งานบุญออกพรรษา
งานบุญออกพรรษาปีนี้จัดใหญ่กว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีคณะผ้าป่ามาจากต่างจังหวัดร่วมทำบุญด้วย ่เช้าจะมีการต้อนรับคณะผ้าป่า ่เย็นจะมีการเดินเวียนเทียนและจำศีลสำหรับโยมอุปฐากที่มีศรัทธาในหมู่บ้าน
พรุ่งนี้หลังจากใส่บาตรเช้าและถวายผ้าป่าเสร็จ แม่หวานกับน้าพุดซ้อนจะไปช่วยในโรงครัวเพื่อทำอาหารเลี้ยงคณะผ้าป่าตอนเที่ยง แม่จึงจะให้ลูกจันทร์กับพ่อกลับบ้านมาอาบน้ำรอ พอใกล้เพลค่อยออกไปอีกรอบ
เด็กสาวกินข้าวที่แม่ทำเสร็จก็ไปอาบน้ำก่อนจะขึ้นบ้านนอน ในชนบทจะไปวัดแต่เช้าตรู่ เวลาตีห้าก็ต้องตื่นแล้ว หากไปสายจะไม่ทันใส่บาตร
เสียงระฆังดังเหง่งหง่างแว่วมาตามลมใน่เช้ามืด บ้านหลังน้อยของลูกจันทร์ที่ลุกมาหุงหาอาหารั้แ่ตีสี่ก็เตรียมตัวออกไปวัด ก่อนออกจากบ้านแม่แวะเด็ดดอกกระดังงาสีเหลืองที่บานอยู่หน้าบ้านใส่ตะกร้าไปด้วย
วันนี้แม่หวานสวมเสื้อลูกไม้สีชมพูที่ไปซื้อในเมืองกับผ้าถุงทอลาย พ่อแสนเห็นแล้วก็ชมเปาะว่ายังสวยเหมือนสมัยสาวๆเลย ทำเอาแม่หวานค้อนขวับให้
วัดอยู่ติดกับโรงเรียน มีโบสถ์เก่าและศาลาการเปรียญหลังหนึ่ง ส่วนกุฏิหลวงตากับพระลูกวัดจะอยู่ถัดออกไป ลูกจันทร์เดินขึ้นศาลาก็เห็นคนทยอยกันมาเยอะพอสมควรแล้ว แม่หวานผละไปตรงโรงครัวเพื่อเอากับข้าวกับปลาใส่ถาด ส่วนพ่อไปช่วยผู้ชายเตรียมอาสนะสงฆ์และกระโถนอีกด้าน เด็กสาวเห็นใบเตยเดินขยี้ตาขึ้นมาบนศาลาก็โบกมือทักทาย น้าพุดซ้อนจึงปล่อยให้สองสาวนั่งเล่นรอกันไปก่อน ส่วนเธอจะไปช่วยแม่หวานจัดเตรียมของถวายพระ
“เดี๋ยวตอนสายจะเอาขนมไปฝากนะ ฉันทำขนมปุยฝ้ายไว้เยอะเลย”ลูกจันทร์คุยกับเพื่อนที่ยังดูงัวเงียเพราะถูกปลุกแต่เช้า พอได้ยินว่ามีขนมดวงตาเรียวเล็กก็สว่างวาบขึ้น
“ขนมปุยฝ้ายคืออะไร ฝ้ายกินได้ด้วยเหรอ”
เด็กหญิงใบเตยมีใบหน้ากังขา เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าฝ้ายสามารถเอามาทำขนมได้ด้วย เคยกินแต่ข้าวต้มมัด ข้าวต้มผัด ขนมหม่กใส่ไส้หวานไส้เค็ม บวชฟักทอง กล้วยบวชชี ไม่เห็นเคยรู้ว่ามีขนมปุยฝ้ายด้วย
“ไม่ใช่ฝ้ายที่ใช้ทอผ้าแบบนั้น อืมยังไงดีนะ เอาอย่างงี้ วันนี้เธอลองดูขนมสีแดงสีเขียวสีขาวลักษณะเป็ก้อนปุยๆบนถาดถวายพระไว้”
ลูกจันทร์พยายามอธิบายขนมปุยฝ้ายให้เพื่อนตัวน้อยเข้าใจ แต่คนไม่เคยกิน จะอธิบายยังไงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เอาไว้เห็นเองก็คงจะรู้นั้นแหละ
ใบเตยได้ว่าเพื่อนให้จับตาดูถาดถวายพระก็มุ่งมั่นสุดหัวใจ กะจะมองตาไม่กะพริบเผื่อจะพลาดกับขนมอร่อยที่เพื่อนบอกไว้
เด็กสาวนั่งเรียงแถวบนเสื่อกกรอแม่กับน้าพุดซ้อน ส่วนพ่อแสนจะนั่งแยกกับกลุ่มผู้ชายอยู่ด้านเพื่อความสะดวกในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หกโมงตรงฟ้าสว่าง รถคณะกองผ้าป่าจากจังหวัดกำแพงเพชรก็มาถึง คนบนศาลาจึงลงไปต้อนรับขับสู่อย่างอบอุ่น เมื่อเข้าห้องน้ำห้องท่ากันเรียบร้อยก็ขึ้นมานั่งบนศาลาเพื่อรอสวดมนต์ไหว้พระเช้าประจำวัน
วันนี้เป็วันออกพรรษาทำบุญใหญ่ ชาวบ้านแห่แหนกันเข้าวัดอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง บนศาลาการเปรียญแทบจะไม่มีที่ให้นั่ง เป็บรรยากาศที่อบอุ่นและแปลกตาเล็กน้อยสำหรับลูกจันทร์
เด็กสาวขยับนั่งชิดกับแม่เพื่อแบ่งพื้นที่ให้คนมาใหม่ได้มีที่นั่งกราบพระ มัคนายกเห็นว่ายังมีคนทยอยมาเพิ่มเรื่อยๆก็ให้เด็กวัดเอาเสื่อไปปูนอกศาลาเพื่อให้มีที่นั่งอย่างเพียงพอ
เมื่อถึงเวลาหลวงตากับพระลูกวัดก็ขึ้นมาประจำที่ก่อนจะเริ่มทำพิธีตามศาสนาโดยมีมัคนายกเป็ผู้นำ ่เวลาดำเนินไปจนถึงการใส่บาตรยกถาดถวายพระ ใบเตยที่จำคำเพื่อนขึ้นใจก็ชะเง้อคอยืดคอยาวมองถาดที่ถูกยกไปเรื่อยๆ ครั้งเห็นขนมหน้าตาตามที่เพื่อนเคยบอกก็ชี้มือชี้มืออย่างตื่นเต้น ทำเอาน้าพุดซ้อนเกือบเอ็ดให้อยู่ในอาการสำรวม
คณะผ้าป่าที่มาจากต่างจังหวัดได้ถวายกองผ้าป่าตามจิตตั้งใจเสร็จ ก็เป็เวลาฉันเช้าของพระ วันนี้ลูกจันทร์จะอยู่กินข้าวที่วัดก่อนกลับบ้าน ส่วนแม่หวานกับน้าพุดซ้อนจะอยู่ช่วยงานในโรงครัวเพื่อทำกับข้าวเพล
เมื่อหลวงตาฉันข้าวเสร็จก็ทยอยลงจากศาลาไปพร้อมกับพระรูปอื่นๆ ส่วนอาหารที่เหลือญาติโยมก็นำมาแบ่งกันนั่งกินเป็กลุ่ม วันนี้อาหารที่ชาวบ้านนำมาทำบุญมีจำนวนเยอะพอให้ทุกคนกินอิ่ม แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือบรรยากาศสนุกสนานที่ผู้คนมาร่วมตัวกัน ต่างถามไถ่สารทุกข์ดิบ ทุกคนมีรอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าที่ได้ร่วมทำบุญใหญ่
เสียงคนเฒ่าคนแก่ที่เห็นขนมปุยฝ้ายของลูกจันทร์ดังขึ้นเป็ระยะ ขนมแบบนี้หากไม่ใช่ในเมืองก็หากินยาก นานๆทีจะมีคนทำมาถวายพระ ต่างแบ่งกันชิมคนละนิดคนละหน่อย มีบางคนยังเอาใส่ตะกร้ากลับไปให้ลูกหลานที่บ้านกินอีกด้วย เมื่อเด็กสาวที่ว่ามีคนชอบขนมที่ตนทำก็ยิ้มแก้มปริ
ใบเตยมองขนมปุยฝ้ายตาละห้อย เธอได้ชิมแค่ครึ่งชิ้นเอง เนื้อแป้งนุ่มฟูแทบจะละลายในปาก กลิ่นก็หอมติดจมูก กินแล้วอยากกินอีกเรื่อยๆ
โชคดีที่ลูกจันทร์สัญญาว่าจะเอาไปให้ที่บ้านหลังจากเสร็จงาน เด็กสาวจึงพยักหน้าพออกพอใจจนแม่หวานอดแซวหลานสาวไม่ได้ว่าลืมขนมของน้าหวานไปเสียแล้ว เด็กหญิงใบเตยจึงยิ้มเขินอายตอบอ้อมแอ้มว่ายังชอบเหมือนเดิม
กินข้าวเสร็จผู้หญิงก็ช่วยกันเก็บรวบรวมจานชามลงไปล้าง ส่วนลูกจันทร์กับเด็กๆคนอื่นช่วยกันปัดกวาดศาลาก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน งานในส่วนคณะกองผ้าป่าก็ให้ทางคณะกรรมการวัดจัดการดูแลไป
เด็กสาวนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานของพ่อแสนมาถึงบ้านก็ไปอาบน้ำล้างตัวให้หายเหนื่อย นั่งเล่นอยู่สักพักก็ขอยืมรถจักรยานของพ่อขี่ไปบ้านใบเตยเพื่อส่งขนม พ่อแสนที่กำลังเร่งจักตอกให้ทันเกี่ยวข้าวกังวลว่าลูกสาวจะขี่รถไปล้มจนาเ็จะพาไปส่งให้ แต่ลูกจันทร์ปฏิเสธพร้อมกับคว้ารถจักรยานมาขึ้นควบโชว์ไปหนึ่งที แม้ขาของเธอจะสั่น นั่งไม่ถึงเบาะ แต่ไม่เป็ปัญหา เธอสามารถปั่นแบบไม่นั่งเบาะได้ เด็กๆหลายคนแถวบ้านในชาติก่อนก็เคยทำ ลูกจันทร์มั่นอกมั่นใจกับความสามารถของตน พ่อแสนจึงไม่ขัดปล่อยให้ลูกสาวทำตามความ้า
ปรากฏว่ารถจักรยานในสมัยนี้หนักมาก วัสดุที่นำมาประกอบทำจากเหล็ก ด้วยความสูงหนึ่งร้อยยี่สิบนิดๆของเธอจึงทำให้การบังคับแฮนด์รถลำบากเป็เท่าตัว เด็กสาวปาดเหงื่อก่อนจะกัดฟันปั่นไปจนถึงบ้านเพื่อนที่อยู่ในตัวหมู่บ้าน
เด็กหญิงใบเตยรอขนมจากเพื่อนนานแล้ว มองทางแล้วมองทางอีกก็ไม่เห็นเพื่อนมาสักที แม้ที่บ้านจะทำข้าวต้มมัดไว้ทำบุญเหมือนกัน แต่เธออยากกินขนมปุยฝ้ายกับขนมหม่กแป้งฟักทองไส้หวานมากกว่า
เด็กชายภูผาที่นั่งเล่นทรายอยู่ใต้ถุนเห็นพี่สาวบอกว่าจะมีขนมกินก็น้ำลายไหลเป็ทางจนย่าอดหัวเราะไม่ได้ เด็กบ้านนี้ติดขนมของแม่เ้าลูกจันทร์กันทุกคน
จนกระทั่งลูกจันทร์ปั่นจักรยานคันใหญ่กว่าตัวเข้ามาอย่างทุลักทุเลพร้อมกับถุงขนมหน้าตะแกรงรถ แม่สามีน้าพุดซ้อนเห็นเด็กสาวอุตสาห์เอาขนมมาฝากให้ได้กินก็ยัดกล้วยสุกใส่ตะแกรงหน้ารถไปสองหวี
ขนมปุยฝ้ายมีสีสันสวยงาม เด็กๆเห็นก็ชอบ รสชาติไม่หวานเลี่ยนแม้แต่ผู้ใหญ่ได้ลองชิมก็เอ่ยปากชมเสียงเนื่องแน่น เห็นเพื่อนตัวน้อยกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยลูกจันทร์จึงขอตัวกลับบ้าน ระหว่างทางก็คิดไปด้วยว่าเธอควรทำขนมออกมาขายหรือไม่ หากขายที่โรงเรียนให้ครูและเพื่อนนักเรียนคนอื่นได้ก็คงดีไม่น้อย เธออยากให้เด็กๆได้กินขนมอร่อยๆอย่างอื่นบ้าง
ใกล้เพลพ่อแสนก็พาลูกสาวปั่นจักรยานไปวัดเพื่อร่วมถวายเพลกับชาวบ้านและคณะผ้าป่าในตอนเที่ยง ปล่อยให้ญาติโยมนั่งคุยกันบนศาลาเพื่อรอกินข้าว สองพ่อลูกก็มาหาแม่หวานในโรง แม่หวานสองสองพ่อลูกยังไม่ได้กินข้าวก็ตักแกงกับผัดผักใส่ถาดให้นั่งกิน
ล้างถ้วยล้างชามเก็บงานเรียบร้อยแม่หวานก็พาสองพ่อลูกกลับบ้านไปพักผ่อน ตอนเย็นมีกิจกรรมวนเวียนเธอจะพาลูกสาวมาอีกครั้ง่หกโมง
ขณะที่แม่หวานกำลังอาบน้ำพักผ่อน ลูกจันทร์หิ้วถังน้ำมารดผักในสวนเพื่อไม่ให้แม่เหนื่อยจนเกินไป ผักที่เธอปลูกเติบโตเป็ต้นแข็งแรง คาดว่าอีกไม่เกินสองอาทิตย์ก็สามารถเก็บเกี่ยวส่งขายได้
เมื่อรดน้ำจนเปียกชุ่มดีแล้วก็เริ่มเข้าไปช่วยแม่หวานทำงานในครัว พอดีกับที่บ้านน้าพุดซ้อนให้กล้วยสุกมาสองหวี ลูกจันทร์จึงคั้นกะทิทำกล้วยบวชชีไว้กินสักหม้อ ประเดี๋ยวจะสุกจนเละเกินไปไม่อร่อย
การทำกล้วยบวชชีไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย ใช้มะพร้าวห้าวที่เหลือเมื่อวานมาขูดเพื่อคั้นเอาน้ำกะทิ ตั้งไฟให้ร้อนโรยเกลือเล็กน้อยเพิ่มรสชาติ โยนใบเตยลงไปให้มีกลิ่นหอม รอจนกะทิแตกมันก็ใส่น้ำตาล กล้วยที่ปอกและหั่นเป็คำแล้ว หากอยากให้หอมมากขึ้นก็ใส่งาคั่วเล็กน้อย คนจนได้ทีก็ยกลงพร้อมเสริฟ์
กับข้าวเย็นวันนี้มีปลาส้มทอดหอมแดงที่ลูกจันทร์ชอบ น้ำพริกปลาร้าทรงเครื่องกับผักต้ม อ่อมปูนาใส่ผักชี ขนมที่เหลือจากทำบุญและกล้วยบวชชีร้อนๆที่ลูกจันทร์เพิ่งทำเสร็จ
เด็กสาวปั้นข้าวเหนียวจิ้มกับปลาส้มกินอย่างเอร็ดอร่อย ปลาส้มนี้แม่หวานซื้อมาจากตลาดในเมืองวันก่อน แม้ปลาจะตัวค่อนข้างเล็ก ก้างเยอะแต่รสชาติเปรี้ยวๆเค็มๆโรยด้วยหอมแดงกรอบเข้ากันดีจึงต้องยกนิ้วให้ ส่วนอ่อมปูนาก็หอมมันรสชาติดีไม่แพ้กัน พ่อแสนชอบพริกปลาร้ากับผักต้มมาก กัดมะเขื่อทีเป็หมดลูก ยิ่งได้พริกในสวนมาตำใส่แบบสดๆ ทั้งเผ็ดทั้งนัว สองพ่อลูกหยุดกินไม่ได้เลย
ลูกจันทร์ที่เห็นปลาส้มก็ดวงตาวาววับ รอมิติฟาร์มของเธอปลดล็อคบ่อเลี้ยงปลาก่อนเถอะ ปลาส้มจะกลายเป็สินค้าที่เธอทำขายอีกอย่าง ตอนนี้ก็ให้แม่หวานซ้อมมือกับปลาอื่นๆรอไปก่อน
กินข้าวเสร็จก็ต่อด้วยของหวานที่เด็กสาวทำไว้ กลิ่นหอมมันของมะพร้าวใบเตยเข้ากันดีกับความหวานของกล้วยสุกน้ำกะทิ มีเกลือตัดรสชาติเล็กน้อย โรยหน้าด้วยงาคั่ว มื้อนี้พ่อแสนให้ห้าดาว
หกโมงเย็นฟ้าด้านนอกมืดแล้ว ลมเย็นเอื่อยจากท้องนาพัดเข้ามาใต้ถุนบ้าน บ้านหลังน้อยจุดตะเกียงเพิ่มความสว่างขณะกำลังเตรียมตัวขี่จักรยานออกไปที่วัด พ่อแสนมีไฟฉายคาดหัว แม่หวานซ้อนท้าย ขณะที่ลูกจันทร์นั่งซ้อนอยู่ด้านหน้า
ถึงวัดก็มีคนเริ่มมากันคับคั่งแล้ว สามคนขึ้นไปสวดมนต์บนศาลาก่อนเพื่อรอให้หลวงตาเป็ผู้นำในการเวียนเทียนรอบโบสถ์
เวลาทุ่มนิดๆหลวงตาจึงเดินนำญาติโยมลงมาทำพิธีตรงหน้าโบสถ์ ก่อนจะพาเดินเวียนสามรอบ คนที่เข้าศีลนอนวัดก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัว ญาติโยมคนอื่นๆก็ลากลับบ้าน
ลูกจันทร์มาถึงบ้านเป็เวลาสองทุ่มแล้ว เธอรู้สึกเหนียวตัวจึงอาบน้ำก่อนขึ้นนอนอีกรอบเพื่อให้เย็นสบาย ส่วนพ่อแสนกับแม่หวานก็จัดการธุระจนเสร็จก่อนขึ้นมาพักผ่อนเช่นเดียวกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้เหนื่อยมากจริงๆ โดยเฉพาะแม่หวานที่ค่อยช่วยงานอยู่โรงครัว ต้องยกนั้นหั่นนี่มากมายหลายสิ่ง แต่ก็สนุกและอิ่มเอิ่มใจไม่น้อย
บ้านหลังน้อยดับตะเกียงก่อนจะผล่อยหลับไป
เช้าวันถัดมาลูกจันทร์สวมเสื้อลายผ้าไทยทอมือสีน้ำเงินกับกระโปรงสีกรมท่าแทนชุดนักเรียนปกติ ในสัปดาห์จะกำหนดให้มีหนึ่งวันสวมผ้าลายไทยเพื่อส่งเสริมศิลปะงานหัถตกรรมชาวบ้าน ชุดนี้แม่หวานทอมือและให้ช่างตัดเย็นขนาดพอดีตัวกับลูกสาว เด็กๆใส่แล้วสวยงามมีสีสันไปอีกแบบ
เด็กสาวแต่งตัวเสร็จก็มาแบ่งขนมที่เหลือในซึ้งไปฝากเพื่อนๆที่โรงเรียน วันนี้เธอจะเริ่มรับออเดอร์ทำขนมขายแล้ว เป็โอกาสดีที่ทางโรงเรียนไม่ได้มีกฏห้ามนักเรียนเอาของมาขายแต่อย่างใด ดีเสียอีกที่รู้จักทำงานช่วยผู้ปกครองอีกทาง
เด็กสาวแบ่งขนมปุยฝ้ายกับขนมต้มไปฝากครูปราณีให้ชิมด้วย ครูปราณีชอบขนมปุยฝ้ายของลูกศิษย์ก็สั่งไว้ยี่สิบบาท ครูเหมียวเห็นว่าน่าทานก็สั่งอีกสิบบาท กลายเป็คุณครูหลายคนช่วยกันอุดหนุนคนละห้าบาทสิบบาท รวมกันก็ได้หลายออเดอร์
ลูกจันทร์คิดเอาไว้ว่าจะค่อยๆเพิ่มขนมให้หลายหลายขึ้น ลูกค้าที่ซื้อจะได้ไม่เบื่อและสามารถเลือกได้ หากขายดีจะทำไปขายที่ตลาดเช้าด้วย
ส่วนเพื่อนๆในห้องเธอวางแผนจะทำเป็ชิ้นละบาทใส่ถุงมาขายสักยี่สิบถุงต่อวัน หากขาย่เช้าไม่หมดจะเดินขาย่พักเที่ยงตามห้องต่างๆเอา เก็บเล็กผสมน้อยไปเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่บ้าน แม้่แรกจะยังไม่ได้กำไรมากมาย แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ
หลังเลิกเรียนเด็กสาวแยกกับเพื่อนๆเพื่อไปซ้อมที่ห้องพักครูเช่นเคย วันนี้ครูปราณีจำลองสถานการณ์เหมือนการแข่งขันจริงๆเพื่อให้เด็กสาวคุ้นเคยและไม่ประหม่าเวที มีครูวิชาภาษาไทยอีกคนนั่งให้กำลังใจ ข้างๆเป็เด็กชายไม้กำลังฝึกคัดลายมือตามบทกลอน เมื่อเห็นเพื่อนของตนแนะนำตัวเป็ภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วก็ปรบมือเสียงดังพร้อมทำเสียงวิ๊ดวิ้ว ทำเอาบรรดาคุณครูภายในห้องอมยิ้มไปตามๆกัน
ครูปราณีที่สวมบทบาทเป็คณะกรรมการเริ่มยิงคำถามหลังจากเด็กสาวพูดจบ ซึ่งลูกจันทร์ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เธอสามารถตอบคำถามได้อย่างเป็ธรรมชาติ ไม่ได้ใช้คำศัพท์ยากอะไร แต่ฟังแล้วเข้าใจและรู้เื่ การฝึกซ้อมจบลงด้วยดีพร้อมเสียงปรบมือให้กำลังใจจากครูและเพื่อน
“ไม่น่าห่วงอะไรแล้วละครูปราณี เ้าลูกจันทร์ทำได้ขนาดนี้ในเวลาไม่กี่อาทิตย์ ความหวังที่จะได้รางวัลใกล้เข้ามาแล้ว”ครูนาถที่เป็ครูสอนวิชาภาษาไทยดันแว่นขึ้นพร้อมกับเอ่ยชม ปีนี้นักเรียนที่เป็ตัวแทนไปแข่งขันมีแววหลายคน คงได้ลุ้นรางวัลมาเป็หน้าเป็ตาของโรงเรียนหลายรายการ
“คงต้องฝึกอีกเยอะค่ะพี่นาถ กลัวแต่จะไปตื่นเวที”
ครูปราณีกล่าวอย่างอ่อนน้อมแม้ในใจจะคิดเหมือนที่ครูนาถพูดมาก็ตาม เด็กที่เธอปั้นมากับมืออย่างไรก็มีแววอยู่แล้ว แต่จะให้รีบพูดโม้ไปก่อนได้อย่างไร ของแบบนี้จะต้องพิสูนจ์ให้เห็นกันจะๆ
“ทำได้อยู่แล้ว เ้าไม้สิปีนี้น่าจะหนักหน่อย เจอหลายโรงเรียนกดดันหนักพอดูเลย”ครูนาถมองเด็กชายไม้ที่กำลังฝึกซ้อมคัดลายมืออีกด้าน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเ้าเด็กตัวแสบคนนี้ลายมือสวยสง่า มีแววสู้โรงเรียนอื่นได้อยู่
“ปีที่แล้วเห็นว่าได้ตั้งที่สาม ปีนี้คงไม่หนีที่หนึ่งที่สองหรอกค่ะ เด็กชายไม้เขาลายมือสวยทั้งภาษาอังกฤษภาษาไทย แค่ซ้อมเขียนเยอะๆให้ทันเวลาเท่านั้น”
ใครบ้างจะไม่ชอบให้เด็กของตนถูกชื่นชม ครูนาถพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะเดินเข้าไปดูลูกศิษย์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาตวัดปลายดินสอบนโต๊ะ
ฝ่ายลูกจันทร์ก็ทยอยเก็บข้าวของเพื่อกลับบ้าน เธอยกมือไหว้ครูปราณีและครูนาถก่อนจะโบกมือให้เด็กชายไม้ที่ยังคัดลายมือไม่เสร็จ
ใกล้เวลาแข่งขันเข้ามาแล้ว ครูที่ได้รับผิดชอบรายวิชาก็เร่งฝึกฝนลูกศิษย์ของตนอย่างเข้มงวด แม้จะบอกไม่ให้กดดัน แต่ใครๆก็คาดหวังกับรางวัลทั้งนั้นแหละ
่นี้ครูปราณีก็เข้มงวดกับเธอหนักขึ้น แต่เด็กสาวไม่ได้รู้สึกเคร่งเครียดอะไร ไปบรรยายที่ต่างประเทศก็ทำมาแล้ว นี่แค่ขึ้นพูดสุนทร์พจน์ในโรงเรียนเท่านั้น แน่นอนลูกจันทร์ก็ไม่สามารถเดินไปบอกครูปราณีได้ว่าเธอไปต่างประเทศเพื่อเข้าร่วมงานวิจัยระดับโลกมาแล้ว ขอไม่ซ้อมและกลับบ้านเลยได้ไหม ไม่ต้องคิด เธอคงถูกไม้เรียวฟาดข้อหาเพ้อเจ้อแน่ๆ
แค่ย้อนเวลามาก็โกงมากพออยู่แล้ว อย่าทำให้สมดุลเอียงเอนไปมากกว่านี้เลย แค่ใช้ชีวิตเป็ธรรมชาติมีขึ้นมาลงตามปกติวิถีปุถุชนคนธรรมดาก็พอ
หัวค่ำวันนี้พ่อแสนต้องไปประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ดำเกิง ไฟฟ้าที่ทำเื่ขอกับทางการไปเมื่อหลายเดือนก่อนได้ความคืบหน้ามาแล้ว บ้านโซนด้านนอกที่ยังลงเสาไปไม่ถึงต้องลงชื่อเพื่อขอให้ทางราชการลงมาดู คาดว่าไม่เกินอาทิตย์หน้าหน่อยงานที่รับผิดชอบจะเอาเสามาลงให้ ส่วนบ้านไหนที่จะติดตั้งก็ต้องดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดไว้
เื่ไฟฟ้าไม่ต้องกังวลอีกแล้ว ส่วนเื่น้ำชาวบ้านส่วนมากใช้น้ำจากบาดาล กลางหมู่บ้านเองก็มีสูบบาดาลไว้ให้ใช้ แต่ทางคณะกรรมการหมู่บ้านก็เริ่มคุยกันเื่น้ำปะปาบ้างแล้ว เนื่องจากต้องติดต่อหลายหน่วยในตำบล ต้นปีหน้าคงได้ข้อสรุปกัน
ลูกจันทร์ถึงบ้านก็เริ่มทำขนมตามออเดอร์ที่ได้รับมา เธอผสมแป้งน้ำตาลอย่างคล่องแคล่ว หยอดแป้งสีต่างๆลงบนพิมพ์ นึ่งแปปเดียวก็สุกได้ที เด็กสาวคีบออกจากซึ้งให้เย็นเพื่อบรรจุลงถุง ทำไปเรื่อยๆจนครบตามจำนวนที่้าก็มืดพอดี แม่หวานกลับมาจากพรวนดินในสวน เห็นขนมปุยฝ้ายที่ลูกสาวทำก็เอ่ยถาม พอได้ยินว่าลูกจันทร์จะเอาไปขายที่โรงเรียนก็ไม่ได้ว่าอะไร ลูกสาวของเธอเป็เด็กชอบทำโน่นทำนี่ ในเมื่อชอบก็ปล่อยให้ทำของเธอไป แม่หวานอุ่นข้าวเหนียวเสร็จก็มาช่วยเอาขนมใส่ถุง แยกที่จะขายออกจากออเดอร์ที่มีเ้าของแล้วเพื่อไม่ให้สับสน ครั้งใส่ตะกร้าจนเต็มก็เอาไปห้อยบนขื่อ ประเดี๋ยวมดจะขึ้นเสียหาย
พ่อแสนกลับมาจากประชุมก็เกือบสองทุ่ม โชคดีที่มีรถจักรยาน ไม่อย่างนั้นกว่าจะเดินถึงบ้านก็คงดึกกว่านี้
ลูกจันทร์อาบน้ำเสร็จก็เข้ามาในมิติฟาร์มเพื่อตรวจดูผลผลิต เธอเก็บเกี่ยวผักในแปลง เก็บไข่ไก่พร้อมกับให้อาหารเพิ่ม คอกหมูที่เลี้ยงไว้ก็ให้ผลผลิตแล้ว เนื้อหมูก้อนละห้ากิโลกรัมจำนวนยี่สิบก้อนถูกเก็บเข้าคลัง เวลาของเนื้อหมูแดดเดียวของเธอมาถึงแล้ว
เด็กสาวปลูกกระเทียมที่เพิ่งปลดล็อคลงแปลง ผักในมิติมีผักบุ้ง ผักคะน้า กะหลำปลี ฟักทอง บวบ กระเทียม ผักชี ข้าวโพด ผลไม้จะมีแตงโม น้อยหน่า เด็กสาวไม่ค่อยปลูกผลไม้นักเพราะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะโต
ลูกจันทร์ออกมาจากมิติฟาร์มก็เริ่มคุยกับแม่หวานเื่ทำหมูแดดเดียว แม่หวานได้ยินลูกสาวจะทำหมูแดดเดียวเพิ่มอีกก็อดเคาะหัวผากเ้าตัวเล็กไม่ได้
“ได้ พรุ่งนี้แม่จะเข้าไปซื้อเนื้อหมูให้”
“แม่อย่าลืมสิจ๊ะว่าในมิติฟาร์มของหนูเลี้ยงหมู เื่เนื้อแม่ไม่ต้องกังวลจ้ะ แค่ซื้อของที่เรายังไม่มีก็พอ”
แม่หวานพยักจะทำหมูแดดเดียวให้ ลูกจันทร์ก็บอกว่าไม่ต้องหักโหม ค่อยๆทำไปทีละเล็กทีละน้อยก่อน ต้องหารสชาติที่ลงตัวมากที่สุดถึงจะขายได้ แต่เธอมีเนื้อหมูจากมิติฟาร์มที่ถือว่าเป็วัตถุดิบชั้นดีอยู่แล้ว ทำอาหารอะไรก็รสชาติอร่อยโดยไม่ต้องปรุงมาก
วันรุ่งขึ้นลูกจันทร์ก็หยิบเอาเนื้อหมูออกมาสองก้อนเพื่อไว้ให้แม่หวานลองทำหมูแดดเดียวก่อนสักสิบกิโลกรัม พ่อแสนรู้ว่าลูกสาวจะทำหมูแดดเดียวก็ไปตัดไม้ไผ่มาทำที่วางกระด้งให้ั้แ่เช้า สายๆก็เสร็จทันใช้พอดี วันนี้แดดจัด หมูที่หมักด้วยเครื่องเทศอย่างดีก็แห้ง เนื้อสวยแดงกำกลิ่นหอมฟุ้งสามบ้านแปดบ้าน
ก่อนไปโรงเรียนลูกจันทร์เดินดูรั้วที่พวกลุงสานกับตาต้อยและลูกมือเริ่มลงมือทำกันแล้ว พ่อแสนกำหนดให้ทำกำแพงสูงสองเมตร ปิดบังสายตาจากภายนอกอย่างมิดชิด ประตูทางเข้าจะทำสองด้าน ประตูใหญ่ด้านหน้าและประตูด้านหลังติดแปลงนาสำหรับขนข้าวขึ้นเล้า
เห็นรั้วคืบหน้าพอสมควรเพราะมีแรงงานเยอะ พ่อแสนจึงโทรสั่งอิฐบล็อกมาลงเพิ่ม ไม่รู้บังเอิญอย่างไรเถ้าแก่ร้านขายอิฐบล็อกเป็คนรู้จักคุ้นเคยของเถ้าแก่พล ราคาอิฐบล็อกที่ได้มารอบนี้จึงจ่ายในราคาทุน ประหยัดเงินไปหลายบาท ทำเอาพ่อแสนอดพึมพำไม่ได้ว่ามีเส้นสายมันดีแบบนี้นี่เอง
ลูกจันทร์นั่งซ้อนท้ายพ่อแสนไปโรงเรียนตามปกติ หน้าตะแกรงรถมีตะกร้าขนมที่เธอจะเอาไปส่งวางอยู่ มาถึงโรงเรียนก็หิ้วข้าวของขึ้นห้อง ยังไม่ถึงอาคารเรียนดีเด็กหลายคนก็รุมเข้ามาดูตะกร้าขนมในมือของเด็กสาว ครั้งเห็นขนมน่าตาน่ากินก็ซื้อกันคนละชิ้น เป็อันว่าขนมยี่สิบชิ้นที่เธอนำมาหมดั้แ่ยังไม่ได้ขึ้นห้อง เื่นี้ทำให้เพื่อนๆชั้นปอห้าประท้วงกันเสียงดังจนลูกจันทร์ต้องรับปากทำเพิ่มในวันพรุ่งนี้
เมื่อเอาขนมไปส่งให้คุณครูตามรายการสั่ง เด็กสาวก็ลงไปเข้าแถวหน้าเสาธงก่อนจะแยกย้ายขึ้นเรียน
ปรากฏว่ามีครูหลายคนชอบรสชาติขนมที่เธอทำจึงอยากสั่งไปให้คนที่บ้านกินด้วย ลูกจันทร์จึงรับคำสั่งทำขนมปุยฝ้ายพร้อมกับถือประชาสัมพันธ์ไปพร้อมกันว่าที่บ้านเธอมีเนื้อหมูแดดเดียวขาย หากมีคนสนใจสามารถสั่งกับเธอได้เลย
เป็อันที่รู้กันว่าโรงเรียนเป็แหล่งกระจายข่าวชั้นดีในสมัยนี้ ไม่นานก็คงรู้กันทั่วหมู่บ้านว่าบ้านเธอขายของ วันเสาร์ก็คงมีคนมาอุดหนุนบ้าง
่พักเที่ยงของโรงเรียน ขณะลูกจันทร์กำลังเล่นะโยางกับเพื่อนๆเธอก็โดนเด็กคนอื่นเข้ามาหาเื่เป็ครั้งแรก
“ลูกจันทร์ได้ยินว่าเธอทำขนมมาขายเหรอ ไม่เห็นกะยักแบ่งมาให้พวกฉันชิมบ้างเลย ปกติต้องวิ่งมาแบ่งแล้วนิ”
เด็กผู้หญิงตัวสูงไว้ผมหน้าม้าเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน ดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็เด็กปอหกในโรงเรียน
“จริงด้วย มีอะไรก็ต้องแบ่งกันสิ อย่าขี้เหนียวไปหน่อยเลย”เด็กผู้หญิงหูกางที่ยืนข้างๆเอ่ยเสริม พวกเธอได้ยินเด็กๆในโรงเรียนหลายคนคุยกันคุ้งว่าเด็กปอห้าชื่อลูกจันทร์เอาขนมอร่อยมาขายเมื่อเช้า คนที่ได้กินก็โม้ไปใหญ่โตว่าอร่อยอย่างนั้นอย่างนี้ ทำเอาคนที่ซื้อไม่ทันอิจฉาตาร้อนรอคอยว่าพรุ่งนี้ตนจะต้องลองซื้อมากินบ้าง
กลุ่มของพวกเธอได้ยินดังนั้นก็มองหน้ากัน อาศัยจังหวะที่พักเที่ยงไม่มีครูคอยคุมมาหาลูกจันทร์เพื่อเอาขนม
“หรืออยากโดนแบบวันนั้น”
เด็กหญิงที่ค่อนข้างอวบอีกคนข่มขู่
กลุ่มรุ่นพี่ที่มาใหม่ทำให้เด็กๆปอห้าต้องหยุดกิจกรรมะโยาง ต่างแสดงสีหน้าเป็กังวลเมื่อเห็นว่าเป็เด็กหญิงฟ้าและเพื่อน พวกเธอเป็นักเรียนชั้นปอหกที่ขึ้นชื่อว่าเกเร ชอบรังแกคนอื่นๆในโรงเรียนเสมอ บางครั้งถ้าไม่พอใจใครก็จะปาหินใส่บ้าง เอากรรไกรมาแกล้งตัดผมบ้าง เอารองเท้าไปซ้อนบ้าง สารพัดจะหาวิธีมากลั่นแกล้งคนที่พวกตนไม่ชอบ เด็กห้องเดียวกันยังโดนข่มขู่เอาเงิน ถ้าไม่ยอมจะถูกตี เด็กๆในโรงเรียนจึงมักจะหลีกเลี่ยงสามคนนี้เวลาเดินไปไหนมาไหน
แม้จะมีคนเคยเอาไปฟ้องครู แต่หลังจากถูกตีไม่กี่ที เด็กหญิงฟ้ากับเพื่อนก็ทำเหมือนเดิม แถมยังหนักข้อขึ้น ใครที่กล้าเอาไปฟ้องจะถูกตามรังควานไม่จบไม่สั้นจนเด็กหลายคนไม่กล้ามาโรงเรียนเลยก็มี
ส่วนจะให้ผู้ปกครองเอาเื่น่ะหรือ ลืมไปเถอะ ลุงของเด็กหญิงฟ้าเป็กำนันร่ำรวยมีเงินมีอำนาจ ต่อหน้าก็บอกจะจัดการ ลับหลังใครจะรู้ว่าทำเหมือนที่พูดหรือไม่ บ้านนี้เขากร่างกันทั้งบ้าน ใครยุ่งด้วยไม่ได้ ดีหน่อยที่เมียแก่ยังพอคุยรู้เื่ ลูกหลานจึงอยู่กับร่องกับรอยบ้าง
“เอ๊ะ แน่นอน ถ้าพวกเธออยากลองชิมฉันขายไม่แพง ชิ้นละบาทเอง รอพรุ่งนี้นะฉันจะทำมาขายเพิ่ม”
ลูกจันทร์ตอบเด็กหญิงสามคนด้วยใบหน้าไร้เดียงสา เธอไม่มีความทรงจำอะไรอยู่เลย ดังนั้นเมื่อเห็นสามคนเดินเข้ามาก็นึกว่าเป็ลูกค้าจะมาสั่งขนม เด็กสาวจึงยิ้มแย้มอย่างมีมิตรไมตรี แม้ในใจจะงุนงงอยู่บ้างว่าแค่มาซื้อขนมทำไมต้องพูดจาข่มขู่กันใหญ่โต
“พูดอะไรของเธอ ใครอยากจะซื้อของเธอกัน!”เห็นเด็กสาวทำไม่รู้ไม่ชี้กับคำพูดของพวกเธอ เด็กหญิงฟ้าก็เริ่มไม่พอใจ
“อ้าว พวกเธอไม่ได้จะมาซื้อขนมหรือ อ่อ หรือไม่มีมีเงิน งั้นก็แย่หน่อยนะ ไว้มีเงินค่อยมาซื้อใหม่ก็ได้”ลูกจันทร์โบกมือแสดงออกเชิงไม่เป็ไร เด็กสมัยนี้มีฐานะความเป็อยู่ค่อนข้างลำบาก บ้างคนไม่เคยได้เงินมาโรงเรียนเลยก็มี ผู้ปกครองต้องเก็บออมไว้ใช้จ่ายในบ้าน อาศัยกินข้าวกลางวันให้อิ่มเอา สามคนน่าสงสารอยู่เหมือนกัน แต่ขนมของเธอมีไว้ขายคงจะแจกให้ใครไม่ได้ เธอเองก็ยากจนเหมือนกัน
“ลูกจันทร์ เราไปกันเถอะอย่าไปยุ่งเลย”ใบเตยรีบเข้ามาดึงแขนเพื่อนเพื่อหลีกหนีไปทางอื่นป้องกันไม่ให้ถูกรังแก เพื่อนของเธอเป็อะไรไป ปกติเห็นเด็กปอหกกลุ่มนี้ก็ต้องเดินหลบแล้ว วันนี้กลับยืนคุยเป็คุ้งอยู่ตั้งนาน นี่ลูกจันทร์ลืมไปแล้วหรือว่าเคยถูกผลักจนหัวเข่าถลอก เดินเจ็บตั้งหลายวัน
_______________________________________________
น้องถูกหาเื่ค่ะ
แต่ที่น้องเคยอยู่ไม่เคยมีใครมาข่มขู่เอาขนมแบบนี้
น้องเลยยังงงอยู่
การถูกบูลลี่ในโรงเรียนมีทุกยุคทุกสมัย
ผู้ปกครองควรดูแลเด็กๆอย่างเอาใจใส่
เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กรู้สึกว่าการไปโรงเรียนเป็เื่ที่เป็ทุกข์มาก
ขอให้มีความสุขกับนิยายเช่นเคย ^^