ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 76 การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ก็ใช่ว่าจะไม่ได้

            ฟู่ถิงเย่แทบจะโยนเสื้อผ้าที่นางถอดทิ้งไว้ลงบนเตียงอย่างแรง

            “ใส่!” เขามองนางตาขวาง

            หวาชิงเสวี่ย “...”

            ที่จริงนางรู้สึกว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิดในวันที่อากาศร้อนจัด การปิดประตูห้องแล้วสวมเพียงเสื้อท่อนบนกับกางเกงขาสั้นเพื่อนอนกลางวันมันมีอะไรผิดตรงไหนหรือ? แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าฟู่ถิงเย่นางรู้สึกว่าแม้ตนจะมีเหตุผลก็กลับกลายเป็นไร้ข้อโต้แย้งอย่างน่าประหลาด จึงคว้าเสื้อผ้ามาสวมเงียบๆ...

            ฟู่ถิงเย่หันหลังให้ไม่ได้มองนาง

            หวาชิงเสวี่ยสวมเสื้อผ้าไปพลางบ่นพึมพำอย่างอดไม่ได้“ข้าเห็นสตรีแคว้นหนานจ้าวล้วนสวมใส่ชุดแขนสั้น ทั้งยังเผยเอวอีกต่างหาก...”

            “เจ้าเป็นชาวหนานจ้าวหรือ?!”ฟู่ถิงเย่หันกลับมาถลึงตาใส่นาง

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกน้อยใจ“แต่ข้าก็ไม่ใช่ชาวฉีนะเจ้าคะ...”

            ฟู่ถิงเย่ถึงกับพูดไม่ออกหลังจากนั้นก็พูดอย่างเกรี้ยวกราด “อีกไม่นานก็ใช่แล้ว!”

            หวาชิงเสวี่ยติดกระดุมเม็ดสุดท้ายเงียบๆกลอกตาเล็กน้อย แล้วพึมพำเบาๆ “เช่นนั้นข้าก็ไม่อยากแต่งแล้ว...”

            ฟู่ถิงเย่หันขวับกลับมา!ดวงตาสีเข้มลึกล้ำฉายความอันตรายยากจะบรรยาย เป็นสีหน้าราวกับจะบอกว่าหากเจ้าไม่ยอมแต่งข้าก็ไม่รังเกียจที่จะจับเจ้ากินเสียตอนนี้เลย

            หวาชิงเสวี่ยหัวเราะแห้งๆ“ท่านแม่ทัพ ข้าใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว ท่านช่วยเขียนบางอย่างให้ข้าหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะข้าเขียนหนังสือช้า...”

            นางยื่นมือไปดึงเขาแสดงออกว่ากำลังประจบประแจง

            ฟู่ถิงเย่ก็เหมือนลาที่ชอบให้ลูบขนท่าทางก็ผ่อนคลายขึ้นมาก เขานั่งลงที่โต๊ะอย่างวางท่า ทั้งที่ม้านั่งยาวก็กว้างขวางพอสมควรแต่พอเขานั่งลงไปกลับดูคับแคบจนรู้สึกอึดอัด

            “เขียนอะไร?”เขายกพู่กันจุ่มลงในหมึก

            หวาชิงเสวี่ยดึงม้านั่งตัวหนึ่งมานั่งข้างๆเขา แล้วกล่าวว่า “วิธีการทำแก้วเจ้าค่ะ ตอนที่ข้ายังจำได้ ต้องรีบเขียนมันลงไป หากไม่ทำเช่นนี้กลัวว่าต่อไปจะลืม”

            ฟู่ถิงเย่มองนางอย่างด้วยความประหลาดใจเขาคงจะรู้สึกแปลกๆ เพราะเรื่องที่จำได้แล้ว มันจะลืมได้ง่ายๆ เชียวหรือ?

            หวาชิงเสวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวออกมาทีละคำว่า“วัตถุดิบคือ ทรายควอตซ์ หินปูน แร่ฟันม้า โซดาแอช กรดบอริก และอื่นๆ ...หลังจากผสมวัตถุดิบจนเข้ากันแล้วก็นำไปผ่านการให้ความร้อนสูงจนได้เป็นแก้วเหลวเนื้อสม่ำเสมอไม่มีฟอง จุดหลอมเหลวส่วนมากอยู่ที่ 1300 ถึง 1600 องศาเซลเซียส...”

            “สิ่งใดคือองศาเซลเซียส?”ฟู่ถิงเย่ชะงัก แล้วเอ่ยถามนาง

            “อืม เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเขียนต่อไปเถอะเจ้าค่ะ”

            หวาชิงเสวี่ยอ่านต่อไปตามเนื้อหาที่อยู่ในความทรงจำอธิบายวิธีการเป่าขึ้นรูปแก้ว วิธีการดึงแก้ว และวิธีการอัดแก้วทีละอย่าง

            นางยังหวาดกลัวต่อความเจ็บปวดเมื่อครู่จึงขยับมือนวดขมับโดยไม่รู้ตัว กลัวว่าหากใช้ความคิดมากไปหน่อย อาการปวดหัวก็จะกลับมาอีก

            หลังจากฟู่ถิงเย่เขียนเสร็จเขาก็หันมามองนาง เห็นหวาชิงเสวี่ยขมวดคิ้วพร้อมกับเอานิ้วกดหน้าผากเงียบๆ จึงถามว่า“เป็นอะไรไป?”

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุปทานหรือไม่หวาชิงเสวี่ยรู้สึกว่าอาการปวดหัวเริ่มกลับมาอีกครั้งแล้ว...

            “ไม่มีอะไร...” หวาชิงเสวี่ยกลัวอาการปวดหัวจะกำเริบจึงไม่กล้าส่ายหน้าเพียงตอบกลับเบาๆ ว่า “คงเป็นเพราะอากาศมันร้อนมากไปหน่อย เลยรู้สึกวิงเวียนเจ้าค่ะ”

            นางไม่สามารถอธิบายเรื่องชิปให้ฟู่ถิงเย่ฟังได้หากพูดออกมาโดยไม่คิดให้รอบคอบ อาจจะถูกเข้าใจผิดว่ากำลังเพ้อคลั่งได้ อีกอย่าง...ต่อให้พูดไปเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี...

            ฟู่ถิงเย่ขมวดคิ้ว ยื่นมือไปแตะหน้าผากแล้วจับชีพจรของนาง

            หวาชิงเสวี่ยหัวเราะ“ท่านแม่ทัพรู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ?”

            “วิชาแพทย์ข้าไม่รู้แต่แค่จับชีพจรแบบง่ายๆ ข้าพอจะทำเป็น” เขาตอบด้วยท่าทีจริงจัง หลังจากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีกตั้งหน้าตั้งตาจับชีพจรให้นางจริงๆ

            หวาชิงเสวี่ยก็ไม่ได้พูดอะไรจ้องมองฟู่ถิงเย่ด้วยความสงสัยอยากจะรู้ว่าเขาจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร

            “มีอาการความร้อนอบอ้าวเล็กน้อย”ครู่ต่อมา ฟู่ถิงเย่ก็ปล่อยข้อมือของนาง “ช่วงนี้อย่าออกจากบ้านเลย รอให้อากาศคลายร้อนก่อนแล้วค่อยออกไป”

            หวาชิงเสวี่ยถือโอกาสแก้ตัวให้ตนเอง“ข้าถึงได้สวมเสื้อผ้าแบบนั้นอย่างไรเล่า ร้อนออกขนาดนั้น”

            ฟู่ถิงเย่หรี่ตาลงเล็กน้อย...

            หวาชิงเสวี่ยรีบโบกมือ“ตอนนี้ไม่ร้อนแล้ว! ไม่ร้อนแล้ว ไม่ร้อนแล้ว ...”

            ฟู่ถิงเย่มองเม็ดเหงื่อที่ซึมออกมาจากหน้าผากของนางคิ้วกระบี่ของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

            “แขนเสื้อตัดให้สั้นลงได้แต่คอเสื้อจะต้องไม่ต่ำลงไปมากกว่านี้! ห้ามออกไปเด็ดขาด แม้แต่ออกไปที่ลานบ้านก็ไม่ได้”ในที่สุดเขาก็ยอมผ่อนปรน หลังจากย้ำเตือนเสร็จก็ถอนหายใจ “ในห้องมีน้ำแข็งมากเกินไปความชื้นสูงขึ้น อาจจะทำให้เป็นหวัดได้ เจ้าอดทนสักหน่อย ช่วงที่ร้อนที่สุดของทุกปีก็เป็นแบบนี้แหละ”

            “อือ” หวาชิงเสวี่ยพยักหน้าแล้วดึงเสื้อของฟู่ถิงเย่ “ช่วยเขียนอย่างอื่นอีกหน่อยสิ”

            ฟู่ถิงเย่มองนางอย่างประหลาดใจ“จะให้เขียนอะไรอีก?”

            “เอ่อ...การทำให้ดินปืนบริสุทธิ์และวิธีการกลั่นเจ้าค่ะ”

            ที่จริงข้อมูลบางส่วนมีอยู่ในสมองของนางแล้วไม่ได้มาจากชิป แต่เพื่อป้องกันไว้ก่อน หวาชิงเสวี่ยจึงรู้สึกว่าเขียนลงไปน่าจะดีกว่าเผื่อถึงวันที่ต้องเริ่มงาน แล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นจริงๆ

            นางลูบหัวแล้วครุ่นคิดอาการปวดหัวกลับมาแล้ว ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย...

            ฟู่ถิงเย่รู้สึกว่าวันนี้หวาชิงเสวี่ยดูแปลกๆแต่แปลกอย่างไรก็พูดไม่ถูก

            ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องคนหนึ่งอ่าน อีกคนหนึ่งเขียน จนกระทั่งเขียนทุกอย่างเสร็จ ฟ้าก็มืดแล้ว

            หวาชิงเสวี่ยเป่าหมึกให้แห้งแล้วนำไปวางรวมกับกระดาษที่นางเคยเขียนไว้

            ฟู่ถิงเย่มองเห็นสีท้องฟ้าด้านนอกจึงรู้ว่าตนควรจะออกไปได้แล้ว แต่เมื่อนึกถึงการที่ตนอุตส่าห์มาถึงที่นี่ และทั้งสองก็ยังไม่ได้คุยกันดีๆเอาแต่ยุ่งอยู่กับการช่วยเขียนสูตรต่างๆ ให้นาง จึงอดที่จะรู้สึกขุ่นเคืองไม่ได้

            หวาชิงเสวี่ยจุดเทียนก้มหน้ามองกระดาษหลายแผ่นที่ฟู่ถิงเย่ลงมือเขียนให้ สายตาของนางภายใต้แสงเทียนเต็มไปด้วยความจริงจังใบหน้าเกลี้ยงเกลาเปล่งแสงเป็นประกาย และดูอ่อนโยนสงบเงียบ

            ฟู่ถิงเย่จึงไม่อยากจากไป...

            “ข้าต้องกลับค่ายก่อน”เขาจ้องมองหวาชิงเสวี่ยด้วยดวงตาสีดำลึกล้ำ

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกตัวรีบวางกระดาษในมือลง “ลาก่อนเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ”

            จะไม่รั้งข้าไว้หน่อยหรือ?

            ฟู่ถิงเย่รู้สึกไม่พอใจแต่ก็ไม่พูดอะไร เขาลุกขึ้นเดินออกไป หวาชิงเสวี่ยเดินตามไปข้างหลังอย่างช้าๆ

            เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูเขาก็หยุดชะงัก หันกลับมากอดหวาชิงเสวี่ยเอาไว้!

            “อีกสองวันข้าจะมาหาเจ้าอีก”ฟู่ถิงเย่จ้องมองนางด้วยสายตาร้อนแรง “หากครั้งหน้าข้าจับได้ว่าเจ้าแต่งตัวแบบนั้นอีก...”

            หวาชิงเสวี่ยยกยิ้มมุมปาก“คราวหน้าท่านก็เคาะประตูสิเจ้าคะ ข้ารับรองว่าจะสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วค่อยเปิดประตูให้ท่านแม่ทัพ”

            สีหน้าของฟู่ถิงเย่เปลี่ยนไปเล็กน้อยนี่นางกำลังตำหนิเขาหรือ?

            “เอาล่ะ ทางเดินตอนกลางคืนมันไม่ดีท่านแม่ทัพรีบไปเถิด” หวาชิงเสวี่ยยื่นมือไปเปิดประตูบ้าน ไม่ได้มีความอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย

            เส้นเลือดบนหน้าผากของฟู่ถิงเย่กระตุกเขาจับเอวของนางแล้วยกขึ้นมา! พากลับเข้าไปข้างใน!

            ร่างของหวาชิงเสวี่ยลอยขึ้นมากะทันหันนางจึงร้องด้วยความตกใจ “ทะ—ท่านแม่ทัพ?!”

            ในชั่วพริบตาต่อมา นางก็ถูกวางลงบนเตียงชายหนุ่มร่างใหญ่ก็กระโจนลงมาทาบทับและกัดฟันพูดว่า “ในเมื่อฟ้ามืดแล้ว ช้ากว่านี้อีกหน่อยคงไม่เป็นไร”

            หวาชิงเสวี่ยหลีกเลี่ยงไม่ได้สู้ก็ไม่ได้ ในใจอยากจะร้องไห้ เหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่นิดเลยนะ!

            ...

            ฟู่ถิงเย่กดจูบนางอย่างดุดันเมื่อมองริมฝีปากสีแดงที่ถูกดูดจนบวมเจ่อของหวาชิงเสวี่ย ก็จากไปด้วยความพอใจ

            หวาชิงเสวี่ยคิดว่าเขาไม่เหมือนแม่ทัพเลยสักนิดเหมือนอันธพาลเสียมากกว่า หากไม่ได้รังแกนางคงจะไม่สบายใจสินะ

            ระหว่างทางกลับค่ายฟู่ถิงเย่ก็หวดแส้เร่งม้าอย่างเร็ว

            คนของแคว้นหนานจ้าวยังอยู่ในค่ายชิงโจวจะปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ก็ไม่สบายใจ หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เขาที่อยู่ในค่ายจะได้พร้อมรับมือสถานการณ์ทันที

            ม้าวิ่งเต็มกำลังไปตามทางลมยามค่ำคืนพัดเย็นยะเยือก ความคิดของเขาก็ล่องลอยไปไกล

            เขารู้สึกว่าหวาชิงเสวี่ยชอบความเย็นมากเกินไปไม่รู้ว่าตอนนี้เมื่อไม่มีเขาแล้ว นางจะถอดเสื้อผ้านอนอีกหรือไม่ ในห้องยังมีน้ำแข็งอยู่ตอนกลางคืนก็มีลมพัดแรง หากเกิดเป็นหวัดขึ้นมาจะทำอย่างไร?...ไม่ได้ คราวหน้าเขาต้องพูดเรื่องนี้กับนางดีๆ!

            เมื่อกลับมาถึงค่ายทหารก็วิ่งเข้ามาจูงม้าทันที เขาก้าวเท้าเข้าไปในกระโจม ทหารคนสนิทตามเข้ามาข้างในและรายงานว่า“รายงานแม่ทัพ องค์หญิงแห่งหนานจ้าวส่งคนมาตามหาท่าน บอกว่ามีเรื่องที่อยากหารือขอรับ”

            “รู้แล้ว” ฟู่ถิงเย่ยกกาบนโต๊ะขึ้นมารินน้ำให้ตนเองหนึ่งถ้วย “วันนี้ดึกมากแล้ว เจ้าไปบอกนางว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปพบ”

            “ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้แล้ว”เสียงเย็นเยียบของสตรีดังขึ้น หลังจากนั้นสตรีผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาในกระโจม

            อูซินเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ดูเหมือนกำลังไม่พอใจ “ฟู่ถิงเย่ วันนี้ข้ามาหาท่านถึงสามครั้ง!ในที่สุดท่านก็กลับมาได้เสียที!”

            “มีเรื่องด่วนหรือ?”ฟู่ถิงเย่หยิบถ้วยมาอีกใบ รินน้ำจนเต็มแล้วเลื่อนไปตรงหน้าอูซินเหยา

            “กองทัพเหลียวประชิดชายแดนแล้วท่านว่าข้าจะร้อนใจหรือไม่เล่า?” สีหน้าของอูซินเหยายิ่งเย็นชาเพิ่มขึ้นหลายส่วนเดินเข้ามาถาม “ท่านได้พบนางหรือยัง? นางตอบว่าอย่างไร?”

            ฟู่ถิงเย่ดื่มน้ำด้วยสีหน้าเรียบนิ่งคิดในใจว่า เขาไม่ได้ถามอะไรเลย...

            ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อยที่จริงหลังจากไปถึงในวันนี้แล้วพบว่าหวาชิงเสวี่ยสวมเสื้อผ้าเช่นนั้น เขาก็โมโหจนลืมเรื่องนี้ไปหลังจากนั้นก็ถูกนางรั้งไว้ให้เขียนโน่นนี่ ก็ยิ่งลืมเรื่องนี้ไปกันใหญ่

            แต่ไม่เป็นไร อย่างไรเสียเขาก็ตัดสินใจแทนนางไปแล้ว

            “นางจะไม่ไปหนานจ้าวต่อให้จะไปเป็นแค่ฉากบังหน้าหลอกกองทัพเหลียวก็ไม่ได้” ฟู่ถิงเย่ปฏิเสธอย่างเย็นชา

            คิ้วใบหลิวของอูซินเหยาตั้งตรงโมโหจนพูดว่า “เหตุใดถึงไม่ไป?! แคว้นหนานจ้าวของเราจะปฏิบัติต่อนางราวกับเป็นแขกผู้มีเกียรติที่สุด!ไม่ต้องให้นางทำอะไร ก็จะได้รับเครื่องประดับอัญมณีและผ้าไหมชั้นเลิศ เหตุใดนางถึงจะไม่ไป?!”

            ฟู่ถิงเย่เหลือบมองนางแล้วตอบว่า “นางกลัวร้อน”

            อูซินเหยาโกรธจนพูดไม่ออกหายใจไม่ทันดวงตาเบิกกว้าง!

            ใช่แล้ว สภาพอากาศของแคว้นหนานจ้าวค่อนข้างร้อนจัดแต่ด้วยเหตุผลนี้! ...มันน่าโมโหจริงๆ!

            อูซินเหยากัดริมฝีปากราวกับกำลังพยายามควบคุมความโกรธของตนเองอยู่นาน หลังจากนั้นนางก็เอ่ยถาม “ฟู่ถิงเย่นี่เป็นความเห็นของท่านหรือเป็นความเห็นของนางกันแน่?”

            “ไม่มีอะไรแตกต่าง”ฟู่ถิงเย่กล่าวโดยไม่แสดงสีหน้า “ความเห็นของข้าก็คือความเห็นของนาง”

            อูซินเหยาแค่นหัวเราะออกมา“ข้ารู้แล้ว แท้จริงแล้วไม่มีคนผู้นั้นใช่หรือไม่? ฟู่ถิงเย่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เรื่องที่ท่านกุขึ้นมา เรื่องดาวมฤตยูลงมาเกิดอะไรนั่น หรือสตรีประหลาดอะไรนั่นล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ! ใช่หรือไม่?! อาวุธแบบใหม่พวกนั้นแท้จริงแล้วเป็นฝีมือของช่างฝีมือในกรมสรรพาวุธของท่าน!”

            ฟู่ถิงเย่ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธยังคงนั่งตัวตรงนิ่งๆ ไม่ได้พูดอะไร

            อูซินเหยารู้สึกท้อแท้เล็กน้อยนั่งลงด้านข้าง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “หากท่านยอมส่งทหารมาช่วยเหลือ หนานจ้าวของข้ายินดีที่จะผูกมิตรกับต้าฉีตลอดไปการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ ตอนนี้ท่านก็ได้รับตำแหน่งอ๋องแล้ว ถือว่าคู่ควรกับข้า”

            สีหน้าใจเย็นของฟู่ถิงเย่ในที่สุดก็แสดงอาการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เขามองนางด้วยความประหลาดใจอย่างมาก“...แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์?”

            อูซินเหยาเห็นว่าฟู่ถิงเย่แสดงท่าทีตอบสนองก็อดที่จะยิ้มเย็นชาไม่ได้ “ไม่ต้องมาแสร้งทำเป็นไม่รู้ ครั้งนั้นคนที่มาสู่ขอข้า ก็คือท่านนะ”

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663