เมื่อวานไม่ได้บันทึกนะเลยข้ามมาวันที่ 5 เลย 555
วันนี้ฉันตื่นมาตอนเช้า05.40
แต่ผมยังไม่แห้งฉันจึงรีบหนีบผมแต่งตัว
อาขึ้นมาตาม ก่อน7 โมงเล็กน้อย และไปสถานีรถไฟ
ค่ารถแค่ 20฿ ส่วนอาใช้บัตรสวัสดิการขึ้นฟรี
รถออก 07.37 นั่งรถประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ก็มาถึงอยุธยา
เราไปต่อกันที่เรือข้ามฝั่งค่าข้าม คนละ 10฿
เมื่อข้ามมาก็เจอร้านเช่ารถมีทั้งรถจักรยานและรถมอไซค์
แต่มันสูงเกินไป ไม่ก็ต่ำเกินไปไม่พอดีเลย
เราจึงเดินออกมาจากซอยเพื่อหาร้านอื่น
แต่มันมีแค่ 2 ร้าน แต่อีกร้านยังไม่เปิด (ถามพี่ที่ขายน้ำ)
เราเลยเดินไปนั่งที่ป้ายรถเมล์และรองท้องตัวเอง
ซึ่งฉันกินข้าวห่อสาหร่าย2 ก้อนและน้ำ 1ขวด
ตบท้ายด้วยลูกอมที่ซื้อมาจาก 7-11 ก่อนจะขึ้นรถไฟ
หลังจากเติมพลังเสร็จเราก็เดินกลับไปดูที่เช่ารถ
ซึ่งอีกร้านก็กำลังเปิดพอดี
สภาพรถดีกว่าร้านแรกเ้าของแนะนำดีมาก
มีการให้แผ่นที่และแนะนำเื่ต่างๆ ให้
มีการปรับเบาะให้
เมื่อจ่ายเงินเสร็จเราก็ปั่นตรงไปยังที่แรกคือวัดมหาธาตุ
เมื่อถึงเราก็ตรงไปซื้อตั๋วและซื้อแบบเหมา 40฿
เมื่อเข้าวัดเราก็ถ่ายรูปและวีดีโอกันค่อนข้างเยอะและเดินไปรอบ ๆ
จากนั้นเราก็ไปต่อกันและฉันก็พาอาอ้อมไปด้านหลังวัด
พูดง่าย ๆก็คือพาหลง 5555
เมื่อเราเลี้ยวกลับก็มีชาวต่างชาติปั่นสวนมาในซอยเดียวกัน
แต่เราก็ไม่ได้สนใจ
และเราก็ปั่นมาถึงวันที่สองคือวัดราชบูรณะ
เมื่อมาถึงหน้าวัดชาวต่างชาติที่ปั่นสวนกันก็ตามหลังมาติด ๆ เขาเข้าไปในวัดก่อน
อันนี้ก็รู้เลยว่าเขาก็หลงเช่นกัน555 (แอบดีใจที่ไม่ได้หลงแค่เรา)
และฉันก็บอกอาว่าชาวต่างชาติคนนั้นหลงไปในทางเดียวกับเรา
ส่วนเราก็เขาไปหลังจากเขาไม่นาน
เราถ่ายรูปเไปเรื่อยๆ และเดินตามทางที่เขาเดินไป
แต่เขาเดินเร็วมาก
เมื่อออกมาจากวัดฉันก็ได้ถ่ายรูปให้อา และให้อาถ่ายให้ฉันสลับกัน
ก่อนออกจากวัด ฉันเจอแมวสีดำที่มีขนสวยมากดำเป็เงาเลยอะ
มันเข้ามาคลอเคลียอย่างคุ้นเคยฉันเล่นกับมันเล็กน้อย
จากนั้นเราก็ปั่นต่อไปวัดที่3 แต่เราไม่รู้ทาง เราเลยปั่นไปเรื่อย ๆ
และไม่นานนักชาวต่างชาติคนเดิมก็ปั่นผ่านเราไป
อาเลยบอกให้ตามเขาไปเราจึงปั่นตามหลังเขาไป
แต่เขาปั่นเร็วมากแล้วก็หายไป
ส่วนเราก็ปั่นมาเจอวัดธรรมิกราช
ฉันปั่นเข้ามาก่อนแต่ไม่เห็นอาตามมาสักที
ฉันเลยปั่นกลับไปดูและอาก็ปั่นเข้ามาในวัดพอดี (อาบอกว่าแวะซื้อน้ำดื่มหน้าวัด)
เราแวะดื่มน้ำกันและอาทักว่าหน้าฉันดำไปครึ่งหนึ่ง (เพราะใส่แมสค์)
หลังจากนั้นเราเดินเข้าวัดไปและเจอชาวต่างชาติคนดิม
เขาเดินเข้าไปด้านในส่วนเราก็ถ่ายรูปด้านนอกก่อน
เมื่อเขาออกมาเราก็เดินเข้าไป
ลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านทางเข้าทำให้เรารูสึกเย็นสบาย
เนื่องจากมันเริ่มจะ9-10 โมงแล้ว แดดจึงดเริ่มร้อน
ไม่สิ!!หน้าเกรียมไปครึ่งหน้าแล้วอะ
หลังจากเก็บภาพเสร็จเราก็เดินเข้าไปไหว้พระในโบส
และไปต่อกันและฉันก็พาเอาไปอีกทางที่เป็พระราชวังเก่า
ซึ่งเขาไม่เปิดให้เข้าก่อนจะเลี้ยวกลับข้ามสะพานไปที่วัดหน้าเมรุราชิการาม
เมื่อไปถึงฉันก็เจอชาวต่างชาติคนเดิมเดินออกมา
เขาจอดจักรยานไว้ใต้ต้นไม้ซึ่งฉันกำลังจะจอดพอดี
ฉันยืนรออาที่ตามหลังมาและลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะชวนเขาคุยดีไหม
แต่สุดท้ายก็ไมได้ชวนคุย
เมื่ออามาถึงเราก็เดินเข้าวัดไป
เนื่องจากมีคนเยอะมากเราจึงยืนไหว้จากข้างนอกและไปต่อ
อาอยากไปให้อาหารปลาฉันเลยปั่นตามหลังอาไป
ผ่านวัดเล็ก ๆชื่อว่าวัดหัสดาวาส
และอาก็ถามทางคนขายของแถวนั้น
เราปั่นเลยไปสักพักก็เจอวัดเชิงท่า
เราปั่นเข้าไปและยืนถ่ายภาพเล็กน้อย
ก่อนจะตัดสินใจที่จะไหว้ตรงนั้นและไปต่อโดยไม่เข้าไปด้านใน
เราปั่นออกมาทางเดิมและผ่านพระราชวังเก่าที่ฉันพาไปตอนแรก
เมื่อปั่นไปเรื่อยๆ ก็เจอวัดมงคลบพิตร
เมื่อเข้าไปก็มีร้านขายของกินของฝากเยอะแยะ
เมื่อทะลุจุดขายของก็จะเจอทางเข้าวัด
เราเดินเข้าไป ทำบุญหล่อเทียน
ก่อนจะไปไหว้พระในโบสถ์
อาเสี่ยงเซียมซีได้ใบที่ 9 ซึ่งคล้ายกับของฉัน
ที่นาน ๆทีฉันจะลองเสี่ยงดูก่อนที่จะขึ้นมา กทม.
(เพราะไม่เชื่อเื่ดวง)
เมื่อออกมาเดินไปอีกนิดก็จะเห็นวัดพระศรีสรรเพชญ์
เป็วันที่ค่อนข้างสมบูรณ์
เนื่องจากโทรศัพท์เครื่องนี้ทำงานหนักบวกกับอากาศร้อน
ทำให้ตัวเครื่องร้อนเกินไปจึงปล่อยให้มันพักผ่อนและใช้อีกเครื่องแทน
เมื่อออกมาฉันเห็นมีคนกินไอติมตัด ฉันเลยรู้สึกอยากกินขึ้นมา
ฉันจึงไปซื้อมากินและนั่งพักที่ศาลา
ไม่นานพี่เ้าของร้านโทรมาบอกว่าจะพาไปกินเตี๋ยว
และนัดเจอกันอาซื้อของฝากก่อนจะออกจากวัด
เราปั่นไปที่บึงพระรามเราผ่านที่ขี่ช้างด้วย
เมื่อมาถึงเราก็ขึ้นรถพี่เ้าของร้านและนั่งตรงไปที่ร้านป้าพรก๋วยเตี๋ยวสูตรโบราณ
ฉันกินไป 2 ถ้วย จากนั้นก็นั่งรถกลับมาที่จอดจักรยาน
และปั่นต่อจะไปวัดพระราม
แต่เราปั่นอ้อมไปอ้อมมาอยู่นานก่อนจะเข้าไปได้
มันมีการปรับปรุงจึงไม่ค่อยมีคนเข้าชม
จากนั้นเราก็ปั่นต่อไปวัดโลกยสุทธา
เป็วัดที่เราเคยปั่นผ่านไปเมื่อ่สายๆ
เมื่อเข้ามาในวัดก็เห็นหมาเยอะมาก
ตอนปั่นเข้าไปพวกมันก็ตามหลังมาพักนึง ก่อนจะหยุด
วัดนนี้เป็วัดที่ร่มรื่นกว้างขวาง ต้นไม้เยอะ
ฉันหยุดถ่ายภาพที่โบสถ์และ ปั่นต่อไปอีกนิด
ก่อนจะเห็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน
เราแวะถ่ายรูปและไหว้อยู่แปปนึงก่อนจะปั่นออกจากวัด
ซึ่งเป็การปั่นอ้อมและกลับไปเส้นทางเดิม
ฉันยังไม่ได้เห็นเศียรพระที่อยู่ใต้รากต้นไม้
ฉันจึงย้อนกลับไปดูที่วัดมหาธาตุซึ่งก็คือวักแรกนั่นเอง
ก่อนจะปั่นกลับเอารถไปคืน
และไปถึงร้านเวลาประมาณ 04.34น.
ก่อนจะนั่งเรือข้ามฟากและไปซื้อตั๋วรถไฟกลับ
แต่ตั๋วหมดและรถก็มาพอดีเราจึงขึ้นรถไปแล้วไปจ่ายบนรถ
อาได้นั่นตรงที่ว่างส่วนฉันก็นั่นบนที่ดท้าแขนข้าง ๆ อา
ซึ่งจริง ๆก็คือการยืนนั่นแหละ
เมื่อมีคนลงจากรถฉันจึงได้นั่ง
และก็หลับไปในทันที
ไม่นานรถไฟก็มาถึง เราลงจากรถและกลับร้านกัน