บทที่ 23
เมื่อเกวียนเข้ามาในเขตที่ดินของภาม อลันกับเมมี่ที่ยังไม่หายตกใจกลัวดี ก็มองความกว้างใหญ่ของที่ดินตรงหน้าด้วยความตกตะลึงที่เข้ามาแทนที่ กระทั่งเกวียนหยุดจอดที่หน้าคอกม้าแล้ว พวกเขาก็ยังดูไม่ได้สติ จนภามต้องเอ่ยเรียกอยู่หลายครั้งกว่าทั้งสองจะตอบสนอง อลันและเม่มี่หันไปปลุกเด็กทั้งสอง เด็กๆ ตื่นขึ้นมาก็มีอาการตกตะลึงไม่ต่างกันนัก ทุกคนมองบ้านรูปทรงแปลกตา ที่ทำจากวัสดุประหลาด แม้แต่ตัวอลันเองที่รับจ้างก่อสร้าง ก็ยังไม่รู้จักวัสดุที่ใช้สร้างบ้านเหล่านี้ ทั้งสี่คนเดินเบียดกัน เหมือนกับกลัวจะเดินเหยียบอะไรไม่ระวังเข้า สายตาก็สอดส่ายมองไปรอบๆ ขณะที่เดินตามภามเข้าไปในบ้าน “นี่ค่ำมากแล้ว ทำอาหารคงยุ่งยาก งั้นเรากินผลไม้พวกนี้ไปก่อนไหมครับ” ภามถามทุกพร้อมกับชูถุงผ้าใบสุดท้ายที่เข้าซื้อกลับมาจากในหมู่บ้านให้ทุกคนดู“อุ้ย!! ท่านภาม ขอโทษเจ้าค่ะ มา ข้าน้อยถือเอง” เมมี่ได้สติก็อุทานอย่างตกใจ ที่ปล่อยให้เจ้านายขนของเข้ามาเอง“ทุกคนไปนั่งรอก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าน้อยไปเตรียมให้ก่อน” เมมี่กล่าวต่อ เมื่อยื่นมือไปรับถุงผ้าใส่ผลไม้จากภาม“ครัวอยู่ทางนั้นนะครับ” ภามบอกพร้อมกับชี้ไปบริเวณเกือบๆ ถึงหลังบ้าน เมื่อเมมี่เดินไปที่ครัวตามทิศทางที่ภามชี้ ภามก็พาคนที่เหลือไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร ในตอนแรกภามจะชวนทุกคนคุยระหว่างรอเมมี่เตรียมผลไม้ แต่เมื่อเห็นทุกคนกำลังสอดส่ายสายตาสำรวจของในบ้านอย่างตื่นตาตื่นใจ ภามจึงนั่งเงียบๆ ปล่อยให้ทุกคนสำรวจสิ่งที่สนใจต่อไป นั่งรอกันพักใหญ่ เมมี่ก็ยังไม่ออกมาจากครัว ภามจึงนึกขึ้นได้ และรู้สึกสังหรใจว่าเธออาจจะหาของใช้ในครัวต่างๆ ไม่เจอ จึงเดินตามเข้าไปในครัว “ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมครับ”“เอ่อ ขอโทษเจ้าค่ะท่านภาม พอดีข้าไม่รู้จะใช้สิ่งใดวางผลไม้เหล่านี้ได้บ้าง” เมมี่กล่าวเสียงอ่อย เมื่อเธอหาอยู่นานก็ไม่พบ ไม่ว่าจะเป็นจานไม้หรือจานดินเผา“อ้อ เดี๋ยวผมหยิบให้ครับ” ภามเดินเข้าไปหยิบจานเซรามิคในตู้มายื่นให้กับเมมี่“...นี่มัน!!” เมมี่อุทานอย่างตกใจ เมื่อเห็นสิ่งที่ภามยื่นมาให้“ทำไมหรอครับ?”“ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าแค่ตกใจ ท่านช่างร่ำรวยเสียจริง แม้แต่จานชามในบ้านยังเป็นภาชนะลวดรายงดงามเช่นนี้” เมเมี่กล่าว“เอ๋ แปลกหรอครับ” คราวนี้กลับเป็นภามที่แปลกใจแทน ไม่เข้าใจว่าจานเซรามิคธรรมดาๆ ตรงหน้านี้มันทำให้เขาดู ‘ร่ำรวย’ ได้ยังไง“ปกติแล้วกรรมวิธีแบบนี้ ส่วนใหญ่ใช้ทำแจกันประดับบ้านเท่านั้น เนื่องจากมันต้องใช้ความปรานีตมาก ราคาจึงสูงลิบตามไปด้วย หากไม่มีเงินทองมากมาย ไม่ค่อยมีคนยอมจ่ายเงินซื้อหรอกเจ้าค่ะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนำมาทำเป็นจานชามเลย” เมมี่อธิบายไปตามตรง“อ้อ ครับ” ภามตอบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ มือก็ยื่นไปช่วยนำผลไม้ใส่จาน ภามถือจานใส่ผลไม้มาทีเดียวสามใบ เดินนำไปทางโต๊ะอาหาร โดยมีเมมี่ตามมา ในมือแต่ละข้างถือจานผลไม้ด้วยความระมัดระวังเมื่อวางจานลงตรงหน้าทุกคนเรียบร้อยแล้ว ภามก็พบว่ามีสิ่งจำเป็นที่ขาดไป จึงเดินกลับเข้าไปในครัว และออกมาพร้อมกับส้อมห้าอัน จากนั้นจึงแจกให้ทุกคน ซึ่งรับไปด้วยสีหน้างงๆ “ไว้ใช้จิ้มผมไม้ครับ” ภามอธิบายพร้อมกับจิ้มผลไม้ให้ทุกคนดูเป็นตัวอย่าง“ระวังเจ้าค่ะ!!” เมมี่ตะโกนเตือนอย่างตกใจ เมื่อเห็นภามกำลังจะยื่นผลไม้ที่ปลายส้อมเข้าปากภามชะงักมือด้วยความประหลาดใจ มองหน้าเมมี่เหมือนตอนการถาม แต่สายตาเหลือบไปเห็นทุกคนมีสีหน้าตกใจปนหวาดเสียวกันหมด“เอ่อ... ทำไมหรอครับ?”“ข้าว่าอย่าให้เด็กๆ ใช้สิ่งนี้เลยเจ้าค่ะ เกิดพลาดพลั้งจะแทงปากทะลุเป็นรูได้ ท่านภามเองก็ระวังด้วยนะเจ้าคะ”เมมี่เอ่ยเตือนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับหันไปยึดส้อมมาจากพวกเด็กๆ เมื่อเก็บสิ่งที่คิดว่าอันตรายออกไปหมดแล้ว ทุกคนจึงเริ่มทานผลไม้ในจานกันต่อไป โดยมีภามเพียงคนที่เดียวที่ยังใช้ส้อมจิ้มผลไม้อยู่ “ท่านภามเป็นคนที่ไหนหรือขอรับ ข้าเห็นวิธีการพูดจาของท่านไม่เหมือนคนในแถบนี้เลย” อลันเอ่ยถามขึ้นระหว่างทานผลไม้“จริงด้วย!! นายท่านพูดจาประหลาด!! ข้าไม่เห็นจะ...เข้าใจ...เลย” แอนเน่กล่าวเห็นด้วยกับผู้เป็นพ่อ แต่เมื่อเมมี่ส่งสายตาดุมา ทำให้ท้ายประโยคน้ำเสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด“เอ่อ ครับ ผมย้ายมาจากที่ๆ ไกลมากๆ เลยน่ะครับ” ภามอธิบายผ่านๆ อย่างไม่รู้ว่าควรจะอธิบายยังไง อลันกับเมมี่ที่รู้สึกได้ว่าภามไม่ค่อยอยากอธิบายในเรื่องนี้ จึงไม่ได้เอ่ยถามต่อ จนกระทั่งทุกคนจัดการผลไม้ในจานกันหมดแล้ว ภามก็บอกให้เมมี่เก็บจานไปวางไว้ในครัวก่อน และเขาจะพาทุกคนไปดูห้องนอน “บ้านอาจจะเล็กไปสักหน่อยนะครับ มีสามห้องนอน ห้องใหญ่ข้างๆ ห้องนั่นเล่นด้านหน้าบ้านเป็นของของผม ถัดมาห้องเล็กๆ นั้นเป็นห้องน้ำ ส่วนนี่เป็นห้องนอนอีกสองห้อง ห้องกลางให้น้าสองคนอยู่ ห้องเล็กให้เด็กๆ อยู่ก็ได้ครับ”ภามอธิบายห้องต่างๆ ในบ้านให้ทั้งสี่คนที่เดินตามหลังเขามาฟัง พร้อมกับเปิดประตูห้องนอนทั้งสองที่ว่าให้ทุกคนได้ดูภายในห้อง“พวกเราพักห้องเดียวกันก็ได้ขอรับ” อลันกล่าวอย่างเกรงใจ“แต่ในห้องแต่ละห้องมีเตียงเดียวนะครับ”“ไม่เป็นไรขอรับ เตียงบ้านท่านใหญ่มาก นอนกันได้สบายมากขอรับ” อลันยังคนยืนยัน“งั้นก็ได้ครับ วันนี้พักผ่อนตามสบายเลยนะครับ” ภามบอก พร้อมกับปล่อยให้ทั้งสี่คนเข้าห้องพัก หลังจากอลัน เมมี่ และเด็กๆ เข้าห้องพักไปแล้ว ภามก็ยืนมองประตูห้องที่มีเสียงพูดคุยดังลอดออกมาเป็นระยะๆ อยู่สักพัก ในใจคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะคิดไปถึงเรื่องที่อลันพูดบนโต๊ะอาหาร ‘มีคนทักว่าเราพูดจาแปลกๆ หลายคนแล้ว สงสัยต้องเปลี่ยนวิธีการพูดให้กลมกลืนกับคนที่นี่ซะหน่อยแล้วมั้ง’ ภามคิดในใจ“ท่าน.. ข้า.. เจ้า.. ขอรับ.. เจ้าค่ะ.. เฮ้อ! เชยชะมัด!!” ภามพูดแล้วก็รู้สึกรับไม่ค่อยได้ ก่อนจะส่ายหัวและเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง