ตอนที่7
หลังจากนั้น 12 ปี
รับสมัครพนักงานตำแหน่งแอดมิน
- ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
- มีเงินเดือนและสวัสดิการ
- สามารถทำงานที่บ้านได้
- มีความสามารถในสื่อสารที่ดีตอบและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
- มีความรู้ด้านกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอลจะรับพิจารณาเป็พิเศษ
แป้งในวัย 27 ปีเห็นประกาศรับสมัครงานในเว็บไซด์จึงได้ลองติดต่อเข้าไปซึ่งเขาได้เรียกเข้ามาสัมภาษณ์ในวันนี้ ที่นี่เป็เหมือนโฮมออฟฟิศซึ่งวันนี้ไม่มีพนักงานอยู่เลยมีเพียงเกศฝ่ายบัญชีและบุคคลอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น เธออ่านประวัติคร่าวๆและเรียกแป้งเข้าไปคุยในห้อง
เกศ : น้องแป้งนะคะ มีประสบการณ์ในการเป็แอดมินมาบ้างรึเปล่าคะ
แป้ง : ตอนนี้มีเพจและช่องในติ๊กต๊อกค่ะแต่มีไว้โปรโมทสินค้าที่ตัวเองขายค่ะ
เกศ : โอเค แล้วเรามีความรู้ด้านกีฬาบ้างรึเปล่า
แป้ง : น้องชายเล่นฟุตบอลค่ะ ก็เลยชอบดูฟุตบอลเป็พิเศษด้วยค่ะ
เกศ : ทีมที่เชียร์ล่ะ
แป้ง : (ยิ้ม) แมนยูค่ะ
สัมภาษณ์อยู่สัก 15 นาที แป้งก็กลับ โดยเกศบอกจะแจ้งผลให้ทราบอีก 2-3 วันแป้งกลับไปได้สักพัก เ้าของโฮมออฟฟิศนี้ก็เดินเข้ามา เขาเป็อินฟลูสายกีฬาเน้นด้านฟุตบอลเป็หลัก มีช่องในยูทูป ติ๊กต๊อก และมีเพจที่มีคนติดตามมากกว่าแสนคนถือว่าเป็อินฟลูที่มีชื่อเสียงพอสมควร ประกอบกับหน้าตาดีเลยทำให้มีสาวๆในเพจกีฬาของเขาเยอะมากเช่นกัน
เกศ : อ่าวทิม เข้าออฟฟิศเหรอคะวันนี้
ทิม : มาเอาของอ่ะครับ เดี๋ยวก็ต้องกลับไปทำงานต่อ โจกับเก๋รออยู่ในรถ
เกศ : วันนี้มีคนมาสมัครงานด้วยนะ เป็สาวสวยเลยชอบแมนยูเหมือนทิมด้วยนะ
ทิม : งั้นรับคนนี้เลยแล้วกัน จะได้ไม่เสียเวลา บอกมาทำงานพรุ่งนี้เลยวันนี้ถ่ายเสร็จก็อยากรีบโพสต์นะ วันเสาร์ก็มีไลฟ์สดคุยเื่บอลอีกจะได้มีคนช่วยจัดการ
เกศโทรหาแป้งในเย็นวันนั้นเลยเพราะทิมโอเคที่จะรับเธอทั้งที่ยังไม่ได้ดูประวัติและเธอก็เหนื่อยที่ต้องคอยสัมภาษณ์คนมากมายด้วยแป้งใที่ได้งานอย่างรวดเร็วขนาดนี้ จึงได้เอาเื่นี้ไปบอกกับแพรน้าสาว
แป้ง : ได้งานแล้วนะคะ เขาบอกให้ไปเริ่มงานพรุ่งนี้เลย
น้าแพร : จะไหวเหรอ? เหนื่อยเกินไปจะทำให้สมองมีปัญหารึเปล่า
แป้ง : ไม่ใช่งานเครียดอะไรนะคะ เป็แอดมินเพจก็เหมือนที่ทำที่บ้านนี้แหละ ได้เงินด้วย ่นี้ขายของไม่ค่อยดีเอาเงินเก่ามาใช้เยอะแล้ว แป้งไม่อยากกวนเงินน้าแพรอ่ะ
น้าแพร : เราเหลือกันแค่สองคนแล้ว จะต้องเกรงใจอะไรถ้าน้าตายเงินนี้ก็เป็ของแป้งอยู่ดี ไม่เห็นต้องเป็ห่วงเลย
แป้ง : แป้งอยากทำค่ะ อยากใช้ชีวิตแบบคนอื่นบ้างอยากเดินด้วยตัวเองบ้างแล้ว
แพรเข้าใจในความรู้สึกของหลานั้แ่อุบัติเหตุเมื่อ 12 ปีก่อนพ่อแม่ของแป้งเสีย แป้งาเ็สาหัส สมองกระทบกระเทือนทำให้สูญเสียความทรงจำขาหักทั้งสองข้างทำให้ปัจจุบันเธอไม่สามารถวิ่งหรือเดินเร็วได้เธอต้องพาแป้งไปอยู่ต่างถิ่น เพราะเธอไม่สามารถดูแลแป้งที่นี่ได้สามีเธออยู่ที่ญี่ปุ่น แป้งต้องใช้ชีวิตที่นั่นโดยไม่ได้เรียนหนังสือ ตลอด 7ปี เธอต้องฝึกอ่านเขียนและเรียนรู้ใหม่ กว่าจะผ่าน่เวลานั้นมาได้มันยากลำบากสำหรับแป้งและน้าแพรอย่างมาก
แม้ว่าตอนนี้ทุกอย่างแทบจะเป็ปกติแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีอาการข้างเคียงอยู่บ้างเวลาเครียดหรือต้องใช้ความคิดหนักๆเธอกลับมาอยู่ที่เมืองไทยเมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากที่น้าแยกทางกับสามี เน้นขายของออนไลน์เป็หลักแต่พักหลังก็มีคู่แข่งเยอะและขายได้ไม่ดีเหมือนก่อน แป้งจึงตัดสินใจจะออกหางาน
วันถัดมาแป้งก็มาเริ่มงานตามที่ได้คุยกันไว้ เกศอธิบายงานที่ต้องทำคร่าวๆ ให้เธอฟังและเอาโน๊ตบุ๊คประจำตำแหน่งให้เธอ
เกศ : อาจจะมีพวกรูปภาพและเพลงที่พนักงานคนเก่าเขาไม่ได้ลบนะแป้งก็จัดการเคลียร์เองแล้วกัน ที่นี่จะมีพนักงานอยู่ 3 คน พี่เกศ โจเป็ตากล้องน่าจะเด็กกว่าแป้งปีสองปีล่ะนะ และก็พี่เก๋เป็ผู้จัดการส่วนตัวของทิมเขาเป็อินฟลูสายกีฬาแหละนะ ก็จะมีพวกบทสัมภาษณ์นักกีฬามาให้ลง่เสาร์อาทิตย์จะมีไลฟ์สด่ที่บอลเตะ ซึ่ง่นี้สำคัญเพราะต้องค่อยประสานงานกับทุกคน วันนี้ไม่มีใครเข้างานเพราะไปข้างนอกกันแหละนะแป้งก็ศึกษาเพจ ติ๊กต๊อกและช่องในยูทูปแล้วกันนะว่าประมาณไหน่นี้โจจะเป็คนลงคลิปโพสต์ในเพจให้ไปก่อน แป้งก็ค่อยเรียนรู้งานจากเขาอีกทีแล้วกันนะ
แป้งรับคำและก็เริ่มศึกษางานที่โต๊ะทันทีเธอรู้สึกว่าเขาเป็อินฟลูชื่อดังจริงๆเคยได้ไปสัมภาษณ์นักฟุตบอลต่างประเทศหลายคนด้วย ในขณะที่นั่งดูคลิปไถติ๊กต๊อกอยู่นั่น ทิมก็เดินเข้ามาพร้อมกับทีมงาน แป้งรีบลุกขึ้นกล่าวคำทักทายเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เจอกับหัวหน้า
เมื่อแป้งสบตากับทิม ทุกอย่างรอบตัวก็หยุดชะงัก ราวกับว่าเวลาหยุดเดินแป้งรู้สึกใจเต้นรัวอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้เห็นหน้าทิม พอเริ่มตั้งสติได้เธอจึงรีบเอ่ยคำทักทาย
“สวัสดีค่ะ คุณทิม”
ทิมยืนอึ้งและตกตะลึงที่ได้เห็นใบหน้านั้นอีกครั้งแต่คำทักทายที่เหมือนไม่รู้จักกันนั้นทำให้เขาไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเธอคือแป้งคนเดียวกันกับที่เขาเคยรู้จัก ทั้ง เกศ โจและเก๋ ต่างมองทั้งคู่ที่จ้องตากันอยู่นานและทิมก็ยังยืนนิ่งไม่ตอบรับคำกล่าวทักทายของแป้ง
เก๋ : เป็อะไรทิม? รู้จักกันเหรอ?
ทิม : เออ... (พยายามตั้งสติ) เปล่า.....ไม่มีอะไร (หันไปมองแป้ง)หวัดดีครับ
พูดจบแค่นั้นเขาก็เดินเข้าห้องไปทันที ทั้งเกศ โจและเก๋ยืนงงกับท่าทางที่ผิดปกติของเขา
เกศ : แป้งรู้จักทิมมาก่อนเหรอ?
แป้ง : (ส่ายหัว) เพิ่งเจอครั้งแรกค่ะ
ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่เธอเองก็สงสัย ทำไมถึงได้ใจเต้นรัวขนาดนี้เธอรู้สึกเหมือนเคยรู้จักกับทิมมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกพอพยายามจะนึกทีไรก็จะมีอาการปวดหัวขึ้นมาทุกที เธอจึงไม่นึกถึงมันอีกหลังเลิกงานเธอจึงกลับบ้านไปถามน้าแพรอีกครั้ง
แป้ง : น้าแพร แป้งเคยมีเพื่อนชื่อทิมรึเปล่า?
น้าแพร : ทำไมอ่ะเจอคนมาทักเหรอ?
แป้ง : หัวหน้าที่ทำงานอ่ะค่ะ แป้งรู้สึกคุ้นหน้าและเขาก็ทำเหมือนรู้จักแป้งด้วย
น้าแพร : น้าไม่รู้จักเพื่อนแป้งสักคนไม่รู้หรอกว่าเคยมีเพื่อนชื่ออะไรบ้างพรุ่งนี้ก็ไปถามเขาดูสิว่าเคยรู้จักกันรึเปล่า
แป้งตั้งใจว่าเจอกันครั้งหน้าจะลองถามเขาดูว่าเคยรู้จักกันรึเปล่าเธอคิดว่าถ้าโชคดีอาจจะทำให้จำเื่สมัยก่อนได้ก็เป็ได้ตอนนี้เธอจำเพื่อนไม่ได้สักคน หน้าพ่อกับแม่ยังต้องคอยดูรูปอยู่บ่อยๆไม่งั้นก็จะลืม ถ้าทิมเป็เพื่อนสมัยเรียนจริงๆ น่าจะช่วยให้เธอนึกอะไรออกบ้าง
แป้งได้เจอกับทิมอีกครั้งก็วันเสาร์ที่จะมีการไลฟ์สด่มีบอลมีอินฟลูอีกคนมาร่วมไลฟ์ด้วย ทุกคนเตรียมตัวและยุ่งกันมากพี่เก๋ต้องแต่งหน้าและจัดชุดให้ โจก็ต้องเตรียมกล้องเตรียมไฟและมุมจะถ่ายแป้งก็ทำตามคำสั่งให้หยิบโน่นนี่วิ่งไปมา พอเข้า่ไลฟ์ก็ต้องเงียบให้มากที่สุดแป้งนั่งหน้าคอมเพื่อดูพวกคอมเม้นท์และอ่านข้อความที่คนดูขอให้พูดถึงซึ่งจะเลือกไลฟ์่ที่ทีมบิ๊กแมทประจำวันเตะเท่านั้น
จบการไลฟ์สดตอน 5 ทุ่มเศษๆถ้าเป็เสาร์อาทิตย์จำเป็ต้องอยู่ดึกเพราะมีการไลฟ์ แป้งได้บอกน้าไว้แล้วซึ่งน้าก็มารอรับั้แ่ยังไม่เสร็จงาน แป้งลาพี่ๆ ที่ทำงานก่อนจะออกไปที่รถคนอื่นเดินตามออกไปด้วยเพื่อทักทายน้าของเธอ หลังทักทายและกล่าวสวัสดีกันแล้วแป้งก็เดินไปขึ้นรถ แพรสังเกตเห็นได้ว่ามีเพียงคนเดียวทีมองตามแป้งตอนเดินกลับมาเลยพอเดาได้ว่าคนนี้อาจจะเป็ทิมที่แป้งพูดถึง เพราะท่าทางที่เขาแสดงออกมานั้นเหมือนจะรู้จักแป้งจริงๆ
น้าแพร : เสื้อดำนิใช่ม่ะ ที่ว่าชื่อทิมน่ะ
แป้ง : ค่ะ เขาเป็หัวหน้าด้วยนะ ดังไม่เบาเลยนะน้าแพร
หลังจากรถออกไปทิมที่ยังยืนอยู่หน้าบ้าน ก็พูดขึ้นมาว่า
“ถึงตอนนี้ก็ยังต้องมีคนมารับมาส่งอยู่อีกงั้นเหรอไม่ใช่เด็กแล้วนะ”
“พูดเหมือนคนรู้จักกันมาก่อนเลยนะคะ”
เก๋ที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ยินสิ่งที่ทิมพูดเธอเองก็สงสัยในท่าทีนั้นของทิมไม่น้อย เขาดูจ้องมองแป้งอย่างผิดปกติแถมยังอาการใที่เห็นแป้งครั้งแรกนั้นอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะถามยังไงทิมก็เอาแต่เงียบไม่ตอบคำถามใดๆ จนสุดท้ายเธอก็ต้องยอมแพ้และเลิกถาม
ทิมกลับไปเปิดดูประวัติของแป้งอย่างละเอียดทิมรู้ว่าแป้งชื่อจริงว่านีรกานต์ แต่ไม่รู้นามสกุล แต่ในใบสมัครกลับเขียนว่าปรียากานต์ หรือจะเป็คนละคน แถมในใบที่กรอก เขียนไว้แค่ว่าจบ ป.6 ที่เมืองไทย กับวุฒิประกาศณีย์บัตรด้านภาษาญี่ปุ่นเธอไปอยู่ญี่ปุ่นงั้นเหรอ?
หลังจากวันนั้นที่ได้ให้ของขวัญวาเลนไทน์กับแป้งแล้วเธอก็ไม่มาเรียนอีกเลย พอไปถามขวัญกับแก้ว ก็บอกแค่ว่าติดต่อไม่ได้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาตัดสินใจไปถามอาจารย์ประจำชั้นเพราะเป็ห่วงมากอาจารย์ก็ตอบกลับมาแค่ว่าเธอย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว มันกะทันหันและกระชั้นชิดมากเพราะกำลังจะสอบและจบ ม.3 แล้ว เกิดอะไรขึ้นทำไมแป้งถึงหยุดเรียนไปดื้อๆสุดท้ายเขาก็ต้องยอมตัดใจ เพราะไม่มีทางติดต่อเธอได้เลย จนมาถึงวันนี้ผ่านมา 12ปีแล้ว โลกก็หมุนกลับมาให้พวกเราได้เจอกันอีกครั้ง