Chapter 4
“พวกมึงกูมีเื่จะเม้าท์” เื่ชาวบ้านไว้ใจตังเมคนเก่าคนเดิมแต่ถามว่าพวกผมอยากรู้ไหมบอกเลยว่า...
“ให้ไวเลยเพื่อนตังเมคนสวย”
“หูย ขอบใจที่ชมย่ะ” กูฝืนชมเหอะ
“คืองี้ เมื่อเช้าอะกูเห็นอีแมนมันลงมาจากรถหรูคันหนึ่งเว้ย กูว่ามันต้องแอบแซ่บกับเด็กมหาลัยแน่นอน”
แมนที่ไอ้ตังมันพูดถึงคือคู่กัดของมันส่วนมากจะกัดกันเพราะเื่ผู้ชายชะมากกว่า ชอบคนเดียวกันบ่อยกัดกันแทบจะทุกครั้งที่เจอกันแถมยังเรียนแผนกเดียวกันอีก แต่คนที่ได้คงไม่ต้องบอกหรอกนะครับว่าใคร ไม่ใช่เพื่อนผมแน่ๆ เพราะอีกฝ่ายหน้าตาดีเลยล่ะ
“กูนึกว่าเื่อะไร มึงยังไม่ชินอีกรึไง” ผมเห็นด้วยกับไอ้โอ๊ตนะหน้าตาไอ้แมนก็ไม่ได้แย่ออกจะดีด้วยซ้ำมองไกลๆ นึกว่าทอม หน้านี่หวานมากกก แต่คำพูดคำจาก็ไม่ต่างจากไอ้ตังเท่าไหร่
“ไม่มีทาง กูหมั่นไส้ว่ะคิดว่าตัวเองหน้าตาดีมากมั้งควงมาอวดอยู่ได้”
“มึงก็ควงอวดบ้างดิ”
“จะพูดอะไรดูหน้าเพื่อนมึงด้วยไอ้ปาล์ม คิดว่าจะมีคนยอมให้มันควงไหมน่ะ”
“ปากหมาอีโอ๊ต”
“มันจะไปยากอะไร มึงก็ควงกับไอ้โก้ดิ” ผมเสนอ
“อ้าวๆ อย่าวนมาหากูดิ”
“ว้ายยย ขนาดเพื่อนยังไม่เอา”
“เดี๋ยวมึงจะโดนตีนอีโอ๊ต!” ไอ้ตังยกเท้าถีบไอ้โอ๊ตแต่ปัญหาคือไอ้โอ๊ตมันดันวิ่งไปหลบหลังไอ้ปาล์มนี่สิ คนที่โดนเต็มๆ กลับเป็ไอ้ปาล์มที่นั่งไม่รู้เื่ไม่รู้ราวอะไรเลย
“โอ้ย! อีเม มึงถีบกูทำไมเนี่ย”
“ฮื่อออ อีปาล์มกูขอโทษมันยั้งไม่อยู่อะโทษอีโอ๊ตเลยมันกวนตีนกู”
“แดกตีนฟรีเลยกู” ตัวไอ้ตังก็ไม่ใช่เล็กๆ ท่าทางจะใส่เต็มแรงซะด้วยแต่ไม่ต้องห่วงครับพวกผมเคยโดนมันถีบกันมาแล้วไม่มีใครรอดหรอกถ้าไปกวนตีนมันอะ
“เออ พวกมึงไปดูบ้านเช่ากันไหม”
ลืมเลย วันนี้พวกผมคุยกันว่าจะไปดูบ้านนี่หว่าถ้าไอ้โก้ไม่พูดขึ้นมาคงไม่มีใครนึกออกแน่ๆ มัวแต่เล่นกันอยู่ได้
พวกผมคุยกันมาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน มันน่าจะโอเคแถมยังได้อยู่กันครบแก็งด้วยความบันเทิงต้องถามหาแน่นอน ส่วนเื่เช่าบ้านผมก็บอกพี่แทนแล้วท่านพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเป็ทั้งพี่ทั้งผู้ปกครองของผมเลยล่ะคนนี้
“ถ้าอยู่กับมันกูคงโดนถีบทุกวันแน่อะ”
“ถ้ามึงไม่กวนตีน กูจะถีบมึงหรอ”
ถ้าไม่มีใครเบรคเดี๋ยวมันก็ได้กัดกันอีกยกแน่ๆ
“เดี๋ยวกูเป็กรรมการให้ ว่าแต่ให้กูซื้อนวมมาไว้ปะ” ไอ้ปาล์มก็อีกคน
“หยุดกัดกันแล้วไปได้แล้ว”
ผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดในกลุ่มก็น่าจะเป็ไอ้โก้ แต่มีอิทธิพลแค่กับไอ้ตังคนเดียวนะครับ
“เอาเมียมึงไปด้วยเลยไอ้โก้”
“พูดถูกใจเอาไปยี่สิบ”
“อย่าพูดแต่ปากน่าจ่ายกูมาสักที” ไอ้โอ๊ตว่าพลางแบมือตรงหน้าไอ้ตัง ผมส่ายหน้าเอือมๆ กับพวกมันก่อนจะตั้งท่าออกรถไปดูบ้านที่พวกผมได้ต่อรองราคาไว้
ไปดูสภาพบ้านก่อนจะตกลงเช่าอย่างเป็ทางการดีกว่า
ผมมองบ้านตรงหน้าอย่างนึกชั่งใจทั้งหันไปมองสี่คนที่เหลือ สภาพก็ไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ตอนที่เห็นบ้านหลังนี้ครั้งแรก ไม่ใช่ว่ามันเก่าหรืออะไรแต่สภาพด้านนอกนี่มันป่าชัดๆ
ต้นไม้ล้อมรอบต้วบ้านแถมหญ้ายังขึ้นสูงแทบจะท่วมหัวอยู่แล้วน่าจะมีสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่อาศัยอยู่ด้วยนะผมว่า แต่พอมองเข้าไปในตัวบ้านกลับไม่ได้ดูเก่าต่างจากสภาพด้านนอกกันคนละเื่เลย ยังดีหน่อยที่บริเวณนี้มีบ้านคนอยู่บ้างไม่งั้นผมจะคิดแล้วนะว่ามันเป็ป่าจริงๆ
ขัดใจอยู่อย่างเดียวว่าทำไมไม่ตัดหญ้าออกหน่อยล่ะวะทำให้มันดูเก่าไปได้
“พวกมึงว่าบ้านหลังนี้จะมีประวัติไหมวะ” ไอ้ปาล์มพูดขึ้น ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดนะแต่ตอนนี้เริ่มคิดแล้วล่ะ
“ก็แค่บ้านที่ไม่มีคนอยู่นาน แล้วหญ้ามันขึ้นพวกมึงจะอะไรนักหนา”
“ไอ้โก้พูดถูก”
“เข้าไปดูข้างในกัน”
ไอ้โก้เปิดประตูแล้วเดินนำไปทันทีตามด้วยไอ้ตัง ผม ไอ้โอ๊ตและสุดท้ายไอ้ปาล์ม จริงๆ แล้วไอ้ปาล์มมันกลัวผีมากซึ่งเป็จุดอ่อนให้พวกผมแกล้งมันบ่อย เอิ่ม พูดแล้วก็เหมือนเป็เพื่อนที่ไม่ดีเลยอะ
พอเปิดประตูบ้านก็ไม่เป็อย่างคิดข้างในดูดีมากยังใหม่อยู่เลย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ก็ถูกผ้าคุมไว้อย่างดีส่วนข้างนอกนั้นคือภาพลวงตาชัดๆ ทั้งที่ข้างในมันออกจะดูดีขนาดนี้
“เข้ามาข้างในนี่คนละเื่เลยว่ะ”
“นี่เราต้องไปบุกเบิกป่าข้างนอกใช่ปะ”
“มึงใช้คำเว่อร์ไปปะไอ้โอ๊ต”
“ก็มันเหมือนจริงๆ อะ”
ผมว่าบ้านหลังนี้กว้างมากๆ เลยนะทั้งในบ้านและนอกบ้านที่มีแต่หญ้านั่นอีก ถ้าทำความสะอาดดีๆ จะน่าอยู่มากเลยล่ะ
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่าเดี๋ยวข้างนอกเขามาตัดหญ้าให้ ส่วนข้างในนี่พวกเราค่อยทำเอง”
เ้าของบ้านก็ใจดีเหมือนกันแฮะ ค่าเช่าก็ไม่แพงแถมยังจะทำความสะอาดให้ด้วยหรือว่ามันเป็สิ่งที่เขาต้องทำให้อยู่แล้ววะ
“งั้นตกลงเช่า จ่ายเงินไปเลยมึง” ผมว่า
“เอาไงเอากัน”
“ไม่ไกลวิลัยเท่าไหร่กูโอเค”
สรุปพวกผมก็ตกลงเช่าบ้านหลังนี้ ชีวิตอิสระมาถึงแล้วครับแต่จริงๆ ก็อิสระมานานแล้วล่ะ แต่คราวนี้อยู่ด้วยกันทั้งแก๊งบอกได้คำเดียวเลยว่า เละ…
“มีสี่ห้อง พวกมึงจะเอาไง”
วันนี้เป็วันแรกที่ย้ายเข้ามาและตอนนี้พวกผมกำลังตกลงเื่ห้องกันอยู่พวกผมมีกันห้าคนแต่ห้องมีสี่ห้องต้องมีสองคนที่ต้องนอนด้วยกัน สำหรับผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วยังไงก็ได้เพราะขนาดไอ้ตังก็เคยไปนอนห้องมันมาแล้ว
“เดี๋ยวกูจะเสียสละไปนอนกับโก้เอง” เื่แบบนี้เสนอตัวนักแหละ
“ไม่เอาเว้ยย”
“ไปนอนกับไอ้โอ๊ตเลยมึง”
“กูยอมนอนนอกบ้านดีกว่านอนกับมัน”
“พูดเหมือนสวยมากมั้ง” ถ้าพวกมันสองตัวนอนด้วยกันน่าจะวุ่นวายไม่น้อยเลยนะผมว่า
“พอๆ เดี๋ยวกูไปนอนกับไอ้ทัช” ไอ้โก้มันสรุปเองเสร็จสรรพแล้วเดินไปเลือกห้องทันที
“จบแยก”
ต่างคนต่างเข้าไปจัดห้องของตัวเองส่วนผมก็เข้ามากับไอ้โก้ เตียงเดียวสินะแต่ผมไม่มีปัญหาแน่นอนแต่ไอ้โก้อะมี
“กูเปลี่ยนไปนอนคนเดียวทันไหมวะ” ทำไมไอ้โก้ถึงพูดแบบนี้น่ะหรอก็เพราะเตียงมันเล็กกว่าห้องที่มันเคยอยู่และที่สำคัญผมเป็คนนอนกินที่
“เอาน่าเดี๋ยวกูนอนพื้น”
“ดีมากไอ้ทัชเพื่อนรัก!” ทันทีที่ผมพูดจบมันก็ลงไปนอนแผ่บนเตียงทันที ที่งี้ล่ะเพื่อนรักเชียวนะมึง
ผมคงต้องไปหาที่นอนมาใหม่สินะ
“ทำไรกินดีวะ” ไอ้ตังถามขณะที่พวกผมต่างก็จัดห้องเสร็จและตอนนี้ก็เย็นแล้วเริ่มหิวเหมือนกันครับ
“ไปหาไรกินข้างนอกปะ” ไอ้โอ๊ตเสนอ
“จะไปข้างนอกทำไมลืมไปแล้วหรอว่าเรามีพ่อครัวอยู่แล้วนี่ไง” ผมว่าพลางกอดคอไอ้ปาล์ม เดอะแก๊งผมพึ่งได้ทุกคนนะ แต่ส่วนตัวผมนี่ไม่แน่ใจว่าจะพึ่งได้รึเปล่า
“เออว่ะ งั้นไปซื้อของมาทำกันดีกว่า”
อยากจะบอกว่าอุปกรณ์ทำครัวพวกผมก็ครบนะคงไม่ได้ไปวอแวที่ร้านบ่อยๆ แน่ๆ เพราะงั้นอยากกินอะไรก็ทำเองครับ จัดหนักจัดเต็มไปเลย
“ใครจะออกไปซื้อ”
“กู” งานแบบนี้ไว้ใจผม
“กูไปด้วย” ไอ้โอ๊ตยกมือ
พวกไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเข้าห้องครัวอย่างพวกผมก็มีหน้าที่ไปซื้อของแค่นั้นแหละ
“เดี๋ยวกูจดรายการที่จะซื้อให้ ว่าแต่พวกมึงอยากกินอะไรกันบ้าง”
“แอลกอฮอล์”
“กวนตีนไอ้โอ๊ตกูหมายถึงอาหารเว้ย”
แอลกอฮอล์ลิซึมครับ แดกได้ทุกวัน
“อะไรก็ได้พวกกูกินได้หมดแหละ”
“มึงคิดเลยกูคิดไม่ออก”
เมนูยอดฮิตคือ อะไรก็ได้ ส่วนคนคิดนี่หนักใจที่สุดละ
“อะ ตามนี้ให้ไวนะพวกมึง ไม่ใช่ซื้อแดกจนอิ่มแล้วค่อยกลับนะ”
ผมกับไอ้โอ๊ตมองหน้ากันก่อนจะยิ้ม ไอ้ปาล์มันรู้ทันครับไปด้วยกันนี่ไม่มีใครห้ามใครเลย
พวกผมเลือกขับรถไอ้ปาล์มเพราะรถผมคงไม่น่าจะเอาของกลับมาได้ ตอนแรกว่าจะขับคนละคันแต่ไม่ดีกว่าลดโลกร้อนสักหน่อย ที่จริงคือไอ้โอ๊ตมันี้เีขับต่างหากเลยไปกับผม
พอขับมาได้สักพักผมก็โดนรถหรูคันหนึ่งขับปาดหน้าอย่างเร็วจนเกือบได้กลับบ้านเก่าทั้งผมและไอ้ปาล์ม
“จะรีบไปตามควายรึไงวะ! สภาพก็ไม่น่าจะมีควายให้เลี้ยงนี่หว่า” ไอ้โอ๊ตะโตามหลังรถคันนั้นอย่างโมโห ถ้าผมเบรคไม่ทันป่านนี้พวกผมเป็ฝ่ายเจ็บหนักแน่ ถ้าเจอครั้งหน้าจะปล่อยลมรถแม่ง!
กรีดรถเขาไม่ได้หรอกครับขับBMWขนาดนั้นถ้าโดนจับได้ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหายแน่นอน
“โอเคปะมึง”
“อืม”
ถึงจะหงุดหงิดนิดหน่อยก็เถอะ แม่งขับรถอะไรของมันวะ
ผมมองตามทางที่รถคันนั้นขับไปอย่างหงุดหงิดก่อนจะหันมาขับรถของตัวเองต่อ
ใจเย็นไว้ ของกินจะเยียวยาทุกอย่างเองไอ้ทัช!
….…………………………………………
ตอนนี้ผมกำลังนั่งมองลูกค้าสองคนที่นั่งโต๊ะนอกร้านอย่างไม่วางตาเพราะหนึ่งในนั้นคือคนที่ผมรู้จักและบังเอิญเจอหลายครั้ง
มากับหญิงซะด้วย สวยขนาดนั้นอยากควงบ้างจัง
“มองอะไรลูกค้านักหนา”
ผมหันไปยิ้มให้กับพี่แนนที่เดินมาหา
“เปล่านะ ผมก็มองไปเรื่อยอะ”
“พี่เห็นนะ จ้องโต๊ะนั้นอยู่ล่ะสิ”
ผมมองโจ่งแจ้งไปหรอวะ สงสัยจะแสดงออกมากไปแฮะ
“เอาขนมไปเสริฟโต๊ะนั้นหน่อยสิ” โต๊ะที่พี่แนนบอกก็คือโต๊ะที่ผมกำลังมองอยู่นั่นแหละ
สงสัยผมกับเขาคงเป็เ้ากรรมนายเวรของกันและกันมั้ง หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยสินะ
ผมเดินมายังโต๊ะของลูกค้าที่เป็เป้าหมายพร้อมกับเสริฟขนมแต่ลูกค้าไม่ได้สนใจการมาของผมเลยสักนิด ผมจึงพูดขึ้น
“ทานให้อร่อยนะครับคุณลูกค้า” พร้อมกับส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจให้ลูกค้าทั้งสอง พี่ผู้หญิงเงยหน้ามายิ้มให้ผมแต่อีกคนกลับมองนิ่งๆ แล้วก็กลับไปสนใจงานของตัวเองต่อ
ดูท่าทางเครียดๆ แฮะคงจะไม่มีอารมณ์กวนสินะ แต่ผมมีอารมณ์ว่ะ
อารมณ์อยากกวนตีนคนทำงานแถวนี้
“อ้าว สวัสดีครับคุณธัญ” ผมทำเสียงให้ดูเหมือนใที่เห็นอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เนียนนะเพราะเขาไม่สนใจผมเลย
“รู้จักธัญด้วยหรอ” พี่ผู้หญิงถามผม
“คุณธัญมาที่ร้านบ่อยน่ะครับวันก่อนยังเห็นมากับผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาน่ารักมากเลยนะครับ โอะ! ผมขอโทษครับ”
“อ่า” พี่ผู้หญิงยิ้มให้คนที่นั่งตรงข้ามแต่นั่นทำให้ผมแปลกใจ ปกติมันต้องมีการทำหน้าไม่พอใจรึเปล่าวะแต่นี่ยิ้มเฉยหรือว่าเก็บอาการเก่ง
“นี่ควงสาวหรอเดี๋ยวนี้”
“มากับสาวทุกครั้งเลยนะครับ…”
“พูดจบรึยัง” เขาหันมาพูดกับผม
“แค่จะบอกว่าแฟนคุณธัญสวยมากเลยครับ” ผมยิ้มพี่ผู้หญิง
“หมายถึงฉันหรอ ฉันไม่ได้เป็แฟนธัญนะ”
เพล้ง!
ได้ยินเสียงอะไรไหมครับ หน้าแตกแบบไม่รู้จะเก็บเศษยังไงเลยว่ะ
“งั้นหรอครับ” ยิ้มแห้งไปอีกกู
“หึ” เยาะเย้ยอีก บ้านไหนพาหัวเราะ หึ วะ ประหยัดพลังงานรึไง
“ทานให้อร่อยนะครับ”
อยู่ทำไมให้อายไปกว่านี้ล่ะครับ ไปดีกว่าวันนี้คงไม่ใช่วันของผม (อีกตามเคย)
“รู้จักลูกค้าโต๊ะนั้นด้วยหรอ” พอผมเดินเข้ามาในร้านพี่แทนก็ถามพร้อมกับทำหน้านิ่งๆ
อารมณ์ไหนอีกล่ะพี่ผม
“ไม่รู้จักครับ”
“ดีแล้ว”
“ถ้าผมรู้จักแล้วจะทำไมครับ” ท่าทางเหมือนพี่ผมจะรู้จักคุณธัญอะไรนั่นนะ
“ไม่มีอะไรหรอก ไปทำงานเถอะ” รอยยิ้มถูกส่งมาพร้อมกับมือที่เอือมมายีผม ทำไมพอมองไปทางโต๊ะนั้นสายตาพี่แทนดูนิ่งๆ แปลกๆ วะ หรือว่าสองคนจะรู้จักกันแต่ไม่ถูกกันหรือเปล่า
แต่ช่างเถอะไม่ใช่เื่ของผม ผมจะไม่ยุ่งแล้วกัน
“ขอโทษนะครับคุณลูกค้า พอดีว่าร้านของเราจะปิดแล้วครับ” ผมบอกลูกค้าที่ยังนั่งอยู่เป็คนสุดในร้านทั้งที่ตอนนี้ก็ถึงเวลาปิดร้านแล้ว
คนที่นั่งอยู่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อเหมือนกับว่ายังไม่รู้ตัวว่าผมยืนอยู่ตรงนี้
“คุณลูกค้าครับ”
“…”
“คุณธัญ” ทีอย่างนี้ล่ะเงยหน้าขึ้นมาเชียวชอบให้เรียกชื่อรึไงวะ
“พี่”
“หะ”
“เรียกฉันว่าพี่” เดี๋ยวนะนี่ผมมีพี่อีกคนหรอวะ
“ทำไมครับ”
“ฉันไม่ชอบให้เรียกคุณ”
“อ่ออ หรอครับ'คุณ'ธัญ” ผมเน้นคำว่าคุณก่อนจะยิ้มกวนๆ ส่งไปให้ ไม่ชอบหรอแต่ผมชอบว่ะ
“ไอ้ตัวแสบ” เสียงบ่นเบาๆ แต่ผมได้ยินทำเอาคิ้วกระตุก นอกจากพี่แทนก็ไม่มีใครเรียกผมแบบนี้เลยนะ
นอกจากจะไม่ฟังที่ผมพูดแล้วยังทำงานต่ออีก เช่าร้านผมทั้งคืนเลยไหมคนเขาจะเลิกงานกลับบ้านกลับช่องเนี่ย
“ร้านจะปิดแล้ว”
“อีกแปปเดียว”
“กลับไปทำที่บ้านสิ” ผมก็อยากลับบ้านเหมือนกันนะ
“ถ้านายไม่พูดงานฉันก็จะเสร็จแล้วนะ” อ้าว ผิดเฉย
“เหงาหรอ”
“อะไร”
“หมายถึงถ้ากลับบ้านแล้วจะเหงาหรอ” ผมถามพลางนั่งลงตรงข้ามอีกคน ในเมื่อไม่ยอมลุกผมก็จะนั่งด้วยเลยแล้วกัน
“ถ้าบอกว่าเหงาแล้วจะให้อยู่ต่อหรอ” สายตาที่มองมามันเหมือนนึกสนุกอยู่ในทีแต่หน้าตายังคงความเรียบเฉยเอาไว้
“จ่ายค่าล่วงเวลามาสิ”
“เท่าไหร่” คำถามที่แทบจะถามขึ้นมาทันทีทำให้ผมนึกสนใจ เท่าไหร่งั้นหรอ ถามเหมือนจะยอมจ่ายเลยนะ
“จะจ่าย?”
“เปล่า” อ้าว กวนตีนซะแล้ว
ผมเพิ่งรู้ว่าคนตรงหน้าแค่กวนตีนแก้เครียดเฉยๆ ก็แค่นั้น แล้วทำไมผมต้องมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้ด้วยวะอีกหน่อยพี่แทนก็คงออกมาว่าแล้วมั้งเนี่ย
“กลับไปได้แล้ว”
“ไล่ลูกค้าหรอ”
“ตอนนี้ร้านปิดแล้วถือว่าคุณไม่ใช่ลูกค้า และผมก็สามารถไล่คุณได้” คนตรงหน้าผมพูดยากกว่าที่คิด
ยังคงก้มหน้าเขียนงานต่อไป ดื้อด้านชะมัดเลยขนาดไล่ยังไม่ไปสงสัยจะเหงาจริงๆ หรือเป็เด็กมีปัญหาวะแต่รุ่นนี้คงไม่ใช่เด็กแล้วมั้ง
“นินทาฉันในใจหรอ”
“รู้ตัวก็กลับไปได้แล้ว”
“ชื่อทัชหรอ” เปลี่ยนเื่อีกผมนี่แทบจะถอนหายใจรัวๆ เลยครับ
“รีบกลับปะ…”
“ทัช กลับบ้านได้แล้ว”
เสียงพี่แทนทำให้ผมหันไปมองก่อนจะลุกขึ้นทันที ตามที่ท่านพี่สั่งเลยครับกลับบ้านน
“แล้วนั่นล่ะ” พอเดินมาใกล้พี่แทนผมก็ชี้ไปยังคนที่นั่งไม่รู้เื่รู้ราวอะไร
“เดี๋ยวพี่จัดการเองกลับไปพักผ่อนได้แล้ว” ผมพยักหน้าให้พี่แทนแล้วเข้าไปหยิบกระเป๋าเตรียมกลับบ้านทันที
ทางนั้นก็ให้พี่แทนจัดการเองก็แล้วกันไม่กลับก็แล้วแต่ขอแค่ผมได้กลับก็พอแล้ว