============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“วันศุกร์นี้เตรียมไปงานกับแม่ด้วยนะยัยพริ้ง”เสียงแหลมดังเข้ามาทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดหญิงสมส่วนและสูงวัยกว่าก้าวเข้ามาประชิดตัวคนที่ก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารในมืออยู่
ถ้อยคำที่เหมือนจะเป็คำสั่งมากกว่าวอนขอทำให้พริ้งพราววางงานในมือลงก่อนจะเอนตัวลงกับเก้าอี้ตัวโต ใบหน้าหวานใสนิ่งสนิทดวงตาคู่สวยจ้องมองคนที่ยืนอยู่นิ่งก่อนจะถามกลับ “งานอะไรคะ”
“ก็งานแฟชั่นการกุศลของคุณหญิงชยาดาภรรยาท่าน รมต.ช่วยธราธรไง ลูกต้องไปเดินแบบให้แม่ด้วย”ประโยคจากผู้สูงวัยเรียกให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน มือบางประสานกันเข้าที่อกดวงตากลมโตขุ่นขึ้นอีกนิดกับประโยคของผู้เป็มารดาแล้วตอบกลับ
“แม่รับปากเองก็ไปเดินเอาเองเถอะค่ะพริ้งไม่สะดวก”
“ไม่สะดวกอะไรเพื่อนแกไปฮันนีมูน แกก็ไม่น่าจะมีนัดที่ไหนอีก ไม่รู้แหละ ยังไงแกก็ต้องไปกับฉัน”ประกาศศิตจากผู้เป็แม่ไม่ได้ทำให้คนฟังะเืแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ความนิ่งและเมินเฉยที่มีอยู่กลับมากขึ้นกว่าเดิม
“อย่ามาทำเป็รู้ชีวิตพริ้งดีทั้งที่แม่ไม่เคยรู้อะไรเลยดีกว่าค่ะศุกร์นี้พริ้งจะมีธุระที่ไหนยังไง มันก็เป็เื่ของพริ้งแม่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งพริ้งตั้งนานแล้ว หวังว่าคงจะจำได้” หญิงสาวว่าอย่างไม่ยี่หระดวงตากลมโตจ้องผู้เป็มารดานิ่งกว่าเดิม ทำให้คนพูดเม้มปากฉับ
แม้จะเป็แม่ลูกกันแต่การสนทนาไม่ต่างจากการเจรจาธุรกิจ
“แค่ทำให้ฉันแค่นี้มันจะอะไรนักหนาห๊ะกับแค่ออกงานนิดๆหน่อยๆ ทีพ่อแกยังมาทำงานให้งกๆ แกจะไม่ตอบแทนฉันบ้างหรือไง!” เสียงหวานใสของผู้สูงวัยกว่าตวาดลั่นดวงตากลมโตที่ละม้ายคล้ายผู้เป็ลูกระรื่นขึ้นด้วยหยาดน้ำใสใจเจ็บรวดร้าวกับอากัปกริยาของผู้เป็ลูก
ลูกไม่เคยพูดดีกับเธอเลย
ความคิดที่ได้แต่น้อยใจหากแต่คนคิดก็คงไม่รู้ตัวว่าตัวเองก็ไม่เคยทำตัวให้สมกับการเป็แม่เลยสักครั้ง
ประโยคที่ออกมาจากปากของผู้ให้กำเนิดทำให้พริ้งพราวยิ้มเหยียดแผ่นหลังบางตั้งตรงก่อนจะขยับริมฝีปากตอบโต้
“ก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ถ้ามันเป็แค่งานการกุศลเฉยๆไม่ใช่เกมจับคู่ที่แม่พยายามทำอยู่แบบนี้”
คำพูดที่เรียกให้คนที่น้อยใจลูกถึงกับชะงักแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ อีกฝ่ายก็ตัดการสนทนาด้วยประโยคสุดท้ายนิ่งๆ
“เอาเป็ว่าพริ้งไป ‘ร่วมงาน’ ให้ค่ะแต่จะไม่มีการเดินแบบใดๆ รวมถึงการมอบช่อดอกไม้เพื่อสร้างข่าวลือจากลูกชายของรมต.ช่วยธราธร เพราะถ้ามีก็อย่าหาว่าพริ้งไม่ไว้หน้าผู้ใหญ่ละกันนะคะ”หญิงสาวตบท้ายก่อนจะกดโทรศัพท์เรียกคนที่อยู่หน้าห้อง “คุณอรคะช่วยมาส่งแขกให้พริ้งหน่อยค่ะ หมดธุระแล้ว พริ้ง้าความสงบ”
ว่าจบดวงหน้าหวานก็หันกลับไปสนใจงานตรงหน้าโดยที่ไม่แลสายตาไปยังคนที่ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่ข้างๆอีกทิ้งให้เลขาร่างเล็กรับภาระพาคนที่ยืนอยู่ออกจากห้องไปอย่างยากเย็น
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ปัง!
เสียงประตูที่ปิดลงไปแล้วเรียกให้คนที่ทำเป็สนใจงานวางของในมือลงแผ่นหลังบางเอนพิงพนักเก้าอี้สูงอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ
หลังจากไปค้างบ้านของคีตาเมื่อสองอาทิตย์ก่อนเธอก็ย้ายสำมะโนครัวกลับไปที่คอนโดตัวเองตามเดิม เมื่อผู้เป็แม่เริ่มควานหาตัวเธอ
และนี่เป็การปะทะรอบที่สี่ในเวลาสองอาทิตย์ทำให้เธอเครียดได้ไม่ยาก
สงสัยจะไปตกลงอะไรกับบ้านรมต.ช่วยคนนี้เป็แน่แท้ ถึงได้คะยั้นคะยอให้เธอไปเจอลูกชายบ้านนั้นนัก
เฮ้อออออ
เสียงถอนหายใจยาวขณะมือเล็กยกเครื่องมือสื่อสารมากดหาเบอร์เพื่อนสนิทอย่างเคยตัวแต่ก่อนที่จะได้กดโทรออก ปลายนิ้วเรียวก็ชะงักลง
อย่าเลย
เพื่อนเธอกำลังอินเลิฟหวานฉ่ำกับผู้เป็สามีหลังจากกลับจากฮันนีมูน
อย่าเอาเื่ของเธอไปสร้างความร้อนใจให้เพื่อนเลย
ความคิดที่ทำให้ได้แต่ถอนหายใจอีกเฮือกก่อนจะวางโทรศัพท์ในมือลงแล้วหันกลับไปตั้งสมาธิทำงานต่อตามเดิม
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ร่างบอบบางในชุดเกาะอกสีขาวสวมทับด้วยเสื้อทรงสูทแขนยาวสีเดียวกันท่อนล่างสวมกางเกงผ้าสีดำสนิทสามส่วนแนบไปรัดไปกับเรียวขาสวยเสริมให้ร่างบอบบางยิ่งดูดีและมีเสน่ห์รองเท้าส้นสูงสีดำเดินกระแทกฝีเท้าเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ตัวเดิมก่อนจะทรุดกายลง
“อ้าวคุณพริ้งสวัสดีครับ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มเอ่ยทักคนที่นั่งลงตรงหน้า“วันนี้ลมอะไรหอบมาละครับ”
“ความเครียดหอบมาน่ะ”เสียงหวานใสเอ่ยตอบเนือยๆก่อนจะสั่ง “ขอแรงๆแก้วนึง อยากคลายสมองหน่อย”
“ขอแรงๆนี่ผมขอรายงานเ้านายก่อนได้ไหมเสิร์ฟๆไปเดี๋ยวตกงานพอดี” ชายหนุ่มว่าพลางทำหน้าสยองนิดหน่อยเมื่อนึกถึงงวดก่อนที่สาวเ้ามาขอเครื่องดื่มแรงๆไอ้เขาก็จัดให้ตามคำขอ แต่พอเ้านายหนุ่มลงมาเห็นคนเมาได้ที่เท่านั้นแหละสายตาเย็นเยียบตัดขั้วหัวใจก็ถูกส่งมาให้อย่างคาดโทษทีเดียวดีแค่ไหนที่คนเมาเกาะตัวเ้านายเขาไว้แน่น เลยรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
“เอามาให้แก้วนึงก่อนแล้วจะไปรายงานก็ไป” เสียงหวานว่าขณะที่ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปทั่วร้าน
“Dry Martini หรือ Long Island ดีครับ”คำถามที่เรียกให้ดวงตากลมโตตวัดกลับมามอง ดวงหน้าสวยนิ่งไปนิดอย่างใช้ความคิดริมฝีปากบางขยับเตรียมจะตอบคนถาม
“เอา.......”
“แค่Margarita ก็พอแล้ว”เสียงทุ้มขึ้นเป็คำสั่งให้กับคนที่รอรับออเดอร์อยู่ขณะที่เ้าของเสียงเดินเข้ามาชิดตัวคนสั่ง“พรุ่งนี้ทำงานเดี๋ยวก็แฮงค์กันพอดีหรอกค่ะ”
ประโยคที่เรียกหน้าตูมๆของคนฟังได้เป็อย่างดีดวงหน้าสวยมุ่ยลงอย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปบอกกับคนที่รอคำยืนยันอยู่“ตามที่เขาสั่งนั่นแหละ”
บาร์เทนเอร์หนุ่มพยักหน้ารับและผละไปผสมเครื่องดื่มให้ทิ้งให้คนทั้งคู่เคลียร์กันเอง
“จะมาทำไมไม่โทรบอกพี่ก่อนคะจะได้ไปรับ” คีตาว่าพลางมองดวงหน้าสวยที่ยังบูดสนิทอยู่
“เซ็งอะไรนิดหน่อยค่ะเลยว่าจะหาอะไรมาคลายๆสมอง ไม่ได้คิดว่าจะมาแต่แรก”พริ้งพราวว่าก่อนจะพยักหน้าเป็การขอบคุณเมื่อชายหนุ่มอีกคนยื่นแก้วทรงสวยมาให้มือบางคว้าแก้วตรงหน้าขึ้นมาจิบ
คำพูดที่ทำให้คนที่พิงสะโพกอยู่กับเคาน์เตอร์หันกลับมามองคนข้างกายนิ่งก่อนจะถอนใจยาว
“พี่ให้กินตามที่้าค่ะแต่ต้องไม่ใช่ไอ้สองแก้วที่คิมมันเสนอมาเมื่อกี้ พอใจแล้วค่อยขึ้นไปหาพี่นะคะ”
คำพูดที่เรียกให้รอยยิ้มเริ่มปรากฎบนใบหน้าหวานดวงตากลมโตช้อนมองคนตามใจอย่างขอบคุณ
คีตาวางมือลงบนหัวคนตัวเล็กกว่าลูบเบาๆอย่างปลอบโยนก่อนจะหันไปหารุ่นน้องที่ยืนมองอยู่ห่างๆ
“คิมฝากดูหน่อยถ้าเมาจนเดินไม่ไหวก็โทรไปเรียกละกัน เดี๋ยวลงมาอุ้มเอง ขอขึ้นไปเคลียร์บัญชีก่อน”ชายหนุ่มว่าก่อนจะทิ้งท้าย “อย่าให้ใครแตะนะมึง”
“รับทราบครับเ้านาย”บาร์เทนเดอร์หนุ่มรับคำอย่างคุ้นเคยกับคำสั่งที่ได้รับเป็อย่างดี
หวงชนิดจงอางหวงไข่แบบนี้ถ้าไม่ติดว่าติดงานจริงๆคงนั่งเฝ้าเองอย่างที่เคยทำนั่นแหละ
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
แพขนตาหนาขยับเบาก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเปิดขึ้นคิ้วเรียวขมวดมุ่นนิดนึงก่อนจะคลายออกเมื่อสภาพห้องที่คุ้นตาเข้าสู่โสตประสาทมือบางคลึงขมับตัวเองเบาๆเพื่อไล่อาการมึนที่เกิดขึ้นกายบางขยับพลิกตัวก่อนจะชะงัก เมื่อดวงหน้าหวานปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างดวงตาคู่สวยเหลือบขึ้นมองหน้าคนข้างตัว ก่อนที่รอยยิ้มบางจะแต่งแต้มบนริมฝีปาก
แปะ
มือบางแตะลงบนแก้มของชายหนุ่มแ่เบาปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามรูปหน้าและไรหนวดจางๆของคนตัวโตกว่าอย่างแ่เบารอยยิ้มสวยขยับกว้างกว่าเดิม ดวงตากลมโตทอดมองคนตรงหน้านิ่ง
รัก.......
คำบางคำที่ผุดขึ้นมาในหัวทำให้รอยยิ้มยิ่งหวานล้ำพร้อมๆกับสายตาที่อ่อนลง
จนได้สิน่า
เ้าของความคิดส่ายหน้าเบาก่อนจะค่อยๆขยับตัวออกจากวงแขนแข็งแรงปลายเท้าแตะลงพื้นข้างเตียงขณะที่เ้าของมันสะบัดหัวไปมาอย่างขับไล่ความมึนงงที่ยังเหลืออยู่มือเล็กยันกับเตียงนุ่มอย่างพยุงตัว
“หว๋าาาาาา”เสียงร้องดังขึ้นเมื่อเ้าของมันที่ยันกายลุกยังไม่พ้นเตียงดีกลับโดนดึงให้ทรุดลงบนเตียงอีกครั้งก่อนจะถูกรัดด้วยวงแขนแข็งแรงที่คุ้นเคย
“ลุกไม่ไหวแล้วจะฝืนทำไมคะ” เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดติดริมหู
คำถามที่ทำให้คนถูกดึงมุ่นคิ้วลงดวงตาคู่สวยปิดลงสนิท เมื่อแรงดึงเมื่อครู่ทำให้สมองมึนงงไปชั่วขณะแต่ริมฝีปากบางยังคงเถียง
“สายแล้วค่ะพริ้งมีงานต้องทำแต่เช้า” ปากว่าแต่ดวงหน้าสวยมุ่ยลงเมื่อเปิดตาอีกครั้งภาพตรงหน้าก็ซ้อนกันหลายชั้นภาพที่เรียกให้ดวงตาคู่สวยกระพริบถี่ๆอย่าง้าขับไล่ความมึนงงที่เกิดขึ้น
“พี่โทรไปบอกคุณอรแล้วค่ะว่าวันนี้พริ้งจะไม่เข้าคุณอรบอกว่าประชุมที่มีตอนบ่ายเดี๋ยวเลื่อนให้ ที่เหลือไม่มีอะไรเร่งด่วนแล้ว”ประโยคที่เรียกให้คนฟังยู่หน้าลงก่อนจะออกปาก
“เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่ามีเลขาส่วนตัวอีกคนแล้วนี่โทรไปั้แ่กี่โมงคะ”
“เจ็ดโมงค่ะ”ชายหนุ่มตอบขณะที่ปลายนิ้วเรียวเลื่อนมาแตะที่ขมับบางก่อนจะออกแรงนวดให้เบาๆ
“หึ!” คนฟังได้แต่ส่งเสียงไม่พอใจในคอก่อนจะเอ่ยโต้ออกไปทั้งที่แผ่นหลังบางค่อยๆเอนลงพิงกับอกกว้าง “ป่านนี้อรเข้าใจผิดคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วมั้งคะนั่น”
“หึๆ”คนฟังหัวเราะเบาอย่างชอบใจ ดวงตาคู่คมพราวระยับก่อนจะต่อประโยค“พี่ว่าน่าจะชินแล้วมากกว่ามั้ง”
คำพูดที่เรียกให้ดวงหน้าสวยมุ่ยลงอีกอย่างขัดใจ
ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ชายหนุ่มโทรไปเลื่อนงานให้เธอกับเลขาแล้วรายนั้นก็ส่งสายตามาแซวคนเป็นายอย่างเธอทุกครั้งที่เธอกลับเข้าห้องทำงานในวันถัดไป
“เอาเป็ว่าพี่จัดการให้แล้วพริ้งก็ควรจะนอนต่อนะคะ”
“ฮื่อออไม่อยากนอนแล้วนี่คะ” คนตัวเล็กยังดื้อ อาการมึนที่เกิดขึ้นคลายลงบ้างแล้วจากััของใครอีกคน“อาบน้ำสักหน่อยคงหายแล้ว เมื่อคืนไม่ได้กินอะไรแรงๆซะหน่อย”
“ดื้อนะคะสาวน้อย”นั่นปะไร เสียงดุๆถูกส่งมาให้ทันทีเมื่อเธอพูดจบ
“ก็ไม่อยากนอนแล้วจริงๆค่ะไม่น่าจะนอนหลับแล้ว ตื่นเต็มตาขนาดนี้” เสียงหวานใสยังคงเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ ทำให้คนฟังถึงกับส่ายหัว
ดื้อไม่มีใครเกินจริงๆสิน่า
ความคิดที่ดังขึ้นในหัวก่อนที่ดวงตาคู่คมจะวาววับด้วยความคิดบางอย่าง
“ว้ายพี่คีย์” เสียงหวานใสร้องลั่นเมื่อถูกวงแขนแข็งแรงอุ้มขึ้นจากเตียงมือบางคล้องคอคนที่อุ้มตัวเองแน่นอย่างกลัวตก “เล่นอะไรคะ พริ้งใหมด”
“ก็เด็กดื้อบางคนบอกว่าอยากอาบน้ำนี่คะพี่เลยจะพาไปอาบน้ำนี่ไง”
“พี่คีย์!!!” เสียงหวานตวาดลั่นดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อชายหนุ่มสาวเท้าตรงไปยังห้องน้ำ “ปล่อยนะคะพริ้งอาบเองได้ ไม่เอา ไม่แกล้งนะคะ พริ้งไม่ดื้อแล้วนะคะๆๆๆ”
เด็กดื้อกลายร่างแทบจะทันทีเมื่อเห็นว่าใครอีกคนไม่ได้ล้อเล่น
งวดก่อนที่เจอคนตรงหน้าแกล้งเธอยังอายไม่หายเลยนะ
“นะคะพี่คีย์ปล่อยพริ้งเถอะน้านะคะๆ” ร่างบอบบางว่าพลางขยับหัวไปซบอกคนที่อุ้มตัวเองอยู่อย่างออดอ้อนดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองคนตัวโตนิ่ง
“อืม.....”คนที่หยุดฝีเท้าตัวเองแล้วขยับมองคนในวงแขนนิ่งริมฝีปากอิ่มลากเสียงยาวในคนฟังใจเต้นรัว ก่อนจะเอ่ยต่อ“ให้พี่อาบให้ไม่ดีกว่าหรือคะ ยืนแทบจะไม่ไหวแบบนี้”
ประโยคที่คนถูกถามส่ายหน้าแรงๆไอ้ที่มึนๆเมื่อกี้หายวับไปั้แ่ใครบางคนคิดจะอาบน้ำให้เธอแล้ว
“หะ...หายแล้วค่ะไม่มึนแล้ว นะคะ ให้พริ้งอาบเองนะคะ”เสียงใสๆที่เอ่ยอย่างตะกุกตะกักเรียกรอยยิ้มเ้าเล่ห์ให้ผุดบนดวงหน้าคมเข้ม
คีตามองคนที่มองเขาอย่างออดอ้อนสิ้นลายสาวมั่นอย่างชอบใจคนตัวโตกว่าวางร่างบางลงบนขอบอ่างอาบน้ำ ก่อนที่แขนยาวจะเอื้อมไปเปิดก็อกอย่างรวดเร็ว
การกระทำที่เรียกให้คนตัวเล็กกว่าตาโตเสียงใสร้องเรียกชื่อชายหนุ่มดังลั่น “พี่คีย์ ไม่เอานะคะ ไม่แกล้งพริ้งนะ”
ประโยคที่ได้รอยยิ้มชอบใจเป็คำตอบกลับมาให้รอยยิ้มที่ทำให้ดวงหน้าสวยซีดลงอีกนิด
คีตาขยับตัวไปปิดน้ำเมื่อมือใหญ่ััได้ถึงความอุ่นพอดีของน้ำร่างสูงของชายหนุ่มยืดกายเต็มความสูงก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่นั่งตัวเกร็งอยู่ที่ขอบอ่างดวงตาคู่สวยที่เคยมองสบหลุบต่ำมองพื้นแทนหน้าเขาเรียบร้อยแล้ว
ปลายนิ้วเรียวประคองดวงหน้าสวยให้ขึ้นมาสบตาร่างสูงของคีตาโน้มตัวลงในขณะที่คนถูกบังคับให้สบตาหลับตาแน่นพวงแก้มใสที่ซีดลงเมื่อคู่เริ่มแดงขึ้นเมื่อรู้ว่าคนตัวโตกว่าจะทำอะไร
ท่าทางที่ทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มอ่อนออกมาก่อนจะจูบลงบนหน้าผากอย่างอ่อนโยนแล้วกระซิบเบา
“อาบน้ำนะคะเดี๋ยวพี่ไปทำข้าวเช้าให้” ว่าจบก็ผละออกจากน้ำไปทันที
ประตูห้องน้ำที่ปิดลงทำให้คนหน้าหวานค่อยๆเปิดตาขึ้นเมื่อไม่เห็นคนหัวโตในสายตาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกริมฝีปากบางเม้มฉับเข้าหากันแน่นอย่างรู้ได้ในทันที
โดนแกล้งอีกแล้ว!
“พี่คีย์บ้า!”
เสียงส่งท้ายที่คนพูดก็รู้ว่าไปไม่ถึงคนฟังริมฝีปากสวยถึงได้ขมุบขมิบพึมพาว่าคนขี้แกล้งอย่างขัดใจ
อย่าให้ถึงทีพริ้งบ้างละกันชิส์!
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“เขี่ยแบบนั้นไม่อร่อยหรือคะ”คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามถามยิ้มๆ
“........”ไม่มีคำตอบจากคนถูกถาม ดวงหน้าสวยปาค้อนใส่คนถามวงโตก่อนจะตักมักกะโรนีในจานเข้าปาก
ไอ้อร่อยมันก็อร่อยอยู่หรอกแต่มันเคืองเว้ยยยยยยยย
เสียงร่ำร้องในใจทำให้มือบางจิ้มๆเ้ามักกะโรนีในจานอย่างเคียดแค้นท่าทางที่คนมองก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ แถมยังตักอาหารเข้าปากอย่างเจริญอาหาร ยังไม่ใช่แค่นั้น
“หึๆ”
นั่นป่ะไรเสียงหัวเราะกวนอารมณ์นั่นอีก ไอ้สองหึเนี่ย เคืองเว้ยเคือง!!!
พริ้งพราวได้แต่ฮึ่มฮ่ำในใจอย่างขุ่นข้องดวงหน้าสวยงอง้ำยามเมื่อใครอีกคนยังคงรื่นเริงกับความโมโหของเธอ
ยิ่งคิดยิ่งแค้นแง่มมมมมม
ะโกัดหูเลยดีไหมเนี่ย
เสียงโวยวายที่เธอได้แต่พาลอยู่ในใจก่อนจะผ่อนลมหายใจลงอย่างปลงตก
เธอดำเนินชีวิตด้วยเหตุและผลมาตลอดจะมีก็แต่คนตรงหน้านั่นแหละที่ชอบทำให้อารมณ์เธอเหนือเหตุผลแถมเป็อารมณ์แบบเด็กๆพาลเสียด้วยสิ
พี่คีย์บ้า!
ประโยคคุ้นเคยถูกเอ่ยออกมาอีกรอบในใจเมื่อชายหนุ่มตรงหน้ายังไม่รู้ร้อนรู้หนาวและเธอคงได้สรรเสริญชายหนุ่มอีกหลายประโยค ถ้าใครอีกคนไม่ขยับตัวเสียก่อน
“แพนเค้กค่ะเติมน้ำตาลซะหน่อยแก้หงุดหงิดได้ดีนะคะ” ชายหนุ่มว่าพร้อมรอยยิ้มมือใหญ่จัดการวางแพนเค้กสีเหลืองนวลข้างหน้าตัวเธอขณะที่มืออีกข้างขยับราดน้ำผึ้งให้พอชุ่ม ก่อนจะดันจานมาใกล้ๆหน้าเธอ
ดวงตาคู่หวานตวัดฉับส่งประกายตาขุ่นๆให้อีกเมื่อเหมือนจะโดนว่ากลายๆว่าเธอหงุดหงิดเพราะน้ำตาลต่ำริมฝีปากบางอ้าออกเตรียมส่งคำพูดร้ายๆให้กับคนทำ
ฟอดดดด
“ง้อนะคะ”คนตัวโตกว่ากดจมูกลงกับแก้มเนียน เอ่ยเบาๆที่ข้างหู ก่อนจะขยับยืนเต็มความสูงรอยยิ้มสวยถูกส่งให้คนที่ยังอึ้ง ดวงตาคู่คมยิ้มได้ตามริมฝีปากอิ่ม
ท่าทางและน้ำเสียงที่ทำให้คนที่กำลังจะออกฤทธิ์ออกเดชอ่อนยวบมือไม้อ่อนปวกเปียก หัวใจเต้นแรงจนดวงหน้าสวยขึ้นสีจัดตาม ดวงตาคู่หวานเสหลบคนที่ยืนส่งยิ้มหวานก่อนที่มือจะตักมักกะโรนีในจานเข้าปากต่อโดยไร้ซึ่งอาการจิ้มๆแบบเมื่อครู่
ท่าทางที่ทำให้คีตายิ้มเต็มหน้ามือใหญ่วางลงบนหัวของคนตัวเล็กกว่าลูบเบาๆก่อนจะทอดเสียงอ่อน
“เด็กดีของพี่”
ขี้โกง!!
คนที่ใจอ่อนยวบยาบได้แต่ะโก้องในใจใครอีกคนผละออกจากห้องครัวไปแล้ว แต่เธอยังคงนั่งนิงอยู่ที่เดิม แต่ใจน่ะเหลวเป็น้ำไปเรียบร้อยแล้วกับการง้อของชายหนุ่ม
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
คีตามองคนที่นั่งจิ้มๆโน๊ตบุ๊คอย่างเหม่อลอยบนโซฟากลางห้องอย่างสนใจร่างสูงที่ใส่เพียงแค่กางเกงสามส่วนเปลือยอก้าเดินเข้าไปหาคนที่ใจลอยก่อนจะส่งเสียงทัก “คิดงานไม่ออกหรือคะ”
ไม่ว่าเปล่ามือใหญ่วางแปะลงบนหัวเล็กๆก่อนจะโยกไปมา
คำถามที่เรียกให้ดวงหน้าสวยหันไปหาคนที่ยืนอยู่ข้างๆริมฝีปากบางที่กำลังจะเอ่ยตอบชะงักกึกเมื่อเห็นสภาพคนถาม
พี่คีย์ถอดเสื้อน่ะเคยเห็นแต่ถอดเสื้อแล้วมีหยาดน้ำเกาะ ไหนจะผมลู่ที่เปียกน้ำอย่างที่คนตัวโตยังไม่ได้เช็ดให้แห้งนั่นอีก
เซ็กแอพเพียกระจายขนาดนี้ไม่แปลกที่สารพัดสาวจะพากันติดงอมแงม เธอเองยังอดใจเต้นไม่ได้เลย ประโยคที่ออกมาถึงได้ไม่ใช่คำตอบที่ถูกถาม
“ห้องนี้ไม่มีสาวอื่นไม่ต้องปล่อยออร่าล่อเหยื่อขนาดนี้ก็ได้ค่ะ” ไม่ว่าเปล่าดวงหน้าสวยเบนสายตากลับไปยังโน๊ตบุ๊คตรงหน้าทันที
คำที่ทำให้คีตาเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะก้มลงมองตามสายตาของคนข้างตัวแล้วขยับยิ้มเมื่อเหลือบเห็นแก้มใสที่เปลี่ยนสี“ก็อยากล่อให้เหยื่อแถวนี้ติดกับแบบชนิดถอนตัวไม่ขึ้นนี่คะ เลยต้องปล่อยบ่อยๆเดี๋ยวคนแถวนี้ไม่หลง”
“พอดีเหยื่อแถวนี้มีภูมิคุ้มกันสูงค่ะพี่คีย์คงต้องพยายามอีกหน่อยเพราะไม่ได้ผล”เสียงหวานตอบทั้งที่ใบหน้ายังคงจ้องมองตรงไม่หันมาสบตา
“อาฮะไม่ได้ผลแต่คนแถวนี้ก็แก้มแดงล่ะนะ” เสียงทุ้มว่าคล้ายพึมพำกับตัวเอง หากแต่เสียงที่ไม่ได้เบานั่นทำให้คนที่นั่งอยู่ได้ยินเต็มๆ
พริ้งพราวเบะปากออกนิดก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วลุกขึ้นยืนหันไปสบตาคนพูด ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียง (ที่พยายามทำให้ดู) เข้ม“เอาผ้ามานี่เลยค่ะ หัวเปียกๆแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบาย”
ไม่ว่าเปล่ามือบางเอื้อมไปดึงผ้าผืนเล็กที่คล้องคอชายหนุ่มมาไว้ในมือก่อนจะยืดแขนโปะผ้าลงบนหัวชายหนุ่มแล้วเช็ดให้อย่างเบามือ
ท่าทางที่คีตาไม่ตอบอะไรเพียงแต่ทรุดกายลงบนโซฟาแทนให้ใครอีกคนได้เช็ดหัวให้เขาอย่างถนัด
ความเงียบปกคลุมชั่วขณะเมื่อมือเล็กขยับผ้าในมือไปซับน้ำตาปรอยผมของชายหนุ่มอย่างเบามือขยี้เบาๆให้หมาดน้ำ ก่อนจะลดมือลงเมื่อเห็นว่าพอจะแห้งสนิทบ้างแล้ว
“เสร็จแล้วค่ะ”คำพูดที่เรียกให้คนที่ก้มหัวอยู่เงยหน้าขึ้นสบตาคนพูด ดวงหน้าคมเข้มเผยรอยยิ้มบาง
“ขอบคุณนะคะ”
คำขอบคุณที่คนได้รับพยักหน้าแล้วทรุดกายลงนั่งบนโซฟาตามเดิมมือบางยื่นไปยังโน๊ตบุ๊คตรงหน้าอีกครั้งหมายจะทำงานที่ค้างอยู่ต่อ
ฟึบ
วงแขนแข็งแรงโอบล้อมรอบตัวคนหน้าหวานก่อนจะขยับกายเข้ามาใกล้
“ยังไม่ตอบคำถามพี่เลยนะคะ”คีตาว่าพลางกระชับวงแขนที่กอดคนตัวเล็กไว้หลวมๆเข้าหาตัวอีกนิด
คำถามที่คนตัวเล็กถอนหายใจอีกเฮือกด้วยรู้ดีว่าถ้าไม่ตอบเธอคงไม่ได้ทำงาน“ไม่ใช่คิดไม่ออกหรอกค่ะ แค่ไม่มีสมาธินิดหน่อย พอดีมีเื่กวนใจ”
ไม่มีเสียงตอบใดจากคนฟังมีเพียงการกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นทำให้หญิงสาวขยับยิ้มบางแล้วเอ่ยต่อ
“แม่้าให้พริ้งไปร่วมงานการกุศลพรุ่งนี้ของคุณหญิงชยาดา”
ประโยคที่เรียกให้คิ้วเข้มของคนฟังขมวดเข้าหากันแต่ก็ยังไม่เอ่ยอะไรออกไป
“เขาอยากให้พริ้งไปเจอใครบางเท่านั้นเองค่ะ”
จบประโยคดวงตาคู่คมก็วาววับขึ้นมาทันทีก่อนเสียงทุ้มที่เคยอ่อนโยนจะเอ่ยถามสั้นแต่ดุ “ใคร!”
“ลูกชายคุณหญิงชยาดากับรมต.ช่วยธราธร คุณทินกรค่ะ” เสียงหวานเอ่ยตอบพลางเอนกายเข้าหาคนที่กอดตัวเองอยู่“พี่คีย์ไปกับพริ้งได้ไหมคะ”
ร่างที่โอนอ่อนเข้าหาอกชายหนุมทำให้คีย์ตาผ่อนอารมณ์มัวๆลงมือใหญ่ลูบแขนเรียวผ่องอย่างปลอบใจก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงดังชัดเจนจนคนฟังขยับยิ้ม
“ไปแต่งตัวบ้านพี่แล้วเราไปด้วยกัน”
“ค่ะ”พริ้งพราวรับคำเบาใจที่หนักอึ้งคลายลงเมื่อรับรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีใครอีกคนเคียงข้างด้วยตลอดงาน
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ร่างบางสมส่วนควงแขนร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาในงานเรียกสายตาแขกเหลื่อหลายคนอีกหันมามองอีกทั้งบรรดาสื่อทั้งหลายก็กระวีกระวาดเข้าไปหา
ผู้สูงวัยกว่าลงทะเบียนที่หน้างานก่อนจะรับของช่ำร่วยแล้วควงแขนผู้เป็สามีหันไปส่งรอยยิ้มให้กล้องที่จับจ้องมายังเธอและสามีก่อนจะพากันก้าวเข้าไปในงานแล้วตามด้วยบุตรชายที่ควงคู่อยู่กับสาวสวยหน้าหวานในชุดราตรีสีน้ำเงินที่ตัดกับผิวขาวผ่องเรียกให้บรรดาตากล้องทั้งหลายสาดแสงแฟลชเข้าใส่หนักกว่าคู่แรกเป็เท่าตัวเมื่อใบหน้าของหญิงสาวที่ควงคู่อยู่กับชายหนุ่มนั้นเป็ที่รู้จักกันดี
“สวัสดีค่ะท่านสส.คุณน้องรตี” เสียงของผู้สูงวัยกว่าเอ่ยทักคนที่อยู่ตรงหน้า
“ไม่ได้พบกันเสียนานนะคะคุณพี่ คุณคีตภพ” คนถูกทักส่งรอยยิ้มหวานล้ำให้คนตรงหน้าและทักทายกลับ
“ครับไม่ได้พบกันเสียนาน ทั้งที่ลูกสาวคุณหญิงกับลูกชายผมออกจะสนิทกันมากนาดนี้”คีตภพว่าพลางพยักเพยิดไปยังคู่ที่กำลังรับเครื่องดื่มในมือจากสาวเสิร์ฟแล้วเดินตรงเข้ามาหา
การควงแขนกันเข้ามาทำให้คนมองตามอีกคนหน้าตึงขึ้นมาทันทีดวงตาคู่สวยกวาดมองรอบๆอย่างไม่ชอบใจ หากแต่ริมฝีปากกลับเอ่ยออกมาด้วยเสียงหวานจัด
“โธ่.....ตอนแรกดิฉันก็นึกว่าลูกจะควงหนุ่มที่ไหนมาที่ไหนได้ พี่ชายสุดที่รักของยัยพริ้งนี่เอง”คุณหญิงรตีว่าเหมือนพึมพำกับสามีตนหากแต่เสียงพึมพำกลับดังก้องจนบรรดาเหยี่ยวข่าวที่พยายามกางหูฟังถึงขั้นยกมือจดเนื้อหากันให้วุ่นรอยยิ้มหวานจัดถูกส่งให้ผู้ก้าวเข้ามาใหม่รอยยิ้มที่ทำให้คีตาก้มหัวลงทักทายผู้สูงวัยกว่าอย่างนอบน้อมก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆทว่าชัดเจน
“ครับผมคงเป็พี่ชายที่พริ้งรักมากจนถึงกับไปค้างด้วยๆบ่อยรวมถึงเมื่อคืนด้วย”ชายหนุ่มย้ำคำบางคำจนทำให้คนฟังดวงตาวาววับอย่างขัดใจ
“ตายแล้วตาคีย์พูดแบบนี้น้องเสียหายนะลูก ให้แม่คุยเื่ตบเื่แต่งกันให้เรียบร้อยก่อนสิ”คุณกิตติยารับ่ต่อลูกชายทันทีเสียงร้องที่ไม่เบานั่นเรียกเสียงฮือจากรอบตัวได้ไม่น้อย เธอหันไปโปรยยิ้มให้ต้นตอของเสียงฮือฮาก่อนจะหันไปมองสาวสวยข้างตัวชายหนุ่มด้วยดวงตาแสนรัก
“เร่งหน่อยก็ดีครับแม่ผมอยากสละโสดใจจะขาดแล้ว” คีตาตบท้ายพร้อมจ้องตรงไปยังผู้สูงวัยสองคนตรงหน้านิ่ง
ท่าทางที่คนถูกจ้องแสดงออกแตกต่างกันไป
ชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิดเงียบๆในขณะที่หญิงสาวร่างสมส่วนข้างตัวแทบจะกรีดร้องในใจ
พังพังหมด แผนการทำความรู้จักของลูกสาวเธอกับลูกชายท่านรมต.ช่วย
แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกมาคนข้างกายก็เอ่ยออกมานิ่งๆ
“ถ้าไปไกลกันถึงขั้นนั้นแล้วผมว่าเราก็ควรจะได้สนทนากันเป็การ ‘ส่วนตัว’บ้างนะครับคุณคีตภพ”
“ครับผมเองก็รอคำยืนยันจากลูกสาวท่านอยู่ครับ ถ้าแน่นอนแล้ว ‘สิ่งที่เตรียมไว้ให้’คงไม่น้อยหน้าใครจนท่านสส.ถึงขนาดปฎิเสธน้ำใจผม” คีตภพเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“ผมน่ะยังไงก็ได้ ถามเ้าตัวเขาเถอะ”สส.ทัศพลเอ่ยตอบพลางยื่นมือมาให้คนที่อยู่ตรงหน้า“แด่ความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคตของเรา”
ไม่มีเสียงตอบกลับมีเพียงแค่มือของคีตภพเอื้อมไปเช็คแฮนด์อีกฝ่ายก่อนที่ทัศพลจะเดินแยกจากภรรยาไปทักทายคนอื่น
ถ้อยความบางคำในประโยคทำให้คุณหญิงรตีกำมือเข้าหากันแน่นก่อนสูดหายใจลึกก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหวานหยด น้ำเสียงที่ขัดกับดวงตาคุกรุ่นของผู้สูงวัยกว่า
“ดิฉันจะขอตัวลูกสาวสักครู่ได้ไหมคะพอดีมีคุณหญิงหลายท่านอยากจะรู้จักผู้บริหารคนใหม่ของเอพีอาร์กรุ๊ป”
คำพูดที่ทำให้คีตาเหลือบมองคนข้างตัวพลางเลิกคิ้วเป็เชิงถามคนถูกถามแย้มรอยยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่มข้างตัวก่อนจะปล่อยมือที่คล้องแขนชายหนุ่มออก
“งั้นพริ้งขอตัวสักครู่นะคะ”
ว่างจบก็เดินตามผู้เป็มารดาไปทิ้งให้คีตาถอนหายใจยาวออกมาอย่างเบื่อหน่าย
“ใจเย็นๆน่าเราอย่างน้อยน้องก็ไม่แย้งเื่ที่แม่กับพ่อพูดนะ” คุณหญิงกิตติยาว่าด้วยรอยยิ้มอดจะพอใจไม่ได้กับการเออออของหญิงสาวที่เพิ่งผละออกไป
“ที่ไม่ขัดเนี่ย ไม่รู้ว่าขัดไม่ได้หรือเต็มใจไม่ขัดนะครับ” คีตาว่าพร้อมทำหน้ายุ่ง “ถ้าเป็อย่างหลังนะจะสู่ขอซะวันนี้พรุ่งนี้เลย”
คำที่ทำให้คนเป็พ่อหัวเราะก่อนจะตบไหล่ลูกชายเบาๆ
“เอาน่าไม่ต้องคิดมาก เชื่อมั่นในตัวเองหน่อย ในสายตาพ่อไม่มีใครเข้าใกล้น้องได้เท่าคีย์แล้วแหละ”
คำปลอบที่ทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมาได้นิดนึงก่อนจะชะงักเมื่อสายตาที่มองตามร่างบางระหงไปเห็นผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาร่วมวงสนทนา
ก็รู้ดีแก่ใจอยู่หรอกว่าตอนนี้ตัวเองใกล้ตัวใกล้ใจคนหน้าหวานๆนั่นที่สุดแต่ไม่ได้จะหมายความว่าไม่หวงเว้ยยยยย
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“อ้าวมานั่นแล้ว”คุณหญิงชยาดาว่าพร้อมส่งรอยยิ้มกว้างๆให้กับร่างสูงที่กำลังก้าวเข้ามาในวงสนทนา“นี่ทินกร หรือตากรค่ะ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของดิฉันเอง”
“สวัสดีครับ”ผู้มาใหม่ทักทายคนที่อยู่รอบวงก่อนจะหันไปหยุดตรงหน้าสาวสวยที่ดึงดูดสายตาเขาั้แ่ก้าวเข้ามาในงาน
สายตาของผู้มาใหม่เรียกให้สายตาของคุณหญิงชยาดากับคุณหญิงรตีสบกันก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ
“สวัสดีจ้าตากรนึกว่าจะไม่แวะมาเสียแล้ว เห็นโดนรุมอยู่ตรงโน้นนานสองนาน”คุณนายรตีว่าอย่างเอ็นดูผู้มาใหม่
“พอดีผู้ใหญ่ทักน่ะครับผมเลยต้องหยุดคุยด้วย ตอนแรกว่าจะแวะเข้ามาหาคุณแม่ตั้งนานแล้ว” ไม่ว่าเปล่าหันไปกอดมารดาข้างตัวอย่างเอาใจ “ขอโทษนะครับที่มาช้า”
คุณหญิงชยาดาส่ายหน้าแทนคำว่าไม่เป็ไรแล้วยิ้มตอบลูกชาย “แล้วนั่นใครหรือครับ”
คำถามที่ทำให้คุณหญิงแม่ขยับตัวก่อนจะเอ่ยแนะนำ“นั่นพริ้งพราวลูกสาวน้ารตีจ้ะ”
ผู้ถูกแนะนำยังคงรอยยิ้มหวานมือบางยกไหว้คนตรงหน้าอย่างเรียบร้อย เรียกรอยเอ็นดูได้จากผู้พบเห็น
“อ้อผู้บริหารคนใหม่ของเอพีอาร์กรุ๊ป ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วว่าเก่งแต่ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้” ทินกรพยักหน้ารับคำแนะนำจากมารดาก่อนจะหันไปทักทายคนอ่อนวัยกว่า“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“เช่นกันค่ะ”เสียงหวานเอ่ยตอบสั้นรอยยิ้มยังคงปรากฎในหน้าแม้ไม่ได้หวานจัดแต่ก็ตราตรึงใจในคนมอง
“พี่ขอเรียกว่าน้องพริ้งตามคุณน้ารตีได้ไหมครับ”
“ตามแต่คุณทินกรจะสะดวกเลยค่ะ”หญิงสาวยังคงตอบสั้นอย่างสงวนท่าที
“ไม่ต้องเรียกคงเรียกคุณหรอกครับเรียกพี่กรดีกว่า จะได้แฟร์ๆกับที่พี่เรียกน้องพริ้ง”ทินกรว่าทั้งใบหน้ายังคงด้วยรอยยิ้มพราย ประกายตาวาววับอย่างถูกใจคนตรงหน้า
“ก็ได้ค่ะ”พริ้งพราวรับคำสั้นเช่นเดิม พลางเหลือบซ้ายแลขวาอย่าง้าจะปลีกตัว
แต่ก่อนที่จะได้ทำเช่นนั้นคุณหญิงรตีที่รู้ทันลูกสาวตัวเองก็แทรกขึ้นมาทำให้คนฟังหันมองคนพูดตาขุ่น
“งั้นน้าคงต้องรบกวนกรพาน้องไปหาอะไรทานหน่อยนะจ๊ะเพราะเดี๋ยวน้าต้องไปช่วยดาเขาเตรียมงานที่หลังเวทีน่ะจ้า นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้วน้าฝากน้องไว้กับกรได้หรือเปล่าจ๊ะ”
“ได้สิครับเดี๋ยวผมดูแลน้องเอง คุณน้ากับคุณแม่ไปเตรียมตัวเถอะครับ”ทินกรรับคำพร้อมๆกับปราดเข้าไปยืนข้างตัวคนที่ยังนิ่งอยู่ไม่วายฉวยมือบางมาคล้องแขนอย่างเอาใจผู้เป็แม่และน้าตัวเอง
ผู้สูงวัยกว่าผละออกไปแล้วทิ้งไว้แต่คนหนุ่มสาว ทินกรหันมองคนข้างตัวที่ยืนนิ่งอย่างชอบใจ
ดูไม่มีฤทธิ์เดชอะไรไม่น่าจะยากเท่าไร
ความคิดที่ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะเบาในคออย่างถูกใจ
“ไปหาอะไรทานกันเถอะครับ”ไม่ว่างเปล่า มือใหญ่วางทับมือนุ่มที่คล้องแขนตนอยู่ทันที
ััที่มือทำให้คนที่ก้มหน้าอยู่ขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะดึงมือตัวเองออกแล้วขยับห่างดวงหน้าหวานใสที่บัดนี้รอยยิ้มเลือนหายไปแล้วเงยสบชายหนุ่มข้างตัวนิ่ง
“ขอโทษนะคะพอดีพริ้งมีคนมาด้วย ถ้าพี่กรหิวก็ไปหาอะไรทานเถอะค่ะ พริ้งขอตัวไปหาเขาก่อน”
ว่าจบก็หมุนตัวแล้วก้าวฉับๆจากไปทิ้งให้คนที่กำลังอึ้งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวไม่ทันคว้าไว้หากแต่พักเดียวรอยยิ้มกริ่มก็ปรากฎบนใบหน้าหล่อๆ
น่าสนใจดีแฮะ
ความคิดที่เร่งฝีเท้าของชายหนุ่มให้ตามติดคนที่เดินห่างออกไปทันที
============ รักนี้ดีต่อใจ ============