ณ คอนโด
“ขับรถดีๆนะเจ้ คราวหลังอย่าพาผมไปเสียเวลาแบบนั้นอีกล่ะ”
“นี่ ถ้าแกไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เชียวนะ”
“เื่แบบนี้ลบหลู่ไปเถอะ ผมไปละ”
ปริญหอบกระเป๋าเดินเข้าคอนโด
หลังจากที่ออกมาจากกองละคร ผู้จัดการน้ำหวานก็มุ่งตรงพาดาราในสังกัดไปยังวัดแห่งหนึ่ง เนื่องจากเพื่อนๆเล่าให้ฟังถึงความศักดิ์สิทธิ์และการขอพร เมื่อปริญเห็นเช่นนั้นเขาก็ได้แต่หัวเราะในลำคอพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ เด็กหนุ่มไม่เคยมีความเชื่อเื่พวกนี้ แต่ก็ต้องลงจากรถและไปกราบไหว้ให้ผู้จัดการพอใจ แต่ก่อนที่ทั้งสองจะกลับก็ได้มีหมอดูคนหนึ่งทักท้วงขึ้นกระทันหัน
ป้าคนนั้นบอกว่าเด็กหนุ่มมีสิ่งบดบังสเน่ห์เอาไว้ ก่อนจะร่ายยาวถึงตำหนักพ่อหมอคนหนึ่งที่อยู่ห่างไม่ไกลจากนี้ ว่ากันว่าดาราหลายคนไปเสริมดวงสเน่ห์จนได้ดิบได้ดีนับสิบๆราย แต่คนที่หัวรั้นอย่างปริญไม่อาจเชื่อสิ่งเ่าั้ได้ หลังจากที่ป้าคนนั้นเสนอราคาดูดวงไม่กี่ร้อย เด็กหนุ่มก็รีบจูงมือผู้จัดการกลับขึ้นรถทันที
“หากินง่ายจังเลยนะคนพวกนี้”
เด็กหนุ่มบ่นระหว่างเดินออกมาจากห้องน้ำ หลังจากที่ชำระร่างกายจนสดชื้น ท้องฟ้ายามเย็นก็มืดค่ำเสียแล้ว ปริญทิ้งตัวลงบนเตียงนอน ก่อนจะนึกถึงคำทำนายของป้าคนนั้น แม้ว่าบางสิ่งที่กล่าวขึ้นมาจะมีเค้าโครงเป็จริงอยู่บ้าง แต่หมอดูก็คู่มากับหมอเดาอยู่วันยันค่ำเช่นเดิม
อืดดดด~
โทรศัพท์มือถือสั่นะเืในกระเป๋า เมื่อปริญล้วงมันขึ้นมาก็พบว่าเพื่อนสาวคนสนิทเป็คนโทรเข้ามา ทั้งคู่ไม่ได้เจอหน้ากันั้แ่ที่เจนผันตัวไปเป็นางแบบ ั้แ่ที่เธอก้าวเข้าสู่โลกแฟชั่นและรันเวย์มากกว่าโลกการแสดง อนาคตก็ดูเหมือนจะโลดแล่นและได้ดิบได้ดีมากขึ้นหลายเท่า
“ั้แ่ที่ไปเดินแบบเมืองนอกก็หายหัวไปเลยนะ” เสียงเล็กเอ่ยแซว
“แหม ใครจะลืมนักแสดงสมทบร้อยเื่อย่างแกได้ล่ะ”
“มีอะไรก็รีบๆพูดมาได้แล้ว”
“ได้ข่าวว่าพี่หวานพาแกไปดูดวงมาหรอ”
“อือ ใช่…ตลกเนอะ”
“นี่ ฉันมีความลับจะบอก”
“อะไร”
ปริญนั่งฟังเพื่อนสาวบ่นบนเตียงนอน
เมื่อทราบว่าก่อนที่เจนจะผันตัวไปเป็นางแบบเธอได้ไปดูดวงที่วัดแห่งเดียวกับที่ผู้จัดการน้ำหวานได้พาไป มิหนำซ้ำยังได้พบเจอกับป้าดูดวงคนนั้นอีกเช่นกัน หญิงสาวทำตามคำแนะนำโดยมุ่งตรงไปยังตำหนักของพ่อหมอคนหนึ่งที่อยู่ห่างไม่ไกลจากนี้ ตอนแรกเจนก็ไม่อาจเชื่อ แต่หลังจากได้พิธีกับพ่อหมอ ชีวิตใหม่ในวงการนางแบบก็โลดแล่นกว่าที่คิด
เพื่อนสาวบอกที่อยู่ตำหนักแห่งนั้นให้เพื่อนสนิทรับรู้ แต่ก็ถูกเสียงเล็กขำใส่จนปวดท้อง
“นี่แกอย่าบอกนะ ว่าแกก็เคยไปกราบไว้ไปท่องคาถาบ้าบอพวกนั้นกับเขาด้วย”
“ก็ใช่น่ะสิ หยุดหัวเราะได้แล้ว”
“จะไม่ให้ฉันหัวเราะได้ไง ฉันไม่เคยเห็นแกเป็แบบนั้นเลยสักครั้ง”
“ก็ชีวิตนักแสดงของฉันมันมาถึงทางตัน ฉันก็ต้องหาที่พึ่งทางใจบ้างสิ”
“…..”
ประโยคนั้นทำให้ปริญแน่นิ่งไปสักครู่
ตอนนี้เด็กหนุ่มก็เริ่มคิดว่าหนทางการเป็นักแสดงของเขาก็ใกล้จะหลังชนฝาแล้วเหมือนกัน ไม่ว่าจะมีความสามารถมากแค่ไหนก็เหมือนจะถูกดาราใหม่ปาดไปกินก่อนตลอด โฆษณาใหญ่ๆที่คิดว่าตัวเองจะได้ก็ไม่เป็อย่างที่คิด ดูเหมือนชีวิตในวงการบันเทิงอาจจะมาถึงการบอกลาเสียแล้ว
“เออยัยเจน เอาไว้คุยกันใหม่นะ ตอนนี้ฉันต้องไปทำธุระแล้ว”
“โอเคๆ มีอะไรก็โทรมาละกัน”
“ได้ๆ”
ปริญวางสายจากเพื่อนนางแบบ ก่อนจะกดโทรหาผู้จัดการส่วนตัวทันที
“เจ้”
“ว่าไง มีอะไรอีก”
“่นี้ผมมีงานอะไรมั้ย”
“อืม อีกสองอาทิตย์นู้นเลย”
“โอเค แค่นี้แหละ”
“อ้าว เดี๋ยวสิ แกโทรมาถามฉันแค่นี้หรอ”
เด็กหนุ่มตัดสายอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนและคิดถึงเื่ราวที่เพื่อนสาวได้พูดให้ฟังไปทั้งคืน