บทที่ 16 ชอนอีเซกับพวกขยะ 2 (1)
"เหวอ นายมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย? แต่ได้เห็นสภาพนายตัวจริงก็คุ้มค่ากับเวลาที่ฉันต้องถ่อมาที่นี่แล้ว"
ผมกำลังก้มตัวอยู่ที่มุมห้องน้ำ ก่อนจะรีบชะโงกหน้าออกไปดูแทนที่จะตรวจสอบความสะอาดเรียบร้อยต่อไป
เ้าหมอนี่มันปากหมาจริง ๆ
โชคดีที่ผมจำได้ว่าเขาคือใครั้แ่แรกเห็น
คนที่เพิ่งเดินเข้ามาก็คือซนซองวอน
[ชื่อ : ซนซองวอน อายุ 22 ปี]
[ความสามารถพิเศษ]
[บัฟ : <เพิ่มพลังเสียงร้อง> ช่วยเพิ่มพลังเสียงร้องให้มีความเสถียรมากขึ้นขณะร้องเพลง]
[จำนวนแต้มที่ใช้ 30 แต้ม]
ซนซองวอนเป็เมนโวคอล*[1]ประจำวงบอยกรุ๊ปไคลแมกซ์
เขาเป็คนที่ชอบพูดอะไรออกมาโดยไม่คิด
เป็คนที่ชอบดูถูกเพื่อนร่วมวง และก็ยังเป็คนที่ชอบสร้างปัญหามากที่สุดด้วยเช่นกัน
"ถ้าจะเอาเวลามาเหยียดหยามกันแบบนี้ นายเอาเวลาไปช่วยซอนอูทำความสะอาดเถอะ"
ผมไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะมาจัดการเขาในตอนนี้
ผมไม่คิดจะพูดคุยกับพวกเขาอีก และหันกลับมาทำงานของตนเองต่อไป
"นี่มันอะไรกัน? อย่าบอกนะว่าเรียกผมมาให้มาทำความสะอาดเนี่ยนะ?"
ถ้าถามก็คงต้องตอบว่าใช่! ซนซองวอนเป็เหมือนพวกลูกคุณหนู แทบไม่เคยทำงานบ้านมาก่อน
เ้าหมอนี่เป็คนหัวสูง พูดคุยด้วยยากมาก
"หอพักของเราสกปรกมากเกินไป ถ้าพวกเราจะอยู่ด้วยกัน เราก็ต้องช่วยกันทำความสะอาดสิ"
หลังจากนั้นซนซองวอนก็ยิ้มให้กับคำตอบที่ได้รับ หางตาของเขาชี้เฉียงเหมือนดวงตาของแมวน้อย
เวลาเขายิ้มหน้าตาก็ดูดีอยู่หรอก แต่อาจเป็เพราะทรงผมที่ดูยุ่งเหยิงไปหน่อย ใบหน้าของเขาจึงดูไม่เหมือนคนที่กำลังยิ้มสักนิด ซนซองวอนยกมือชี้ไปที่เตียงนอนของตนเองที่อยู่ภายในห้องของเขา
"ผมไม่ได้ใช้ห้องนั่งเล่น ผมแค่เก็บกวาดเตียงนอนของผมอย่างเดียวได้ไหม?"
เมื่อมองตามนิ้วมือของเขาไป ผมก็พบว่าเขาแค่อยากจะทำความสะอาดเตียงของตนเองเพียงอย่างเดียวจริง ๆ
"นายจะช่วยซอนอูทำความสะอาดหน่อยไม่ได้หรือไง?"
"ทำไมต้องเป็ผมด้วยล่ะ?"
เห็นได้ชัดว่ายิ่งผมพูดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสียเวลามากเท่านั้น
"เดี๋ยวผมจะทำเองครับ อย่าทะเลาะกันเลย..."
นาซอนอูเดินเข้ามาถึงตัวผมโดยที่ผมไม่ทันรู้ตัว หน้าตาเขาดูแตกตื่น ดูเหมือนเขาจะไม่รู้อีกแล้วว่าตนเองควรทำอย่างไรดี
"งั้นก็ได้ ซอนอู ในเมื่อพวกเราจะไม่ทะเลาะกันแล้ว นายก็ทำความสะอาดต่อไป เดี๋ยวพอของที่ฉันสั่งมาถึงเมื่อไหร่ ฉันจะทำอาหารกลางวันให้นายกิน"
ผมพูดกับนาซอนอูและมุ่งตรงเข้าไปที่ห้องครัว
ผมแทบจะทิ้งทุกอย่างที่อยู่ในห้องครัวลงถังขยะ...
แม้แต่กล่องเก็บอาหารแบบสุญญากาศก็ยังมีกลิ่นเหม็นหึ่ง ผมใช้พวกมันไม่ได้อีกแล้ว ผมคิดว่าคงจะดีกว่าถ้าจะทิ้งพวกมันไป
ก่อนอื่นผมต้องทำความสะอาดที่นี่ให้เสร็จก่อน
ผมนำผ้าไปชุบน้ำผสมน้ำยาเคลือบผิวแบบเบาบางและเช็ดถูตู้เย็นอย่างเหม่อลอย
ก่อนที่ผมจะทันรู้ตัว ซนซองวอนก็เดินเข้ามาแล้วก้มมองผม
"มีอะไร?"
ในเมื่อเขาเป็พวกตัวปัญหา ซนซองวอนจึงพยายามจะสร้างปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุดอีกครั้ง
"ผมขอพูดอะไรตรง ๆ กับพี่ได้ไหม?"
ไอ้หมอนี่คิดจะพูดอะไร...
ทุกครั้งที่เขาอ้าปาก ผมก็รู้เลยว่าต้องมีเื่ไม่ดีหลุดออกมาจากปากแน่นอน
"ไม่ได้"
ถ้าผมบอกว่าไม่ได้ เขาจะไม่พูดใช่ไหม?
ผมหันหน้ากลับมาเช็ดถูตู้เย็นต่อ
"ตลกนะเนี่ย นี่พี่กินยาผิดขวดหรือไง? อยู่ดี ๆ ทำไมถึงทำตัวไม่เหมือนเป็ตัวเองเลย? ปกติพี่ไม่ใช่คนแบบนี้สักหน่อย"
ขนาดผมบอกว่าไม่ได้ ซนซองวอนก็ยังพูดอยู่ดี แล้วจะมาขออนุญาตกันั้แ่แรกเพื่ออะไร?
ผมตอบคำถามโดยการเช็ดถูชั้นวางของในตู้เย็นต่อไปด้วยความเฉยเมย
"ถ้านายไม่อยากช่วยก็กลับเข้าห้องไปซะ"
ทันใดนั้นซนซองวอนก็ยิ้มออกมาเหมือนพบเจอสิ่งที่น่าสนใจ เขาพูดต่อไปว่า
"แปลกแฮะ โลกกำลังจะแตกแล้วหรือไง ทำไมพี่ถึงได้รักความสะอาดขึ้นมาแบบนี้เนี่ย?"
ผมไม่มีอะไรจะพูด
แต่ที่นี่คือหอพักของวงไอดอล มันไม่สมควรมีสภาพสกปรกโสมมขนาดนี้
แต่จะเรียกพนักงานทำความสะอาดมาก็ไม่ได้...และคนที่ต้องทำความสะอาดก็กลายเป็ผมเอง
ถ้าเป็ในอดีต ผมก็ไม่มีเวลามาคิดทำความสะอาดเช็ดถูด้วยตัวเองเหมือนกัน
แต่โชคดีที่ผมไม่ใช่คนที่ชอบนั่งอยู่เฉย ๆ และชี้นิ้วสั่งคนอื่นเท่านั้น
"วันนี้เรานัดคุยวงกันนี่นา ฉันก็เลยคิดว่ามันคงจะดีถ้าเรามาเริ่มต้นใหม่กันทั้งหมด เริ่มจากการปรับปรุงตัวเองนี่แหละ"
นี่เป็คำตอบที่ผมพูดออกไปแบบส่งเดช
แต่แน่นอนว่าคำตอบของผมยิ่งทำให้ซนซองวอนตกตะลึงมากยิ่งขึ้น
"จริงเหรอ? แล้วตัวจริงของพี่เป็คนยังไงกันแน่?"
เขายังเรียกผมว่าพี่ด้วยความเคารพ แต่สีหน้าไม่มีความเคารพเลยสักนิด
ยิ่งหมอนี่พูดออกมามากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากเท่านั้น ผมพยายามนึกคำพูดขึ้นมาตอบโต้โดยจินตนาการว่าตนเองมีอายุใกล้เคียงกับเขาจริง ๆ
"ถ้านายไม่อยากช่วยก็ไสหัวไปซะ"
ซนซองวอนหยุดชะงัก เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"...แบบนี้สิค่อยเหมือนพี่อีเซที่ผมรู้จักหน่อย ผมนึกว่าสมองของพี่ไปหมดแล้วนะเนี่ย"
เขายิ้มเยาะอีกเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง
ไอ้เด็กพวกนี้มันเป็อะไรกันไปหมด?
เพื่อนร่วมวงอีกสองคนออกไปทำงานข้างนอก พวกเขาไม่น่าจะเป็คนที่ร้ายกาจอะไร เพราะแค่ผมพบเ้าสองคนที่อยู่ในหอพักขณะนี้ ผมก็รู้สึกเหนื่อยล้ามากแล้ว
แต่ในอนาคตอาจจะดีขึ้นก็ได้มั้ง?
ผมมั่นใจมากกว่าใครในเื่การปรับเปลี่ยนนิสัยคน แต่พื้นฐานสำคัญของวงบอยกรุ๊ปคือความสามัคคีกันในวง และผมคงพยายามอยู่เพียงคนเดียวไม่ได้แน่
จังหวะที่ผมกำลังจะทำความสะอาดตู้เย็นต่อไป นาซอนอูก็เดินเข้ามาหาอย่างลังเล
"พี่ครับ ผมเก็บกวาดห้องนั่งเล่นเสร็จแล้ว..."
ผมควรหันไปขอบคุณเ้าหมอนี่ที่ให้ความร่วมมือดีไหม?
ผมถอนหายใจและยืดตัวขึ้น
แล้วเสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น หมายความว่ามีของมาส่งแล้ว
"ก่อนอื่นเอาถังขยะไปทิ้งก่อน แล้วค่อยกลับมาว่ากันใหม่"
"ได้เลยครับ"
ดูเหมือนว่าผมคงหวังความร่วมมือจากซนซองวอนได้ยากแล้ว
ผมกับนาซอนอูต้องเดินขึ้นลงบันไดกันอยู่ประมาณห้ารอบในการนำขยะไปทิ้ง
"ค่อยยังชั่ว ตอนนี้ค่อยดูเหมือนบ้านคนขึ้นมาหน่อย"
ในขณะที่ผมนำวัตถุดิบที่สั่งมาแช่เข้าไปในตู้เย็นที่ว่างเปล่า ผมก็รู้สึกพอใจมากขึ้น
"สะอาดมากเลยครับ!"
นาซอนอูยืนยิ้มอย่างสดใสและประหลาดใจ ราวกับว่าเขาภูมิใจในตัวเองมากเหลือเกิน
เ้าหมอนี่...ต่อให้น้ำหนักขึ้นจนอ้วนตุ๊ต๊ะ แต่เวลายิ้มก็ยังน่ามองอยู่ดี
ผมจ้องมองไปที่ชั้นไขมันบนพุงป่องของเขา ก่อนจะพูดออกมาด้วยความขัดใจว่า
"ฉันจะทำอาหารกลางวันให้นายกิน นายไปนั่งพักเหนื่อยก่อนเถอะ"
"ได้เลยครับ!"
คำว่าอาหารกลางวันทำให้ดวงตาของนาซอนอูเป็ประกายขึ้นมา
คนที่ชอบกินอาหารแบบนี้กลายมาเป็นักร้องไอดอลได้อย่างไร...
ผมสงสารนาซอนอูสุดหัวใจ แทบจำไม่ได้แล้วว่ารูปร่างของเขาก่อนที่น้ำหนักจะขึ้นนั้นเป็อย่างไร แต่ที่ผมจำได้ก็คือสีหน้าของเขาเศร้าหมองมาก
"หน้าตาดีขนาดนั้น น่าจะไปเป็ดารามากกว่า"
นาซอนอูไม่มีความสุขเลยกับการที่ต้องควบคุมอาหาร แล้วแฟน ๆ ของเขาจะมีความสุขได้อย่างไร ถ้าตัวของนาซอนอูเองไม่มีความสุขที่แท้จริง
[1] Main Vocalist คือ ตำแหน่งในวงไอดอลสำหรับสมาชิกในวงที่มีน้ำเสียงทรงพลังและมีเทคนิคการร้องยอดเยี่ยม