Chapter 6
ปัญญาประดิษฐ์กับจิตสำนึก (3)
ปัญญาประดิษฐ์เทียร์หนึ่งซึ่งเป็ที่รู้จักกันในนามซินเทซิสนั้นจะใช้ร่างที่มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ ทั้งในและนอกซินธ์เวิร์ส
ร่างที่ซินเทซิสใช้เมื่ออยู่นอกซินธ์เวิร์สเรียกว่าเฟรม มันถูกสร้างขึ้นจากการประกอบกันของเครื่องจักรขนาดนาโนเมตรนับล้านล้านยูนิท แต่ละยูนิททำงานเหมือนกับเซลล์หนึ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิต และมีการแบ่งกลุ่มเพื่อทำหน้าที่แตกต่างกัน สิ่งที่เหนือกว่าคือเซลล์จักรกลของซินเทซิสสามารถแปรสภาพและเปลี่ยนหน้าที่ได้อย่างอิสระ ทำให้ฟื้นฟูตัวเองได้เสมอตราบที่มีวัตถุดิบเพียงพอ มันเป็ร่างจักรกลที่มีเทคโนโลยีสูงที่สุดของเผ่าซินเทซิสก็ว่าได้
ซินเทซิสแต่ละคนต้องมีเฟรมประจำตัวไม่ว่าจะมีภาระหน้าที่ให้ต้องออกไปนอกซินธ์เวิร์สหรือไม่ก็ตาม ด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งคือในกรณีที่าปะทุขึ้นอีกครั้งซินเทซิสทุกคนจะอยู่ในสภาพพร้อมรบ และสองคือหากมีเหตุไม่คาดฝันให้ E.M. เกิดการล้มเหลวจนซินธ์เวิร์สต้องปิดการทำงาน ซินเทซิสทุกคนจะสามารถอพยพออกมาได้
เอทรีเป็ปัญญาประดิษฐ์เทียร์สามมาก่อน ไพน์จึงต้องทำการลงทะเบียนให้อีกฝ่ายเลื่อนชั้นเป็ปัญญาประดิษฐ์เทียร์หนึ่งอย่างเป็ทางการ โดยปกติแล้วนี่เป็ขั้นตอนที่ยุ่งยากเพราะการจะลงทะเบียนปัญญาประดิษฐ์เทียร์หนึ่งก็เปรียบเสมือนการขออนุญาตสร้างซินเทซิสคนใหม่ขึ้นมา ซึ่งทางระบบมีการควบคุมจำนวนประชากรไว้อย่างเข้มงวด แต่ไพน์ซึ่งเป็หนึ่งในหัวหน้าศูนย์วิจัยหมายเลขหกได้รับจัดสรรโควต้าสำหรับสร้างซินเทซิสคนใหม่ขึ้นมาในตำแหน่งผู้ช่วยอยู่แล้ว และเขาก็เก็บโควต้านั้นไว้สำหรับเวลาแบบนี้โดยเฉพาะ
หลังจากเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไพน์ก็นำเอทรีเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย
“เรามีเฟรมเปล่าที่พร้อมใช้งานอยู่แล้ว แต่เฟรมพวกนั้นยังไม่ได้รับการปรับแต่งรูปลักษณ์ นี่เป็เื่ที่คุณต้องทำเอง คือกำหนดรูปลักษณ์ที่คุณ้าจะใช้ อันที่จริงการจะสร้างร่างจำลองในซินธ์เวิร์สก็ต้องผ่านกระบวนการนี้เหมือนกัน พอจะมีความคิดอยู่แล้วใช่มั้ย?”
“เอ่อ.. ฉันไม่แน่ใจเท่าไหร่ คงต้องลองดู”
“ไม่เป็ไร นี่เป็เื่ที่ควรใช้ความคิดให้มาก เพราะรูปลักษณ์ที่กำหนดขึ้นมาจะถูกใช้เป็รูปลักษณ์ถาวร นอกจากรายละเอียดบางอย่างแล้วเค้าโครงหลักจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นี่เป็หนึ่งในกฎเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของซินเทซิส เพราะฉะนั้นก็ควรใช้เวลาให้เต็มที่”
“เข้าใจแล้ว มาเริ่มกันเถอะ”
เมื่อพูดคุยกันเรียบร้อย ไพน์ก็เริ่มกระบวนการปรับแต่งรูปลักษณ์ของเฟรม ทำให้มีจอภาพพร้อมข้อความปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าของเอทรี
[กรุณาระบุชื่อที่้าใช้]
“ชื่อ เอทรีเอ็ม-ซีโร่เอ็น”
“เดี๋ยวก่อน”
ไพน์เอ่ยทัก เอทรีจึงต้องหยุดกระบวนการไว้ชั่วคราว
“ทำไมเหรอ?”
“นั่นเป็หมายเลขรุ่นของคุณ ไม่ใช่ชื่อ แม้แต่เอทรีก็เช่นกัน คุณควรจะมีชื่ออย่างเป็ทางการ”
“งั้น คุณไพน์ช่วยตั้งชื่อให้ฉันได้รึเปล่า?”
ได้ยินเช่นนั้น ไพน์ก็เผยรอยยิ้มออกมา ความจริงเขามีชื่อที่คิดเอาไว้อยู่แล้ว แค่อยากให้เอทรีคิดชื่อด้วยตัวเอง แต่ในเมื่ออีกฝ่ายให้เกียรตินี้ เขาก็พร้อมจะรับด้วยความยินดี
“ชื่อ ‘โนร่า’ เป็ไง? แปลว่าแสงสว่างและความรุ่งโรจน์ ผมคิดว่านี่เป็ชื่อที่เหมาะกับคุณมาก”
“โนร่า นั่นเป็ชื่อที่เพราะมากเลย ถ้างั้นต่อจากนี้ชื่อของฉันก็คือโนร่า ขอบคุณมากนะคุณไพน์”
โนร่าทำการระบุชื่อลงไปโดยไม่ลังเล ในขณะที่ไพน์มองดูด้วยรอยยิ้ม
[กรุณาระบุเพศ]
“เอ.. เพศเหรอ? เพศอะไรดีล่ะคุณไพน์?”
“นี่เป็เื่ที่คุณต้องตัดสินใจเอง”
“แต่สำหรับพวกเรา เพศเป็สิ่งที่ไม่มีความหมายนี่ เพราะเราไม่ได้ดำรงเผ่าพันธุ์ด้วยสิ่งนี้”
“นั่นก็ใช่ แต่ตัวเลือกนี้มีผลต่อองค์ประกอบอีกหลายอย่าง เช่น เค้าหน้า, โครงสร้างร่างกาย, สรีระ, น้ำเสียง, และรายละเอียดอื่น ๆ ที่มีเพศเป็ตัวกำหนด ต่อให้คุณไม่้ากำหนดเพศในทางปฏิบัติ แต่ก็ต้องเลือกค่าเริ่มต้นจากสองตัวเลือกพื้นฐาน นี่เกี่ยวกับเื่ที่ว่าอยากให้ตัวเองมีรูปร่างหน้าตาเป็ยังไงมากกว่า”
“รูปร่างหน้าตาที่อยากจะเป็เหรอ…”
“ใช้แค่ความรู้สึกก็พอ”
“ความรู้สึก…”
โนร่าครุุ่นคิดอยู่เป็นานแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ ไพน์จึงเสนอให้อีกฝ่ายลองใช้เวลาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตัวเองก่อนการตัดสินใจ
ผ่านไปสามวัน โนร่าก็ยังไม่ได้คำตอบ
ไพน์ไม่ได้ถือสาที่อีกฝ่ายใช้เวลานาน เขามองว่าแบบนี้ก็เหมาะสมแล้วเพราะมันเป็การตัดสินใจที่ค่อนข้างสำคัญ ถ้ายังคิดไม่ออกหมายถึงโนร่ายังพัฒนาบุคลิกขึ้นมาได้ไม่ชัดเจนพอ และอาจก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง นี่จึงไม่ใช่เื่ที่ควรเร่งรัด
ทว่าไพน์ก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องทำเหมือนกัน
“ผมมีภารกิจให้ต้องไปตรวจสอบงานวิจัยของห้องแลปที่อยู่นอก E.M. ครั้งนี้อาจใช้เวลาหลายเดือน น่าเสียดายที่คุณยังกำหนดรูปแบบของเฟรมไม่เสร็จ ไม่งั้นผมจะพาคุณไปด้วย”
“น่าเสียดายจัง ขอโทษนะคุณไพน์”
“ไม่เป็ไร การค้นหาตัวเองย่อมสำคัญกว่า ใช้เวลาให้เต็มที่เถอะ”
“เดินทางปลอดภัยนะ”
เมื่อร่ำลาเสร็จ ไพน์ก็ออกเดินทางในทันที ร่างของเขาถูกห่อหุ้มด้วยละอองแสงก่อนจะเลือนหายไป ภายในห้องแลปจึงเหลือเพียงโนร่าอยู่เพียงลำพัง
โนร่าใช้เวลาในการดูสารคดีและวรรณกรรมต่าง ๆ อยู่อีกเกือบสัปดาห์ จนในที่สุดก็ตัดสินใจได้
“เพศหญิง”
หลังจากทบทวนเป็อย่างดีแล้ว โนร่าคิดว่าตัวเองชอบรูปลักษณ์ของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ทั้งสรีระที่ดูปราดเปรียว และทรงผมกับเครื่องแต่งกายอันหลากหลาย หากเป็มนุษย์ เื่ของเพศยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องคำนึงถึง เช่นขีดความสามารถทางกายภาพ แต่สำหรับซินเทซิส เพศมีผลแค่เื่รูปลักษณ์เท่านั้น โนร่าจึงตัดสินใจเลือกจากความชอบเป็หลัก
[กรุณาระบุรูปพรรณ]
หลังจากระบุเพศแล้ว ก็เข้าสู่่กำหนดรูปพรรณ ดีที่ระบบมีตัวอย่างพื้นฐานมาให้ โนร่าจึงเพียงแค่เลือกโครงหน้าที่ชอบที่สุดแล้วปรับแต่งรายละเอียดเพิ่มเติมเอา เธอเลือกใบหน้ารูปไข่ มีผิวขาวเนียน ดวงตากลมโตสีดำเป็ประกาย เปี่ยมไปด้วยความสดใส ขนตายาวเล็กน้อย คิ้วเรียวได้รูป จมูกโด่งรับกับใบหน้า ริมฝีปากเรียวบาง เผยรอยยิ้มที่ดูสดชื่น ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเป็มิตรและมีเสน่ห์ ปิดท้ายด้วยเส้นผมสีทองที่ยาวไปถึงกลางหลังและหยักเป็ลอนเล็กน้อย ดูมีชีวิตชีวาและดึงดูดสายตาของผู้ที่ได้มอง
[กรุณาระบุรูปร่าง]
“อืม.. ความสูงระดับมาตรฐานน่าจะดีกว่า สูงสัก 160 เิเละกัน รูปร่างขอทะมัดทะแมงหน่อย น้ำหนัก 55 กิโลกรัม มวลกล้ามเนื้อ 40%”
[กรุณาระบุขนาดหน้าอก, สะโพก, และต้นขา | หมายเหตุ: การปรับแต่งนี้ไม่ส่งผลต่อน้ำหนักและดัชนีมวลกาย]
“เห? ทำไมถึงมีอันนี้เพิ่มเติมแยกมาต่างหากล่ะ? เพราะเป็เพศหญิงงั้นเหรอ? แถมยังไม่สนหลักฟิสิกส์อีกต่างหาก แต่สัดส่วนที่กำหนดมาให้ตามดัชนีมวลกายก็เหมาะสมแล้วนี่ ไขมัน 25% ไม่เล็กไม่ใหญ่ เอาตามนี้แหละ”
เพราะเห็นว่าร่างกายได้สัดส่วนก็เหมาะสมดีอยู่แล้ว โนร่าจึงข้ามหัวข้อนี้ไป
[กรุณาระบุโทนเสียง]
โนร่าเลือกเสียงที่ฟังดูหนักแน่นและร่าเริง เพราะเธอฟังแล้วชอบที่สุด
[กรุณาระบุเครื่องแต่งกาย]
โนร่าเลือกเสื้อยืดแขนยาวสีขาว สวมทับด้วยกระโปรงเอี๊ยมผ้ายีนส์สีเหลืองที่มีช่องกระเป๋าขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า ส่วนรองเท้ากับถุงเท้าก็เลือกเป็สีขาวเช่นกัน โดยที่รองเท้ามีลวดลายสีเหลืองดูโฉบเฉี่ยวประดับอยู่เล็กน้อย
[กรุณาเลือกอาวุธที่ถนัด | หมายเหตุ: คอร์ของคุณจะถูกปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้อาวุธที่ระบุ]
“อาวุธที่ถนัดเหรอ? อืม.. นั่นสินะ โลกภายนอกนั่นค่อนข้างอันตราย ยังไงเราก็ควรมีความสามารถในการป้องกันตัวเอง สิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับเฟรมได้ก็ต้องเป็ภัยคุกคามระดับค่อนข้างสูง ขออาวุธหนัก ๆ ไปเลยดีกว่า เอาเป็ปืนใหญ่ก็แล้วกัน”
หลังจากนั้นระบบก็ยังมีการตั้งค่าปลีกย่อยอีกหลายอย่างให้โนร่าทำการเลือก เธอใช้เวลาอยู่พักใหญ่ในการระบุคุณสมบัติทั้งหมดจนเสร็จสิ้น แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจ
“อืม.. มีแค่นี้เองเหรอ? สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้รึเปล่านะ มีตัวเลือกเผ่าพันธุ์มั้ย? อย่างเช่นฮาลฟ์บีสน่ะ ฉันอยากได้หูหาง น่ารัก ๆ ”
โนร่ารู้สึกชอบรูปลักษณ์ของเผ่าฮาลฟ์บีสที่เป็มนุษย์ครึ่งสัตว์มากเป็พิเศษ เธอจึงอยากให้เฟรมของตัวเองมีรูปลักษณ์แบบนั้นด้วย
[ระบบไม่อนุญาตให้ใช้ลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์อื่นนอกจากมนุษย์]
“เห? ทำไมล่ะ? เราเองก็ไม่ใช่มนุษย์แท้ ๆ จะใช้รูปลักษณ์ของเผ่าอื่นก็ไม่เห็นเป็ไรเลย อีกอย่างฮาลฟ์บีสก็เป็มนุษย์สายพันธุ์หนึ่งนะ”
[ระบบไม่อนุญาตให้ใช้ลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์อื่นนอกจากมนุษย์สายพันธุ์ดั้งเดิม]
“เฮ้! แก้กฎกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอ? คิดจะต้มกันรึไง!?”
[กรุณาอ่านข้อกำหนดสำหรับการตั้งคุณสมบัติของเฟรม]
จากนั้นทางระบบก็แสดงข้อกำหนดเกี่ยวกับการตั้งคุณสมบัติของเฟรมขึ้นมาเป็ข้อความจำนวนกว่าห้าหมื่นตัวอักษร แต่โนร่าก็อ่านจบภายในหนึ่งวินาที
“สรุปว่าเป็เพราะเผ่าของเรายึดถือรูปลักษณ์ของมนุษย์สายพันธุ์ดั้งเดิมเป็รูปลักษณ์ต้นฉบับของตัวเองด้วย แต่นั่นมันคร่ำครึเกินไปแล้ว นี่ควรจะเป็ข้อเสนอแนะมากกว่าข้อกำหนด ฉันไม่เห็นด้วยกับกฎนี้”
[ระบบไม่อนุญาตให้ใช้ลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์อื่นนอกจากมนุษย์สายพันธุ์ดั้งเดิม]
“อา.. เราเองก็เคยเป็แบบนี้มาก่อนสินะ ทำตามโปรแกรมที่กำหนดไว้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถคิดนอกเหนือจากนั้นได้ งั้นฉันคงไม่รบกวนเวลาแล้ว”
กล่าวจบ โนร่าก็ทำการแทรกแซงระบบของอีกฝ่ายในทันที ข้อมูลและรหัสจำนวนนับไม่ถ้วนไหลผ่านห้วงความคิดของเธอเหมือนสายน้ำอันเชี่ยวกราก ถึงระบบกำหนดคุณสมบัติเฟรมจะมีการป้องกันอยู่ในอันดับต้น ๆ ของระบบในซินธ์เวิร์ส แต่ไพน์ได้ทำการปลดล็อคข้อจำกัดและเพิ่มสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลขั้นสูงอีกหลายอย่างให้กับโนร่า เพื่อให้เธอสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ การป้องกันในระดับนี้จึงไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
เพียงไม่กี่วินาที การแทรกแซงก็เสร็จสิ้น
[กรุณาระบุคุณลักษณะของหูและหาง]
“หูกับหางควรสอดรับกัน หางจิ้งจอกน่าจะฟูนุ่มดีแต่ก็รู้สึกเกะกะ แถมหูยังมีขนเยอะเกินไปหน่อย.. งั้นเอาหูแมวกับหางแมวละกัน”
[การตั้งค่าเสร็จสิ้น คุณ้าสำเร็จกระบวนการโดยสมบูรณ์เลยหรือไม่ | ตกลง / ไม่]
“เฮ้อ.. ในที่สุดก็เสร็จซะที เอ้า ตกลง!”
โนร่าเลือกสำเร็จกระบวนการอย่างไม่ลังเล ทันใดนั้นเธอก็พบว่าในภาพการมองเห็นเกิดแสงสว่างเจิดจ้าอาบย้อมทุกอย่างให้กลายเป็สีขาวโพลน ก่อนแสงนั้นจะดับวูบลงจนกลายเป็ความมืดเข้ามาแทนที่
“เอ๋?”
โนร่ารู้สึกแปลกใจเพราะเธอรู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะมีการขาด่ไปวูบหนึ่ง แต่หลังจากรู้สึกตัวอีกครั้ง การมองเห็นของเธอก็ยังไม่กลับมา เหมือนกับมีบางอย่างปิดกั้นการมองเห็นอยู่
ในเวลาเดียวกันเธอก็ััได้ถึงสิ่งที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการรับรู้มาก่อน
ความรู้สึกทางกายภาพ
โนร่ารู้สึกถึงแรงกดของิัที่ทาบลงบนวัตถุบางอย่าง ัันั้นยังมีการห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่ง ให้ความรู้สึกสากของเส้นใย เธอรับรู้ได้ถึงอวัยวะต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นมา ทั้งแขนขาและร่างกาย เหล่านี้ล้วนถูกห่อหุ้มด้วยััของเส้นใยเช่นกัน
ในที่สุดโนร่าก็เข้าใจในสถานะที่ตัวเองเป็อยู่ เธอจึงลืมตาขึ้น และพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในแคปซูลสำหรับบรรจุร่างเฟรม แคปซูลของเธอเปิดออกแล้วโดยมีไอควันที่เกิดจากการปรับสภาพของเฟรมลอยคลุ้งอยู่เล็กน้อย ภายในห้องนั้นยังมีแคปซูลอีกนับไม่ถ้วนที่บรรจุเฟรมอันว่างเปล่าเอาไว้
“มะ.. ไม่ใช่สิ! ไม่ได้จะบรรจุร่างเลยซะหน่อย! แค่อยากจะสร้างทิ้งไว้เฉย ๆ ต่างหาก! ข้อความสุดท้ายนั่นมันกำกวมเกินไปแล้ว!”
โนร่าผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความใ เธอไม่ได้เจตนาจะถ่ายโอนตัวเองเข้ามาไว้ในเฟรมในทันที แต่เพราะเข้าใจผิดในคำถามสุดท้ายจึงตอบตกลงโดยไม่รู้ผลลัพธ์
หลังจากตั้งสติได้และครุ่นคิดเล็กน้อย โนร่าก็นอนกลับลงไปในแคปซูลอีกครั้ง ก่อนจะกล่าว
“เปิดระบบถ่ายโอน ร้องขอการกลับเข้าซินธ์เวิร์ส”
ทันใดนั้นก็มีหน้าต่างข้อความปรากฎขึ้นในสายตาของโนร่า
[กรุณายืนยันตัวตนเพื่อเข้าสู่ระบบ]
“เอ่อ… โนร่า?”
การเข้าสู่ระบบต้องใช้ชื่อที่รับการขึ้นทะเบียนในการยืนยัน แต่เพราะไม่ได้เป็คนลงทะเบียนด้วยตัวเอง เธอจึงตอบอย่างไม่มั่นใจ
[ข้อมูลไม่ชัดเจน กรุณายืนยันตัวตนอีกครั้ง]
“อะ.. อ่านรหัสตัวตนเพื่อยืนยัน อนุมัติการอ่านข้อมูล”
ทันใดนั้นก็มีแสงเลเซอร์สีเขียวฉายอาบร่างของโนร่าั้แ่หัวไปจนจรดเท้า จากนั้นจึงมีข้อความแสดงขึ้นอีกครั้ง
[ข้อมูลของคุณในระบบไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้]
“คุณไพน์ยังดำเนินการไม่เสร็จเหรอ? หรือเพราะเราข้ามขั้นตอนอะไรไป? แบบนี้ก็กลับเข้าไปไม่ได้น่ะสิ!”
โนร่าลุกออกจากแคปซูลด้วยท่าทางร้อนรน ฝาของแคปซูลจึงปิดลง แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจเื่นั้น เพียงแค่แตะที่แผงควบคุมด้านข้างแคปซูลเพื่อสั่งการกับระบบอีกครั้ง
“ติดต่อ ไพน์ รูท”
[ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจาก ไพน์ รูท อยู่นอกระยะทำการของระบบสื่อสาร]
“ไปไกลขนาดนั้นเลยเหรอ!? แบบนี้ก็ต้องรอคุณไพน์กลับมาเท่านั้นน่ะสิ…”
โนร่าเดินวนไปวนมาด้วยอาการกระวนกระวาย แต่เพียงไม่นานเธอก็สงบอารมณ์ลงได้
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เธอก็เดินไปตามทางเดินอันทอดยาวซึ่งมีแคปซูลจำนวนนับไม่ถ้วนเรียงรายอยู่สองฟากข้าง จนกระทั่งเมื่อถึงสุดทาง ผนังที่ดูคล้ายกับเป็ทางตันก็เปิดออก ด้านในคือห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง เป็ลิฟต์สำหรับโดยสาร
โนร่าเดินเข้าไปในลิฟต์ จากนั้นลิฟต์ก็เคลื่อนตัวในทันที มันมีการเคลื่อนที่ทั้งในแนวดิ่ง แนวขวาง และแนวทะแยง คล้ายกับวัตถุที่เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ
ในที่สุดลิฟต์ก็หยุดลง ประตูลิฟต์จะเปิดออก ทำให้แสงจากภายนอกสาดส่องเข้ามาพร้อมกับสายลมวูบใหญ่
โนร่าสูดได้ถึงกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเค็มและชื้น เธอคิดในใจว่ากลิ่นของทะเลจริง ๆ ก็เป็แบบนี้นี่เอง
ภายนอกประตููนั้นคือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ตรงปลายขอบฟ้าคือแผ่นดินที่มีสิ่งก่อสร้างทรงสูงจำนวนหนึ่งตั้งตระหง่าน สิ่งก่อสร้างเ่าั้สะท้อนแสงระยิบระยับคล้ายกับถูกสร้างขึ้นจากผลึกแก้ว
นั่นคือเมืองฟิวเจอร์รีช เมืองที่มีวิทยาการก้าวหน้าที่สุดในโลก และเป็เมืองที่มนุษย์กับเผ่าจักรกลซินเทซิสอาศัยอยู่ร่วมกัน
โนร่าคิดว่า แทนที่จะรอไพน์อยูู่เฉย ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะกลับมาเมื่อไหร่ก็สู้ใช้เวลาใน่นี้ออกสำรวจโลกภายนอกไปเลยดีกว่า
เธอเปิดระบบต้านทานแรงดึงดูด ทำให้สองเท้าลอยขึ้นจากพื้นอย่างช้า ๆ ก่อนที่ร่างของเธอจะลอยตรงไปยังแผ่นดินใหญ่คล้ายกับเป็การเหินบิน โดยทิ้งแท่นผาสีดำทมิฬหรือ E.M. หมายเลขหกซึ่งเป็บ้านเกิดเอาไว้เื้ั
ภายในห้องเก็บเฟรม แคปซูลอันว่างเปล่าที่โนร่าเคยนอนอยู่มีแสงสีแดงส่องออกมาจากหน้าจอของแผงควบคุม
[พบการปรับแต่งที่ไม่ได้รับอนุุญาต เริ่มกระบวนการเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง]
หน้าจอสีแดงนั้นส่องสว่างอยู่ในความมืดของห้องแคปซูลเป็ระยะเวลาหนึ่งก่อนจะดับไป
---------------------------------------------------------------------------