หลี่ิพูดคุยกับยายเฉินอยู่นานพอสมควร จึงได้ขอตัวไปยังห้องตัวเอง ยายเฉินจึงกล่าวอย่างอ่อนล้า"นับจากนี้ไปสมบัติของตระกูลเฉินได้เป็ของเ้าโดยสมบูรณ์แล้ว ยายเหนื่อยแล้วขอพักผ่อนก่อน ตัวเ้าเองก็กลับไปนอนเถิด"หลี่ิจึงคำนับนางแล้วลากลังใบใหญ่ไปที่ห้องของตน
เมื่อมาที่ห้องของตนแล้วหลี่ิจึงหยิบห่อผ้าสีแดงเปิดออกดู จึงเห็นตำรามีทั้งหมด 12 เล่มแบ่งออกเป็ 3 ชุดมีเชือกฟางมัดแยกออกเป็ชุดอย่างชัดเจน ชุดแรกเป็เคล็ดวิชาปราณโลหะเมื่อฝึกวิชาสำเร็จร่างกายจะแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าทนทานอาวุธนานาชนิด"นี่มันเหมือนวิชาคงกระพันชาตรีที่เราเคยร่ำเรียนมาก่อน"เมื่อเปิดอ่านจนจบเล่ม"อืม.แปลกใช้วิธีเดินลมปราณแทนที่จะสักอักขระลงอาคม วิธีฝึกค่อนข้างยากทีเดียวมีทั้งหมด 3 เล่ม แบ่งเป็ขั้นพื้นฐาน,ขั้นกลางและขั้นสูง"เมื่ออ่านจบครบทั้งสามเล่มแล้ว นับว่าซึมซับพอเข้าใจอยู่สี่ส่วนเท่านั้น
เมื่อมองตำราชุดที่สองคือเคล็ดวิชาปราณกระดูกหิน มีทั้งหมด 4 เล่มแบ่งเป็ขั้นพื้นฐาน,ขั้นกลาง,ขั้นสูงและขั้นปฐี เมื่อฝึกสำเร็จกระดูกทั่วทั้งร่างจะแข็งแกร่งราวกับหิน สามารถหลอมรวมกับกระดูกสัตว์ิญญาได้ง่ายขึ้น เมื่ออ่านทั้ง 4 เล่มจนจบ หลี่ิจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้
"แท้ที่จริงแล้ว ทั้ง 2 เคล็ดวิชาต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เหมือนวิชาคงกระพันกับวิชาชาตรีจะต้องเรียนเป็คู่ ถ้าหากเรียนแยกจะทำให้ประสิทธิภาพของวิชาขาดความสมบูรณ์"
แล้วจึงหยิบตำราชุดสุดท้ายมีทั้งหมด 5 เล่ม นี่คือเคล็ดวิชา7ก้าวพ้นทะเล "ชื่อแปลกดี"หลี่ิตั้งใจอ่านตำราทั้ง 5 เล่มรวดเดียวจบจนกระทั่งแสงแดดสะท้อนส่องเข้ามาในห้อง "สายแล้วหรือนี่ แย่แล้วยังไม่ได้ทำอาหารเช้าให้ยายเลย ยาก็ยังไม่ได้ต้ม ต้องรีบหน่อยแล้ว"
หลี่ิจึงรีบเก็บตำราใส่ลังแล้วผลักมันไปที่ใต้เตียง แล้วจึงทะยานออกจากห้องไปยังห้องครัว ติดเตาไฟแล้วจึงไปตักน้ำจากบ่อบาดาลทางหลังบ้าน จัดแจงต้มข้าวต้มและหยิบห่อยาใส่หม้อต้มดินเผา ใช้เวลาครึ่งชั่วยามจึงแล้วเสร็จ
เมื่อยกถาดอาหารเข้ามายังห้องของยายเฉินเห็นร่างของยายนอนคลุมโปงอยู่ จึงร้องเรียก"ท่านยาย ตื่นเถิดสายแล้วลุกขึ้นมากินข้าวกินยาก่อน แล้วจึงค่อยนอนพักผ่อนต่อ"ได้ยินเสียงยายคราง"ฮือ.ฮือ."จึงเลิกผ้าห่มออกเห็นยายนอนขดตัวสั่นเทิ้มพอเอามือแตะที่หน้าผาก หลี่ิถึงกับอุทานออกมา"ตัวร้อนไข้ขึ้นสูงถึงปานนี้เชียวหรือ แย่แล้ว! ต้องรีบทำให้ตัวยายเย็นลงก่อน ไม่เช่นนั้นอีกไม่กี่ชั่วยามนางต้องตายแน่ๆ"หลี่ิจึงรีบตักน้ำใส่อ่างแล้วหยิบผ้าชุบน้ำมาโปะที่ศรีษะและข้อเท้าเพื่อลดความร้อนของร่างกายลง
จนผ่านไปค่อนวันสุดท้ายไข้ซาลงยายเฉินคอยแต่พร่ำเพ้อไม่ขาดปากด้วยพิษไข้ แม้จะพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังวางใจไม่ได้ ตอนนี้เขาไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียว จึงจำต้องไปพึ่งพาครอบครัวลุงหวังที่อยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลมากนัก เมื่อลุงหวังทราบเื่จึงพาป้าจางมาดูอาการของยายเฉิน
เมื่อมาถึงบ้านเชิงเขาป้าจางรีบเข้าห้องไปดูอาการของยาย ไม่นานนักป้าจางออกจากห้องมาด้วยสีหน้ามืดครึ้มรีบสาวเท้ามาหาลุงหวัง แล้วกล่าวด้วยเสียงร้อนรน"พ่อจ๊ะ รีบพาหมอฉีมาดูยายเฉินด่วนเลยนะ ตอนนี้ตัวยายกลับมาร้อนอีกครั้ง"ลุงหวังถึงกับโพล่งขึ้นมา"ไข้กลับอย่างนั้นรึ! ได้ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย"พูดจบ ลุงหวังเดินตัวปลิวราวกับเหาะเหิน ป้าจางหันหน้ามาบอกให้หลี่ิไปต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ให้หมอฉี ที่จะมาถึงในอีกไม่นานนี้
หมอฉีเข้าไปยังห้องยายอยู่พักใหญ่ถึงกับส่ายหน้าเดินทอดถอนใจออกมา หลี่ิร้อนใจรีบเข้าไปถามอาการของท่านยาย หมอฉีหน้าตาเคร่งเครียดตอบอย่างคลุมเครือ"าแที่ศีรษะแม้จะไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิต แต่ด้วยสูงวัยร่างกายอ่อนแอมิหนำซ้ำถูกอากาศเย็น ทำให้ไข้ขึ้นสูงอาการเข้าขั้นตรีฑูต คงได้แต่ภาวนาต่อเบื้องบนให้ปกปักษ์รักษาชีวิตของแม่เฒ่าผู้นี้"พูดจบจึงลาออกจากบ้านหลังนี้ไป ทิ้งให้หลี่ิยืนซึมกระทืออยู่ตรงนั้น
ผ่านมา 2 ปีแล้วซินะหลังจากหลี่ิย้ายเข้ามาอยู่ในป่าต้าหลุน เขาต้องสูญเสียบ้านที่เชิงเขาเพราะว่าไม่สามารถหาเงิน 10 เหรียญทองมาไถ่ถอนบ้าน ตามสัญญาเงินกู้เมื่อครบกำหนด 3 วันได้ ลุงหลี่พาหัวหน้าหมู่บ้านมาช่วยเป็พยานรับรู้เื่ราวในครั้งนี้ หลี่ิจำใจต้องแบกยายเฉินที่หมดสติอีกครั้ง เมื่อสูญเสียบ้านที่อาศัยอยู่กับสามีมานานนับสิบปีใน่บั้นปลายของชีวิต
ที่พักอาศัยแห่งใหม่เป็ถ้ำที่ตาเฉินเคยมาพักชั่วคราวเมื่อครั้งเข้าป่ามาเก็บสมุนไพร ซึ่งหลี่ิได้เข้ามาสำรวจก่อนครบสัญญายึดบ้าน 2 วัน ถ้ำแห่งนี้อยู่ลึกเข้ามาในป่าต้าหลุนพอสมควรต้องเดินเท้า 3 วันจึงจะถึง แต่เขาสามารถเดินทางไปกลับได้เพียงแค่วันเดียวเท่านั้นด้วยวิชาย่นระยะทาง ความสำเร็จในการฝึกสมาธิบริกรรมคาถาที่เขาเคยปฏิเสธที่จะเรียนรู้เมื่อชาติก่อน ได้แสดงผลของมันให้ปรากฏชัดเมื่อเขาได้บำเพ็ญเพียรอย่างเข้มข้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
เมื่อมาถึงถ้ำที่ตาเฉินได้จดบันทึกไว้ในครั้งแรก หน้าปากถ้ำเต็มไปด้วยต้นไม้พงหญ้าขึ้นอย่างหนาทึบจนปิดทางเข้า และถ้ำที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี มาตอนนี้กลับถูกงูเหลือมั์ยึดครองใช้เป็รังของมันแล้ว ซึ่งมันไม่อาจขวางกั้นคนอย่างเขาได้ เมื่อไม่ยอมออกไปแต่โดยดีก็ต้องถูกสังหารอย่างไม่ปราณี
หลังจากจัดการอสรพิษเรียบร้อยแล้ว หลี่ิจึงจัดการปัดกวาดถากถางทำความสะอาดทั้งในและนอกถ้ำ ส่วนเื่น้ำดื่มนั้นไม่ได้เป็ปัญหาแต่อย่างใดห่างไปไม่เกิน 2 ลี้มีธารน้ำตกเล็กๆไหลผ่าน หลังจากนั้นเขาก็ขนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็มายังถ้ำแห่งนี้
อดีตชาติพระมหาเทพเคยกินนอนอยู่ในถ้ำเป็ปีๆ เมื่อครั้งยังครองเพศสมณะเคยธุดงค์กับพระครูท่านไปทั่วหุบเขารกชัฏ แม้แต่ป่าอาถรรพ์ก็เคยฝ่าเข้าไปเพื่อแสวงหาที่เงียบสงัดปลีกวิเวก เพื่อทำสมาธิ บำเพ็ญสมณธรรม แล้วก็เปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ติดในสถานที่นั้นจนสำเร็จญาณขั้นสูง