คุณพี่ใจร้าย...กับยัยตัวแสบ

    ตอนที่ 28 หัวใจแตกสลาย

                ความเงียบอันแสนอึดอัดลอยปกคลุมห้องประชุมความสัมพันธ์ของคู่ภาคินและพิมพ์นลินแตกสลายลงต่อหน้าต่อตาในขณะที่ความสัมพันธ์ของหมอทิวากรกับพิมพิกาก็ร้าวลึกจนยากจะประสาน

                พิมพ์นลินทรุดตัวลงสะอื้นไห้อยู่กับพื้นโดยมีพิมพิกาโผเข้ากอดปลอบประโลมเธอไว้ทั้งน้ำตาขณะที่ภาคินได้แต่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างปวดร้าว

                ชาญชัยที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังยกมือขึ้นแตะไหล่หมอทิวากรเบาๆ แสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง

                "ไม่ต้องห่วงนะหมอ...ผมจะช่วยหาทางออกให้เอง" ชาญชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอบอุ่นราวกับผู้ใหญ่ที่พร้อมจะปกป้องทุกคน

                แต่ในใจของเขากลับหัวเราะร่าด้วยความสะใจ

                เรียบร้อย..."แค่รอยร้าวเล็กๆ ก็ทำให้ความรักอันแสนหวาน ความเชื่อใจกันของพวกแกพังทลายลงได้"และเมื่อถึงเวลานั้น... มูลนิธินี้ก็จะเป็นแค่ฉากบังหน้าของฟาร์มส่งออกหมาของเราอย่างสมบูรณ์แบบ ฮ่าฮ่าฮ่าเสียงหัวเราะของชาญชัยดังก้องอยู่แค่เพียงในหัวของเขา

    ++++++++++

                ความมืดมนปกคลุมห้องทำงานของภาคินทันทีที่ประตูปิดลงสายตาเกลียดชังและผิดหวังที่ส่งมาจากพิมพ์นลินยังคงบีบหัวใจของภาคินจนเจ็บแปลบยามที่เธอตวาดไล่และมองเขาเหมือนสิ่งปฏิกูล ชายหนุ่มกลับเลือกที่จะนิ่งเงียบไม่แก้ตัว ไม่เอื้อนเอ่ยความจริงแม้แต่คำเดียวเพราะเขารู้ดีว่ามาเฟียอย่างชาญชัยจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวหากพิมพ์นลินรู้ความจริงและแสดงอาการมีหวัง ชาญชัยจะหันปากกระบอกปืนไปที่เธอทันทีการยอมเป็นคนใจร้ายในสายตาเธอ จึงเป็นเกราะคุ้มกันเดียวที่เขามอบให้เธอได้ในเวลานี้

                เบื้องหลังการถูกสังคมและคนรักรังเกียจภาคินไม่ได้นั่งสิ้นหวังเขาใช้เส้นสายทางธุรกิจและทีมทนายความส่วนตัวสืบค้นธุรกรรมการเงินของบริษัทนอมินีที่ชาญชัยใช้ทำเอกสารปลอมจนกระทั่งพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังโกดังร้างริมชายแดน

                "มึงจะยอมโดนด่าว่าเป็นคนใจร้ายไปอีกนานแค่ไหนวะ?"

                เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของเซฟเฮาส์ลับริมเมืองสารวัตรนนท์ เพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยมของภาคิน ซึ่งปัจจุบันเป็นนายตำรวจสายสืบสังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก้าวออกมาพร้อมแฟ้มสืบสวนเชิงลึกพร้อมกับโยนแฟ้มข้อมูลลงบนโต๊ะ

                "จนกว่าไอ้ชาญชัยจะเข้าไปอยู่ในคุก"ภาคินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาอิดโรยแต่ดุดัน

               "นลินปลอดภัยดีใช่ไหม?"

                "ปลอดภัยดีแต่ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นยัยนั่นร้องไห้หนักขนาดนั้น มึงนี่มันพระเอกละครหลังข่าวชัดๆ"

                "ถ้า นลิน รู้ว่ากูกำลังตามสืบ ชาญชัยยัยนั่นต้องบุ่มบ่ามทำเรื่องอันตรายแน่"

                ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่นัยน์ตากลับฉายแวววูบไหว

            "ยิ่งเธอเกลียดกูมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งปลอดภัยจากไอ้ชาญชัยมากเท่านั้น"

                "แต่แผนของมึงมันเสี่ยงมากนะภาคิน"

                สารวัตรนนท์ ถอนหายใจ ก่อนจะคลี่แผนผังโกดังร้าง

                "ตามที่มึงส่งทีมทนายไปบีบเรื่องกฎหมายเวนคืนที่ดินดึงสัญญาซื้อขายที่ดินแถวนั้นมาตรวจสอบ จนเราพบว่าบริษัทนอมินีที่เซ็นรับเหมามันเชื่อมโยงกับบัญชีม้าของขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติและไอ้ชาญชัยนั่นแหละคือบอสใหญ่ ชาญชัยมันร้อนรนจริงอย่างที่มึงคาดคืนนี้มันสั่งเคลื่อนย้ายหมาล็อตใหญ่ข้ามชายแดนแน่นอน"

                สารวัตรนนท์ ชี้ไปที่จุดพิกัดโกดังร้างติดชายแดนในแผนที่

                "ชาญชัยมันเป็นคนระวังตัวแต่เวลามีเรื่องเงินก้อนโตเข้ามาเกี่ยว มันจะรีบร้อน แล้วคืนนี้...มันจะยอมเผยตัวออกมาเอง"

                "กูจะไปด้วย"ภาคินกำหมัดแน่น "กูต้องไปพาเจ้าดุ๊กดิ๊กกลับมาคืนนลิน"

                "โอเค ทีมของกู้พร้อมบุกทันทีที่ได้รับสัญญาณไฟจากมึงส่งมา"

                สารวัตรนนท์ตบไหล่เพื่อนเบาๆ 

                "เตรียมใจไว้ล่ะการลุยโกดังพวกมาเฟียตอนกลางคืนมันไม่ได้ง่ายเหมือนนั่งประชุมในห้องแอร์หรอกนะ"

                กลางดึกคืนเดียวกันบรรยากาศรอบโกดังร้างริมชายแดนเงียบสงบจนน่ากลัวกลิ่นอับชื้นและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณชาญชัยในชุดลำลองอำพรางตัวกำลังสั่งการลูกน้องด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ให้ลำเลียงกรงเหล็กขึ้นรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์อย่างเร่งรีบเสียงสุนัขเห่าหอนด้วยความหวาดกลัวดังระงม  มีเพียงแสงไฟสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่ส่องสว่างบริเวณหน้าตู้คอนเทนเนอร์

                "เร็วเข้า!คืนนี้ขนไปให้หมด อย่าให้เหลือหลักฐาน!" ชาญชัยตวาดสั่งการด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม

                ตัวไหนมีปัญหาก็ตีให้มันสลบ!"ชาญชัยตะคอกสั่ง  ไม่หลงเหลือคราบนายทุนใจบุญที่เคยแสดงออกมา

            “พรึ่บ!”

                ทันใดนั้นแสงไฟสปอตไลต์จากรถตำรวจหลายคันก็สว่างวาบขึ้นรอบโกดัง ล้อมปิดทางเข้าออกไว้ทั้งหมดพร้อมเสียงหวอเปิดไซเรนดังกระหึ่ม!

                "เจ้าหน้าที่ตำรวจ!ทุกคนหยุดอยู่กับที่และวางอาวุธ!" สารวัตรนนท์ประกาศผ่านลำโพงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่คอมมานโดพร้อมอาวุธครบมือที่บุกจู่โจมเข้ามาจากทุกทิศทาง

                ชายฉกรรจ์ลูกสมุนของชาญชัยแตกฮือแต่หลายคนกลับชักมีดและแป๊บเหล็กขึ้นมาต่อสู้เพื่อเปิดทางหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าสยบลงกับพื้นทีละรายชาญชัยหน้าซีดเผือด เห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งไปทางประตูหลังแต่ภาคินก้าวออกมาขวางทางไว้!

                "จะรีบไปไหนครับ  คุณชาญชัย?"

                ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่สายตาดุดันทรงพลัง

                "มึง... ไอ้ภาคิน!" ชาญชัยสถบอย่างหัวเสีย ชักปืนสั้นออกมาหมายจะยิงเปิดทางแต่ภาคินที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วฉวยจังหวะพุ่งเข้าชาร์จทันทีภาคินจับข้อมือที่มีปืนของชาญชัญกำไว้แน่นราวกับคีม ทั้งคู่ปะทะกัน ดันลำตัวกันอย่างรุนแรงชาญชัยพยายามใช้ความใหญ่โตของร่างกายกดภาคินลงกับพื้นแต่ภาคินใช้ทักษะการต่อสู้จับล๊อกข้อมือของชาญชัยแล้วบิดอย่างรวดเร็วเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพุ่งเจาะลงพื้นปูน ก่อนที่ปืนจะกระเด็นหลุดมือ!

                มาเฟียใหญ่ไม่พูดพร่ำทำเพลงชักมีดพกสั้นออกมาพุ่งเสียบเข้าหาอกภาคินทันที! ภาคินเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียดคมมีดบาดผ่านเนื้อผ้าเชิ้ต ชาญชัยตวัดมีดกลับมาหมายฟันเข้าที่ใบหน้าภาคินยกแขนขึ้นรับจนเกิดรอยแผลยาว ก่อนจะใช้วิชาต่อสู้ระยะประชิดยิงหมัดตรงเข้าใส่โหนกแก้มชาญชัยจนงกเงิ่น!

                ชาญชัยกัดฟันกรอดซัดเท้าเตะเข้าที่ชายโครงภาคินอย่างจังจนชายหนุ่มล้มลงไปกองกับพื้นชาญชัยเงื้อมีดขึ้นหวังจะสับมีดปักลงมา

                "ตายซะเถอะมึง!"