เมฆาสืบล่าผี (ฉบับไร้เวท) - ภาคพิเศษ - ปริศนาเงาแฝด

    9.เสียงของพี่สาว

            ตอนที่ 9 — เสียงของพี่สาว


            ลมเหนือแม่น้ำยังคงเย็นชืด แม้จะสายของวันถัดมาแล้วก็ตาม สะพานคอนกรีตเก่าถูกปิดบางส่วนเพื่อให้ทีมสืบสวนเข้าตรวจสอบ พื้นที่ที่เมื่อคืนมีอักษรคำว่า “พี่” ปรากฏ ถูกขึงเทปสีเหลืองรอบไว้เรียบร้อย

            เมฆายืนมองรอยตัวอักษรที่เริ่มจางลงจากรอยชื้น เหมือนข้อความที่ถูกใครบางคนเขียนไว้แล้วพยายามลบด้วยมือเปียก ๆ

            เขาก้มลงถ่ายภาพ เช็กค่าแสง สเกตช์ตำแหน่งรอยโดยละเอียดอย่างเงียบ ๆ

            วรุฒยืนห่างออกไปสิบเมตร กำลังถือกล้องความร้อนส่องราวกับจะจับภาพผีได้ “ผมบอกตรง ๆ พี่เมฆา… ตอนเมื่อคืนมันเขียน ‘พี่’ ผมนี่จะเผ่นจริง ๆ แล้วนะ”

            “แต่ก็ยังอยู่” เมฆาตอบเรียบ ๆ โดยไม่เงยหน้า

            “ก็…ก็กลัวจนขาแข็งหนีไม่ทันน่ะสิ” วรุฒพึมพำ “ถ้ามันพิมพ์คำว่า ‘วรุฒ’ ต่อมา ผมนี่สลบแน่”

            จิตราซึ่งเพิ่งมาถึง ถือแฟ้มเอกสารในมือ เดินมาหยุดข้างเมฆา “เมื่อคืนพวกนายคงเจอของแรง… แต่ฉันไปเช็กทะเบียนเด็กหายในเขตนี้มาแล้ว มีคดีเมื่อห้าปีก่อน เด็กหญิงฝาแฝดจมน้ำตายไปหนึ่ง อีกคนชื่อ วิรดา ยังมีชีวิตอยู่”

            “แฝด...” เมฆาเงยหน้ามองไปทางน้ำ “งั้นข้อความเมื่อคืนอาจไม่ใช่คำเรียก… แต่อาจเป็๞คำเตือนจากอีกคน”

            วรุฒเกาหัว “หมายถึง… ผีที่เราเห็นคือคนที่ตาย แล้วพยายามเตือนพี่สาวเหรอ?”

            “อาจใช่ หรืออาจกลับกันก็ได้” เมฆายกคิ้ว “ขึ้นอยู่กับว่าใคร ‘เป็๞พี่’ กันแน่”

            จิตรายื่นภาพถ่ายเก่าให้ เป็๲รูปเด็กหญิงสองคนยืนคู่กัน หน้าตาเหมือนกันราวภาพสะท้อน แต่ในภาพหนึ่งคนยิ้ม อีกคนสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาคล้ายจะมองทะลุเลนส์ออกมาถึงตอนนี้

            “วิรดายังอยู่ที่สถานฟื้นฟูจิตใจในตัวเมือง ฉันติดต่อไว้แล้ว” จิตราเอ่ย “แต่เธอไม่ยอมพูดชื่อของน้องเลย…เหมือนลืมไปว่ามีแฝดอีกคนอยู่จริง”

            วรุฒขมวดคิ้ว “ผมว่าไม่ต้องให้ผีเตือนแล้วมั้ง ถ้าคนยังอยู่แล้วลืมขนาดนี้ ผีคงแค้นแน่”

            “อย่าเพิ่งสรุปเร็ว” เมฆาเดินไปที่ขอบสะพานอีกครั้ง สายตานิ่งสงบ “ผีไม่ได้แค้นเสมอไป บางครั้งเขาแค่ไม่ยอมให้ความจริงถูกลืม”

            “แต่พี่ไม่กลัวเลยเหรอครับ?” วรุฒถามพลางขยับกล้องมาถ่ายภาพเขา “ยืนพูดเหมือนกำลังสัมภาษณ์ในสารคดีผีเลย”

            “ผีไม่อันตรายเท่าคนที่กลัวผีแล้วทำอะไรโดยไม่คิด” เมฆาตอบเรียบ “ผมกลัวอย่างเดียว… กลัวสัญญาณไวไฟจะไม่ถึงตอนส่งไฟล์นี่แหละ”

            วรุฒกลอกตา “พี่นี่นะ จะหลอนก็ยังพูดขำได้”

            เสียงเครื่องยนต์จากรถตู้ดังมาจากอีกฟากของสะพาน ทีมแพทย์จากสถานฟื้นฟูมาถึงพร้อมหญิงสาวในเสื้อกันหนาวสีเทา เธอคือ วิรดา ดวงตาเรียบเฉยเหมือนในภาพถ่ายไม่มีผิด เธอหันมามองแม่น้ำทันทีที่ก้าวลงจากรถ

            “ที่นี่…” เสียงเธอเบาเหมือนลอยตามลม “ที่นี่ใช่ไหม…ที่เขาหายไป”

            เมฆามองสบตาเธอ “เธอหมายถึงใคร”

            หญิงสาวนิ่งไปนาน ก่อนเอ่ยเสียงสั่น “ฉันไม่รู้…แต่เมื่อคืน ฉันฝันว่า ฉัน จมน้ำ”

            วรุฒกลืนน้ำลาย “พี่เมฆา…ผมว่าคดีนี้มันเริ่มไม่ตลกแล้วนะ”

            เมฆาหันไปมองเขา “ยังไม่ตลกตอนนี้ก็ไม่เป็๲ไร เดี๋ยวคงมีจังหวะให้ขำเอง... ตอนที่เธอจำได้ทั้งหมดนั่นแหละ”

            เขามองไปยังแม่น้ำอีกครั้ง ลมเย็นพัดขึ้นมาจากใต้สะพาน ราวกับใครกำลังสูดลมหายใจครั้งแรกหลังจากอยู่ใต้น้ำมานานเกินไป...


            *โปรดติดตามตอนต่อไป*