ไครเซอตอนนี้เต็มไปด้วยแพชชั่นที่พร้อมจะลงมือต่อทุกสิ่ง ไม่มีอะไรที่จะฉุดรั้งเขาอีกต่อไปแล้ว ภารกิจขั้นที่3นั่นให้ของรางวัลที่ล้ำค่ามากจริงๆ เทคโนโลยีรีแอคชั่นของดวงดงดาวแห่งาถือเป็สิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ มันคือเทคโนโลยีลับสุดยอดที่พวกเผ่าพันธุ์เซราฟิมไม่ขายหรือเผยแพร่ออกมาสู่โลกภายนอก เทคโนโลยีนี้มีกระบวนการผลิตที่ลึกลับ ทั้งวัสดุทั้งแกนกลางที่จะต้องใช้ ว่ากันว่าแม้แต่ดวงดาวแห่งการสร้างที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ตำนานในเื่พัฒนาอาวุธทำลายล้าง พวกเขาก็ยังแยกและไม่รู้ถึงกระบวนการผลิตของมัน ถือเป็วิทยากรที่ทรงพลังและล้ำค่าอย่างถึงที่สุด
< ติ๊ง! รับทราบ เริ่มกระบวนการแทรกแซงระบบ >
ระบบตัวร้ายเริ่มปลดปล่อยพลังของตนเพื่อที่จะแทรกแซงกล้องตรวจจับความร้อน ทันใดนั่นเส้นแสงสัญญานเตือนที่เอาไว้จับตัวการเคลื่อนไหวก็เริ่มที่จะจางหายไป ถึงจะมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่ถ้าใช้เครื่องตรวจจับที่ล้ำสมัยละก็ พวกเขาจะััถึงมันได้ก่อน
พรึ่บ!
ไครเซอเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วก็เริ่มที่จะลงมือในทันที เขาพุ่งไปยังหน้ากรงขังของตนที่เต็มไปด้วยเหล้ากล้า มันเป็สิ่งเดียวในตอนนี้ที่กำลังกักขังเขาเอาไว้ ชายหนุ่มสบัดฝ่ามือไปยังเบื้องหน้าพร้อมกับปลดปล่อยพลังริปเปอร์ขึ้นเป็ครั้งที่สอง ฝ่ามือข้างขวาที่เหวี่ยงออกไปตลอดจนเกือบถึงข้อศอกได้แปรเปลี่ยนเป็ใบดาบสีแดงเืที่มีขนาดเกือบถึง1เมตร มันคือโลหิตที่ทะลักออกมาจากร่างกายและเปลี่ยนแปลงมันเป็สถานะของแข็ง นี้คือพลังริปเปอร์ที่ควบคุบอณูเืภายในร่าง เขาสามารถที่จะบังคับหรือควบคุมมันได้อย่างอิสะ
"ไหนลองพลังของเืที่ควบแน่นกันหน่อยซิ"
ทันทีที่ประกายแสงเืฟาดฟันเข้าใส่ กรงเหล็กกล้าก็ถูกแยกออกเป็ชิ้นๆ เศษเหล็กหล่นกระจายไปทั่วเสมือนเป็โลหะที่ไร้ค่า
"ไม่เลว พลังทำลายสูงมากแถมความคมก็เหมือนกับดาบพลังงานความร้อนสูงเลยด้วยซ้ำ ถ้าใช้ฟาดฟันคนเข้าละก็ ตัวคงจะขาดออกเป็สองส่วนอย่างแน่นอน..!!"
ไครเซอพุ่งออกนอกห้องขังในทันทีราวกับว่าเขานั่นคาดการถึงสิ่งนี้ได้แล้ว ร่างเงาของนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่2เคลื่อนไหวไปมาอย่างคล่องแคล่ว ราวกับว่าเขานั่นเป็สัตว์ป่า ทั้งความเร็วในการะโรวมถึงการเคลื่อนไหว คนธรรมดาแทบจะจ้องมองไม่ทัน
"ลาล๊าลาลันลา วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เมื่อไหร่จะถึงวันที่เครดิตออกน้า"
ที่ด้านนอกเสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดังออกมาจากผู้คุมคนนึง เขานั่นกำลังเดินตรวจตราอย่างเช่นในแต่ละวัน บนฝ่ามือของเขามีปืนชนิดนึงที่มีความยาวไม่ถึง1เมตร มันมีลักษณะสีเงิน ปากกระบองปืนเต็มไปด้วยช่องว่างวงกลมทั้งสองแห่งที่เตรียมพร้อมจะปลดปล่อย ต้องบอกก่อนว่าผู้คุมของคุกสภาเมืองหรือคุกอื่นๆนั่นเป็นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่1 ยิ่งคุกระดับสูงพวกเขาก็ยิ่งมีผู้คุมที่ทรงพลังมาก แต่พวกเขาส่วนใหญ่แล้วจะใช้อาวุธปืนอินมาเจนเป็หลักพื้นฐาน ปืนอินมาเจนนี้จะยิงะุความร้อนสูงออกไปอย่างรวดเร็ว มันคล้ายคลึงกับปืนธรรมดา ไม่จับเป็ต้องใช้ะุ ใช้เพียงแค่การควบแน่นความร้อนและปลดปล่อยมันออกไปก็เท่านั้น ว่ากันว่าปืนกลาที่รุนแรงมากที่สุดและสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบายในอดีตคือAK-47 แต่ทว่าอินมาเจนนั่นรุนแรงมากยิ่งกว่าถึง5เท่า มันคืออาวุธาที่ทะลวงร่างกายของนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่1ได้อย่างง่ายดาย ถือเป็ปืนที่ทรงอานุภาพที่กองกำลังส่วนใหญ่ต้องมีไว้ใช้กัน ไม่เว้นแม้แต่สมาพันธ์แห่งดวงดาวก็ตาม
แต่ต่อให้พวกเขาจะมีปืนอย่างอินมาเจนแล้วก็ตาม ร่างเงาลึกลับที่เริ่มเคลื่อนไหวก็ไม่เกรงกลัวใดๆทั้งสิ้น
ผู้คุมภายในคุกสภาเมืองแห่งนี้มีทั้งสิ้นเกือบ100คน แถมพวกเขายังมี่เวลาหรือแพทเทริน์ในการเดินตรวจสอบ พวกเขาจะเคลื่อนไหวเป็ลายลักษณ์จนทำให้จับสังเกตได้ง่าย ถึงคนอื่นๆจะไม่ค่อยสังเกตมันก็เถอะ แต่พวกเขาทำเช่นนี้จนกลายเป็กิจวัตรประจำวันไปอย่างไม่รู้ตัวแล้ว
ไครเซอหลบซ่อนอยู่หลังช่องว่างของกำแพงพร้อมกับครุ่นคิดอยู่ภายในใจ เขาตอนนี้กำลังเลือบมองการเดินตรวจสอบของผู้คุมอื่นๆและเมื่อผู้คุมคนนั่นเดินมาถึงในระยะที่กำหนด ชายหนุ่มที่หลบซ่อนอยู่ก็เริ่มลงมือในทันที ร่างเงาของเขาโผล่ขึ้นที่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว
พรึ่บ!
ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่พร้อมกับยกมือปิดปากของเขาไว้แน่น ผู้คุมคนนั่นใบหน้าแสดงความตื่นตระหนักอย่างใ พยายามที่จะส่งเสียงร้องะโขึ้น แต่ทว่าแรงมหาศาลที่กำลังปิดปากและล็อคตัวมันไว้อยู่ในตอนนี้ชั่งแข็งแกร่ง มันไม่เห็นแม้แต่ใบหน้าของคนที่ลงมือเลยด้วยซ้ำ
"อุ๊บ นะ..นี่แก..?!!"
ขณะเดียวกันดาบโลหิตในมือขวาก็แทงร่างกายของเขาจนทะลุ ใบดาบสีแดงเืทะลวงร่างกายของเขาอย่างไร้ความปราณี สร้างอาการเ็ปที่รุนแรงเป็อย่างมาก
"อ่อก! อึก! .........
ผู้คุมพยายามที่จะกระเสือกกระสนและดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ ดวงตาเบิกกว้างแสดงความหวาดกลัว พยายามจะสบัดให้หลุดจากการรัดนี้แต่ทว่าเพียงแค่ไม่นานเรี่ยวแรงของเขาก็หมดลง แขนทั้งสองร่วงหล่นหมดสิ้นสภาพ ดวงตามืดดับจนกระทั่งไม่หายใจอีกต่อไป ผู้คุมที่มีร่างกายแข็งแกร่งและถูกฝึกมาเป็อย่างดีถูกชายหนุ่มสังหารอย่างง่ายดาย มันคือการลงมือที่ไร้ความปราณี
"คนที่1 ทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆเลยละกัน?"
ไครเซอลากร่างที่ไร้ซึ่งชีวิตหลบซ่อนตราบซอกหลืบพร้อมกับพุ่งทะยานไปยังจุดหมายต่อไป อณูเืที่ควบแน่นกันเป็ใบมืดนั่นสามารถที่จะทะลวงได้ทุกสิ่ง ต่อให้ผู้คุมของคุกสภาเมืองจะมีพลังนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่1ก็ตาม แต่ร่างกายของพวกเขาก็นุ่มนิ่มเมื่อมาเผชิญหน้ากับอณูเืที่โหดร้ายนั่น
การลงมือของไครเซอนั่นได้ทำให้อาชญากรที่อยู่ในห้องขังด้านตรงข้ามเห็น เขายกนิ้วมือแสดงท่าทางปิดปากของตนไว้แน่น
"ชู่ พวกแกเงียบปากซะ เตรียมตัวให้พร้อม เดียวหลังจากนี้ข้าจะปล่อยให้พวกแกออกอาละวาดและหลบหนีออกไปด้วยกัน!!"
อาชญากรที่เห็นกำลังตกตะลึงกับการสังหารที่เงียบเชียบนั่น แต่ละคนไม่กล้าที่จะแม้แต่พูดมันออกมาเมื่อเห็นถึงดวงตาสีแดงเื มันเป็การเตือนของไครเซอว่าห้ามให้พวกมันส่งเสียงโดยเด็ดขาด เพราะมิเช่นนั่นชีวิตของพวกมันคงจะได้ตกตายตามผู้คุมไปอย่างแน่นอน
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
เวลาผ่านไปหลายสิบนาทีร่างเงาสีแดงเืที่มีการเคลื่อนไหวอันคล่องแคล่วก็ไล่เก็บผู้คุมไปทีละคน ท่ามกลางสายตาของอาชญากรคนอื่นๆที่อยู่ในคุกคุมขัง พวกมันเริ่มที่จะใกล้ชิดกับลูกกรงและจ้องมองการลงมืออย่างไม่วางตา พวกเห็นถึงการลงมือที่โหดร้ายและไร้ความปราณีนั่น ฝ่ามือสีแดงเืที่พวกมันเห็นสร้างความะเืใจให้กับแต่ละคนเป็อย่างมาก
"หะ..เห้ย? พวกแกเห็นไหม!! ละ..ลูกพี่ใหญ่ไครเซอลงมือไล่ฆ่าผู้คุมจนเกลี้ยงเลยวะ เขามีอิสระในการเคลื่อนไหวเช่นนั่นได้ยังไงเนี่ย"
"ว่าแต่มึงเห็นการควบคุมเืนั่นปะ? ของเหลวเช่นนั่นสามารถแปรเปลี่ยนเป็ของแข็งที่ยิ่งกว่าเหล็กได้ เขามีพลังอะไรกัน"
"เขาเป็ริปเปอร์!! พระเ้า ลูกพี่ใหญ่ไครเซอมีพลังริปเปอร์ ถ้าเขาจะหลบหนีจริงๆก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายเลยละ"
อาชญากรหลายคนซุบซิบพูดคุยกันอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าแดงกล่ำอย่างตื่นเต้น แต่ละคนใจเต้นระรัวเมื่อได้ยินคำสั่งของลูกพี่ใหญ่ไครเซอ เขาจะแหกคุกหนีออกไปและพวกมันทั้งหมดก็จะได้รับการเป็อิสระ