สวี่กงเหมยก้าวขาเข้าไปยืนใกล้ร่างกายใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้านางกวาดตามองเ้าของรูปพรรณสัณฐานที่สวมใส่เครื่องแต่งกายคล้ายไท่เว่ย์พลันมือบางก็ยกมือขึ้นปิดริมฝีปากที่เผยออ้าออกอย่างไม่รู้ตัวด้วยความใด้วยเขาผู้นี้จะเป็ผู้ใดไปเสียมิได้นอกจากเซวียนจางหย่งผู้ไข้ที่นางต้องดูแลแทนลี่อินผู้เป็บิดาสีหน้าของเด็กสาวสลดลงเมื่อนางหวนนึกถึงการกระทำที่เอาแต่ใจของตนเองเมื่อครู่หากว่านางใช้สติไม่เอาแต่ใจ ไท่เว่ย์ที่กำลังป่วยจะไม่มีสภาพเช่นนี้เป็แน่นางยืนกระวนกระวายอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถลันตัวโผเข้าตะกองเ้าของร่างไร้สติที่นอนยาวเหยียดจากทางด้านหลัง
“ไท่เว่ย์...ไท่เว่ย์...!” สองแขนเล็กเข้าประคองคนตัวใหญ่ขึ้นไว้บนตักปากพร่ำเรียกซ้ำไปซ้ำมาให้เขาได้รู้สึกตัวทว่าร่างไร้สติก็ไม่มีทีท่าจะรู้สึกตัวแต่อย่างใด
นางทิ้งสะโพกลงนั่งพังพาบกับพื้นดินอย่างไม่ใส่ใจว่าดินทรายบนพื้นจะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าที่มีอยู่เพียงแค่สองชุดเท่านั้นเด็กสาวถอนลมหายใจออกมาคราแล้วคราเล่า ปากยังคงพร่ำเรียกคนตัวโตแต่เขาก็หาได้รู้สึกตัวไม่ นางจะพาเขากลับที่พักได้อย่างไรและหากจะทิ้งไว้กลางป่าเช่นนี้ ไม่พ้นต้องเป็เหยื่อสัตว์ป่าอย่างแน่นอน สวี่กงเหมยที่เคยเก่งกาจแห่งหุบเขาหมื่นพิษครานี้ต้องเศร้าซึมด้วยไร้ซึ่งหนทาง จึงเกิดน้ำใส ๆ ไหลออกจากหน่วยตาอย่างไม่รู้ตัว
“เ้านี่ช่างเปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วเสียจริงนะเหมยเอ๋อร์”สุ้มเสียงคุ้นเคยเกริ่นขึ้นท่ามกลางความเงียบงันเด็กสาวหันหาเ้าของเสียงที่ดูเหมือนลำเสียงจะแว่วมาจากทางข้างหลังหากแต่เขาผู้นี้ยังไร้สติอยู่เบื้องหน้าของนาง แล้วเ้าของเสียงนั้นจะเป็ของผู้ใดหรือไท่เว่ย์จะสิ้นชื่อเช่นคำวินิจฉัยของท่านพ่อเสียแล้ว...
“ไท่เว่ย์...ใช่ ไหม เ้าคะ!?” เด็กสาวกวาดตามองหาทั้งซ้ายขวา ทั้งเหลือบมองบนต้นไม้แต่ก็มิพบผู้ใด หรือว่า... ไท่เว่ย์จะสิ้นชื่อจนิญญาออกจากร่างไปแล้วจริง ๆ
ดวงหน้าสวยพลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีวงคิ้วขมวดปมแน่นด้วยความสงสัยก่อนที่จะหุนหันลุกยืนขึ้นแล้วเดินอ้อมไปทางปลายเท้าเพื่อดูด้วยตาตนเองให้แน่ใจว่าแท้จริงแล้วไท่เว่ย์เหลือแต่เพียงิญญาหรือไม่
“ไท่เว่ย์เ้าคะ? ไท่เว่ย์เ้า...ค!?” เด็กสาวชะงักออกเสียงกะทันหัน พลันสีหน้าก็ผิดแผกไปจากเดิม
นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงขึ้นอีกครั้งแล้วเงื้อมือฟาดลงที่ต้นแขนของคนตรงหน้าอย่างเต็มแรงจนคนที่นอนยาวทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
“เจ็บนะ...แม่นาง!” มือกร้านจับต้นแขนตัวเองลูบขึ้นลูบลงหนัก ๆ เพื่อบรรเทาความเจ็บแสบบนผิวเนื้อ
“นี่ยังน้อยไปนะ...!!!” เด็กสาวกวาดตามองบนพื้นไปรอบตัว
“แม่นางมองหาสิ่งใดกัน?”น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถาม มือก็พลางลูบอยู่บนต้นแขนไม่เลิก
“หาหินสักก้อนมาทุบหัวเ้าน่ะสิเสิ่นเฉิง!!”
“ไม่ได้นะขอรับไท่เว่ย์จะขาดองครักษ์คู่ใจอย่างข้าพระองค์ไม่ได้นะขอรับ” เสิ่นเฉิงรีบลุกขึ้นด้วยกลัวว่าถ้านางเกิดหาก้อนหินได้เขาอาจสิ้นชื่อจริง ๆ ก็เป็ได้
“ไปเป็เ้านายกับข้ารับใช้กันต่อในปรโลกต่อเถอะบังอาจหลอกข้าดีนัก!!เ้าคนตัวดี” สองตาที่มองหาก้อนหินตามปากว่าเข้าคว้าท่อนไม้หนาเท่าลำแขนมาไว้ในมือมั่นท่าทางทะมัดทะแมงมุ่งเข้ามาหาเขาจนทำให้เสิ่นเฉิงต้องลุกวิ่งหนี
“มาให้ข้าตีซะดี ๆ เ้าคนหลอกลวง!!” เด็กสาวลากท่อนไม้เดินตามหลังไว ๆ ของเสิ่นเฉิงไปทว่าชายเสื้อของเขากลับปรากฏขึ้นอีกทาง ทำให้คนถือไม้สับสนจนทวีความโมโหรุนแรงขึ้นถือไม้เดินมุ่งเข้าหาเสิ่นเฉิงที่ยืนหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างจากนางไปเพียงแค่อึดใจ
‘ฟุบ’ มือแกร่งคว้าเข้าที่เ้าของข้อมือที่กำลังเงื้อฟาดกับคนตรงหน้า พาให้คนหน้าสวยทว่าั์ตาโกรธเกรี้ยวหันมองเ้าของฝ่ามือแกร่งก่อนที่จะกระชากข้อมือของตนให้หลุดจากการ แล้วหันมาเงื้อไม้ใส่คนตรงหน้า
“เ้าแผนการดีนัก!”
“ฟังข้าก่อนสิ ฟังข้าก่อน”เสียงท่อนไม้แหวกอากาศ หวืดแล้วหวืดเล่า พาให้คนลุกไล่เริ่มที่จะเหนื่อยหอบ
“ข้าไม่ฟังอะไรทั้งสิ้นถึงข้าเป็หญิงบ้านป่าก็หาใช่ของเล่นของท่านนะไท่เว่ย์”สวี่กงเหมยใช้ไม้ที่นางใช้ไล่ฟาดค้ำยันตนเองระหว่างที่หอบตัวโยน
“ข้าไม่คิดว่าเ้าจะโมโหขนาดนี้ข้าแค่อยากแกล้งเ้าก็เท่านั้น เวลาเ้าโกรธ แก้มเ้าแดงดูน่ารักจะตายไป”เซวียนจางหย่งปลอบประโลมเด็กสาวให้ผ่อนคลายอารมณ์ลง ทว่าคำโน้มน้าวของเขาพาให้สวี่กงเหมยใบหน้าเห่อแดงกว่าเดิม
“ท่านไม่ต้องมาเยินยอข้าข้าไม่เชื่อท่านแล้วต่อไปจากนี้ต่อให้ท่านทุรนทุรายตรงหน้าข้าก็จะไม่แม้แต่ปรายตา”สุ้มเสียงที่อ่อนลงพาให้เซวียนจางหย่งสบโอกาสค่อยเข้านำท่อนไม้ที่อยู่ในมือของนางออกแล้วส่งให้อีกคน
ในจังหวะนั้นเองทำให้เ้าของใบหน้าที่ผ่อนไปแล้วกลับมาโกรธขึงเช่นเดิม...
“เหตุใดท่านเสิ่นและไท่เว่ย์แต่งตัวเหมือนกันเช่นนี้เ้าคะ?” คำถามของเด็กสาวพาให้สองตาของชายหนุ่มหันมองกัน
“ไม่เหมือนสักหน่อย แม่นางข้าเป็เพียงองครักษ์จะแต่งกายเทียบเท่าไท่เว่ย์ได้อย่างไร?”เสิ่นเฉิงก้มหน้าสำรวจตนเอง
“ข้าไม่เห็นจะมีตรงไหนแตกต่างพวกท่านจงใจจะแกล้งข้า ข้าจะกลับหุบเขาหมื่นพิษไปอยู่กับท่านพ่อเชิญพวกท่านไปทำเพื่อบ้านเมืองกันเถิดข้าสวี่กงเหมยไม่อาจร่วมทางกับคนหลอกลวงเช่นท่านทั้งสองได้ไท่เว่ย์จะเป็ตายร้ายดีเช่นไร จากนี้ก็หาใช่เื่ของข้าไม่!” สุ้มเสียงของเด็กสาวจริงจังนางหันหลังสะบัดผมและชายกระโปรงจนพลิ้วไหวหลังจากที่ใช้สายตาจับไม่พบความแตกต่างบนเสื้อผ้าที่นางจับสังเกตแตกต่างแต่ก็ไม่มีจุดใดที่จะแตกต่างอย่างเช่นองครักษ์ว่าด้วยความโมโหนางจึงชักเท้าไปทางม้าสีขาวที่กำลังยืนเล็มหญ้าอยู่พลันก็คว้าเอาเชือกจูงที่รั้งอยู่กับคอของเ้าม้าก่อนที่จะเหยียบเดือยเหล็กพลิ้วตัวขึ้นคร่อมบนอานอย่างทะมัดทะแมง ครั้นก็เตืองน่องพาเ้าตัวขาวทะยานโขยกไปข้างหน้า
“ย่ะ!”
“เหมยเอ๋อร์ เหมยเอ๋อร์...เ้าจะไปไหน!?”