เสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา

    ภายใต้หน้ากากประธานผู้เย็นชา และความห่วงใยที่ซ่อนเร้น

    เมื่อรถยนต์คันหรูของ มู่เฉิง เคลื่อนมาจอดที่หน้าร้านขนมหวาน ภาพที่เขาเห็นผ่านกระจกรถทำให้หัวใจที่เคยเยือกเย็นบีบรัดจนปวดหนึบ เศษกระจกจากแจกันที่แตกกระจาย ขนมหวานที่เคยจัดไว้อย่างสวยงามบัดนี้เละเทะอยู่บนพื้น และกลิ่นอายของความวุ่นวายยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
    เขาก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่พยายามรักษาความสงบสง่าแบบประธานบริหาร แต่ดวงตาคมกริบกลับกวาดหาเพียงร่างบางของหญิงสาวและเด็กน้อยทันที
    "เกิดอะไรขึ้น?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้ามาในร้านที่พังยับเยิน
    หลินซูหว่าน ที่กำลังคุกเข่าเก็บเศษขนมอยู่บนพื้นชะงักไป เธอรีบปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างรวดเร็วและพยายามพยุงตัวขึ้นยืน "คุณมู่... ไม่มีอะไรค่ะ แค่อุบัติเหตุนิดหน่อย รบกวนคุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ วันนี้ร้านปิดแล้ว"
    ความนิ่งสงบที่แฝงด้วยการพินิจ
    มู่เฉิงไม่ได้ถอยกลับตามคำไล่ เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซูหว่าน สายตาของเขาจ้องมองรอยแดงที่ข้อมือของเธอ (ที่เกิดจากแรงจิกของหลินอวี่) แม้เขาจะอยากคว้ามือเธอมาดูและซักไซ้ให้รู้ความจริงว่าตระกูลหลินทำอะไรเธอไว้บ้าง แต่สถานะ "คนแปลกหน้า" และ "นักธุรกิจ" ทำให้เขาต้องข่มใจไว้
    "อุบัติเหตุแบบไหนถึงทำให้ร้านพังขนาดนี้?" มู่เฉิงถามเสียงเรียบ พลันสายตาเขาก็เหลือบไปเห็น เสี่ยวเป่า ที่นั่งกอดตุ๊กตากระต่ายอยู่มุมห้อง 
    มู่เฉิงย่อตัวลงเรียกหนูน้อย "เสี่ยวเป่า มานี่หาลุงหน่อยสิครับ"
    เสี่ยวเป่ามองหน้าแม่ เมื่อเห็นซูหว่านพยักหน้าเบาๆ เธอจึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาประธานหนุ่ม มู่เฉิงมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหญิง ความรู้สึกบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้มันพุ่งพล่านในอก... 'ทำไมเด็กคนนี้ถึงทำให้ฉันรู้สึกอยากปกป้องขนาดนี้? และทำไม... หน้าตาของเธอถึงดูเหมือนฉันตอนเด็กๆ ในรูปถ่ายของคุณย่านัก'
    แต่เขาก็สะบัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อน เขาคิดเพียงว่าอาจจะเป็๲ความบังเอิญ หรือเพราะเขามีใจปฏิพัทธ์ต่อแม่ของเด็กคนนี้จนทำให้มองเด็กด้วยความลำเอียง
    การช่วยเหลือในคราบนักธุรกิจ
    "ในฐานะที่ผมตั้งใจจะมาเป็๲ลูกค้าประจำ และเห็นว่าร้านของคุณได้รับความเสียหาย..." มู่เฉิงหยิบเช็คใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสูทแล้ววางลงบนเคาน์เตอร์ "ถือซะว่าเป็๲การจ่ายค่าขนมล่วงหน้าของผมก็แล้วกัน เอาเงินนี่ไปซ่อมแซมร้านซะ"
    "ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะคุณมู่!" ซูหว่านรีบปฏิเสธ "มันมากเกินไป และฉันไม่ได้๻้๵๹๠า๱ความสงสารจากคุณ"
    "นี่ไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็๲การลงทุน" มู่เฉิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลับมาสวมมาดประธานผู้เย่อหยิ่งอีกครั้ง "ผมไม่อยากให้ร้านขนมที่ผมชอบต้องปิดตัวลงเพียงเพราะ 'ขยะ' บางอย่างมาทำให้วุ่นวาย"
    คำว่า 'ขยะ' ของมู่เฉิงทำให้ซูหว่านรู้ทันทีว่าเขารู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอเม้มปากแน่น "คุณมู่คะ... คุณเป็๲คนมีอำนาจ คุณไม่ควรมาเสียเวลากับคนอย่างฉัน ชีวิตของพวกเรามันต่างกันเกินไป อย่ามาที่นี่อีกเลยค่ะ มันจะนำความเดือดร้อนมาให้คุณเปล่าๆ"
    คำเตือนที่แฝงความนัย
    มู่เฉิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซูหว่าน เขาเห็นความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ข้างหลังความดื้อรั้น "ความเดือดร้อนของผม ผมจัดการเองได้ แต่ความเดือดร้อนของคุณ... บางทีคุณอาจจะจัดการมันคนเดียวไม่ได้ตลอดไปหรอกนะ"
    เขากำลังจะเดินออกจากร้าน แต่เสี่ยวเป่ากลับคว้าชายเสื้อสูทของเขาไว้ "คุณลุงมู่คะ... วันหลังลุงมู่มาหาเสี่ยวเป่าอีกได้ไหมคะ? เสี่ยวเป่าจะให้แม่ทำขนมที่อร่อยที่สุดให้ลุงมู่กินเลย"
    มู่เฉิงใจอ่อนยวบ เขาพยักหน้าช้าๆ "ลุงจะมาครับ... สัญญาเลย"
    เมื่อมู่เฉิงเดินลับตาไป ซูหว่านกอดเสี่ยวเป่าไว้พลางมองเช็คในมือด้วยความรู้สึกสับสน เธอรู้ดีว่ามู่เฉิงไม่ใช่คนเลว แต่เขาสูงส่งเกินไป... สูงส่งจนเธอเอื้อมไม่ถึง และสูงส่งจนเธอเกรงว่าถ้าเขารู้ว่าเสี่ยวเป่าคือ 'เ๣ื๵๪เนื้อเชื้อไข' ของเขา เขาจะกลายเป็๲คนที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเธอ
    ขณะเดียวกัน บนรถยนต์ มู่เฉิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเลขาฉิน "สืบประวัติเด็กหญิงที่ชื่อเสี่ยวเป่าอย่างละเอียดที่สุด วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด และถ้าเป็๲ไปได้... ฉัน๻้๵๹๠า๱รู้ว่าใครคือพ่อของเด็กคนนี้"
    เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาที่เ๾็๲๰าแต่อัดอั้นด้วยความหวัง 'ถ้าสิ่งที่ฉันคิดเป็๲จริง... ใครก็ตามที่ทำร้ายพวกเธอ ฉันจะทำให้มันชดใช้อย่างสาสม!'