษาระยะห่างจากปีศาจมายาอยู่พอสมควรก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอาฆาต
"เป็ข้าที่ประเมินฝีมือเ้าต่ำไปหน่อย!"
"แต่ถึงเ้าจะทำลายค่ายกลนี้ได้ก็ไม่แน่ว่าเ้าจะฆ่าข้าได้หรอก!"
ชิวฟ่างเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ เขาไม่ได้มีตัวช่วยแค่ค่ายกลปีศาจมายานี้เท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆอีกหลายชิ้นอยู่ในแหวนมิติของเขา
"หรือว่าชิวฟ่างจะมียันต์เคลื่อนย้ายเหมือนกับเ้านั่น!"
เทียนฉินนึกถึงชายหนุ่มชุดม่วงที่ชื่อซ่งหวิ๋นจื่อขึ้นมา ในตอนนั้นหลังจากที่อีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้กับเขา ก็เป็ยันต์เคลื่อนย้ายนี้เองที่ช่วยให้ซ่งหวิ๋น จื่อหนีรอดจากคมดาบเขาไปได้
"ถึงตอนนั้นข้าจะคอยดูว่าจะหลบหนีจากความตายไปได้อย่างไร"
"ผ่าอเวจี!!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาก่อนวาดดาบเข้าใส่ปีศาจมายาตัวนั้นทันที จากนั้นจึงพุ่งทะยานออกไปด้านข้างโดยไม่สนใจร่างที่กำลังลุกไหม้อยู่เลย
ตู้ม!
แกนกระดูกอีกอันถูกทำลายลงอย่างง่ายดายพร้อมกับปีศาจมายาที่ถูกเพลิงสีส้มแผดเผาแหลกสลายกลายเป็เถ้าธุรี
ทันทีที่แกนค่ายกลทั้งหมดถูกทำลายลง ร่างของชิวฟ่างพลันปรากฎออกมาให้เห็นอีกครั้ง เขายืนตกตะลึงอยู่อีกด้านนึงของเทียนฉิน
"ในที่สุดก็ไม่มีที่ให้เ้าหลบซ่อนได้แล้ว!"
เทียนฉินเอ่ยอย่างเย้ยหยันก่อนพุ่งไปทางชิวฟ่างอย่างว่องไว ดาบเพลิงสุริยาสำแดงพลังออกมาอีกครั้ง เปลวเพลิงสีส้มลุกโชนโหมกระหน่ำเข้าใส่ชิวฟ่างอย่างร้อนแรง
ส้วบ!
เปลวเพลิงที่ร้อนแรงนั้นกลับถูกผ่าครึ่งแยกออกจากกันอย่างง่ายดาย พลังแสงสีดำเส้นหนึ่งหลังจากตัดผ่าเปลวเพลิงมาได้ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดความเร็วลง พลันพุ่งเข้าใส่เทียนฉินอย่างแรง
เปรี้ยง!
ร่างของเทียนฉินปลิวถลาลอยออกมาไกล ถึงแม้ว่าเทียนฉินจะวาดดาบปัดป้องเอาไว้ได้ทันก็ตาม ทว่าความรุนแรงของพลังแสงสีดำนั้นกลับทำให้เขาต้านทานเอาไว้ไม่อยู่
อั้ก!
เทียนฉินกระอักเืออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ระดับพลังของเขาอยู่ถึงหลอมรวมขั้นสูงแล้ว ถึงขนาดที่ว่าเจอคู่ต่อสู้คนอื่นที่มีพลังระดับหลอมรวมขั้นสูงสุดเขาก็ยังรับมือได้ แต่สถานการณ์ตอนสู้กับชิวฟ่างนี้ต่างกันอย่างมาก
ด้วยความสามารถและระดับอุปกรณ์ที่คล้ายกัน แต่เทียนฉินที่ต่อสู้มาอย่างต่อเนื่องจนพลังปราณในตัวแทบจะหมดสิ้นแล้ว มีหรือที่ยับยั้งพลังของชิวฟ่างที่มีระดับขั้นที่เหนือกว่าได้
ในขณะที่พลังแสงสีดำพุ่งเข้าใส่เทียนฉินอีกครั้งนั้นเอง
ิ้ฟิ้ว!
ไม่รู้ว่ามีกระบี่โผล่ขึ้นมาจากที่ใด ได้ยินเพียงเสียงหวีดร้องของสายลมที่ตัดแหวกอากาศมาอย่างว่องไวเท่านั้นเอง
เปรี้ยง!
กระบี่กระแทกเข้าใส่พลังแสงสีดำนั้นอย่างรุนแรงจนทำให้แสงสีดำนั้นแตกกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ เสียงอาวุธกระทบกันยังดังอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงโดยง่าย เทียนฉินรีบหยิบยาเพิ่มปราณออกมายัดเข้าปากแล้วนั่งฟื้นฟูพลังลมปราณในทันที
เพียงชั่วเวลาไม่นานควันหมอกสีดำจึงเริ่มสลายจางหายไป เทียนฉินลืมตาขึ้นมองหลังจากฟื้นฟูลมปราณขึ้นมาได้ส่วนหนึ่ง พบเพียงชายสองคนยืนจ้องกันไม่วางตา คนที่หันหน้าให้เขาคือชิวฟ่าง ในมือกำเหล็กด้ามยาวมีใบมีดอันใหญ่สีดำสนิทคล้ายเคียวพาดอยู่ที่ไหล่ ส่วนคนที่หันหลังให้เขาเป็คนที่เทียนฉินคุ้นเคยดีอยู่แล้ว
"จงลู่อัน!"
เสียงของเทียนฉินปลุกทั้งสองให้ตื่นจากภวังค์ ก่อนที่จงลู่อันจะหันหน้ากลับมาบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
"เ้าไม่ต้องเข้ามายุ่ง!"
"ข้าจะเป็คนฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง!!"
จบตอนที่ 23