00.01 น. ทุกครั้งที่ดับไฟตัวผมจะรู้สึกเหงาและเค้งคว้างอยู่เสมอ ผมยืนมองออกไปข้างนอกผ่านกระจกใสจากตึกสูงใจกลางกรุงเทพฯ รถที่กำลังขับเคลือนไปบนท้องถนนที่วุ่นวาย ทุกอย่างรอบตัวผมดูมีสีสันไปหมดแต่ทำไมในใจของผมกลับเหงาได้มากขนาดนี้ ถ้าเป็วันปกติผมคงกำลังนั่งดื่มเหล้าสังสรรค์อยู่กับพวกไอบอมกับไอพลุ
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อผมเจอใครคนหนึ่ง เขาทำให้ผมนึกถึงและไม่ลืมััที่เราเคยมีต่อกันถึงแม้ว่ามันจะเป็เวลาแค่่ข้ามคืนเท่านั้นเอง
1 อาทิตย์ก่อน
22.45 น. ร้านนั่งดื่มแห่งหนึ่ง ผม ไอบอม ไอพลุกำลังนั่งดื่มกันอยู่ถึงแม้ตอนนี้จะเป็เวลาที่ไม่ดึกมากสำหรับนักท่องราตรีแบบพวกผมแต่อาการของพวกผมตอนนี้ก็เริ่มได้ที่แล้วเพราะวันนี้เริ่มเร็วกว่าทุกวัน เมื่ออาการเริ่มมามันก็เป็ปกติที่ตัวผมเองจะเริ่มหาเหยื่อที่จะแก้เหงาผมในคืนนี้
“เห้ย ไอปราบ 11 นาฬิกา มึงเห็นไหมสาวโต๊ะโน้นกำลังมองมึงอยู่”
กูเห็นละไอพลุบอกผมให้มองสาวที่อยู่โต๊ะข้างหน้าผม สาวในชุดเดรสสีแดงรัดรูปทำให้เห็นสวดทรงที่ไม่ว่าชายใดก็ต้องหลงไหลอย่างแน่นอน เธอกำลังส่งสายตาที่หวานปานน้ำผึ้งมายังผม
“กูว่าแนวนี้ไม่ใช่ของกู แนวนี้มันของไอบอมเว้ย”
พูดจบผมก็หันหน้าไปหาไอบอม ไอบอมเมื่อเห็นอย่างนั้นก็ไม่รีรอยกแก้วเหล้าเดินตรงไปทันที ผมและไอพลุที่กำลังนั้งสังเกตุการว่าคืนนี้จะมีใครได้กลับบ้านมือเปล่าหรือไม่
“มึงว่าไอบอมจะได้ปะวะไอปราบ”
“ถ้ามึงอยากรู้ก็ต้องรอดูเว้ย”
แต่ด้วยความหน้าตาดีไม่เบาของไอบอมไม่นานนักมันก็ควงเอวแม่สาวน้อยเดินออกไปยังประตูทางออก ผมหัวเราะในลำคอ ก่อนที่จะกระดกเหล้าในแก้วจนหมด ผมกับไอพลุยกแก้วกันไปจนเวลาเข้าใกล้เทียงคืนแล้ว สงสันคืนนี้ผมกับไอพลุคงได้กินแห้วแล้ว
!!! หอม หอมมาก
ผมได้กลิ่มหอมจากไหนซักที่ผมหันตามกลิ่นนั้นไปเป็หลังของใครคนหนึ่งกำลังเดินออกไปจากผม เธอเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังเต้นตามเพลง เธอชั่งตัวหอมเหลือเกิน ผมสั้นทัดหู เสื้อยืดตัวใหญ่กางเกงยีนขายาวรองเท้าผ้าใบ เธอที่ธรรมดาแต่แสนพิเศษ
“สงสัยคืนนี้เราสองคนจะกินแห้ววะ”
ไอพลุหันมาพูดกับผมแต่ในจังหวะนั้นคงไม่ทันแล้ว ผมเดินตามเธอไปคนนั้นไปในใจผมตอนนี้ไม่สนใจอะไรแล้วผมตามกลิ่นเธอไปเหมือนต้องมนต์สะกด คืนนี้ผมไม่ได้กินแห้วตามที่ไอพลุพูดแน่นอน
“หอมเหลือเกิน”
ผมค่อยใช้จมูกไล่หอมไปทุกซอยทุกมุมบนตัวของคนร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้ากลิ่นตัวชั่งหอมเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะกดจมูกลงไปตรงไหน มันเกินกว่าที่ผมจะห้ามใจแล้วจริงๆ
“นุ่มมาก นุ่มนิ่มไปทั้งตัว”
แม้ว่าไฟในห้องของผมจะมืดสนิทแต่มันก็ไม่เป็อุปสรรคสำหรับกิจกรรมของผมในตอนนี้ เพราะยังมีแสงของกรุงเทพยามค่ำคืนที่ส่องเข้ามา ผมเริ่มใช้มือซ้ายประคองใบหน้าเล็กๆ พร้อมใช้นิ้วโป้งลูบไปบนริมฝีปากอันบางเล็กของคนที่อยู่ตรงหน้ามือขวาของผมโอวเอวบางๆ เอาไว้ ให้ชิดกับตัวของผม ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระแทกจูบปากของคนตรงหน้าด้วยความเร้าร้อนจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
“ชั่งหวานเสียเหลือเกิน”
ผมเอยปากชมคนที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะประกบปากกลับไปอีกครั้ง ปากที่ผมกำลังจูบอย่างดูดดื่มอยู่นี้ชั่งหวานกว่าใครหลายๆ คนที่ผมผ่านมา ตอบนี้ลิ้นของผมมันเริ่มทำงานมันสอดเข้าไปพบกับลิ้นเล็กๆ ที่ตอบสนองผมเป็อย่างดี
“อื้ออออ”
“อ่าาาา”
“อ่ะ อ่า อ๊าาาาา”
เสียงเหนื่อยหอบของเราทั้งคู่ดังไปทั่วห้อง ขนาดเหงือออกขนาดนี้กลิ่นของคนที่นอนอยู่ข้างกายผมกลับไปเลือนหายไปแม้แต่น้อย ผมอยากจะกอดดมกลิ่นนี้ไปตลอด
ค่ำคืนนั้นเป็ค่ำคืนที่ผมลืมไม่ลงจริงๆ แต่ทว่าผมกลับจำไม่ได้ว่าคนคนนั้นคือใคร สิ่งที่ผมจำได้มีเพียงกลิ่มหอมจากกายของเขาคนนั้นเท่านั้นที่ยังติดอยู่ในโสตประสาทของผม