ลานดินหน้ากระท่อมดินดิบเบียดเสียดฝูงชนจนแทบไร้ช่องว่างหยั่งเท้า ม้วนตำราไม้ไผ่นับ 1000 ถูกขนมากองสุมรวมกันสูงชันประดุจูเาย่อมๆ กลิ่นอับชื้นเนื้อไม้เก่าผสมผสานกลิ่นหมึกซีดจางและคราบเชื้อราลอยคลุ้งตลบอบอวลบรรยากาศ
ลู่ชิงยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า ดวงตาเคยเฉื่อยชาเบื่อหน่ายโลก บัดนี้ค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย
1 ม้วน... 10 ม้วน... 100 ม้วน... 1000 ม้วน...
เส้นเืดำบนหน้าผากชายหนุ่มเริ่มปูดนูนเต้นตุบๆ ปลายนิ้วกระตุกถี่ไม่อาจควบคุม
'บัดซบ...'
เขาก้มลงเพ่งมองอักษรโบราณบนม้วนไม้ไผ่หล่นอยู่แทบเท้า ตัวหนังสือเขียนซ้อนทับกันยุ่งเหยิงราวกับฝูงไส้เดือนดิ้นขดตัว บางม้วนมีร่องรอยขีดฆ่าแก้ไขส่งต่อกันมาถึง 3 ชั่วอายุคน บางม้วนเปรอะเปื้อนคราบเืคราบดิน ตราประทับสีชาดซีดจางจนแทบอ่านไม่ออก
สติปัญญาล้ำลึกของลู่ชิงประมวลผลลัพธ์เสร็จสิ้นชั่วพริบตา หากต้องทนอ่านตีความทั้งหมดนี่... อย่างต่ำต้องใช้เวลา 3 เดือน หากต้องลงสำรวจเขตแดน... อย่างต่ำต้องเสียเวลาถึงครึ่งปี และหากชาวบ้านเกิดข้อพิพาททะเลาะเบาะแว้ง... เขาจะไม่มีวันได้นอนหลับพักผ่อนกลางวันอย่างสงบสุขอีกตลอดกาล!
ใบหน้าหล่อเหลาพลันซีดเผือดไร้สีเื
'ไม่ได้... ข้าจะไม่มีวันเอาชีวิตแสนมีค่าไปทิ้งกับงานเอกสารพรรค์นี้เด็ดขาด!'
ฉับพลัน ลู่ชิงเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาฉายแววอำมหิตเด็ดขาด ชนิดทำเอาชาวบ้านทั้งลานหนาวสะท้านลึกถึงไขกระดูก
“อาฝู” น้ำเสียงเรียบเฉยเยียบเย็น ทำเอาอาฝูสะดุ้งสุดตัว “ไปเอาคบเพลิงมา”
ทั่วลานกว้างเงียบกริบลงบัดดล อาฝูหน้าซีดเผือด แต่ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยไต่ถาม เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปคว้าคบเพลิงลุกโชติ่ นำมาคุกเข่าส่งมอบด้วย 2 มือสั่นเทา ลู่ชิงรับคบเพลิงมาถือไว้ สายตาคมกริบกวาดมองูเาม้วนไม้ไผ่ตรงหน้าไร้เยื่อใย
ฉับพลันนั้นเอง ชายชราผอมแห้ง 1 คนพุ่งพรวดตื่นตระหนกออกมาจากฝูงชน เขาทรุดตัวลงกอดม้วนโฉนดไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่าไว้แนบอกราวกับกำลังกอดชีวิตตนเอง “มะ... ไม่ได้นะขอรับนายท่าน! นี่คือมรดกตกทอด 7 ชั่วโคตรของตระกูลข้า!”
เศรษฐีร่างอ้วนท้วม 1 คนะโเสียงดังด้วยความก้าวร้าว “ตระกูลข้าใช้เงินทองหยาดเหงื่อแรงกายซื้อแผ่นดินมาอย่างถูกต้อง! เหตุใดท่านต้องเอามารวมปะปนกับพวกชาวนาชนชั้นต่ำพวกนี้ด้วย!”
ขณะกลุ่มคนรวยกำลังโวยวาย ชาวบ้านผู้ยากไร้อีกฝั่งกลับเริ่มส่งเสียงด่าทอโต้เถียง เสียงทะเลาะเบาะแว้งแย่งชิงกรรมสิทธิ์ดังหนวกหูอื้ออึงราวกับฝูงแมลงวันตีรวน
เส้นความอดทนของคนี้เีขาดผึง! ลู่ชิงก้มมองมนุษย์ลุ่มหลงความโลภและทรัพย์สินด้วยสายตาว่างเปล่าไร้ความปรานี ก่อนจะปล่อยมือทิ้งคบเพลิงลงสู่ใจกลางูเาเอกสารมรดกบัดดล!
พรึ่บบบบบบบ—!!! เปลวเพลิงสีแดงฉานพุ่งทะยานลุกพรึบขึ้นสู่ท้องฟ้าเสี้ยววินาที! ม้วนไม้ไผ่เก่าแก่และแผ่นหนังสัตว์นับ 1000 แห้งกรอบเป็เชื้อไฟชั้นดี ถูกแผดเผาทำลายล้างมอดไหม้กลายเป็เถ้าธุลีชั่วพริบตา!
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังกึกก้องะเืทั่วหมู่บ้านธุลีแดง "ม่ายยยยยย!! โฉนดผืนนาของข้าาาาา!"
ท่ามกลางความโกลาหล ลู่ชิงแผดเสียงตวาดเยียบเย็น "หุบปากให้หมด!!"
อำนาจจอมมารกดทับทั่วบริเวณให้เงียบกริบลงบัดดล ชายหนุ่มตวัดนิ้วชี้ไปยังผืนนากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเพิ่งถูกคราดเหล็ก์ไถพลิกหน้าดินจนราบเรียบเตียนโล่งปราศจากหลักเขตแดนใด
'ถ้าแบ่งผืนนาให้มีขนาดเท่ากันเป๊ะทุกแปลง แล้วบังคับพวกมันสุ่มหยิบไม้ติ้วเลือกเอาเอง ข้าก็ไม่ต้องมานั่งถ่างตาอ่านเอกสารชำระความแม้แต่แผ่นเดียวเลยนี่หว่า!' มุมปากชายหนุ่มค่อยๆ ยกโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มแสนชั่วร้าย
"อาฝู! สั่งทหารนำคราดเหล็กไปลากเส้นบนผืนนาเพิ่งไถเสร็จ ลากเส้นตรงแนวตั้งและตัดด้วยแนวนอน ตีเส้นแบ่งผืนแผ่นดินทั้งหมดให้เป็ตารางประดุจกระดานหมากล้อม! ทุกแปลงต้องมีขนาดอาณาเขตเท่ากันหมด! แบ่งซอยให้ครบ 1000 แปลงพอดี จากนั้นให้ช่างไม้เหลาไม้ติ้วสลักหมายเลข 1 ถึง 1000 โยนลงในไหดินเผา แล้วพวกเ้าทุกตระกูลจงหลับตา ล้วงไม้ติ้วเสี่ยงทายรับผืนนาไปซะ"
เศรษฐีร่างอ้วนฉุพุ่งพรวดทะลวงวงล้อมออกมาโวยวายอีกครา "ยอมไม่ได้เด็ดขาด! เหตุใดตระกูลข้าถึงต้องมาจับไม้ติ้วสุ่มรับแปลงนาเท่ากับพวกชั้นต่ำพวกนี้ด้วย!"
เื้ักลุ่มชาวบ้านพลันบังเกิดเสียงกรีดร้องแสนอนาถ อดีตยอดนักฆ่าระดับพระกาฬทั้ง 46 ชีวิตกำลังถูกกังหันวารีกระชากลากคราดเหล็กไถครูดไปกับโคลนตมร้องไห้คร่ำครวญน่าสมเพช ลู่ชิงชี้ปลายนิ้วไปยังกลุ่มยอดนักฆ่ากำลังรับกรรม ก่อนจะปรายตามองเศรษฐีอ้วน
"ผู้ใดมีปัญหา ไม่เห็นด้วยกับกฎข้า เชิญเดินไปต่อแถว ผูกเชือกลากคราดร่วมกับพวกมันได้เลย"
เศรษฐีหน้าซีดเผือดทรุดฮวบลงคุกเข่าเหงื่อแตกพลั่ก "ขะ... ข้าน้อยตระหนักแล้ว การล้วงไม้ติ้วเสี่ยงทายเป็กฎยุติธรรมและประเสริฐขีดสุดใน 3 ภพแล้วขอรับนายท่าน"
ปรมาจารย์เทียนเสวียนทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้น น้ำตาแห่งความศรัทธาไหลพราก! "์... แผดเผาล้างบางอดีตเน่าเฟะ! สร้างสถาปนาระเบียบใหม่ด้วยค่ายกลหมากรุกแห่ง์! ตัดขาดความโลภมรรตัยจนสิ้นซาก! ท่านมหาปราชญ์มารกำลังปฏิรูประบบระเบียบแผ่นดินอย่างแท้จริง!!"
ลู่ชิงยืนฟังคำสรรเสริญเ่าั้ มุมปากพลันกระตุกยิกๆ 'ปฏิรูปแผ่นดินบิดาเ้าเถอะ ข้าก็แค่ี้เีอ่านเอกสารโว้ย'
ลานกว้างหน้าหมู่บ้านธุลีแดงอบอวลด้วยบรรยากาศอึดอัดหนักหน่วงราวกับมีหิน 1000 ชั่งกดทับกลางอก ไหดินเผาใบใหญ่ตั้งตระหง่านกึ่งกลางลาน ชาวบ้านนับ 100 ต่อแถวยาวเหยียด 2 มือสั่นเทาล้วงหยิบติ้วไม้ไผ่ตัดสินชะตาชีวิตตนเอง
เสียงติ้วไม้กระทบกันดังกราวราวกับเสียงกระดูกคนตาย บางคนเพียงเห็นตัวเลขก็ทรุดลงกราบฟ้าดินน้ำตาไหลพรากด้วยความปีติ "ข้าได้เลข 12! ติดลำธารฝั่งอุดร!"
แต่สำหรับผู้ล้วงได้หมายเลขท้าย หญิงชรา 1 คนมือสั่นระริก จ้องมองหมายเลขบนติ้วไม้ราวกับถูกอสนีบาตฟาด "957..." เสียงนางแหบพร่าและสิ้นหวัง "ปลายสุดเขตแดน ห่างไกลต้นน้ำหลายลี้"
เด็กน้อยข้างกายนางกระตุกชายเสื้อร้องไห้จ้า "ท่านย่า ปีนี้พวกเราจะอดตายหรือ?"
หญิงชราสวมกอดหลานแน่น น้ำตาแห่งความรันทดไหลริน ประโยคเดียวจุดชนวนความโกลาหล ผู้ล้วงได้เลขต้นแถวพยายามลอบกลืนรอยยิ้ม ส่วนผู้ล้วงได้เลขท้ายเริ่มหน้าซีดเผือดโวยวาย "เหตุใดตระกูลข้าต้องได้ผืนนาปลายน้ำ! นี่มันผลักไสคนจนไปตายชัดๆ!"
เสียงร้องไห้ด่าทอประท้วงดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน ทหารม้าเชลยต้องชักกระบี่ออกมาระงับเหตุจลาจล
ทว่า— ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! เสียงเกือกม้าศึกดังกัมปนาทมาจากปากทางเข้าหมู่บ้าน! แผ่นดินสั่นะเืเลื่อนลั่น ฝุ่นควันสีเหลืองพวยพุ่ง ขบวนทหารม้าเกราะเงิน 50 นายควบตะบึงเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงและดุดัน! เคร้ง! ทหารทุกนายะโลงจากหลังม้าดุจเครื่องจักร
ชาวบ้านหน้าถอดสี ทรุดตัวลงหมอบกราบอย่างตื่นตระหนก "ผะ... ผู้ตรวจการตงฉิน! มือเหล็กทิศอุดร! ผู้เคยสั่งปะาขุนนางกังฉินทั้งตระกูล!"
ม่านรถม้าไม้สักถูกเลิกขึ้น ชายชราสวมชุดขุนนางสีแดงเข้มก้าวเท้าลงมาช้าๆ ใบหน้าเคร่งขรึมสายตาเ็าดุจน้ำแข็ง แผ่รังสีอำนาจกดดันประดุจศาลอาญาเคลื่อนขบวน
ใต้เท้าตงฉินกวาดสายตาเพียง 1 รอบ เขามองเห็นกองเถ้าถ่านอดีตโฉนดหลวง มองเห็นไหจับสลากหลอกเด็ก และมองเห็นผืนนาถูกไถแบ่งเป็ตารางสี่เหลี่ยมหมากรุก!
ใบหน้าขุนนางเฒ่าค่อยๆ ดำมืด เส้นเืบนขมับปูดนูน ตูม!! รังสีอำนาจแห่งอดีตแม่ทัพะเิแผ่ซ่านออกมากดทับทั่วลาน!
"บังอาจนัก!! เผาทำลายเอกสารสิทธิ์หลวง! บังคับราษฎรเสี่ยงทายแผ่นดิน! ผู้ใดเป็ต้นคิดวิปลาสเยี่ยงนี้!" สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดไปยังผืนนา นิ้วสวมปลอกเกราะชี้ตรงไปทางแปลงปลายน้ำ "แปลงใกล้ลำธารย่อมอุดมสมบูรณ์! แต่ปลายน้ำย่อมแห้งแล้งแตกระแหง! พวกเ้ากำลังผลักไสราษฎรครึ่งหมู่บ้านไปสู่ความตาย!"
คำตวาดนั้นทุบกระแทกใจชาวบ้าน ผู้ล้วงได้เลขท้ายร้องไห้หนักขึ้น ทรุดตัวลงอย่างหมดหวัง
ทว่า ภายในกระท่อมดินดิบ ลู่ชิงกำลังคลุมโปงนอน ค่อยๆ ปรือตาขึ้นช้าๆ เส้นเืบนหน้าผากเต้นตุบๆ "...กวนใจข้าอีกแล้ว"
ปังงงง!! บานประตูกระท่อมถูกตีนถีบเปิดกระเด็น! ลู่ชิงก้าวออกมาสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาแดงก่ำแผ่ซ่านจิตสังหารคนถูกปลุก "หนวกหูโว้ยยยยยยยยยย!!!"
เสียงคำรามแหวกอากาศ ทุกคนแข็งค้างบัดดล แม้แต่ม้าศึกยังสะดุ้งสุดตัว! ลู่ชิงแคะหูอย่างรำคาญ ปรายตามองขุนนางตงฉิน มองชาวบ้านฟูมฟาย และมองผืนนา ก่อนจะถอนหายใจยาวพรืดอย่างเหนื่อยหน่ายขีดสุด
'ก็แค่นาไม่มีน้ำ พวกมนุษย์นี่สมองกลวงแก้ปัญหาเองไม่เป็หรือไงวะ' ชายหนุ่มโบกมือปัดๆ อย่างขอไปที "อาฝู ไปเปิดประตูน้ำซะ"
ทั่วลานเงียบกริบ ตงฉินขมวดคิ้ว "เปิดน้ำรึ? หึ!" ลู่ชิงหาวหวอด "ถ้าน้ำมันไปไม่ถึง ก็แค่วางทางให้มันไปถึงสิ โง่รึเปล่า"
อาฝูวิ่งสับตีนแตกไปยังกังหันวารีั์ริมลำธาร กัดฟันโหนตัวดึงคันโยกไม้สุดแรง! แกร๊ก!!! ครืนนนนนนนนน—!!
กลไกฟันเฟืองเริ่มขบหมุน ประตูระบายน้ำค่อยๆ ยกตัวขึ้น... ตูมมมมมมมมมมมม!!!! เสียงะเิมวลวารีดังกึกก้อง! สายน้ำมหาศาลพุ่งทะลักออกจากประตูกั้นราวัคลั่งถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ! มวลน้ำเชี่ยวกรากพุ่งกระแทกเข้าสู่ร่องดินหลักกึ่งกลางหมู่บ้านอย่างรุนแรง! ซู่มมมมมมม!!!
ร่องหลักแตกแขนง ร่องแนวตั้งรับน้ำ ร่องแนวนอนกระจายต่อ! มวลน้ำลดระดับไหลไปตามความลาดเอียงตารางหมากรุกอย่างสมบูรณ์แบบ! ไม่เชี่ยวเกินจนคันนาพังทลาย และไม่ช้าเกินจนน้ำหยุดนิ่ง ราวกับผืนปฐีทั้งแผ่นถูกคำนวณสัดส่วนเรขาคณิตไว้ล่วงหน้าไร้ข้อบกพร่อง!
ตงฉินเบิกตากว้างจนแทบถลน "นี่มัน...!"
สายน้ำไหลผ่านทุกช่องตาราง แตกแขนงดุจเส้นโลหิตหล่อเลี้ยงแผ่นดิน แปลงหมายเลข 1 ได้รับน้ำ... แปลงหมายเลข 300 ได้รับน้ำ... แปลงหมายเลข 700 ได้รับน้ำ... จนกระทั่งถึงแปลงหมายเลข 957 ผืนนาสุดขอบปลายเขตแดน! สายน้ำคดเคี้ยวพุ่งทะลักเข้าหล่อเลี้ยงผืนนาเคยแห้งผากนั้นจนเจิ่งนองชุ่มฉ่ำ!
หญิงชราผู้ถือไม้ติ้วหมายเลข 957 เบิกตากว้าง ทรุดตัวลงกอดหลานชายร้องไห้ทั้งรอยยิ้ม "น้ำ... น้ำมาถึงแปลงนาพวกเราแล้ว... พวกเราไม่อดตายแล้ว!!"
ทั่วลานะเิเสียงโห่ร้องร่ำไห้แห่งความปีติ ชาวบ้านจำนวนมากคุกเข่าโขกศีรษะกราบพื้นดิน "ปาฏิหาริย์! มหาปราชญ์โปรดเมตตาพวกเราแล้ว!"
ทว่า 2 มือขุนนางตงฉินกลับสั่นสะท้านควบคุมไม่ได้ ดวงตามือเหล็กทิศอุดรสั่นไหวอย่างรุนแรง สมองระดับขุนนางสูงสุดเริ่มคำนวณผลลัพธ์
'แปลงนาตารางขนาดเท่ากันทุกกระเบียดนิ้ว ร่องน้ำมาตรฐานเดียวกัน หยาดน้ำกระจายทั่วถึงเท่าเทียม หากเป็เช่นนี้ การประเมินผลผลิตจะแม่นยำไร้ข้อกังขา! การจัดเก็บส่วยอากรจะโปร่งใสตรวจสอบง่าย! การควบคุมเสบียงหลวงจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!' นี่ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาชลประทาน แต่มันคือรากฐานการปกครองแคว้นสมบูรณ์แบบขีดสุด!
เคร้งงงง— กระบี่อาญาสิทธิ์หลุดร่วงจากมือตงฉินหล่นกระแทกพื้น ขุนนางเฒ่าผู้หยิ่งทะนงค่อยๆ ทรุดตัวลงคุกเข่า ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความยำเกรง
"เนรมิตชีพจรวารี 1000 แปลงภายใน 1 วัน ทำลายความเหลื่อมล้ำชนชั้น เปลี่ยนผืนนาทั้งแถบให้กลายเป็ระบบจัดเก็บเสบียงสมบูรณ์แบบ..." เสียงเขาสั่นพร่าแหบแห้ง "นี่มิใช่วิธีฏ แต่มันคือปัญญาระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน..."
ท่ามกลางสายตาเทิดทูนบูชาดุจเทพเ้าของผู้คนทั้งลาน ลู่ชิงกลับยืนกอดอกหน้านิ่งสนิทไร้รอยยิ้มใด ก่อนจะสบถด่าทออยู่ในใจอย่างเดือดดาลขีดสุด 'พลิกฟ้าบิดาเ้าเถอะ!! ข้าก็แค่อยากจะกลับไปนอนโว้ยยยยย!!!'
3 วันต่อมา ณ ท้องพระโรงั์แห่งราชสำนักต้าเยี่ยน
เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังก้องสะท้อนทั่วโถงหินอ่อน ผู้ตรวจการตงฉินคุกเข่าลงกลางราชสำนัก ก่อนคลี่กางม้วนผังแผ่นดินขนาดใหญ่จนสุดแขน แผนผังเต็มไปด้วยเส้นตารางสี่เหลี่ยมเรียงตัวเป็ระเบียบ ร่องน้ำตัดผ่านดุจเส้นเืใหญ่หล่อเลี้ยงผืนปฐี
เหล่าขุนนางบุ๋นบู๊พลันฮือฮา แตกตื่นราวกับเห็นผี
“นี่มัน... ค่ายกลผันวารี? แปลงนาทุกผืนมีขนาดเท่ากันหมด? เป็ไปได้อย่างไร ต้องเกณฑ์แรงงานนับ 10000 คนสร้างกี่ปีถึงจะเสร็จ!”
ตงฉินสูดลมหายใจลึก ก่อนเปล่งเสียงกึกก้อง “กระหม่อมขอกราบทูล! บุรุษผู้นี้กระทำการอุกอาจ เผาทำลายโฉนดหลวงทั้งหมู่บ้าน ซ้ำยังบังคับยอดนักฆ่าระดับพระกาฬสวมแอกลากคราดเหล็กประหนึ่งวัวควายพ่ะย่ะค่ะ!”
ทั่วท้องพระโรงเงียบกริบดุจป่าช้า ขุนนางฝ่ายกรมอาญาหน้าเปลี่ยนสีบัดดล “โอหังนัก! โทษฏ สมควรถูกปะา 7 ชั่วโคตร!”
ทว่าตงฉินกลับยืดอก ดวงตาเปล่งประกายร้อนแรง “แต่ทว่า... หลังจากเขาทำลายล้างระเบียบเก่า เขากลับสร้างระบบนาตารางและชีพจรวารีเชื่อมต่อกันทั้งหมู่บ้านเสร็จสิ้นภายใน 1 วัน! ทุกแปลงได้รับน้ำหล่อเลี้ยงเท่าเทียม! การตรวจสอบประเมินส่วยอากรจะง่ายดายขึ้นนับ 10 เท่า! ข้อพิพาทเขตแดนสะสมมา 30 ปีถูกล้างกระดานชำระความจนหมดจดในชั่วข้ามคืนพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้ประทับนิ่งอยู่บนบัลลังก์ั ค่อยๆ หรี่พระเนตรลึกล้ำ “คนผู้นี้รึ คือจอมมารลึกลับตามรายงานชายแดน?”
ตงฉินก้มศีรษะจรดพื้น “พ่ะย่ะค่ะฝ่าา แม้พฤติการณ์เขาจะวิปลาสผิดสามัญสำนึก ทว่าสติปัญญาและการพลิกแพลงน่าหวาดกลัวและลึกล้ำสุดหยั่งยิ่งนัก”
ฮ่องเต้ทรงเคาะพระทนต์กับพนักบัลลังก์ช้าๆ ตึง... ตึง... ตึง... เสียงนั้นหนักหน่วงกดดันจนเหล่าขุนนางใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะผ่อนลมหายใจ ผ่านไปครู่ 1 มุมพระโอษฐ์โอรส์ค่อยๆ ยกโค้งขึ้นเป็รอยแย้มพระสรวลเยียบเย็น
“หากอัจฉริยะระดับนี้กลายเป็ศัตรู ราชสำนักเราคงมิอาจข่มตาหลับลงได้ แต่หากเรารู้จักใช้สอยเขาให้เกิดประโยชน์ เขาจะกลายเป็ขุมกำลังสมองชั้นเลิศทำงานถวายชีวิตโดยไม่รู้ตัว”
ขุนนางทั้งท้องพระโรงสะดุ้งเฮือก ฮ่องเต้ตรัสด้วยสุรเสียงทรงอำนาจ “ในเมื่อเขารักสอดมือจัดการปัญหาระเบียบผืนดินนัก เช่นนั้นเราจะโยนปัญหายุ่งยากทั้งหมดของแผ่นดินไปให้เขาจัดการเสียให้หมด! ราชโองการ! แต่งตั้งลู่ชิงขึ้นเป็นายอำเภอเขตธุลีแดงอย่างเป็ทางการ พร้อมขนย้ายฎีกาคดีพิพาทคั่งค้างจากทุกหัวเมืองแถบนั้นไปให้เขาชำระความทั้งหมด!”
ขุนนางตงฉินพลันกระจ่างแจ้งพระราชประสงค์ ดวงตาทอประกายวาววับ “ฝ่าาทรงพระปรีชาญาณลึกล้ำดุจมหาสมุทรพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้ทรงพระสรวลเบาๆ “อัจฉริยะเยี่ยงนี้... อย่าปล่อยให้มันมีเวลาว่าง”
ตัดภาพมา ณ หมู่บ้านธุลีแดง
ยามบ่ายแสนเงียบสงบ ลู่ชิงกำลังนอนแผ่หลาซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงศิลาอุ่น ลมเย็นพัดโชยผ่านบานหน้าต่าง เสียงกังหันวารีั์หมุนส่งเสียง ครืด... ครืด... แว่วมาแต่ไกล คอยกล่อมเกลาจนชายหนุ่มแทบจะละลายหลอมรวมเข้ากับความสุขนิรันดร์
“อืม... ไม่มีเสียงเด็กร้องไห้ ไม่มีใครลากคราดหนวกหู ไม่มีม้วนไม้ไผ่ระคายตา ชีวิตสงบสุขเช่นนี้สิถึงจะเรียกว่าสรวง์แท้จริง” ฟี้... ครอก...
ทว่า— ปู๊นนนนนนนนน!!!
เสียงแตรเขาสัตว์กองทัพหลวงดังกัมปนาทกึกก้องะเืฟ้าดิน! ลู่ชิงสะดุ้งเฮือกจนิญญาแทบหลุด กลิ้งพลัดตกจากเตียงกระแทกพื้นดังโครม!
“บัดซบเอ๊ย!! คราวนี้ใครบังอาจมาแหกปากเป่าแตรหน้าบ้านข้าอีกวะ!!” ชายหนุ่มพุ่งทะยานไปกระชากบานประตูกระแทกเปิดออกหมายจะสบถด่า ทว่าร่างพลันแข็งค้างกลายเป็หินสลักวินาทีนั้น!
เบื้องหน้าลานกว้างหมู่บ้าน บัดนี้คลาคล่ำไปด้วยทหารราชองครักษ์เกราะทองคำกว่า 100 นายยืนเรียงแถวเกียรติยศ ธงหลวงสีทองโบกสะบัด ขบวนเกวียนไม้สักเรียงรายต่อคิวกันทอดยาวไปจนสุดสายตา! ผู้ตรวจการตงฉินยืนแย้มยิ้มกว้างขวางเบิกบานอยู่กึ่งกลางลาน
“รับราชโองการ!!” ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรีบทรุดตัวลงหมอบกราบหน้าแนบดิน มีเพียงลู่ชิงยืนผมชี้ฟู เสื้อคลุมหลุดลุ่ย ดวงตาเบิกโพลงเหม่อลอยราวกับศพถูกสูบิญญา
ตงฉินคลี่ราชโองการสีทองสลักลวดลายั อ่านด้วยเสียงดังกังวาน “ด้วยใต้เท้าลู่ชิงมีสติปัญญาเลิศล้ำดุจเทพเซียน ปฏิรูประบบผืนดินและชีพจรวารีสร้างคุณูปการใหญ่หลวงแก่แผ่นดิน! องค์ฮ่องเต้จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งท่านดำรงตำแหน่งนายอำเภอเขตธุลีแดง มีอำนาจสิทธิ์ขาดชำระความและบริหารกิจการบ้านเมืองทั้งหมดนับแต่วินาทีนี้เป็ต้นไป!”
ชาวบ้านธุลีแดงะเิเสียงโห่ร้องไชโยด้วยความปีติยินดีจนน้ำตาไหล “ใต้เท้าลู่บรรดาศักดิ์ใหญ่โตแล้ว! หมู่บ้านเรารุ่งเรืองแล้ว์!”
ทว่าใบหน้าลู่ชิงกลับซีดเผือดลงทีละน้อย สีหน้าเหมือนคนเพิ่งถูกตัดสินปะาชีวิต “...หา?”
ตงฉินแย้มยิ้มละมุนละไมยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ เกวียนไม้คันแรกถูกทหารลากเข้ามาเทียบหน้ากระท่อม บนเกวียนอัดแน่นไปด้วยม้วนไม้ไผ่ฎีกาและโฉนดสูงเป็เนินเขาขนาดย่อม ลู่ชิงกะพริบตาปริบๆ ลมหายใจเริ่มติดขัด
จากนั้น เกวียนคัน 2... คัน 3... คัน 10... คัน 20... จนลากเข้ามาครบถึง... 50 คันเกวียน!!
ูเาเอกสารม้วนไม้ไผ่ขนาดมหึมาถูกนำมากองรวมกันจนสูงตระหง่านทะลุหลังคากระท่อม บดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายจนเกิดร่มเงาทะมึนทาบทับไปทั่วลาน!
ตงฉินฉีกยิ้มกว้างประหนึ่งกำลังมอบของขวัญชิ้นล้ำค่าขีดสุดในชีวิต “ทั้งหมดนี้คือคดีพิพาทแย่งชิงผืนนา ฎีกาภาษี และคำร้องเรียนคั่งค้างสะสมมานานนับ 10 ปี จาก 6 หัวเมืองรอบข้างพ่ะย่ะค่ะ รวบรวมมาได้เพียง 5000 ม้วนเท่านั้น ราชสำนักขอฝากฝังชะตาราษฎรไว้ในความดูแลใต้เท้านายอำเภอคนใหม่ด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ”
ทั่วบริเวณลานกว้างตกอยู่ในความเงียบงันระดับจุดเยือกแข็ง ลู่ชิงค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นทอดสายตามองูเาเอกสารสูงเสียดฟ้าเบื้องหน้า ลมหนาวพัดโชยมา ม้วนไม้ไผ่เก่าแก่นับ 5000 ม้วนเสียดสีชนกันส่งเสียงแกรก... แกรก...
ในสายตากำลังสติแตกของชายหนุ่ม เขามองเห็นพวกมันค่อยๆ บิดเบี้ยวขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต! ูเาเอกสารเริ่มสูงชันขึ้น ขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็อสูรกายไม้ไผ่ขนาดั์มีดวงตาสีแดงก่ำนับ 1000 คู่จ้องเขม็งลงมา! เสียงแผ่นไม้กระทบกันดังกังวานสะท้อนโสตประสาทประดุจเสียงทวงิญญาจากยมทูต
"ชำระความข้าสิ... ตรวจสอบข้าสิ... ประทับตราข้าสิ... ทำงาน... ทำงาน... ทำงานสิไอ้ี้เี..."
"ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!"
ลู่ชิงแผดเสียงกรีดร้องโหยหวนแหกปากลั่นะเืเลื่อนลั่นไปถึงชั้น์! ชายหนุ่มทรุดขาทั้ง 2 ข้างลงคุกเข่ากระแทกพื้นโคลน 2 มือกุมศีรษะแน่น หยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังและความอยุติธรรมไหลพรากอาบแก้ม!
"ข้าอุตส่าห์ตัดสินใจเด็ดขาดเผาทิ้งไป 1000 ม้วนแล้วนะโว้ย!! แล้วทำไมพวกแกถึงแพร่พันธุ์งอกเงยกลับมาหาข้าตั้ง 5000 ม้วนวะะะะ!! นี่มันคือค่ายกล์จงใจกลั่นแกล้งทรมานคนเกียจคร้านชัดๆ!!"
ผู้ตรวจการตงฉินทอดสายตามองปฏิกิริยาลู่ชิงด้วยความปลาบปลื้มซาบซึ้งใจ "์... แม้จะต้องแบกรับภารกิจบ้านเมืองหนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้ ใต้เท้าลู่ก็ยังยอมรับภารกิจร้องไห้ฟูมฟายด้วยความอัดอั้นสงสารราษฎร ช่างเป็ขุนนางตงฉินผู้เสียสละโดยแท้!"
ปรมาจารย์เทียนเสวียนยืนอยู่ด้านหลังถึงกับหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาเอ่อท้น "มหาปราชญ์มาร... ท่านยอมสละเวลาพักผ่อนล้ำค่า แบกรับความทุกข์ระทมแทนผู้คนทั้งแผ่นดิน ช่างประเสริฐนัก"
ลู่ชิงได้ยินคำสรรเสริญเ่าั้เืลมพลันตีกลับย้อนขึ้นจุดศูนย์กลางประตูลมแทบกระอักเื 'สละความสุขบิดาเ้าสิวะ!! ข้าแค่ไม่อยากทำงาน!! ข้าอยากนอนโว้ยยย!!'
ท้ายที่สุด... เส้นความอดทนมนุษย์ี้เีขาดผึง ชายหนุ่มตาเหลือกค้างน้ำลายฟูมปาก ก่อนจะทิ้งตัวหงายหลังล้มตึงสลบเหมือดไม่ได้สติกองอยู่แทบเท้าูเางานราชการน่าสะพรึงกลัว!
ครืนนนนนนนนน... ลึกลงไปเื้ักระท่อม เสียงกังหันวารีั์ยังคงหมุนสาดกระเซ็นสายน้ำต่อไปอย่างรื่นรมย์ ราวกับมันกำลังเปล่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยชะตากรรมแสนบัดซบจอมมารผู้ชิงชังการทำงานเข้ากระดูกดำ ยิ่งพยายามดิ้นรนหาทางลัดหนีงานมากเท่าใด มหันตภัยแห่งภาระงานกลับยิ่งโหมกระหน่ำพุ่งทะยานเข้าทับถมใส่เขาทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น!
จบตอนที่ 11