ทั้งสองใช้เวลาเลือกชุดกันอยู่นานพอสมควรแก่การเดินทางกลับบ้าน เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้เป็นตัวของตัวเองอย่างที่สุด เพราะแทนคุณคนเก่าได้เปลี่ยนไปแล้ว เธอได้เจ้านายคนใหม่ที่แสนใจดีกลับมาแทนที่ เป็นความหัศจรรย์ที่โรคไบโพล่าร์ของเขาหายไป
“คุณแทนรู้ไหมคะ ว่าเมื่อก่อนทิชา กลัวและไม่ชอบคุณแทนมากๆ” หญิงสาวเดินก้มหน้าอยู่ด้านข้าง ได้พยายามปลดปล่อยสิ่งที่เคยอัดอั้นภายในใจออกมา
“รู้สิ” แทนคุณเหลือบมองดูคนตัวเล็กด้วยรอยยิ้ม
“แล้วทำไมคุณแทน...” หญิงสาวยังพูดไม่จบกลับถูกดึงมือไปจับ
“ไม่ต้องถาม ไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น เอาเป็นว่าที่ผ่านมาผมขอโทษ ผมเป็นเจ้านายที่ไม่ได้เรื่อง พอใจยัง” หญิงสาวเบิกตาโพลงด้วยความประหลาดใจ คนอย่างเขาโทษตัวเองเป็นด้วยหรือ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องน้อย เขาจะโทษเธอว่าเป็นฝ่ายผิดเสมอ
“คุณแทน...” หญิงสาวไม่คุ้นชินกับนิสัยใหม่ของเจ้านาย ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง
“ทิชาไม่ได้ว่าอะไรคุณแทน แต่...แค่...ตอนนี้ทิชาอยากจะบอกว่า ทิชาสบายใจที่จะทำงานกับคุณมากกว่าเมื่อก่อนเท่านั้นเอง” แทนคุณค่อยๆ ปล่อยมือหญิงสาวออกช้าๆ แล้วพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไรต่อ หากนันทิชารู้ความจริงเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด นั่นจะเป็นหายนะสำหรับเขา แทนคุณเหลือบมองนันทิชาอีกครั้ง ได้แต่ภาวนาให้เรื่องราวความลับนั้นตายลงไปพร้อมกับบิดาของเธอ
“คุณทีคะ เราวิ่งกันมานานมากแล้วพอแค่นี้เถอะค่ะ ขืนวิ่งต่อไปอีก มีหวังพริมได้หมดแรงตายอยู่ตรงนี้แน่ๆ เลยค่ะ” เสียงหอบอ่อนแรง ของหญิงร่างอวบที่กำลังวิ่งอยู่ในสวนสาธารณะ หันไปบอกเจ้านายที่วิ่งอยู่ด้านข้าง ก่อนที่ฝีเท้าของเขาจะชะลอและค่อยๆ หยุดเดิน
“อะไรกันคุณ...วิ่งแค่นี้เหนื่อยแล้วหรือ ทีตอนยัดอาหารเข้าไปไม่เห็นบ่นแบบนี้” ชายหนุ่มคว้าผ้าที่คอของเขา ขึ้นมาเช็ดเหงื่อออก
“พริมไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะ หยุดพักก่อน” ฝีเท้าของเธอหยุดก้าว ทีภพหันมาคว้าแขนเธอไว้ แล้วใช้กำลังดึงเธอให้วิ่งตามไปอีกสักพัก
“ผมบ่นคุณยังเหนื่อยกว่าคุณวิ่งอีกบอกไว้ก่อน” ชายหนุ่มจนใจจึงพาหญิงสาวเดินเข้ามานั่งพักใต้ต้นไม้
“ไม่เห็นเหมือนที่คิดไว้เลย” พริมบ่นขึ้นมาลอยๆ หลังจากพักจนหายเหนื่อยแล้ว
“คิดอะไร” ชายหนุ่มหันขวับมาถามทันที เพราะประโยคที่แสนประหลาดนั้น
“เอ่อ...ก็...คืองี้ พริมคิดว่าเราจะได้ออกกำลังกายกันในฟิตเนต มีครูสอนล่ำๆ คนมาออกกำลังกายกันเยอะๆ บ้างก็...ถอดเสื้อ เพราะร้อน...หรือเพราะโชว์กล้ามอย่างนี้ค่ะ” ทีภพขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจความหมายที่หญิงสาวสื่อออกมา
“ช่างเถอะค่ะ...แล้วนี่พริมต้องวิ่งอีกนานแค่ไหนคะ” หญิงสาวรู้สึกผิดหวังจนไม่อยากอธิบายต่อ
“หายเหนื่อยหรือยัง ถ้าหายแล้วก็แค่ไปวิ่งต่อ อย่าถามมาก” ทีภพลุกขึ้นแล้วจับมือหญิงร่างอวบไปวิ่งต่อ
“คุณทีคะ ร้อนไหมคะ พริมถอดเสื้อให้ไหมคะ อากาศวันนี้ร้อนดีนะคะ”
“...” ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม ก่อนจะปล่อยมือออกจากคนพูดจาเพ้อเจ้อ แล้ววิ่งนำออกไป ทิ้งเธอไว้ด้านหลัง
“โถ่...คุณที” หญิงสาวไม่ยอมแพ้ กลับเร่งฝีเท้าไล่ให้ทันเจ้านาย
“ไม่ได้เห็นกล้ามอกของเทรนเนอร์ ไม่ได้เห็นกล้ามอกของคุณทีภพ แล้วฉันจะออกกำลังกายเพื่ออะไร ขาดทุนชะมัด พริมเอ๊ย”